Post on 11/09/2020

มาร์ซี บอร์เดอร์ส หญิงสาวในภาพ ‘Dust Lady’ ผู้รอดชีวิตจากเหตุการณ์ 9/11

วันที่ 11 กันยายน เมื่อ 19 ปีก่อน ควรเป็นเพียงวันธรรมดา ๆ ที่ ‘มาร์ซี บอร์เดอร์ส’ (Marcy Borders) ตื่นเช้าไปทำงานที่ Bank of America ที่อาคารเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ ฝั่งเหนือ เธอเพิ่งจะเริ่มทำงานที่นี่เป็นเดือนแรก กำลังอยู่ในช่วงปรับตัว และดูเหมือนจะทำได้ดี จนไม่มีทางคิดเลยว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นในวันนี้จะเปลี่ยนชีวิตของเธอไปตลอด

ช่วงเช้าของวันธรรมดา ๆ ที่เธอมองเห็นท้องฟ้าปลอดโปร่งได้จากชั้น 81 กลายเป็นความโกลาหล เมื่ออยู่ดี ๆ ก็มีเสียงระเบิดดังขึ้น พื้นที่เธอยืนอยู่เริ่มสั่นไหว และกลิ่นควันไฟเริ่มโชยมาเข้าจมูก บอร์เดอร์สให้สัมภาษณ์ว่า เธอยังจำภาพข้าวของเครื่องใช้สำนักงาน รวมถึงคนเป็น ๆ ปลิวไปนอกหน้าต่างได้ดี

และนั่นก็คือเหตุการณ์ วินาศกรรม 11 กันยายน หรือ 9/11 (ไนน์วันวัน) ที่หลายคนรู้จัก การโจมตีพลีชีพครั้งประวัติศาสตร์ของกลุ่มก่อการร้ายจากตะวันออกกลาง “อัลกออิดะฮ์” ที่เริ่มจากการจี้เครื่องบิน 4 ลำ และนำทางเครื่องบิน 2 ลำไปพุ่งเข้าชนตึกแฝด (ลำที่ 3 ไปชนอาคารเพนตากอน รัฐเวอร์จิเนีย ส่วนอีกลำตกในทุ่งใกล้กับแชงค์วิลล์ รัฐเพนซิลเวเนีย)

ระหว่างหนีเอาชีวิตรอดจากเปลวเพลิงที่ลุกลามอาคารเวิลด์เทรด บอร์เดอร์สหกล้มขณะวิ่งหาทางออก แต่ก็พาตัวเองมาถึงบันไดหนีไฟของตึกเหนือจนได้ ตอนนั้นมีผู้คนมากมายกำลังเบียดเสียดเพื่อลงบันไดอยู่ก่อน เธอยังจำได้ว่าหลายคนบาดเจ็บที่ศีรษะ บางคนมีเศษเหล็กแทงอยู่บนร่าง บางคนแขนมีรอยไหม้ แต่นักดับเพลิงที่พยายามจะช่วยดับไฟก็เอาแต่ตะโกนว่า “วิ่ง! วิ่งต่อไป! อย่าหันหลังกลับ!”

ตอนนั้นบอร์เดอร์สไม่เข้าใจสถานการณ์แม้แต่น้อย แต่เพราะตึกกำลังสั่น และเธอรู้ว่ามันไม่ปลอดภัย เธอจึงรีบวิ่งผ่านควันไฟและหนีมายังชั้นล่างได้สำเร็จ ตอนนั้นเองที่เครื่องบินลำที่สองพุ่งเข้าชนตึกเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ ฝั่งใต้ ภาพที่เธอเห็นหลังจากรอดจากสถานการณ์นั้นมาได้ คือตึกที่สองถล่มลงมาแทบจะทันที และทำให้มีฝุ่นควันจำนวนมากลอยมาปกคลุมคนที่อยู่ชั้นล่าง

“ตอนนั้นฉันเพิ่งจะหนีลงมาข้างล่างและกำลังหอบเหนื่อย ทุกครั้งที่หายใจเข้าไปมันเหมือนฉันสูดฝุ่นพวกนั้นเข้าไปเต็มปอด ฉันทั้งสำลักและหายใจไม่ออก แต่ก็พยายามพูดกับตัวเองว่า ฉันไม่อยากตาย ไม่อยากตายตอนนี้”

บอร์เดอร์สได้รับความช่วยเหลือจากชายคนหนึ่งที่เธอไม่เห็นหน้า เธอไม่รู้ว่าเขาเป็นคนธรรมดาหรือเป็นเจ้าหน้าที่ เพราะตอนนั้นฝุ่นปกคลุมทั่วไปหมดทั้งชั้น เขาพาเธอออกนอกตัวตึก และพาไปหลบยังที่ปลอดภัยซึ่งก็คือล็อบบี้ของตึกข้าง ๆ ตอนนั้นเองที่ร่างกายซึ่งเต็มไปด้วยฝุ่นของเธอ ถูก สแตน ฮอนดะ ช่างภาพจากสำนักข่าว AFP ถ่ายไว้

“ผู้หญิงคนนี้มีฝุ่นปกคลุมทั่วตัวไปหมด ผมมีโอกาสเก็บภาพเธอได้แค่ช็อตเดียวเท่านั้น ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะพาเธอไปหาที่หลบ” ฮอนดะให้สัมภาษณ์ แต่แค่ภาพเดียวก็เพียงพอแล้ว เพราะหลังจากเผยแพร่ออกไป มันก็กลายเป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์ของเหตุการณ์ 9/11 เช่นเดียวกับภาพโศกนาฏกรรมอีกหลาย ๆ ภาพ

ตอนนั้นชาวอเมริกันต่างเรียกขานเธอว่า ‘Dust Lady’ ทั้งที่แทบไม่มีใครรู้เลยว่าหญิงสาวที่อยู่ในภาพคือใคร เพราะฮอนดะไม่มีโอกาสได้ถามชื่อ แต่ผลลัพธ์ที่เกิดกับบอร์เดอร์สก็คือ เธอต้องรับมือกับอาการซึมเศร้ารุนแรง ไม่มีงานทำ ติดเหล้า ไม่สามารถเลี้ยงดูลูกสองคนได้อีก

เพื่อน ๆ ของบอร์เดอร์สบอกว่า เธอค่อย ๆ ถอยห่างจากคนรอบตัวไปเรื่อย ๆ ไม่ยอมกินข้าว และรู้สึกหวาดกลัวทุกครั้งที่เห็นเครื่องบิน

บอร์เดอร์สต้องใช้ชีวิตด้วยอาการแบบนั้นอยู่เกือบ 10 ปี ก่อนจะค่อย ๆ ดีขึ้นเพราะตัดสินใจเข้ารับการบำบัด ในปี 2011 หลังได้สิทธิการดูแลบุตรกลับคืนมา เธอก็ต้องมาฟังข่าวร้ายจากปากแพทย์ที่บอกว่า เธอเป็นมะเร็งในช่องท้อง ซึ่งเธอมองว่า มันเป็นผลต่อเนื่องจากเหตุการณ์ 9/11

“ไม่อยากจะเชื่อ” บอร์เดอร์ส บอก ทั้งที่เธอรอดจากการสังหารของบิน ลาเดน มาได้ แต่กลับต้องมาตายเพราะสิ่งที่เขาทิ้งไว้ แถมที่น่ารำคาญใจคือ เธอยังคงเห็นภาพตัวเองปกคลุมไปด้วยฝุ่น วนกลับมาหลอกหลอนในทุกวันที่ 11 กันยายนอีก บอร์เดอร์สให้สัมภาษณ์กับ Jersey Journal หนังสือพิมพ์ท้องถิ่นไว้ว่า “ฉันพยายามไม่กลับไปมองภาพนั้น เพราะมันทำให้รู้สึกเหมือนฉันเป็นเหยื่อ” บอร์เดอร์สเล่า “ฉันไม่อยากเป็นเหยื่อ ฉันคือผู้รอดชีวิต”

แม้จะพูดเช่นนั้น แต่เธอก็เสียชีวิตในวัย 42 ปี เมื่อวันจันทร์ที่ 23 สิงหาคม 2016 ด้วยโรคมะเร็งกระเพาะอาหาร

พิษร้ายของเหตุการณ์ 9/11 ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตเกือบ 3,000 ราย ไม่ได้ทำร้ายแค่เพียงผู้คนในวันนั้น มันยังคงตามหลอกหลอนผู้คนในเหตุการณ์ที่รอดมาได้ ทำร้ายทั้งสุขภาพกาย สุขภาพจิต และทำให้หลายชีวิตยังต้องรักษาตัวจากอาการ PTSD หรือบางคนก็ต้องมีชีวิตใหม่กับอวัยวะเทียมที่เข้ามาแทนบางสิ่งที่พวกเขาสูญเสีย

แต่ไม่ว่าจะอยู่ในเหตุการณ์จริง หรือดูข่าวจากที่บ้าน เหตุการณ์ครั้งนั้นก็ยังเป็นบาดแผลในใจของชาวอเมริกันมาจนถึงตอนนี้ และยังไม่มีที่ท่าว่าจะเยียวยาได้ง่าย ๆ

 

 

ที่มา
https://www.theguardian.com/us-news/2015/sep/21/911-dust-lady-marcy-borders-depression-rehab-back-from-the-brink-then-a-final-bombshell 
https://www.voanews.com/usa/dust-lady-iconic-911-photo-dies-cancer 
https://www.washingtonpost.com/news/morning-mix/wp/2015/08/26/911-dust-lady-marcy-borders-featured-in-haunting-photo-dies-of-cancer/ 


Related

ผู้ใหญ่บ้านสมบัติ ยกเชื้อ กับการสร้างความมั่นคงให้ผู้คนอิ่มท้อง อิ่มใจ และขยายความสุขไปไกลกว่าในหมู่บ้าน

แอน มาโคซินสกี้ ฮีโรสาวที่กอบกู้โลกนี้ด้วยไฟฉายมือหมุน

ประเทศมหาอำนาจ ส่องวาทะผู้นำ พาพลเมืองโลกฝ่าวิกฤตโควิด-19

โลกนี้ไม่ได้มีแต่ “พี่ตูน” ที่วิ่งเพื่อคนอื่น ก่อนหน้านี้มีคน “ไม่สำคัญ” คนไหนบ้างที่วิ่งเปลี่ยนโลก

คุยกับสมพงค์ สระแก้ว กับประเด็นแรงงานข้ามชาติในวันที่โควิด-19 ระบาดครั้งที่สอง

วิชชุลดา ปัณฑรานุวงศ์: เปลี่ยนโลกสวยด้วยขยะ เพราะศิลปะมีมากกว่าเพ้นติ้ง

ปริญญา ช่วยเกตุ คีรีรัตน์ ส.ส. ผู้พิการรายแรกของไทย ที่ไม่อยากให้คิดว่า การดูแลผู้พิการคือการสงเคราะห์

บิลลี อายลิช ทีนไอดอล ที่ไม่ขออยู่ ๆ เงียบต่อความอยุติธรรม