Post on 28/12/2020

อเล็กซานเดรีย โอกาซิโอ-กอร์เตซ: ส.ส. หญิงเด็กสุดในสภาฯ กับภารกิจท้าทายอำนาจทุนนิยมอเมริกา

จากเด็กเสิร์ฟ-ชงเหล้า สู่ ส.ส. หญิงอายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐฯ อเล็กซานเดรีย โอกาซิโอ-กอร์เตซ (Alexandria Ocasio-Cortez) หรือ AOC ได้รับเลือกเข้าสภาคองเกรสเป็นสมัยที่ 2 ติดต่อกัน พร้อมสานต่อภารกิจเพื่อคนรากหญ้า เปลี่ยนระบบทุนนิยมอเมริกา สู่รัฐสวัสดิการที่เป็นประชาธิปไตยภายใต้เศรษฐกิจสังคมนิยม

ทันทีที่ โจ ไบเดน ประกาศชัยชนะเป็นประธานาธิบดีคนที่ 46 ของสหรัฐอเมริกา พร้อมแสดงวิสัยทัศน์มุ่งสมานรอยร้าวในสังคมคนอเมริกัน นั่นคือสัญญาณรบอีกครั้งของ อเล็กซานเดรีย โอกาซิโอ-กอร์เตซ ส.ส. ร่วมพรรคเดโมแครต ซึ่งเป็นตัวแทนของสมาชิกปีกซ้ายที่ผลักดันนโยบายสังคมนิยมเพื่อคนรากหญ้า และถูกมองจากฝ่ายตรงข้าม รวมถึงคนในพรรคเดียวกันว่าเป็นตัวอันตราย

“พวกหัวก้าวหน้ามีคุณค่าที่หยิบยื่นให้พรรค (เดโมแครต) แต่พรรคยังไม่ให้ความสนใจเต็มที่… สมาชิกพรรคทุกคนในพื้นที่สวิงโหวตที่สนับสนุนนโยบายประกันสุขภาพถ้วนหน้า (Medicare for All) ล้วนชนะการเลือกตั้งอีกสมัย ดังนั้นเราจึงต้องมาคุยกันให้ลึกซึ้งขึ้นอีกนิด มากกว่าการพูดว่า พวกหัวก้าวหน้าคือตัวปัญหาเสียที” AOC ให้สัมภาษณ์ CNN ตอบโต้บรรดาเพื่อนร่วมพรรคที่นิยมแนวทางสายกลาง ซึ่งพยายามสกัดกั้นแนวทางสังคมนิยมของเธอ

นี่คือเรื่องราวของเธอ AOC นักการเมืองรุ่นใหม่ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยสีสันคนหนึ่งของอเมริกาในยุคนี้

 

สร้างประวัติศาสตร์ ส.ส. หญิงอายุน้อยที่สุด

AOC พิสูจน์ให้ชาวอเมริกันประจักษ์แล้วว่า แนวความคิดฝ่ายซ้ายของเธอได้รับการสนับสนุนจากประชาชน และตำแหน่ง ส.ส. หญิงอายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐฯ ที่ได้มาก็ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ เมื่อเธอชนะการเลือกตั้งใหญ่ปี 2020 ได้อีกครั้ง และได้เป็นผู้แทนของชาวนิวยอร์ก เขต 14 (บรองซ์ – ควีนส์) เป็นสมัยที่ 2 ติดต่อกัน

อเล็กซานเดรีย โอกาซิโอ-กอร์เตซ หรือที่ครอบครัวและเพื่อนสนิทส่วนใหญ่เรียกเธอว่า ‘แซนดี้’ ส่วนเพื่อน ส.ส. บางคนเรียกเธอสั้น ๆ ว่า ‘อเล็กซ์’ ได้รับการขนานนามจากคนวงกว้างรวมถึงสื่อมวลชนว่า AOC คล้ายชื่อย่อคนดังระดับตำนานในอดีตอย่าง JFK (จอห์น เอฟ. เคนเนดี), MLK (มาร์ติน ลูเธอร์ คิง) หรือ RBG (รูธ เบเดอร์ กินสเบิร์ก)

เธอเริ่มเป็นที่รู้จักและโด่งดังตั้งแต่การเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ในปี 2018 เมื่อเด็กสาวรุ่นมิลเลนเนียลคนหนึ่งพลิกล็อกเอาชนะคู่แข่งที่มีทั้งคุณวุฒิ วัยวุฒิ และทุนทรัพย์ที่เหนือกว่ามาก ก้าวเข้าสู่เวทีการเมืองระดับชาติได้แบบเหนือความคาดหมาย พร้อมสร้างประวัติศาสตร์เป็นผู้หญิงอายุน้อยที่สุดที่ชนะการเลือกผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ขณะมีอายุเพียง 29 ปี

แต่นอกเหนือจากดีกรีที่ว่ามา ประวัติชีวิตและแนวคิดของเธอที่ไม่ธรรมดา คืออีกปัจจัยที่ทำให้สปอตไลต์จับจ้องมองตามเธอตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

 

รักวิทยาศาสตร์ มีชื่อดาวของตัวเอง

AOC เกิดวันที่ 13 ตุลาคม ค.ศ. 1989 ในเขตบรองซ์ ของมหานครนิวยอร์ก ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องปัญหาอาชญากรรมและความเสื่อมโทรม ครอบครัวของเธอเป็นชาวฮิสแปนิกเชื้อสายเปอร์โตริโก บิดาเป็นสถาปนิกที่เกิดในสหรัฐฯ ส่วนมารดาอพยพมาจากเปอร์โตริโก เธอมีน้องชายอีกคนชื่อ กาเบรียล

“แซนดี้เป็นเด็กที่ชอบหมกมุ่นในวิทยาศาสตร์ จัดเป็นเด็กเนิร์ดในยุคนั้นก็ว่าได้” รีเบคก้า โรดริเกซ ญาติและผู้จัดการแคมเปญหาเสียงเลือกตั้งปี 2020 ของ AOC เล่าถึงตัวตนในวัยเด็กของผู้สร้างตำนาน ส.ส. หญิงอายุน้อยที่สุดในสภาฯ

ครอบครัวเธอเป็นแฟนตัวยงของหนังไซ-ไฟเรื่อง Star Trek และความสนใจด้านวิทยาศาสตร์ทำให้เธอคว้ารางวัลรองชนะเลิศการแข่งขันวิชาการระหว่างประเทศสมัยไฮสคูล จากการศึกษาวงจรชีวิตของพยาธิตัวกลม จนนักวิทยาศาสตร์สถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ (MIT) ให้รางวัลด้วยการตั้งชื่อดาวเคราะห์น้อยที่โคจรระหว่างดาวอังคารกับดาวพฤหัสบดีดวงหนึ่งตามชื่อของเธอว่า ‘23238 โอกาซิโอ-กอร์เตซ’

ส่วนความสนใจด้านสังคม และกิจกรรมนักเคลื่อนไหวเริ่มตั้งแต่วัยเพียง 12 ขวบ ระหว่างเรียนเนตรนารี AOC สังเกตเห็นสระน้ำนอกรั้วโรงเรียนมีสีน้ำตาลและปราศจากสิ่งมีชีวิต เธอจึงเดินทางไปนำเสนอข้อมูลให้บอร์ดบริหารชุมชนจัดซื้อเครื่องเติมอากาศไปติดตั้งเพื่อบำบัดน้ำ แม้สุดท้ายข้อเสนอจะไม่ได้รับการตอบสนอง แต่เธอบอกว่า “มันเป็นครั้งแรกที่ฉันตระหนักว่า ยังมีโลกข้างนอกโรงเรียนที่ฉันสามารถเปลี่ยนแปลงได้”

 

เป็นเด็กเสิร์ฟหาเงินผ่อนบ้าน

จุดเปลี่ยนอีกครั้งในชีวิตเกิดขึ้นระหว่างเรียนมหาวิทยาลัยปี 2 ที่ บอสตัน ยูนิเวอร์ซิตี้ บิดาของเธอเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งปอด ทำให้เธอต้องรีบเรียนให้จบเพื่อออกมาช่วยมารดาหางานทำค้ำจุนครอบครัว ขณะที่มารดาซึ่งรับจ้างทำความสะอาดบ้าน ต้องหาอาชีพเสริมด้วยการขับรถโรงเรียน เพื่อหาเงินมาผ่อนบ้านไม่ให้โดนยึด

ประสบการณ์ปากกัดตีนถีบโดยตรงในครอบครัว บวกความเหลื่อมล้ำที่เจอรอบตัวในเขตเสื่อมโทรมของเมืองใหญ่ในนิวยอร์ก หล่อหลอมให้ AOC สนใจปัญหาทุกข์ยากของคนชั้นรากหญ้า โดยหลังจากเรียนจบปริญญาตรีด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและเศรษฐศาสตร์ พร้อมเกียรตินิยมจากบอสตัน เธอเลือกฝึกงานกับ เท็ด เคนเนดี วุฒิสมาชิกรัฐแมสซาชูเซตส์ ซึ่งปัจจุบันเสียชีวิตไปแล้ว

ประสบการณ์สำคัญที่ได้จากการฝึกงานกับเท็ด ในส่วนของการต่างประเทศและการอพยพ คือ การรับรู้ปัญหาของผู้อพยพชาวฮิสแปนิกจำนวนมาก เนื่องจากเธอเป็นคนเดียวในออฟฟิศที่พูดภาษาสเปนได้ จึงต้องคอยรับฟังและให้คำปรึกษากับผู้เดือดร้อนที่พูดภาษาอังกฤษไม่ได้ และติดต่อเข้ามาเพื่อขอความช่วยเหลือจากนักการเมืองคนดัง

หลังเรียนจบและสิ้นสุดการฝึกงาน เธอย้ายกลับมาอยู่บ้านที่บรองซ์ และทำงานประจำเป็นเอ็นจีโอให้กับสถาบันฮิสแปนิกแห่งชาติของสหรัฐฯ พร้อมทำอาชีพเสริมเป็นพนักงานเสิร์ฟ และบาร์เทนเดอร์ เพื่อนำเงินมาช่วยมารดาผ่อนบ้าน ก่อนเริ่มทำงานการเมืองจริงจังด้วยการเป็นทีมหาเสียงให้กับ เบอร์นี แซนเดอร์ส นักการเมืองฝ่ายซ้ายที่ลงสมัครเป็นตัวแทนพรรคเดโมแครต ชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในปี 2016

 

เปลี่ยนอเมริกาเป็นสังคมนิยม ปชต.

หลังการเลือกตั้งครั้งนั้นจบลงด้วยชัยชนะของโดนัลด์ ทรัมป์ และพรรครีพับลิกัน ถัดมาอีก 2 ปีเมื่อการเลือกตั้งกลางเทอมมาถึง AOC จึงตัดสินใจลงเล่นการเมืองด้วยการลงสมัคร ส.ส. ด้วยตนเอง โดยรับอาสาเป็นตัวแทนคนรุ่นใหม่ที่กล้าชูนโยบายสังคมนิยมประชาธิปไตย ท้าทายระบอบทุนนิยมอเมริกา

“เมื่อเด็กรุ่นมิลเลนเนียลพูดเกี่ยวกับคอนเซปต์อย่างสังคมนิยมประชาธิปไตย เราไม่ได้พูดเกี่ยวกับเรื่อง ‘ผีคอมมิวนิสต์’ แบบที่กลัว ๆ กัน เรากำลังพูดถึงประเทศและระบบที่มีอยู่จริง และพิสูจน์แล้วว่าประสบความสำเร็จในโลกยุคใหม่” AOC ชี้แจงต่อไปว่า “เรากำลังพูดถึงระบบสาธารณสุขที่มีผู้ออกค่าใช้จ่ายเพียงรายเดียว (รัฐบาล) ซึ่งประสบความสำเร็จแล้วในหลายโมเดลแตกต่างกันไป ตั้งแต่ในฟินแลนด์ จนถึงแคนาดา และสหราชอาณาจักร”

นอกจากสนับสนุนระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้าแล้ว นโยบายหาเสียงของเธอที่ก่อให้เกิดข้อถกเถียงมากมายยังรวมถึงการยกเลิกหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายต่อผู้อพยพ หรือ ICE, สนับสนุนให้เรียนฟรีถึงระดับมหาวิทยาลัยของรัฐ และปลดหนี้การศึกษาทั้งหมดให้ชาวอเมริกัน, ขึ้นภาษีสูงถึง 70% สำหรับผู้มีรายได้มากกว่า 10 ล้านดอลลาร์ต่อปี และนำเงินไปอุดหนุนการใช้ไฟฟ้าจากพลังงานทดแทน เพื่อยุติการใช้น้ำมันแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ภายใน 10 ปี (Green New Deal)

นโยบายเหล่านี้ทำให้เธอได้รับการสนับสนุนอย่างล้นหลามจากคนรากหญ้า รวมถึงคนดังอย่างเบอร์นี แซนเดอร์ส และนอม ชอมสกี ปรมาจารย์ด้านภาษา และนักวิชาการชื่อดังหลากหลายสาขาชาวอเมริกัน นอกจากนี้เธอยังสร้างเครือข่ายสหาย AOC ด้วยการจับมือกับเพื่อน ส.ส. หญิงผิวสีที่เห็นด้วยกับแนวทางเดียวกันอีก 3 คน (อิลฮาน โอมาร์, อยันนา เพรสลีย์, ราชิดา ตลาอิบ) เพื่อช่วยกันผลักดันวาระเหล่านี้ทั้งในและนอกสภาฯ

 

ทรัมป์ไล่ออกนอกประเทศ

อย่างไรก็ตาม การจะท้าทายระบอบเก่าแก่อย่างทุนนิยมในอเมริกาได้ไม่ใช่เรื่องง่าย แนวความคิดของเธอถูกต่อต้านอย่างหนักจากนักการเมืองทั้งฝั่งอนุรักษนิยม และฝ่ายเสรีนิยมหลายคนในพรรคเดียวกัน โดยถูกตีตราว่าเป็นแนวคิดสังคมนิยมที่อันตราย และจะเปลี่ยนอเมริกาให้ล่มสลายคล้ายเวเนซุเอลา มากกว่าสแกนดิเนเวีย ถึงขั้นประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เคยไล่ออกนอกประเทศมาแล้ว

“ทำไมพวกเธอไม่กลับไปช่วยแก้ไขดินแดนที่เต็มไปด้วยอาชญากรรมและความแตกแยกอย่างสิ้นเชิงที่พวกเธอจากมา จากนั้นค่อยกลับมาแสดงให้เราดูว่ามันทำอย่างไร ที่เหล่านี้อยากให้เธอไปช่วยใจจะขาด พวกเธอไม่สามารถไปได้รวดเร็วพอหรอก” ทรัมป์ทวีตโจมตี 4 ส.ส. หญิงผิวสีหัวก้าวหน้าในกลุ่มสหาย AOC โดยไม่ระบุชื่อตรงๆ

ข้อความของทรัมป์ถูกตอบโต้อย่างหนักจาก ส.ส. ทั้ง 4 คน โดย AOC ระบุว่าเป็นประโยคคลาสสิกของผู้นิยมลัทธิเหยียดผิว และว่า พวกเธอทั้ง 4 คนเกิดบนแผ่นดินอเมริกา “พวกเราไม่ทิ้งสิ่งที่เรารัก และเมื่อเรารักประเทศนี้ นั่นหมายความว่า เราต้องมาเสนอทางออกเพื่อซ่อมแซมแก้ไขมัน”

ล่าสุดถึงแม้ทรัมป์จะหมดอำนาจการทำหน้าที่ผู้นำประเทศแล้ว และ AOC พร้อมสหายอีก 3 คน ก็ล้วนชนะการเลือกตั้งได้เข้าสภาฯ ต่อไปเป็นสมัยที่ 2 แต่หนทางในการผลักดันนโยบายสังคมนิยมประชาธิปไตยให้เกิดขึ้นในดินแดนมหาอำนาจด้านทุนนิยมของโลกก็ยังไม่ใช่เรื่องง่าย ถึงกระนั้น ด้วยความเป็นคนรุ่นใหม่ที่เปี่ยมไปด้วยพลังและอุดมการณ์ AOC เชื่อว่าความหวังนั้นยังมี

“ถึงที่สุดแล้ว เรากำลังเดินหน้าสู่ความก้าวหน้าในเรื่องนี้ ฉันคิดจริง ๆ ว่า เรากำลังจะได้เห็นวิวัฒนาการในระบบเศรษฐกิจของเราในระดับที่ไม่เคยเจอมาก่อน แต่มันยากที่จะบอกว่าจะไปในทิศทางไหน” ส.ส. สาวดาวรุ่งจากรากหญ้าผู้เขย่าสภฯ และท้าทายอำนาจทุนนิยมอันแข็งแกร่งของอเมริกากล่าวอย่างมีความหวัง

 

เรื่อง: ภานุวัตร เอื้ออุดมชัยสกุล

 

ข้อมูลอ้างอิง:

https://www.standard.co.uk/insider/alexandria-ocasio-cortez-who-in-squad-b46342.html 

https://www.theguardian.com/us-news/2020/nov/03/aoc-wins-election-with-squad-ilhan-omar-rashida-tlaib-ayanna-pressley

https://www.vanityfair.com/news/2020/10/becoming-aoc-cover-story-2020

https://www.theguardian.com/us-news/2020/nov/08/alexandria-ocasio-cortez-ends-truce-by-warning-incompetent-democratic-party

https://www.businessinsider.com/alexandria-ocasio-cortez-explains-what-democratic-socialism-means-2019-3


อดีตนักข่าว ผู้ชื่นชอบการอ่านประวัติบุคคลและสนใจทั้งด้านเศรษฐกิจ การเมือง และกีฬา