Post on 29/10/2021

พ.ต.ท.จันทร์ ชัยสวัสดิ์: ผู้เรียกร้องปฏิรูปงานสอบสวนตำรวจที่จบลงด้วยความตาย 

ข้อเรียกร้องให้ปฏิรูปโครงสร้างตำรวจดังอื้ออึงอีกครั้งหลังจากเกิดเหตุการณ์ ‘ผู้กำกับโจ้’ พ.ต.อ.ธิติสรรค์ อุทธนผล และตำรวจใต้บังคับบัญชาอีก 7 นายร่วมกันทรมานผู้ต้องหาจนตายคาห้องสอบสวนภายใน สภ.เมืองนครสวรรค์ โดยเฉพาะประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการสอบสวนผู้ต้องหาคดียาเสพติด ซึ่งไม่ว่าคดีนี้สุดท้ายผลจะจบลงอย่างไร แต่ภาพการสอบสวนที่โหดร้ายทารุณกับผู้ต้องหาที่ผ่านคลิปวิดีโอไปปรากฏแก่สายตาประชาชนโดยฝีมือของผู้นำองค์กรกับลูกน้อง ถูกตั้งคำถามว่าจะสร้างความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ให้องค์กรตำรวจได้หรือไม่

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือกรมตำรวจเดิม ถูกวิพากษ์วิจารณ์มาทุกยุคสมัยถึงโครงสร้างการทำงานที่ขับเคลื่อนตามลำดับชั้นอำนาจและระบบอุปถัมภ์ วลี “ไม่ฆ่าน้อง ไม่ฟ้องนาย ไม่ขายเพื่อน” เป็นจุดแข็งของสังคมที่มีนายอุ้มพี่ พี่อุ้มน้อง แต่เป็นจุดอ่อนเมื่อมองจากสังคมภายนอก ผู้ปฏิบัติงานขาดความอิสระ องค์กรตำรวจถูกครอบงำได้ง่ายจากผู้บังคับบัญชา จากนักการเมืองทรงอิทธิพล และอ่อนไหวเปราะบางต่อการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ทั้งยังมีช่องว่างให้หาประโยชน์ได้ง่าย

แม้ว่าข้อเรียกร้องให้ปฏิรูปวงการสีกากีจะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องจากภาคประชาชนหรือนักวิชาการผู้ศึกษางานยุติธรรม ในฐานะที่ตำรวจเป็นกระบวนการยุติธรรมขั้นต้น หากถูกครอบงำจากอำนาจก็ส่งผลต่อกระบวนการปลายทางคือชั้นศาล ข้อเสนอบางส่วนดำเนินไปไกลถึงสภาแต่ก็ถูกเตะสกัดจากบรรดาผู้มีอำนาจที่อยากแช่แข็งโครงสร้างตำรวจเช่นเดิมเพื่อประโยชน์ของตนเอง แต่ยังมีข้อเท็จจริงว่า เคยมีข้อเรียกร้องของกำลังพลภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อปรับปรุงให้การทำงานในส่วนงานสืบสวนสอบสวนของตำรวจมีความคล่องตัว เป็นอิสระ เพื่อประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติ

แต่ก่อนจะไปอ่านว่า ข้อเรียกร้องนั้นถูกขับเคลื่อนอย่างไร โดยใคร เราต้องเริ่มต้นเรื่องนี้ด้วยจุดจบกันเสียก่อน 

เช้าตรู่วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2559 เจ้าหน้าที่ตำรวจรับแจ้งเหตุอาชญากรรมว่ามีตำรวจนายหนึ่งฆ่าตัวตายภายในบ้านพัก หมู่บ้านพระปิ่น 5 เมื่อหน่วยงานพิสูจน์หลักฐานไปถึงพบว่าผู้เสียชีวิตสวมเสื้อยืดสีขาว นุ่งกางเกงผ้าขายาว สภาพศพเขาใช้เชือกผูกคอตัวเองกับประตูเหล็ก ขาเหยียดตรงเหยียบถึงพื้น เสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 8 ชั่วโมง  ผู้ตายคือ พ.ต.ท.จันทร์ ชัยสวัสดิ์ พนักงานสอบสวนผู้ชำนาญการพิเศษ (หัวหน้าสอบสวน) สน.เทียนทะเล การชันสูตรจากแพทย์นิติเวช รพ.ศิริราช เบื้องต้นไม่พบรอยช้ำ หรือร่องรอยการถูกทำร้ายแต่อย่างใด รอยปริแตกตามตัวเกิดจากเสียชีวิตมาแล้วกว่า 8-10 ชั่วโมง

ภาพที่เห็นน่าจะสรุปง่าย ๆ ว่าเป็นการฆ่าตัวตายลาโลกของนายตำรวจผู้หนึ่งที่อาจจะแบกรับปัญหาบางอย่างจนสุดจะทานทน แต่คำถามคือ เขามาผูกคอตายที่ประตูเหล็กหลังบ้านทำไม และแรงจูงใจที่แท้จริงคืออะไร

ข้อมูลเบื้องต้นจากคนในครอบครัวบอกว่า ก่อนเกิดเหตุช่วงเช้าวันพุธที่ 10 กุมภาพันธ์ เวลา 06.30 น. ผู้ตายออกมาเปิดประตูบ้านให้ภรรยาและลูกสาวออกไปทำงาน เวลา 15.00 น. ผู้ตายออกไปคุยงานกับ ผกก.สน.เทียนทะเล กระทั่งเย็นวันเดียวกันเวลา 20.00 น. ภรรยาและลูกสาวกลับมาเห็นรถของผู้ตายจอดอยู่ แต่ไม่เจอตัว จึงไม่ได้สนใจอะไร เนื่องจากเป็นปกติของตำรวจที่ทำงานไม่เป็นเวลา

กระทั่งวันพฤหัสบดีที่ 11 กุมภาพันธ์ เวลาช่วงบ่าย ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.เทียนทะเล ได้โทรศัพท์ไปหาผู้ตาย แต่พบว่าไม่มีคนรับสาย ทาง สน. จึงได้โทรศัพท์เข้าไปหาที่บ้าน และแจ้งว่าผู้ตายไม่ได้เข้ามาทำงานที่ สน. ทางบ้านก็เข้าใจว่า ผู้ตายไปออกกำลังกาย กระทั่งตกกลางคืนก็เข้านอนตามปกติ และเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ก่อนที่ลูกสาวจะออกจากบ้านไปทำงาน จึงเดินไปหลังบ้านและพบว่าผู้ตายผูกคอเสียชีวิตแล้ว ทั้งนี้ทางครอบครัวเชื่อว่า ผู้ตายน่าจะผูกคอตายช่วงเวลาประมาณ 01.00 น. ที่ผ่านมา เนื่องจากขณะที่ลูกสาวกำลังเคลิ้มหลับอยู่นั้น รู้สึกว่ามีคนเปิดประตูห้องเข้ามาดู

ส่วนผู้บังคับบัญชาขณะนั้นอย่าง พ.ต.อ.ยศ วิทิตปภาธำรง ผกก.สน.เทียนทะเล เปิดเผยว่าตนกับ พ.ต.ท.จันทร์มีความสนิทกัน โดยปกติแล้วเขามีนิสัยร่าเริง ขยันทำงาน ไม่มีปัญหากับลูกน้องหรือกับผู้บังคับบัญชาเลย ไม่มีความเครียดเรื่องงานและปัญหาครอบครัว และล่าสุดได้รับการเลื่อนยศเป็น พ.ต.อ. โดยจะมีผลในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ หรืออีก 3 วันถัดจากวันฆ่าตัวตาย จะย้ายไปบรรจุตำแหน่งพนักงานสอบสวนผู้ทรงคุณวุฒิ สน.เพชรเกษม

จากข้อมูลแวดล้อมนี่เป็นการฆ่าตัวตายที่มองไม่เห็นปัญหา เงื่อนปม หรือแรงจูงใจที่จะทำให้นายตำรวจที่กำลังก้าวหน้าสู่ตำแหน่งเทียบเท่าหัวหน้าสถานีจะตัดสินใจฆ่าตัวตายได้เลย กระทั่งเมื่อเป็นข่าวดังทำให้สังคมทราบว่านายตำรวจผู้นี้มีอีกตำแหน่งหนึ่งที่น่าสนใจ คือเลขาธิการสหพันธ์พนักงานสอบสวนแห่งชาติ และเลขาสมาพันธ์พนักงานสอบสวนแห่งประเทศไทยที่กำลังขับเคลื่อนการปฏิรูปงานสืบสวนสอบสวนอย่างเข้มข้น และย้อนกลับไปก่อนหน้าวันเกิดเหตุเพียง 4 วัน เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2559 พ.ต.ท.จันทร์ ชัยสวัสดิ์ เดินทางไปยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เพื่อขอให้ทบทวนคำสั่ง หัวหน้า คสช. ฉบับที่ 6/2559 และฉบับที่ 7/2559 เรื่อง การคัดเลือกหรือการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ ซึ่งเกี่ยวกับการยุบเลิกตำแหน่งและเงินประจำตำแหน่งพนักงานสอบสวน เนื่องจากมองว่าไม่เป็นการปฏิรูปที่ถูกต้องตามหลักวิชาการ หลักกฎหมาย และรัฐธรรมนูญ

ก่อนหน้านี้การขับเคลื่อนเพื่อปฏิรูปองค์กรตำรวจจากภายในจากสมาพันธ์และสหพันธ์ที่ พ.ต.ท.จันทร์ ชัยสวัสดิ์ เป็นฟันเฟืองหลัก ร่วมกับพนักงานสอบสวนฝ่ายตำรวจกว่า 3 พันนายจากพนักงานสอบประมาณ 1 หมื่นนาย ในโครงสร้างกำลังพลตำรวจกว่า 3 แสนนาย เกิดจากปัญหาหลายด้าน อาทิ พนักงานสอบสวนไม่เพียงพอกับปริมาณงานที่เกิดขึ้น ข้าราชการตำรวจส่วนใหญ่จะหลีกเลี่ยงงานสอบสวนไปขอปฏิบัติหน้าที่ในสายงานอื่น ทำให้พนักงานสอบสวนที่มีหน้าที่รับแจ้งความและดำเนินคดีอาญาในกระบวนการยุติธรรมทางอาญาไม่เพียงพอต่อการปฏิบัติหน้าที่มาโดยตลอด ทำให้ตำรวจที่มีความรู้ด้านกฎหมายที่เกี่ยวข้อง มีทักษะสำหรับในงานสอบสวน ควบคุมอารมณ์ได้ มีสมรรถภาพทางร่างกายที่พร้อมและมีแรงจูงใจไม่เพียงพอกับภาระงาน แถมยังถูกแทรกแซงการสอบสวนจากฝ่ายบริหาร ผ่านการบังคับบัญชา ควบคุมและกำกับดูแล การเล่นพรรคเล่นพวก การวิ่งเต้นคดี ส่งผลให้การทำงานและการสั่งคดีของพนักงานสอบสวนไม่เป็นอิสระ ทำให้ไม่ได้รับความเป็นธรรม อาจถูกแทรกแซงจากฝ่ายการเมืองด้วยวิธีที่นักการเมืองหรือผู้มีอำนาจเหนือกว่าสามารถเลือกลด เลือกรับคดีจนไปถึงการย้าย เลื่อนเงินเดือน หรือมอบตำแหน่งที่มีสิทธิประโยชน์ในลักษณะเกื้อหนุนหรืออุปถัมภ์กันได้อย่างไม่มีขอบเขต ทำให้การบังคับใช้กฎหมายให้มีประสิทธิภาพเป็นไปได้ยาก ฯลฯ

การขับเคลื่อนของสหพันธ์และสมาพันธ์พนักงานสอบสวนฯ จึงเสนอขอแยกพนักงานสอบสวนให้มีสายงานเฉพาะของตนในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือการขอแยกเป็นอีกองค์กรหนึ่ง ที่มีความเป็นอิสระในกระบวนการสอบสวนคดีอาญา ซึ่งแน่นอนว่าเจตนารมณ์และแนวทางในการขับเคลื่อนย่อมมีผลกระทบต่ออำนาจ และผลประโยชน์ในระบบโครงสร้างของสำนักงานตำรวจแห่งชาติอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

การยื่นหนังสือต่อนายกรัฐมนตรีของ พ.ต.ท.จันทร์ เพื่อให้นายกรัฐมนตรีทบทวนคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 6/2559 และที่ 7/2559 กรณีเนื้อหาของ 2 คำสั่งนี้มีผลกระทบต่อพนักงานสอบสวนฝ่ายตำรวจทั้งประเทศ ทำให้กรณีการเสียชีวิตของ พ.ต.ท.จันทร์ถูกความเคลือบแคลงสงสัยว่ามีความเชื่อมโยง กรณีที่ พ.ต.ท.จันทร์ได้ออกมาต่อสู้เคลื่อนไหวเพื่อให้การสอบสวนของตำรวจมีความเป็นอิสระเพื่อพี่น้องประชาชนไทย ประเด็นการเสียชีวิตอาจมีส่วนเกี่ยวโยงทำให้ฝ่ายตรงข้ามใช้อิทธิพลมืดและดำเนินการกับ พ.ต.ท.จันทร์หรือไม่

หลังจากนั้นหลายหน่วยงาน ทั้งเพื่อนพ้องพนักงานสอบสวน พรรคประชาธิปัตย์ สหพันธ์ปลัดอำเภอ ฯลฯ ต่างออกแถลงการณ์และทวงถามข้อเท็จจริงการเสียชีวิตของ พ.ต.ท.จันทร์ แต่ในขณะที่ทาง สตช. และรัฐบาลขณะนั้นต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าการตายของ พ.ต.ท.จันทร์ไม่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวของสหพันธ์และสมาพันธ์ แต่น่าจะมีแรงจูงใจอื่น

มีบางเบาะแสที่ระบุว่ามีกล้องวงจรปิดบันทึกภาพ เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ต.ท.จันทร์ขี่รถจักรยานยนต์ออกไปจากหมู่บ้าน และได้ไปจอดทิ้งไว้บริเวณหน้าปากซอยเอกชัย 109 จากนั้นมีกลุ่มวัยรุ่นไม่ทราบจำนวนมารับตัว พ.ต.ท.จันทร์ไป ก่อนจะกลายเป็นศพในตอนดึกคล้อยรุ่งสางวันที่ 12 ส่วน พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล มั่นใจว่า สาเหตุที่ พ.ต.ท.จันทร์ ชัยสวัสดิ์ พนักงานสอบสวนผู้ชำนาญการ สถานีตำรวจนครบาลเทียนทะเล ผูกคอเสียชีวิตด้วยตนเอง ไม่ใช่การฆาตกรรมแต่อย่างใด พร้อมยืนยัน สามารถสรุปคดีได้ภายใน 7 วัน สันนิษฐานว่ามาจากความเครียดในหลายเรื่อง หรือเกิดความกดดันเรื่องการยุบตำแหน่งพนักงานสอบสวนที่ พ.ต.ท.จันทร์เป็นแกนนำต่อต้าน ส่วนผลตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์ ผู้เชี่ยวชาญได้ยืนยันว่า พ.ต.ท.จันทร์ ฆ่าตัวตายจริง แม้ว่าจะเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ตามมา

นายคณนาถ คะชะนา รองประธานสหพันธ์ปลัดอำเภอแห่งประเทศไทย (ฝ่ายตรวจสอบและอำนวยความเป็นธรรม) ให้สัมภาษณ์ว่า สหพันธ์ปลัดอำเภอกับสหพันธ์พนักงานสอบสวน ได้จับมือเป็นพันธมิตรกัน ตนมีโอกาสคุยกับ พ.ต.ท.จันทร์มาโดยตลอด เพราะอุดมการณ์เดียวกัน เป็นคนเฮฮาแต่จริงจังกับงานเป็นอย่างมาก ตนจึงไม่เชื่อว่า พ.ต.ท.จันทร์ฆ่าตัวตายอย่างแน่นอน นอกจากนี้ยังเปิดเผยเบาะแสแชตโปรแกรมไลน์ ที่คาดว่าจะเป็นของ พ.ต.ท.จันทร์ ได้พิมพ์โต้ตอบกับรุ่นน้อง โดยเนื้อหาท่อนหนึ่งมีการพูดถึงคำว่า ‘นาย’ หลังจากรุ่นน้องคนนั้นถาม พ.ต.ท.จันทร์ว่าใครห้าม ซึ่งน่าจะหมายถึงการยื่นหนังสือคัดค้านการยกเลิกตำแหน่งพนักงานสอบสวน จากการดูรูปโปรไฟล์ของโปรแกรมไลน์ดังกล่าวแล้วเชื่อว่าจะเป็นของ พ.ต.ท.จันทร์จริง แต่ทั้งนี้ก็ต้องให้ทางเจ้าหน้าที่ตรวจสอบอีกครั้ง

ส่วน พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส อดีตผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เชื่อว่า พ.ต.ท.จันทร์ถูกซ้อมจนตายก่อนนำร่างไปแขวนอำพรางไว้เหมือนผูกคอตายเอง เพราะการเคลื่อนไหวคัดค้านคำสั่ง คสช. กระทบกับพนักงานสอบสวนกว่า 700 ชีวิต ส่วนนายวัชระ เพชรทอง จากพรรคประชาธิปัตย์บอกว่า ไม่เชื่อว่าจะเป็นการฆ่าตัวตาย เพราะได้นัดหมายพบกันในสัปดาห์หน้า และ พ.ต.ท.จันทร์เคยเล่าว่าถูกเจ้านายกดดันกรณีเคลื่อนไหวเรื่องนี้ ก่อนจะขาดการติดต่อไป 2 วัน และพบว่าเสียชีวิตไปแล้ว

มีความน่าสนใจอีกมุมมองจาก สุนันท์ ศรีจันทรา สื่ออาวุโสเขียนในคอลัมน์ ริมฝั่งเจ้าพระยา ของ mgronline.com ระบุว่า “…ก่อนเสียชีวิต ได้โพสต์ข้อความ “ผบ. ไม่ชอบ พงส. เอาทหารมารุม” ซึ่งเป็นการสื่อความหมายว่า ผบ.ตร. ไม่ชอบพนักงานสอบสวน

“ส่วนการเอาทหารมารุม น่าจะหมายถึง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ดึง พล.อ.ประยุทธ์เข้ามาช่วยสกรัมพนักงานสอบสวน โดยใช้มาตรา 44 สั่งยุบพนักงานสอบสวน ทำให้งานสอบสวนต้องขึ้นตรงกับผู้กำกับการโดยตรง

“หลังจาก พ.ต.ท.จันทร์เสียชีวิตอย่างมีปริศนา สมาพันธ์พนักงานสอบสวนก็ระส่ำระสาย ประธานสมาพันธ์ทำท่าจะวางมือ ลดบทบาทการเคลื่อนไหวแยกงานสอบสวนเป็นอิสระ

“เพราะในเมื่อ ผบ. ไม่ชอบ และ พ.ต.ท.จันทร์ต้องสิ้นชีพ ท่ามกลางความกังขาของสังคม แถมเอาทหารมารุมด้วย พนักงานสอบสวนที่ออกมาเคลื่อนไหวใครจะไม่ ‘หนาว’

“ปัญหางานสอบสวน ทำให้นายตำรวจต้องเซ่นสังเวยไปแล้ว 2 ศพ เพราะแรงกดดันจากผู้บังคับบัญชา ทำให้ตำรวจที่ต่อสู้เพื่อแยกงานสอบสวนออกจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติคงต้องคิดหนักหน่อย หรือเกิดความท้อถอยกันขึ้นมา เพราะประเมินสถานการณ์แล้ว ขืนสู้ต่อไปก็เหนื่อยเปล่า และอาจถูกเจ้านายหมายหัวได้

“การแยกงานสอบสวนเป็นอิสระ เป็นกลไกสำคัญในการปฏิรูปสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งตำรวจระดับผู้บังคับบัญชาคงไม่ยอมง่าย ๆ เพราะถ้าปล่อยให้งานสอบสวนหลุดจากมือแน่ ๆ ถ้าไม่มีอำนาจสอบสวนในมือ จะทำมาหากินกับคดีต่าง ๆ ลำบาก…”

แล้วก็เป็นจริงตามที่สุนันท์ตั้งข้อสังเกตไว้ เพราะหลัง พ.ต.ท.จันทร์เสียชีวิตไม่นาน พ.ต.อ.ภรภัทร เพ็ชรพยาบาล พงส.ผทค.สภ.บางปู ประธานสมาพันธ์พนักงานสอบสวนแห่งชาติ แถลงประกาศยุติบทบาทของสมาพันธ์ทันที พร้อมกราบขอโทษผู้บังคับบัญชา ไม่มีเจตนาทำให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติเสื่อมเสียชื่อเสียงแต่อย่างใด

ท้ายที่สุดความตายของ พ.ต.ท.จันทร์ไม่มีใครทราบว่าเกิดจากสาเหตุอะไร ทั้งแรงจูงใจ เงื่อนปมแวดล้อมล้วนไร้คำตอบ ส่วนการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจก็สรุปสั้นๆ ว่า ฆ่าตัวตาย

แต่สิ่งสำคัญคือหลังจากการเสียชีวิตของ พ.ต.ท.จันทร์ ชัยสวัสดิ์ ทำให้เห็นว่าปัญหานี้มันใหญ่แค่ไหน และตัวละครใดบ้างที่มีส่วนในการแช่แข็งองค์กร เพราะถึงตอนนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติไม่มีการเคลื่อนไหวแบบคลื่นใต้น้ำเพื่อปฏิรูปองค์กรอีก เหลือเพียงข้อเสนอจากภายนอกเท่านั้น ซึ่งก็ไม่มีปัญหาในการสกัดหรือปิดกั้น ซึ่งท้ายที่สุดก็เกิดเหตุการณ์ทรมานผู้ต้องหาในชั้นสอบสวนอย่างที่ปรากฏบนโรงพักนครสวรรค์ที่ผู้บังคับบัญชาเป็นผู้นำในการเค้นสอบผู้ต้องหาจนเสียชีวิต แถมมีกลิ่นอายเรื่องผลประโยชน์ซึ่งเป็นปัญหาอย่างที่ พ.ต.ท.จันทร์เคยชี้ให้สังคมเห็นมาแล้ว ซึ่งนี่ยังไม่พูดเรื่อง ตั๋วช้าง-เด็กนาย-สายตรง ที่กำลังบ่อนทำลาย สตช. อย่างหนักในตอนนี้

 

เรื่อง: กัณฐ์ นครสุขาลัย 

อ้างอิง:

ร้อนวงการสีกากี! เชื่อ พ.ต.ท.จันทร์ ไม่ได้ฆ่าตัวตาย-ร้องนายกฯ รับเป็นคดีพิเศษ https://www.pptvhd36.com/news

ลำดับเหตุ-ปัจจัย ‘พ.ต.ท.’ ผูกคอตาย? เปิดใจภรรยาและผู้กำกับฯ https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/686750

ตร.สน.เทียนทะเล ที่เคยยื่นค้านยุบ พนง.สอบสวน ผูกคอตาย ผบ.ตร. เผยกำลังหาทางช่วย ขออดทนรอ https://www.js100.com/en/site/news/view/21775

ปธ.สมาพันธ์ พนง.สอบสวน ขอยุติบทบาท ยันไม่ค้านคำสั่งยุบพนักงานสอบสวน https://www.js100.com/en/site/news/view/21811

สหพันธ์ปลัดอำเภอออกแถลงการณ์ขอรัฐบาลให้ความกระจ่างเหตุ พ.ต.ท.จันทร์เสียชีวิต https://www.matichon.co.th/local/news_36781

คสช. ใช้ ม.44 สั่งยุบตำแหน่งพนักงานสอบสวน https://prachatai.com/journal/2016/02/63932

ทหารรุมจน พ.ต.ท.จันทร์ตาย? โดยสุนันท์ ศรีจันทรา https://mgronline.com/daily/detail/9590000018142

อุปสรรคในกระบวนการสอบสวนที่ส่งผลต่อการอำนวยความยุติธรรมและการให้การบริการประชาชน โดย…พันตำรวจโท บุญเลิศ ทวีวิทย์ https://www.policetraining9.com/index.php?option=com_attachments&task=download&id=278

ผบ.ตร. คาดปม ‘พ.ต.ท.จันทร์ ผูกคอตาย’ โยงค้านคำสั่งประยุทธ์ยุบ พนง.สอบสวน https://prachatai.com/journal/2016/02/64018


นักเขียนรับเชิญ

นักเขียนรับเชิญที่ The People เชิญมาแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และนำเสนอบทความตามความสนใจ

Related

บุญชู ไพรวัลย์ : 15 ปีการจากไปของ ‘นวมทอง ไพรวัลย์’ “คิดว่าเขาไปต่างจังหวัดเดี๋ยวก็กลับมา” 

ผศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์: อยากให้กรุงเทพฯ น่าอยู่สำหรับทุกคน

แอนนาลีน่า แบร์บอค: พรรคกรีนส์กับการตั้งคำถามในสภา สู่แคนดิเดตนายกฯ คนรุ่นใหม่ของเยอรมนี

อุซามะห์ บิน ลาเดน: จากลูกผู้รับเหมาสู่ผู้จุดไฟสงครามก่อการร้ายเพื่อ ‘รัฐศาสนา’

วิคเตอร์ ออร์บาน: นายกฯ ฮังการี ฝ่าโควิด-19 นำผู้คนกลับสู่ชีวิตปกติใน 90 วัน เบื้องหลังคนเต็มสนามในยูโร 2020

สกอตต์ มอร์ริสัน: นายกฯ ออสเตรเลียผู้สำนึกผิด ยอมขอโทษประชาชนที่รับมือโควิด-19 พลาด

ไมเคิล บลูมเบิร์ก: นายกฯ นิวยอร์กผู้ปฏิเสธเงินเดือน แถมควัก 21,000 ล้านบาท รับใช้ประชาชน

สามรัฐมนตรีสิงคโปร์ ‘หว่อง – กัน – ออง’ ความสำเร็จของโมเดลพาประเทศสู่ ‘ความปกติใหม่’ ใช้ชีวิตกับโควิด-19 ไปด้วยกัน