Post on 17/12/2018

อันธพาล-ท่านชาย-เจ้าป่า-เข้าเมือง: 4 ปรากฎการณ์ “เจษฎาภรณ์ ผลดี”

“พี่ติ๊กเป็นอมตะหรือเปล่าคะ”

นี่คือหนึ่งในคำถามผ่านตาในกระทู้ทางเว็บไซต์ดังแห่งหนึ่ง เปรียบเปรยถึงหน้าตารูปลักษณ์ที่ยังคงเดิม รวมทั้งสถานะดาราของพี่ติ๊ก – เจษฎาภรณ์ ผลดี ที่ไม่มีเสื่อมคลายมาตลอดเวลา 20 ปี นับตั้งแต่แจ้งเกิดจากหนังเรื่อง “2499 อันธพาลครองเมือง” ในปี 2540 จนถึงปัจจุบัน สำหรับผู้เขียน การที่พี่ติ๊กรักษาระดับความนิยมต่อเนื่องมั่นคงขนาดนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เลย แต่ก็ไม่ใช่เรื่องมหัศจรรย์อภินิหาร ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นผลของการทำงานหนัก วางแผน และเข้าใจโลกของสื่อที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา

The People จึงขอชวนผู้อ่านกลับไปดูเส้นทางสายบันเทิงของพี่ติ๊กตั้งแต่ต้นจนปัจจุบัน ว่าเขาปรับตัวเองจากนักแสดงดาวรุ่ง มาสู่การเป็นนักแสดงเบอร์ต้นๆ เพียงไม่กี่คน ที่ใช้ทุกแพลตฟอร์มของสื่อ เล่นกับกระแส สร้างฐานแฟนรุ่นใหม่ๆ เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในตลอดเวลาที่ผ่านมาได้อย่างไร

1.“เป็นเมียเรา ต้องอดทน” – 2499 อันธพาลครองเมือง (หนัง)

ย้อนไปไม่ไกลมากครับ ซัก 21 ปีก่อนนี่เอง ยุคนั้นต้องนับว่าเป็นยุคหนังไทยซบเซา คนไม่เข้าโรงดูหนังไทย เฝ้าหน้าจอทีวีดูละครสนุกกว่าเยอะ ต้นตอของปัญหาคือทุนสร้างและคุณภาพหนังไทยตกต่ำลงเรื่อยๆ เนื้อหาซ้ำซาก (รัก/วัยรุ่น/ผี) สวนทางกับราคาเครื่องเล่นวิดีโอที่ถูกลง และร้านเช่าวิดีโอเฟื่องฟูสุดขีดเต็มบ้านเมือง คนมีทางเลือกมากขึ้น คำว่ารักหนังไทยคงยังไม่พอ ภาพรวมวงการหนังไทยเลยดิ่งเหวไม่เห็นก้นหลุม พอๆ กับสภาพเศรษฐกิจช่วงนั้น

จนกระทั่งหนังเรื่อง “2499 อันธพาลครองเมือง” ออกฉาย ที่พลิกโฉมวงการหนังไทยโดยแท้จริง ตั้งแต่บทต้องเสร็จสมบูรณ์ก่อนถ่าย มีเวลาเตรียมงาน ลงทุนออกแบบโปรดักชั่น และไม่พึ่งดาราเลย แถมยังเป็นหนัง “พีเรียด” ที่ต้องลงทุนกว่าปกติ ความกล้าอีกประการคือการเลือกปั้นนักแสดงหนุ่มวัยรุ่นหน้าใหม่ยกแผง 5 คน นำโดย เจษฎาภรณ์ ผลดี รับบท “แดง ไบเล่” นักเลงหนุ่มผู้เคยมีตัวตนจริงในช่วงยุคก่อนพุทธศักราช 2500 สร้างตำนานยกพวกตีกันใน “ศึกสิบสามห้าง” หรือถนนสิบสามห้างย่านบางลำพู

หนังออกแบบให้ทั้งเสื้อผ้า หน้าผม ฉากหลัง แอคติ้ง คำพูดคำจา เป็นแฟชั่นหมด ทุกฉากที่เหล่าพระเอกปรากฎตัวจะทั้งเท่และน่าจดจำ โดยเฉพาะ แดง ไบเล่ ที่มีบทพูดอมตะว่า “เป็นเมียเราต้องอดทน” บวกกับเสน่ห์ดิบๆ เนี้ยบๆ เฉพาะตัวของ เจษฎาภรณ์ ผลดี แจ้งเกิดทั้งตัวพี่ติ๊กเองและตัวหนังจนดังระเบิด ทำรายได้สูงสุดเป็นประวัติศาสตร์หนังไทยในปีนั้นถึง 75 ล้านบาท (ยุคที่ค่าตั๋วหนังยังไม่ถึง 100 บาท ช่วงราคาระหว่าง 40-80 บาท)

หนุ่มๆ วัยรุ่นยุค 2540 ทุกคน อยากจะหล่อเท่แบบ เจษฎาภรณ์ ใน 2499 มากๆ ถึงขั้นมี “คอสเพลย์” แดง ไบเล่ ก๊อปปี้ทั้งทรงผมและการแต่งกายสไตล์พี่ติ๊กกันทั่วบ้านทั่วเมือง

2.“ท่านชาย” – ปริศนา, เลือดขัตติยา, วนิดา (ละคร)

พี่ติ๊กยังมีบทบาทในหนังดังๆ อีกหลายเรื่อง ทั้งรับเชิญเรียกเสียงกรี๊ดสาวๆ ใน 303 กลัว/กล้า/อาฆาต, รับบทนำใน สตรีเหล็ก ทั้ง 2 ภาค แต่การยืนระยะยาวนานจนถึงปัจจุบันนั้น ส่วนสำคัญคือบทบาทในละครเรื่องดัง 3 เรื่อง 3 ยุค ที่กินระยะเวลาจากเรื่องแรกจนถึงเรื่องหลัง 10 ปีพอดี ได้แก่ ปริศนา (2543) เลือดขัตติยา (2546) และ วนิดา (2553)

สิ่งที่น่าสนใจคือ ละครดังทั้ง 3 เรื่องล้วนมีจุดร่วมเดียวกันคือ เป็นละครพีเรียดทั้งสิ้น บทของพี่ติ๊กในทั้ง 3 เรื่องก็มีลักษณะคล้ายๆ กัน เป็นสุภาพบุรุษ ให้เกียรติผู้หญิง มียศถาบรรดาศักดิ์ และมีอุปสรรคความรักต่างชนชั้น อันเป็นแบบฉบับคลาสสิคของพระเอกนิยายไทย น่าสนใจว่าพี่ติ๊กกลายเป็นแฟนตาซีของบทประเภทนี้อยู่นาน อาจด้วยหน้าตา รูปร่าง ท่วงท่าการพูดจาที่เข้าปากกับบทละครพีเรียด ทั้งยังมีเสน่ห์ในเครื่องแบบ ทำให้ชวนนึกถึงนักแสดงรุ่นพี่อย่าง ฉัตรชัย เปล่งพาณิชย์ ที่มีเคมี “เหมาะ” กับบทพีเรียดเป็นพิเศษเช่นเดียวกัน

แต่ก็มีผลกระทบเล็กน้อย ตรงเมื่อต้องมาเล่นละครคอเมดี้ปัจจุบันอย่าง “นางสาวจริงใจ กับ นายแสนดี” หรือซิทคอม “รักริทึ่ม” ดูจะไม่ได้รับความนิยมเท่า ในช่วงหลังมีเพียงละครเรื่อง “อย่าลืมฉัน” (2557) ที่ได้รับความนิยมสูงกว่าเรื่องอื่นๆ เป็นเพราะบทเขมชาติ แม้จะยังคงภาพ “ท่านชาย” อย่างที่คนดูคุ้นชินพี่ติ๊ก แต่ก็แตกต่างตรงเป็นผู้ชายปากร้าย ไม่ตรงกับใจ ซึ่งทำให้คนดูทั้งเห็นใจและสงสารตัวละครนี้ไปพร้อมๆ กัน

ความโด่งดังในละครเรื่องดังๆ ข้างต้น ทำให้พี่ติ๊กสลัดภาพ “วัยรุ่น” ใน 2499ฯ หรือในหนังไทยเรื่องอื่นๆ จนหมดสิ้น และบทบาท “ท่านชาย” เหล่านี้เอง ที่ทำให้พี่ติ๊กมีช่วงผลงานแสดงที่ยาวนาน และมีงานผ่านตาคนดูเป็นประจำในระดับปีละ 1-2 เรื่อง ไม่มากไม่น้อยเกินไปและไม่นานเกินคนดูจะลืม แม้จะมีช่วงเว้นจากละครไป 3 ปี (วนิดา จนถึง รักนี้ชั่วนิรันดร์ ปี 2556) แต่ก็มีงานหนังมาทดแทน (ปืนใหญ่จอมสลัด, ปาฏิหาริย์รักต่างพันธุ์, รักฉันอย่าคิดถึงฉัน, ยอดมนุษย์เงินเดือน)

จนคนดูไม่เคยรู้สึกว่าแกหายไปไหน พี่มาในทุกจังหวะที่คนคิดถึงพอดี

3.“วันหนึ่งพี่ติ๊กเดินเข้าป่า” – เนวิเกเตอร์ (รายการโทรทัศน์)

รายการเนวิเกเตอร์เริ่มออกอากาศในปี 2548 เท่าที่ผู้เขียนจำได้คือเป็นรายการออนแอร์ทางช่อง 3 ในทุกช่วงเช้าวันหยุดนักขัตฤกษ์ โดยมีพี่ติ๊กพาคนดูบุกป่าตะลุยเขาลุยน้ำตก เป็นรายการที่พี่ติ๊กทำกันเองกับน้องชาย (พิเชษฐ์ไชย ผลดี) พี่ติ๊กเป็นพิธีกรเอง

บางครั้งพี่ติ๊กก็ปล่อยผมยาวเซอร์ๆ เห็นแกใส่เสื้อซาฟารีกางเกงลายพรางลุยดินลุยโคลน บางครั้งได้เห็นแกแบกขาตั้งกล้อง, ขับรถกระบะลุยเอง ช่วงแรกๆ ที่รายการออกอากาศคนถึงกับฮือฮาเพราะผิดภาพจำที่คนดูคุ้นชินตัวพี่แก แต่ไปๆ มาๆ ในที่สุดด้วยความน่าสนใจของตัวรายการเอง พี่ติ๊กในท่าทีสบายๆ เป็นกันเอง เดินบุกบั่นเข้าถึงสถานที่และแหล่งข้อมูลบุคคลที่ล้วนเป็นคนในพื้นที่จริงๆ พูดคุยและทำความเข้าใจแทนคนดูด้วยคำถามง่ายๆ ชาวบ้านดูแล้วเข้าใจ ตอบข้อสงสัยได้ครบ

ทำให้พี่ติ๊กสลัดภาพ “ท่านชาย” ในละครออกได้หมด และเป็นที่มาของฉายา “เจ้าป่า” จากรายการนี้นี่เอง

** ปัจจุบัน รายการเนวิเกเตอร์ มีให้ดูย้อนหลังครบทุกเทปทาง http://navigatortiktun.com/onair/ และ Chanel Youtube ชื่อ Navigator จุดสังเกตง่ายๆ คือรูปโปรไฟล์เป็นหน้าพี่ติ๊กเลยครับ

4.“น้องคนไหนที่กำลังร้องไห้อยู่..ไม่ต้องร้องแล้วนะคะ” – เจ้าป่าเข้าเมือง (โซเชียลมีเดีย)

รายการออนไลน์ที่เพิ่งปล่อยเทปแรกไปเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ไอเดียคือการเอา “เจ้าป่า” ตัวตนพี่ติ๊กจริงๆ แบบที่เคยเห็นในรายการเนวิเกเตอร์ เข้ามาอยู่ใน “เมือง” เดินห้าง, แต่งตัวใส่สูท, ไปออกงานอีเว้นท์ ฯลฯ แบบที่เคยเห็นในละครที่แกชอบเล่นบ่อยๆ!! คอนเซปต์รายการจึงแข็งแรงมากๆ เหมือนเอาเจษฎาภรณ์ 2 เวอร์ชั่นที่คนดูรู้จักมาชนกัน

ส่วนที่น่าสนใจคือรายการนี้เล่นกับกระแสของสื่อโซเชียลเรื่อยๆ ทำให้พี่ติ๊ก “เกาะติด” ฐานแฟนรุ่นกลาง รวมถึงสร้างรุ่นใหม่ที่เป็นคนเล่นโซเชียลส่วนใหญ่ได้มากขึ้น เหมือนเป็นช่องทางให้พี่ติ๊กได้สื่อสารกับแฟนๆ โดยตรง หาที่ทางอยู่ในกระแสได้โดยไม่เสียทั้งภาพลักษณ์ของ “ท่านชาย” ในละคร และ “เจ้าป่า” แห่งนาวิเกเตอร์ แถมโบนัสคือแฟนๆ ได้เห็นตัวตนนอกเวลางานของพี่ติ๊กอีกด้วย อีกทั้งยังจุดกระแสให้ดารา-นักแสดงคนอื่น มีรายการทำนองนี้ของตัวเองทางโซเชียลเช่นกัน

เทปแรกสุด “เจ้าป่าเข้าเมือง” EP1. ถึงปัจจุบันมียอดชม 2.5 ล้านครั้ง ยอดแชร์ 4 หมื่นกว่าคน

ล่าสุดคลิป “ขอส่งกำลังใจให้น้องๆ BNK48” ที่ออนไลน์ทางเพจ “เจ้าป่าเข้าเมือง” ซึ่งพี่ติ๊กได้ออกมาให้กำลังใจน้องวี BNK48 ถึงกระแสวิจารณ์ในโลกโซเชียล ลำพังคลิปนี้ปัจจุบันทำยอดชมไปแล้ว 1.7 ล้านครั้ง และยอดแชร์ 2 หมื่นกว่าคน!

นี่ไม่ใช่แค่เจ้าป่าเข้าเมืองแล้ว แต่เป็นเจ้าป่าเข้าโลกโซเชียล!!

เรื่อง: ชาญชนะ หอมทรัพย์

ภาพ: เพจ Navigator


นักเขียนรับเชิญ

นักเขียนรับเชิญที่ The People เชิญมาแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และนำเสนอบทความตามความสนใจ

Related

เร็ตสึโกะ แพนด้าแดงจอมกราดเกรี้ยวผู้เป็นภาพแทนของพนักงานออฟฟิศ

ไมเคิล แจ็กสัน 10 ปีแห่งการจากไป ของ ‘King of Pop’ ผู้มีหัวใจเยาว์วัยตลอดกาล

“เต้าหู้ยี้” เพลงเสียดสีจัดตั้ง ครม. ปี 2538 ที่ผ่านไปกี่ปีก็ยังใช้ได้เสมอ

ฟลี มือเบสสุดเก๋าจากวง Red Hot Chili Peppers ร็อคสตาร์ที่ใช้เวลากว่าครึ่งชีวิตต่อสู้กับยาเสพติด

วิคตอร์ อูโก กับคนค่อมที่เคยปกปักรักษามหาวิหารนอเทรอดาม

จอร์แดน พีล ดาวตลกผู้สร้างความสยองรูปแบบใหม่ในฮอลลีวูด

The Secret Life of Pets 2 ความลับคือความรัก เรารักสัตว์ และสัตว์ก็รักเรา

มีมันไม่มีกูเว้ย ! ย้อนความรักแสนขมวง Bee Gees บทเรียนของพี่น้องที่กัดกันแทบตาย สุดท้ายต้องจากกันด้วยน้ำตา