Post on 10/07/2019

จอห์นนี คิตากาวะ ชายผู้มอบความฝันให้ชายหนุ่ม (และหญิงสาว) ชาวญี่ปุ่นมากกว่า 50 ปี

เวลา 55 ปี นั้นยาวนานเกินครึ่งศตวรรษ หากจะมีใครมีอิทธิพลและผลงานอย่างต่อเนื่องขนาดนี้ เขาผู้นั้นคู่ควรกับคำว่า “ตำนาน”

และถ้าหากชายผู้นั้นเป็นเจ้าของสถิติกินเนสส์บุ๊กผู้ที่โปรดิวซ์งานคอนเสิร์ตมากที่สุดในโลก แถมยังควบตำแหน่งเจ้าของสถิติโลกในด้านการมีส่วนร่วมในการส่งเพลงขึ้นชาร์ตอันดับที่ 1 มากที่สุดในโลกในคนเดียว คุณจะเรียกเขาว่าอย่างไร อัจฉริยะ เจ้าพ่อ ผู้มีอิทธิพล หรือผู้ควบคุมโลกบันเทิง?

เขาคือ “จอห์น ฮิโรมุ คิตากาวะ” หรือที่รู้จักกันในชื่อ จอห์นนี คิตากาวะ ผู้ก่อตั้งค่ายบันเทิงของเหล่าไอดอลชายที่ทรงอิทธิพลมากที่สุดในญี่ปุ่นนามว่า Johnny & Associates ที่ผลิตบอยแบนด์ประดับวงการญี่ปุ่นมารุ่นสู่รุ่น หากคุณอยู่ในยุค 1980 เขาคือผู้อยู่เบื้องหลัง Tanokin Trion และ โชเนนไต ที่โด่งดัง หากคุณเป็นวัยรุ่นในยุค 90 ยุคที่ J-pop ยังครองตลาดในไทยเขาคือคนที่ปลุกปั้น “ไอดอลแห่งชาติ” SMAP เป็นตัวชูโรงในยุคที่นิตยสาร J-Spy ยังวางขายในประเทศไทย และถ้าคุณอยู่ในยุคมิลเลนเนียม ARASHI, KAT-TUN และ “ทักกี” ฮิเดอากิ ทาคิซาวะ ต่างเคยมายึดครองใจแฟน ๆ สาวในไทยและทั่วเอเชียมาแล้ว

จอห์นนี เป็นลูกครึ่ง ญี่ปุ่น-อเมริกา ที่เกิดก่อนยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่ลอส แองเจลิส ก่อนที่จะย้ายกลับมาอยู่ที่ญี่ปุ่นกับครอบครัวในปี 1933 พ่อของเขาเป็นนักบวชในศาสนาพุทธ (พุทธของญี่ปุ่นพระสามารถมีครอบครัวได้) ชีวิตของเขานั้นพเนจรระหว่างสองประเทศนี้อยู่บ่อยครั้ง โดยงานแรกที่จอห์นนีเริ่มทำก็คือการเข้าทำงานในสถานทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศญี่ปุ่น ในยุคที่ญี่ปุ่นพ่ายแพ้สงครามครั้งที่ 2 และอยู่ภายใต้การปกครองของสหรัฐฯ ในช่วงต้นทศวรรษ 1950

แต่เหมือนพระเจ้าขีดเขียนว่าคนที่มีพรสวรรค์อย่างเขาควรจะไปได้ไกลกว่านี้ วันหนึ่งขณะที่เขากำลังเดินอยู่ในสวนสาธารณะโยโยกิที่โตเกียว เขาพบกับกลุ่มเด็กหนุ่มที่กำลังเล่นเบสบอลอยู่ และได้ชักชวนให้เด็กกลุ่มนั้นลองมาทำอะไรที่แปลกใหม่อย่างการมาฝึกร้องเพลง การแสดงและเต้นรำ โดยเขาจะเป็นผู้จัดการให้ โดยตั้งชื่อกลุ่มนี้ว่า The Johnnies ซึ่งต่อมาได้ก้าวขึ้นมาเป็นกลุ่มศิลปินป๊อปชายล้วนกลุ่มแรกของญี่ปุ่นและประสบความสำเร็จ นี่คือสายตาที่แหลมคมของจอห์นนี

เมื่อมีก้าวแรกที่สวยงามเขาจึงได้ก่อตั้งบริษัทผลิต “ทาเลนโตะ”(กลุ่มศิลปินที่สามารถทำงานได้หลากหลายในวงการบันเทิง) หรือกลุ่มศิลปินที่มีความสามารถรอบด้าน ทั้งการร้องเพลง การเต้น การแสดง และการเล่นดนตรีในนาม Johnny & Associates ขึ้นในปี 1962 และศิลปินกลุ่มต่อมาที่เขาผลักดันทำให้ชื่อของเขาถูกจับตาในวงการบันเทิงญี่ปุ่นนั้นก็คือ Four Leaves ที่ประสบความสำเร็จอย่างเป็นปรากฏการณ์ จนได้รับเชิญไปในเทศกาลดนตรีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น Kōhaku Uta Gassen ทาง NHK ช่วงเวลานั้นเขาเริ่มทรงอิทธิพลในวงการบันเทิงมากขึ้นเรื่อย ๆ ก่อนที่จะยุบวงครั้งแรกไปในปี 1978 (กลับมารวมตัวอีกครั้งในปี 2002-2009)

สไตล์การทำงานของจอห์นนีนั้น มักจะให้ผลงานพูดออกมาในตัวมันเองโดยปรากฏตัวออกสื่อน้อยครั้งมาก เรามักจะได้ยินเรื่องราวของเขาจากปากคำของศิลปินในค่ายและภาพแอบถ่ายจากปาปารัสซีมากกว่าการตั้งโต๊ะแถลงข่าว ส่วนเรื่องการจัดการทางธุรกิจบันเทิง จอห์นนีถือว่าเป็นคนที่แหลมคมมีลูกล่อลูกชนอย่างแพรวพราว เป็นนักปั้นที่ยอดเยี่ยม และยังเป็นนักกฎหมายที่ชาญฉลาด สัญญาทางกฎหมายของเขากับศิลปินจะถูกทำขึ้นอย่างรัดกุม จนหลายครั้งก็กลายเป็นดรามาเรื่องสัญญาที่ผูกขาดกับศิลปินที่โด่งดังและอยากจะแยกตัวออกจากค่ายไป

อิทธิพลของจอห์นนี ว่ากันว่า เขาสามารถกำหนดได้ว่าถ้าหากงานไหนต้องการศิลปินเบอร์ใหญ่ในเครือของเขาไปร่วมงาน บางทีก็อาจจะขอให้ไม่เอาศิลปินคู่แข่งในค่ายอื่นมาร่วมงานด้วย แสดงถึงความเป็น “ขาใหญ่” ของเขาในวงการได้เป็นอย่างดี และอีกเอกลักษณ์หนึ่งที่มักจะเห็นก็คือจอห์นนีมักจะชอบพูดภาษาญี่ปุ่นที่แทรกคำอังกฤษซึ่งถือว่าเป็นเรื่องแปลกใหม่ในวงการบันเทิงญี่ปุ่น

จอห์นนี คิตากาวะ ภาพจากสำนักข่าว NHK

ในด้านการทำงาน ระบบการฝึกของจอห์นนีถือว่าโหดหินมาก ใช้ระบบรุ่นพี่รุ่นน้องเพื่อให้เกิดการเคารพซึ่งกันและกัน บางคนเป็นศิลปินฝึกหัดตั้งแต่เป็นเด็กชายโดยจะเน้นจากการเต้นเป็นหลัก เพราะเชื่อว่าเมื่อโตขึ้นเสียงแตกหนุ่มอาจจะมีความเพี้ยนแล้วค่อยไปเน้นไปฝึกร้องอีกครั้งหนึ่ง โดยมักจะคัดเด็กผู้ชายมาตั้งแต่อายุน้อยมาก ๆ หรือที่รู้จักในนาม “จอห์นนี จูเนียร์” มาฝึกร้อง ฝึกเต้นอย่างจริงจัง และคุมเข้มไปถึงพฤติกรรมของศิลปินในค่ายไม่ให้มีเรื่องอื้อฉาว เช่น การออกเดท เพราะศิลปินไอดอลชายนั้นมีส่วนการสร้างจินตนาการให้กับสาว ๆ ถ้าหากมีแฟนแล้วอาจจะกระทบต่อความนิยมโดยเฉพาะกลุ่มที่ยังอยู่ในวัยรุ่น และไอดอลห้ามรับของจากแฟน ๆ และที่แปลกประหลาดที่สุดก็คือกฎการห้ามถ่ายรูปไอดอลของทางค่าย

เรื่องนี้เป็นเรื่องในเชิงธุรกิจ จอห์นนีมองว่าภาพของศิลปินไอดอลของค่ายนั้นมีมูลค่าในตัวของมันเอง ดังนั้นห้ามนำภาพไปใช้ในทุกกรณี เมื่อยุคก่อนหน้านี้หากรายการทางโทรทัศน์จะใช้ภาพศิลปินของค่ายจอห์นนีต้องรีทัชให้เห็นเป็นเงาดำ ๆ เบลอ ๆ หรือถ้าเป็นภาพร่วมกับศิลปินค่ายอื่นก็จะถูกเบลอเป็นเงาดำ ๆ เฉพาะส่วนศิลปินของค่ายจนเป็นที่ประหลาดใจ กฎนี้เพิ่งมีการผ่อนปรนไปเมื่อปี 2018 ที่เพิ่งจะยอมให้สื่อมวลชนใช้ภาพศิลปินในค่ายได้ แต่ก็ยังตั้งกฎมากมายเช่นลงได้แค่ 3 ภาพต่อ 1 สำนักข่าว และห้ามส่งต่อรูปให้เว็บไซต์อื่น ๆ ที่ไม่ได้มาร่วมงานแถลงของทางค่าย เรียกได้ว่าแม้โลกจะเปลี่ยนไปแต่จอห์นนีนั้นเป็นผู้กำหนดวงการบันเทิงของญี่ปุ่นอย่างแท้จริง เพราะสิ่งหนึ่งที่ค่ายจอห์นนีฯ เหนียวแน่นมากก็คือ การมีรายการโทรทัศน์ของศิลปินในค่าย และค่อนข้างไม่ให้ความสำคัญกับโลกออนไลน์ ดังนั้นการอนุญาตให้ใช้ภาพของศิลปินในค่ายช้ากว่าค่ายอื่น ๆ หลายปี จึงถูกค่ายอื่นแบ่งเค้กของตลาดไอดอลชายไปบางส่วนเช่นกัน

ธุรกิจของจอห์นนีประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก เขาเป็นหนึ่งในต้นกำเนิดแนวคิดที่ว่า “สินค้าอะไรก็ตามที่เกี่ยวกับไอดอลล้วนขายได้” เราจะได้เห็นผลิตภัณฑ์ตั้งแต่เครื่องเขียน รูปถ่ายโฟโต้เซต กระติกน้ำ สมุดภาพ ฯลฯ ออกมาเรียกเงินจากแฟน ๆ อย่างต่อเนื่อง เรียกได้ว่าหัวการตลาดทำให้เขาหาเงินได้เป็นกอบเป็นกำ

แต่นอกจากมุมสว่างแล้วจอห์นนีเองก็ยังมีมุมมืด ทั้งในเรื่องกรณีผลประโยชน์ที่ไม่ลงตัวระหว่างทางค่ายและศิลปิน และยังเคยต้องต่อสู้คดีที่มีคนกล่าวหาว่ามีสัมพันธ์กับศิลปินชายในค่ายจนต้องเป็นเรื่องฟ้องร้องกับนิตยสารที่กล่าวหา ซึ่งกว่าจะผ่านเรื่องไปได้ก็ในปี 2004

หลังจากคดีดังกล่าวจอห์นนีเริ่มเก็บตัวมากขึ้นแต่ก็ยังผลักดันศิลปินใหม่ ๆ เข้าสู่วงการเช่น KAT-TUN ก่อนที่เริ่มมีข่าวลือเกี่ยวกับเรื่องสุขภาพที่เสื่อมโทรมตามอายุ จนในปี 2019 ได้มีการส่งไม้ต่อให้กับเด็กปั้นที่จอห์นนีรักมากที่สุดคนหนึ่งอย่าง “ทักกี” ที่เคยโด่งดังในฐานะศิลปินดูโอ Tackey&Tsubasa เข้ามารับช่วงเป็นประธานบริษัท Johnny’s Island Company ดูแลกลุ่มศิลปินฝึกหัดโดยเปิดตัวไปช่วงมกราคมที่ผ่านมา ส่วนงานอีกส่วน แมรี คิตากาวะ พี่สาวของจอห์นนี และ จูลี คิตากาวะ ลูกสาวของแมรีเป็นคนช่วยดูแล ท่ามกลางข่าวการเข้ารักษาตัว จนในที่สุดชายผู้เป็นตำนานของญี่ปุ่นได้จากไปด้วยอาการเลือดออกใต้เยื่อหุ้มสมองชั้นกลางในวันที่ 9 กรกฎาคม 2019

ไม่ผิดนักหากจะมีคำกล่าวว่าถ้าหาก “อากิพี” อากิโมโตะ ยาสุชิ ผู้ก่อตั้งไอดอลกรุ๊ปหญิงทั้ง Onyanko Club, 48Group และ Sakamichi Series คือ “ชายผู้มอบความฝันให้กับหญิงสาวในญี่ปุ่น” แล้วล่ะก็ จอห์นนี คิตากาวะ ก็คือ “ชายที่มอบความฝันให้กับชายหนุ่มมาตลอด 50 ปี” เช่นเดียวกัน

ที่มา:

https://aramajapan.com/news/johnny-associates-lifts-ban-online-images/84776/?fbclid=IwAR0bfKD14DZebgFz-4rw2FIqkQi-GNZ5ceaT-cUr-XU2z-_d7p4NfGs2vUA

https://aramajapan.com/aramaexclusive/featured/hideaki-takizawa-becomes-president-of-new-company-johnnys-island/94756/?fbclid=IwAR1DwDgExJkUAU6SEhftGgE41x-NzS-0oG4aDog51nZC3ALzUnDZ3CDQcBI

http://guinnessworldrecords.com/news/2012/12/johnny-kitagawa-most-1-acts-produced-by-an-individual-46316?fbclid=IwAR1GZ4QDrS3K8pSGHIR6rwz_ULrsi2Yx0-VcHj6QlOWOKtQiZnEIeJBGlmw

https://www.japantimes.co.jp/culture/2019/07/09/music/johnny-kitagawa-dead-87/?fbclid=IwAR1GZ4QDrS3K8pSGHIR6rwz_ULrsi2Yx0-VcHj6QlOWOKtQiZnEIeJBGlmw#.XSWCR-szbIU

http://gaijinhan.com/2016/01/21/mary-kitagawa%E2%80%95the-woman-behind-smaps-public-execution/
.
เรื่อง: พิเชฐ ยิ่งเกียรติคุณ


นักเขียนรับเชิญ

นักเขียนรับเชิญที่ The People เชิญมาแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และนำเสนอบทความตามความสนใจ