Post on 13/09/2019

พบกับโฉมใหม่ของ 4 ห้องอาหาร บนชั้น 3 โรงแรมดิ แอทธินี ศูนย์รวมห้องอาหารระดับพรีเมียมของกรุงเทพฯ ทั้งไทย จีน ญี่ปุ่น และฝรั่งเศสแนวใหม่

 โรงแรมดิ แอทธินี โฮเทล แบงค็อก, อะ ลักซ์ชูรี คอลเล็คชั่น โฮเทล กรุงเทพฯ เปิดตัวรูปโฉมใหม่ของ 4 ห้องอาหารบนชั้น 3 ของโรงแรมฯ, หลังปิดปรับปรุงเมื่อเดือนเมษายน ที่ผ่านมา, เพื่อให้เป็นศูนย์รวมห้องอาหารระดับพรีเมียมของกรุงเทพฯ ทั้งไทย จีน ญี่ปุ่น และฝรั่งเศสแนวใหม่

เราเชื่อว่าการที่โรงแรมฯ มีบริการห้องอาหารระดับพรีเมี่ยมหลากหลายประเภท ทั้งไทย จีน ญี่ปุ่น และฝรั่งเศสแนวใหม่ อยู่ในแห่งเดียว จะสามารถดึงดูดใจนักชิมทั้งชาวไทยและต่างชาติที่ชื่นชอบความหลากหลาย และไม่ต้องเสียเวลาเดินทางไปต่างสถานที่คุณชูเลง โก ผู้จัดการทั่วไปของโรงแรม ดิ แอทธินี กล่าว

เราทุ่มทุนมหาศาล ในการปิดห้องอาหารทั้งหมดบนชั้น 3 เพื่อปรับโฉมครั้งยิ่งใหญ่เป็นเวลาถึง 6 เดือนเต็ม อีกทั้งการได้พันธมิตรอย่างเจฟ แรมซีย์ มาร่วมงาน เรามั่นใจว่าจะเป็นที่กล่าวขวัญ และได้รับการตอบรับที่ดีเลิศจากลูกค้าผู้มีโอกาสมาเยือน ทั้งชาวไทยและต่างประเทศ

คุณชูเลง โก ยังกล่าวต่อไปว่า นอกเหนือไปกว่าอาหารที่มีคุณภาพและเต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ที่แปลกใหม่แล้ว โรงแรมยังคงมุ่งเน้นและให้ความสำคัญกับขั้นตอนการผลิตอาหารเพื่อการอนุรักษ์และความยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นนโยบายหลักของโรงแรมมาเป็นเวลาหลายปีแล้ว โรงแรม ดิ แอทธินี จึงเป็นโรงแรมแรกในโลก ที่ได้รับใบประกาศ ISO 20121 ในด้านมาตรฐานการจัดงานนิทรรศการและการประชุม เพื่อความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม จนถึงปัจจุบัน ต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 6 แล้ว

บริเวณชั้น 3 ของโรงแรมดิ แอทธินี โฮเทล แบงค็อก, อะ ลักซ์ชูรี คอลเล็คชั่น โฮเทล กรุงเทพฯ ประกอบด้วยห้องอาหาร 4 ห้อง

ดิ อัลเลียม แบงค็อก (The Allium Bangkok) – ห้องอาหารหลักมี 74 ที่นั่ง บริเวณบาร์ 8 ที่นั่ง และบริเวณชั้นบน ที่สามารถจัดเป็นกรุ๊ปส่วนตัวได้ 38 ที่นั่ง

ร็อกซาน แลงจ์ เชฟสาวจากเนเธอร์แลนด์ ได้เตรียมเมนูอาหารยุโรปชั้นสูง โดยนำเข้าวัตถุดิบคุณภาพดีที่สุด และผลิตผลเกษตรอินทรีย์ที่เพาะปลูกในประเทศ  เมนูเครี่องดื่มค็อกเทลยอดนิยม ใช้เครื่องเทศและสมุนไพรที่ปลูกเองในสวนสมุนไพรของโรงแรมมาเป็นส่วนผสม และ ยังมีไวน์กว่า 200 ชนิด ซึ่งเน้นไวน์โลกเก่า อย่างไวน์จากฝรั่งเศสและอิตาลี พร้อมตัวเลือกที่เน้นความเป็นธรรมชาติ ไวน์ชีวภาพ และไวน์ออร์แกนิก

เดอะ เฮาส์ ออฟ สมูท เคอร์รี่ (The House of Smooth Curry) – ห้องอาหารหลักมี 38 ที่นั่ง ห้องส่วนตัวมี 12 ที่นั่ง และบริเวณระเบียงด้านนอกรับลม 24 ที่นั่ง

เดอะ เฮาส์ ออฟ สมูท เคอร์รี่ ให้บริการอาหารไทยแท้ ๆ จากสี่ภาคของประเทศไทย โดยเชฟมนตรี จิรฐิติกาลกิจ ใช้สูตรอาหารที่เป็นต้นตำรับชาววัง มีจุดเด่นที่ตัวเลือกอันหลากหลายของแกงไทยประเภทต่าง ๆ ที่เป็นรสชาติดั้งเดิมจากทั่วประเทศ ดังนั้น ผัก ข้าว ผลไม้ เครื่องเทศ และสมุนไพร ที่นำมาปรุงอาหารนั้น จึงคัดเลือกมาจากสวนของเกษตรกรไทยที่ทำการเพาะปลูกโดยวิถีเกษตรอินทรีย์ และห้องอาหารเองนั้น ก็มีพืชผักสวนครัวที่ปลูกเอง ในบริเวณโรงแรมฯ อีกด้วย

เดอะ ซิลค์โร้ด (The Silk Road) – ห้องอาหารหลักมี 42 ที่นั่ง และห้องส่วนตัว 5 ห้องสามารถรับรองได้รวม 48 ที่นั่ง

เดอะ ซิลค์โร้ด นำโดย เชฟ เช็ง กัม ซิง ให้บริการอาหารจีนกวางตุ้งสไตล์คลาสสิก แต่แทรกความทันสมัยเข้าไปในขั้นตอนการปรุงอาหาร อาหารแต่ละจานจึงคงความเป็นต้นตำรับ หากแต่ได้รับการปรุงแต่งด้วยเทคนิคสมัยใหม่ อีกทั้งการคัดสรรวัตถุดิบคุณภาพเยี่ยม กลิ่นและรสชาติที่คงความเป็นธรรมชาติ และการนำเสนออาหารทุกจานนั้น จะทำให้ผู้ที่มาลิ้มลองได้ดื่มด่ำประสบการณ์การรับประทานอาหารที่พิเศษสุด

คินสุกิ บาย เจฟ แรมซีย์ (Kintsugi by Jeff Ramsey) – 60 ที่นั่ง แบ่งเป็นในส่วนห้องอาหารหลัก 28 ที่นั่ง บริเวณเคาน์เตอร์ 12 ที่นั่ง และห้องส่วนตัว 2 ห้อง 20 ที่นั่ง

เจฟ แรมซีย์ เชฟหนุ่มลูกครึ่งญี่ปุ่นอเมริกัน นำเสนออาหารญี่ปุ่นแบบไคเซกิ (ต้นตำรับอาหารชุด) ในรูปแบบใหม่ หากแต่ยังคงรักษาแก่นแท้ดั้งเดิมของอาหารได้อย่างชาญฉลาด  เชฟแรมซีย์และภริยาชาวญี่ปุ่นของเขาอาศัยอยู่ทางฝั่งตะวันตกของญี่ปุ่น เมนูของคินสุกิจึงเน้นวัตถุดิบที่มาจากแถบนี้โดยเฉพาะ และนำมาผสมผสานกับวัตถุดิบในประเทศไทย ปรัชญาของคินสุกิ เป็นที่มาของแนวคิดหลักของห้องอาหาร โดยเน้นความสำคัญของการเชื่อมโยงวัฒนธรรมผ่านทางอาหาร


The People

กองบรรณาธิการ

Related

Bon Iver ศิลปินอินดี้โฟล์กชื่อดัง เตรียมเปิดโชว์ครั้งแรกในไทย 15 มกราคมนี้

Green Day กลับมาเขย่าฮอลล์อีกครั้งกับคอนเสิร์ตใหญ่ในไทย 11 มีนาคม นี้

“คาคาชิ” ขอเสนอ “ข้าวหน้าล้นหมูสุกี้ยากี้” ถึงรสถึงชาติสุกี้ญี่ปุ่น เสิร์ฟล้น ๆ อร่อยจุใจ !!!  

BNK48 เปิดตัววงน้องสาว CGM48 ณ เชียงใหม่ ได้ อิซึรินะ เป็น ผู้จัดการวง – ออม กัปตันวง!!

อาร์ทออฟไทม์ และ เกษรวิลเลจ จัดนิทรรศการนาฬิกาสุดเอ็กซ์คลูซีฟ “BANGKOK INDEPENDENT WATCHMAKING EXHIBITION 2019”

เจสัน มราซ ถึงไทยแล้ว เตรียมมอบโชว์สนุก ๆ ใน Good Vibes Tour

Karma Klique เตรียมตัวจัดงาน Karma Koncrete ด้วยธีมปาร์ตี้ในโกดัง

กลับมาแล้วจ้า มาร่วมกันค้นพบสมมุติฐานความสนุกห้องทดลองการฟังเพลงกับ “Fungjai Lab 2”