Post on 28/10/2020

เจนบุญ ใยมะเดื่อ : เสียงจาก ‘ม็อบเสื้อเหลือง’ ที่เชื่อว่า “เราขัดแย้งกันได้ แค่ต้องใช้เหตุผลคุยกัน”

การชุมนุมในวันที่ 27 ต.ค. 63 บริเวณสวนลุมพินี นับเป็นการเดินทางมาเข้าร่วมการชุมนุมครั้งที่ 2 แล้วในปีนี้ ที่คุณลุง เจนบุญ ใยมะเดื่อ จากจังหวัดกาญจนบุรี ตัดสินใจขับรถมาเข้าร่วม เขาบอกว่าที่จริงแล้วอยากจะมาร่วมให้ได้ทุกครั้ง แต่เพราะอุปสรรคด้านระยะทางและค่าใช้จ่าย จึงเลือกมาเฉพาะนัดหมายที่มองว่าสำคัญเท่านั้น

ลุงเจนบุญเป็นหมอตอกเส้นวัย 59 ปี เขาบอกว่าทุกทีที่มาเข้าร่วมกับม็อบก็มักจะพกอุปกรณ์มาบริการตอกเส้นฟรี ให้กับผู้คนที่มาชุมนุมอยู่เสมอ ลุงบอกว่า ถ้าเป็นการชุมนุมระยะยาวก็ตอกกันแทบไม่ได้พัก คงไม่แปลกอะไร ถ้าเขาจะกลายเป็นที่รู้จักในหมู่มวลชนเสื้อเหลือง (ตลอดเวลาสัมภาษณ์ มีผู้ชุมนุมเดินมาทักทายคุณลุงเป็นระยะ)

“ผมมาตั้งแต่เช้าแล้ว ขับรถมาจากเมืองกาญฯ วันนี้ก็ตั้งใจมาแสดงจุดยืนเพื่อปกป้องสถาบันกับเพื่อน ๆ กับคนที่คิดเหมือนผม”

แม้จะเป็นเพียงครั้งที่ 2 ของปี แต่ที่จริงลุงเจนบุญเป็นขาประจำม็อบมาตั้งแต่ปี 2549 ในการชุมนุมครั้งแรก เขาออกมาร่วมในนามของ กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) เป้าหมายก็เพื่อทำการขับไล่อดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร

“ก่อนหน้านั้นผมก็เลือกทักษิณนะ ที่ออกมาก็เพราะอยากรู้ว่า เขามีอะไรซุกซ่อนอยู่อย่างที่สนธิว่าจริงไหม เพราะตอนนั้นสำนักสันติอโศกก็ออกมา ถ้าคนรู้จักจะรู้ว่าสำนักนี้ เป็นสำนักที่ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ ถ้าเรื่องไม่จริงเขาคงไม่ออกหรอก ผมอยากรู้ก็เลยออกมาฟังข้อมูล ก็ค่อย ๆ รู้ว่ามันน่าจะจริงแล้วล่ะ ตอนนั้นก็ผิดหวังนะ เลยปฏิญาณกับตัวเองไว้ว่า จากนี้ถ้ามีนักการเมืองคนไหน หรือรัฐบาลไหนขี้ฉ้อ หลอกลวง โกงประชาชน ผมจะออกมาไล่ให้หมด ก็เลยชุมนุมมาเรื่อย ๆ ตั้งแต่นั้น”

ก่อนหน้านั้นลุงเจนบุญไม่ได้ทำงานเป็นหมอตอกเส้น เขาทำงานร่วมกับมูลนิธิ รวมถึงเป็นนักเคลื่อนไหวที่ทำกิจกรรมเพื่อสังคมมาแล้วหลายอย่าง ล่าสุดเขาเป็นสมาชิกกลุ่ม “ผีเสื้อกระพือปีก” ที่รวมตัวกันเคลื่อนไหวด้านพลังงานเป็นหลัก ลุงบอกว่าช่วงหลัง ๆ ไม่ค่อยได้ให้ความสนใจเรื่องการเมือง แต่จะเน้นทำงานช่วยเหลือเจาะเป็นประเด็นไป ไม่ว่าจะเป็นเรื่องพลังงาน กัญชา หรือประท้วงสร้างเขื่อน ขอเพียงเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม เขาก็อยากจะเข้าไปช่วย

“ที่จริงหลังจากชุมนุมหลาย ๆ ครั้งเข้า ผมก็เริ่มมองว่ามันไม่ค่อยได้ประโยชน์ พอไล่ฝ่ายนี้ อีกฝั่งก็โกรธ มาไล่อีกฝั่ง อีกฝ่ายก็โกรธแทน ผมมองว่าม็อบของเด็ก ๆ จะไล่ใครก็ไล่ไป แต่ต้องไม่ใช่สถาบัน”

เหตุผลที่ต้องออกมาร่วมชุมนุมกับกลุ่มมวลชนเสื้อเหลืองอีกครั้ง ลุงบอกว่าเป็นเพราะฝั่งของเด็ก ๆ เริ่มดึงเอาสถาบันพระมหากษัตริย์เข้ามาเกี่ยว ทั้งถ้อยคำยั่วยุ หยาบคาย และขาดความรู้ เป็นอะไรที่ทำให้เขาไม่อาจอยู่นิ่งเฉย ลุงบอกว่า ไม่ใช่เพียงแค่ตัวเขาคนเดียว แต่ถ้าเด็ก ๆ ยังทำแบบนี้ คนทั้งประเทศจะออกมากันหมด เพราะพวกเขาไม่อาจทนต่อการหมิ่นสถาบันได้

“คุณจะด่าอะไร เผด็จการก็ด่าไป แต่อย่ามายุ่งกับสถาบัน กษัตริย์เนี่ยเป็นผู้สร้างชาติมาทั้งนั้น ประเทศที่เราอยู่กันมันไม่ใช่แผ่นดินที่เราจะได้มาง่าย ๆ นะ เขาไม่ใช่พวกนักการเมืองที่เอาเงินเข้ากระเป๋าตัวเอง ตั้งแต่เราเกิดมา โตมา เราก็เห็นแล้วว่ากษัตริย์ท่านทำเพื่อแผ่นดินมาโดยตลอด ปกครองกันแบบพ่อปกครองลูก แล้วพ่อที่ไหนจะมาทำร้ายลูก มันไม่มี”

ผ่านมาหลายม็อบ ธรรมชาติของแต่ละการชุมนุม ก็จะมีเป้าหมายต่างกัน อย่างเมื่อก่อนที่เป็นความขัดแย้งเพราะนักการเมือง ลุงบอกว่า เขาไม่เดือดร้อนอะไรเลย ถ้าคนจะเห็นต่าง บางฝ่ายอยากเชียร์ บางฝ่ายอยากไล่ ใครใคร่เชื่อแบบไหนเขาก็ไม่ว่า แต่คราวนี้มันล้ำเส้นไปหน่อย พวกเขาจึงต้องลุกออกมาปกป้อง เพราะหากสถาบันกษัตริย์อยู่ไม่ได้ ชาติก็ล่ม ถ้าชาติล่ม ศาสนาก็อยู่ไม่ได้ มันจะพังกันหมด ดังนั้น คนไทยทุกคนจึงควรออกมาทำหน้าที่ปกป้องสถาบันไม่ให้ถูกล้มล้างไป

ลุงเล่าว่า ไม่ต้องถึงระดับประเทศ ในครอบครัวของเขาเอง ก็มีบ้างที่จะคิดเห็นไม่ตรงกัน มันเป็นเรื่องปกติของสังคมมนุษย์ แต่ความขัดแย้งเหล่านี้ ถ้าอยู่ในระดับที่พอเหมาะ พอดี ไม่ทะเลาะ ด่าทอ และหาเหตุผลมาคุยกันได้ ทุกอย่างก็จะลงตัว นี่คือประชาธิปไตยที่เจริญ ลุงไม่มีปัญหาอะไรเลยกับการชุมนุมโดยสันติ เพียงแค่อยากจะฝากให้ลูกหลานศึกษาประวัติศาสตร์กันสักนิด เพราะเขาอาจจะเกิดไม่ทัน ประเทศเรามีรากเหง้า มีที่มาที่ไปที่น่าภูมิใจมาก หวังว่าหลายคนจะศึกษาเรื่องราวเหล่านี้ ก่อนจะพูดอะไรที่ไม่เป็นผลดีออกมา

“คนไทยช่วงนี้ต้องมีเมตตา เราขัดแย้งกันได้ แต่ต้องคุยกันด้วยเหตุผล ประเทศมันถึงจะเจริญ ลูกหลานที่ออกมาชุมนุมโดยสงบ ปราศจากอาวุธ มันย่อมชุมนุมได้ ก็เอาเหตุเอาผลมากาง ว่าอยากแก้อยากเปลี่ยนอะไร ยังไงรัฐบาลเขาก็รับฟัง เขาทำงานกันอยู่ แต่มาไล่พระมหากษัตริย์มันไม่ใช่ เขาไม่เกี่ยว”

ลุงเจนบุญยืนยันว่า เขาเชื่อว่าความรุนแรงไม่ใช่ทางออกของปัญหา ไม่ว่าจะมาจากฝ่ายไหน เขาอยากให้ทุกฝั่งหันหน้ามาคุยกัน ผู้ใหญ่ก็ฟังเด็กเขาบ้าง ส่วนเด็ก ๆ ก็อย่าเพิ่งยั่วยุ หยาบคาย ถึงอย่างไรทุกคนก็คือคนไทย เรามีความเห็นขัดแย้งกันได้ แต่อย่าไปแบ่งฝักแบ่งฝ่าย เพราะความคิดเห็นที่แตกต่างหลากหลาย จะพาเราไปสู่ประชาธิปไตยที่สมบูรณ์