Post on 30/07/2021

แอรอน โมเรโน : เมื่อโควิด-19 ทำให้แม่ตกงาน เด็กชายวัย 8 ขวบจึงพลิกวิกฤตของครอบครัวด้วยการขายต้นไม้

มิถุนายน 2020 ช่วงที่โควิด-19 สร้างความป่วยไข้ทั้งด้านร่างกายและเศรษฐกิจจนหลายคนต้องสูญเสียรายได้ เช่นเดียวกับ เบเรนิซ ปาเชโก้ (Berenice Pacheco) คุณแม่เลี้ยงเดี่ยวที่ตกงานในลอสเองเจลิส สหรัฐอเมริกา แต่แล้ววันหนึ่งลูกชายวัย 8 ขวบของเธอได้เริ่มนำต้นไม้ไปขาย จนสามารถพาครอบครัวในโรงเก็บของเล็ก ๆ ย้ายไปอยู่ในอะพาร์ตเมนต์ได้ ทั้งยังสามารถซื้อตั๋วเครื่องบินพาลูกสาวคนโตจากเม็กซิโกกลับมาอยู่ด้วยกันอย่างพร้อมหน้า ซึ่งเหตุการณ์ทั้งหมดนี้มีจุดเริ่มต้นมาจากประโยค

“แม่ครับผมอยากกินชีโตส”

แอรอน โมเรโน (Aaron Moreno) คือชื่อของเด็กน้อยวัยแปดขวบคนนี้ เขาเคยอ้อนขอแม่ให้ซื้อขนม เช่นเดียวกับเด็กทั่วไปเมื่อเห็นขนมรสโปรดเรียงรายอยู่บนชั้นวาง

“มันแค่ 3 ดอลลาร์เท่านั้น แต่เมื่อคุณมีลูก แต่ไม่มีงาน 3 ดอลลาร์นี้ก็มีค่าต่างออกไป” 

แม่ของแอรอน กล่าวกับ CNN เมื่อปี 2020 เธอคือคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวที่ต้องดูแลลูกสองคน และเป็นแรงงานข้ามชาติที่ไม่มีเอกสารรับรอง (an undocumented person) การตกงานของเธอจึงไม่ได้รับความคุ้มครองและเยียวยาตามกฎหมาย พวกเขาจึงต้องย้ายออกมาอาศัยในโรงเก็บของเล็ก ๆ ที่ต้องนอนรวมกันสามคน และกินอาหารอย่างทูน่ากระป๋องเป็นประจำ เพราะไม่มีครัวสำหรับทำอาหาร

“ในโรงเก็บของนี้อากาศร้อนและแออัด ผมไม่ชอบเลย” อารอนบอกกับ CNN “ผมอยากเริ่มทำสวนของผม แม่จะได้ไม่ต้องเครียด เพราะผมไม่อยากเห็นแม่ลำบาก”

แอรอนเล่าถึงไอเดียการขายต้นไม้ที่เริ่มต้นขึ้นในวันที่เขาอยากกินขนมชีโตส แต่แทนที่แม่จะดุแอรอนแล้วบอกให้อดใจไว้ก่อน เธอกลับบอกลูกว่า ถ้าเขาต้องการสิ่งนี้จะต้องนำเงินไปทำอะไรบางอย่างเพื่อสร้างรายได้ให้เพิ่มขึ้น 

แอรอนจึงพยายามหาวิธีซื้อขนมโดยไม่รบกวนเงินแม่ เขานึกถึงสิ่งที่สนใจอยู่ก่อนหน้า นั่นคือ ‘ต้นไม้’ โดยเฉพาะต้นว่านหางจระเข้ที่เขาชอบเป็นพิเศษ เพราะแม่มักจะใช้พืชชนิดนี้มาทาแผลจากยุงกัดให้เขาอยู่บ่อย ๆ 

แอรอนเสนอไอเดียกับคุณแม่ ซึ่งเธอไม่ได้หัวเราะเยาะไอเดียของเด็กน้อยแต่อย่างใด หากนำเงินที่เหลืออยู่เพียง 12 ดอลลาร์มอบให้ลูกไปเป็นต้นทุน แอรอนจึงนำเงินส่วนนี้ไปเลือกซื้อพืชอวบน้ำ (Succulent) อย่างกุหลาบหิน ว่านหางจระเข้มาขายให้เพื่อนบ้านแถว ๆ นั้น โดยเริ่มจากต้นไม้เพียง 8 ต้นและทำกำไรได้ 4 ดอลลาร์ 

เด็กน้อยดีใจเพราะในที่สุดเขาก็ได้กินชีโตสอย่างที่หวัง แต่แล้วก็เริ่มคิดได้ว่า เขาอาจจะหาเงินได้มากกว่านี้ ช่วยแม่ได้มากกว่านี้ ถ้านำเงินที่ได้ไปซื้อต้นไม้แล้วขายต่อไปเรื่อย ๆ 

นั่นทำให้ช่วงเดือนมิถุนายน 2020 ทุก ๆ หกโมงเช้า สองแม่ลูกจะนั่งรถบัสออกไปเลือกต้นไม้ด้วยกัน ขณะที่แม่ของแอรอนไปทำงานพาร์ทไทม์ เขาจะช่วยขายต้นไม้อยู่หน้าที่พักของตัวเอง บ้างก็เป็นโต๊ะเล็ก ๆ ตั้งขายตามสถานที่ต่าง ๆ รายได้ของทั้งคู่จึงเพิ่มขึ้นช้า ๆ จนกระทั่งเพื่อนของปาเชโก้เห็นความตั้งใจของเด็กน้อย จึงช่วยระดมทุนจากเว็บไซต์ GoFundMe บวกกับการเปิดอินสตาแกรมแอคเคาทน์ของแอรอนเพื่อขายต้นไม้ ทำให้เรื่องราวของเขากลายเป็นไวรัลและมีคนสั่งซื้อต้นไม้เข้ามาอย่างล้นหลาม 

กระทั่งพฤศจิกายน 2020 เงินจากงานพาร์ทไทม์ของแม่ การขายต้นไม้ของแอรอน และการระดมทุนในเว็บไซต์ GoFundMe ทำให้พวกเขามีเงินเพียงพอจะย้ายจากโรงเก็บของเล็ก ๆ ไปอยู่ที่อพาร์ตเมนต์ และมีรถเป็นของตัวเอง แต่แอรอนไม่ได้หยุดเพียงเท่านั้น เขาใช้โรงรถเป็นสวนเพาะพันธุ์ต้นไม้และขยายกิจการต่อไป เขายังคงนำต้นไม้ออกไปขายตามปกติ จนวันหนึ่งมีชายใจดีแวะมาซื้อต้นไม้กับแอรอน แล้วบริจาคเงิน 1,000 ดอลลาร์ให้กับเขา 

เด็กน้อยจึงนำเงินส่วนนี้ไปซื้อของขวัญที่ดีที่สุดสำหรับครอบครัว นั่นคือตั๋วเครื่องบินให้พี่สาววัยสิบขวบกลับมายังสหรัฐฯ เพราะสองปีก่อนหน้าครอบครัวของพวกเขามีปัญหาด้านการเงิน แม่จึงส่งพี่สาวของแอรอนไปอยู่กับตายายที่เม็กซิโก และในวันนี้ สมาชิกทั้ง 4 คนก็ได้กลับมาอยู่ด้วยกันอย่างพร้อมหน้าอีกครั้งโดยไม่ต้องอยู่อย่างขัดสนอีกต่อไป

แม้เรื่องราวของแอรอนจะจบลงอย่างสวยงามราวกับเทพนิยาย แต่เชื่อว่าเบื้องหลังสิ่งที่สรุปมาเพียงไม่กี่บรรทัดนี้ จะซ่อนความยากลำบากและรายละเอียดเล็กน้อยที่ไม่อาจบรรยายได้ทั้งหมด กว่าพวกเขาจะพบกับแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ 

“ในที่สุดเราก็สามารถบอกลาโรงเก็บของนี้ได้ สถานที่ที่สอนให้เราอดทนและขอบคุณในสิ่งเล็กน้อย เพื่อที่พระเจ้าจะทรงอวยพรเรา ด้วยสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่า…โรงเก็บของแห่งนี้สอนให้เรารู้ว่า บ้านสามารถเป็นได้หลายอย่าง แต่ครอบครัวยังคงเป็นสิ่งเดียวที่พร้อมจะผ่านร้อนผ่านหนาวไปด้วยกัน” ปาโชเก้ให้สัมภาษณ์กับ faithpot 

หากย้อนไปในวันที่นอนเบียดกันบนเตียงเล็ก ๆ วันที่เธอต้องพยายามกลั้นน้ำตาเพราะกลัวลูกได้ยินเสียงร้องไห้ แต่ใครจะรู้เล่าว่าแง่คิดสั้น ๆ กับเงินแค่ไม่ดอลลาร์ที่เธอมอบให้ลูกชายในวันนั้นจะพาครอบครัวมาไกลได้ขนาดนี้

 

ที่มา

https://edition.cnn.com/2020/11/23/us/aarons-garden-family-moves-shed-apartment-trnd/index.html

https://hiplatina.com/aaron-moreno-plant-business-family/

https://www.insideedition.com/los-angeles-8-year-old-living-with-family-in-shed-starts-plant-business-that-helps-them-secure

https://www.faithpot.com/aaron-moreno-plants/

https://people.com/human-interest/boy-8-who-started-business-during-pandemic-helps-raise-money-to-move-family-from-shed-to-apartment/

https://mymodernmet.com/aarons-garden/

 

ที่มาภาพ https://www.instagram.com/aaronsgarden/


มนุษย์ friendly introvert ที่มีสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจ คือ ลาเต้เย็น การเดินเล่น และหนังสือมูราคามิ

Related

จอห์น ลูซินกู: นายแพทย์แทนซาเนียผู้ค้นคว้าวัคซีนจากการป่วยเป็นมาลาเรียกว่า 50 ครั้ง

จุรีพร ตรีนนทสกุล: ปลัดอำเภอสาวสามจังหวัดชายแดนใต้ ผู้กลับมาพัฒนาบ้านเกิด

ชำนาญ สิงห์ขร: กำนันผู้พัฒนาชุมชนต้นแบบด้วยการเริ่มแยกขยะมานานกว่าทศวรรษ

การแชร์ภาพคนตาย บทเรียนจากการฟ้องร้องกรณีแชร์ภาพ โคบี ไบรอันต์ ฮ. ตก

มาร์ซี บอร์เดอร์ส หญิงสาวในภาพ ‘Dust Lady’ ผู้รอดชีวิตจากเหตุการณ์ 9/11

เฮนรี โกลเกา: นักออกแบบผู้แก้ปัญหาน้ำและไฟในชิลี ด้วยนวัตกรรมโซลาร์เซลล์

พระพยอม กลฺยาโณ พระนักพัฒนา ครีเอทีฟทางธรรม และวิบากกรรม “โฉนดถุงกล้วยแขก”

ผศ.อรรถพล อนันตวรสกุล ห้องเรียนประชาธิปไตย กับการศึกษาที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง