Post on 01/02/2021

อะเดล: เบื้องหลังความโกรธระคนเศร้าใน ‘Rolling in the Deep’ และอัลบั้ม ‘21’ ที่ขายดีที่สุดในศตวรรษที่ 21

“ไม่อยากจะเชื่อเลย! สุขสันต์วันเกิดอายุ 10 ขวบ เพื่อนยาก! มันตลกดีที่ฉันจำได้ถึงประสบการณ์และความรู้สึกเมื่อสิบปีก่อนได้นิดหน่อยเท่านั้น แต่ฉันขอขอบคุณทุกคนจากก้นบึ้งของหัวใจที่พาพวกเราเข้าไปอยู่ในชีวิตของพวกคุณ และใช้เพลงของฉันเป็นเพลงประกอบช่วงหนึ่งในชีวิตของพวกคุณ”

 

นี่คือแคปชั่นของภาพอัลบั้ม 21 ที่อะเดลได้โพสต์ลงในอินสตาแกรมส่วนตัว เนื่องในโอกาสที่อัลบั้มชุดที่ 2 ของเธอที่มีชื่อว่า ‘21’ มีอายุครบ 10 ปี อัลบั้มนี้คืออัลบั้มที่ทำให้คนทั้งโลกได้รู้จักกับอะเดล ด้วยยอดขายกว่า 31 ล้านยูนิตทั่วโลก สูงที่สุดในศตวรรษที่ 21 โดย 3 ซิงเกิลแรกของอัลบั้มนี้ สามารถขึ้นอันดับ 1 บนชาร์ตบิลบอร์ด ฮอต 100 (ฺBillboard Hot 100) ได้สำเร็จ ได้แก่ ‘Rolling in the Deep’ (7 สัปดาห์), ‘Someone Like You’ (5 สัปดาห์) และ ‘Set Fire to the Rain’ (2 สัปดาห์) 

 

นอกจากนี้อัลบั้ม 21 ยังสามารถพาเธอคว้ารางวัลแกรมมี่ อวอร์ดส์ ครั้งที่ 54 (the 54th annual Grammy Awards) มาครองได้ถึง 6 รางวัล ไม่เพียงแค่นั้น อัลบั้มนี้ยังเป็นเจ้าของสถิติอัลบั้มของศิลปินหญิงที่อยู่บนชาร์ตบิลบอร์ด 200 (Billboard 200) นานที่สุดถึง 497 สัปดาห์ และเป็นอัลบั้มรูปแบบดิจิทัลที่มียอดขายสูงสุดในสหรัฐอเมริกาและสหราชอาณาจักรอีกด้วย ด้วยความสำเร็จขนาดนี้จึงทำให้อะเดลก้าวขึ้นเป็นศิลปินชั้นแนวหน้าของโลกในเวลาอันรวดเร็ว และส่งผลให้อัลบั้ม 19 อัลบั้มชุดแรกของเธอกลับมาขายดี จนมียอดขายกว่า 6.5 ล้านยูนิตทั่วโลก

 

ความสำเร็จของอะเดล ศิลปินแหวกกระแส

 

24 มกราคม 2011 อัลบั้ม 21 วางแผงในสหราชอาณาจักรและยุโรป หลังจากนั้นในวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2011 ได้วางแผงในสหรัฐอเมริกา ท่ามกลางกระแสเพลง EDM ที่กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในขณะนั้น เพลงของอะเดลกลับแตกต่างออกไป ด้วยน้ำเสียงที่ทรงพลังผสมผสานกับดนตรีแนวบลูส์และโซลอย่างลงตัว 

 

ริชาร์ด รัสเซลล์ (Richard Russell) ผู้ก่อตั้งค่าย XL Recordings ต้นสังกัดของอะเดล กล่าวว่าภาพลักษณ์ของเธอที่แตกต่างจากศิลปินคนอื่นนั้นคือสิ่งที่ทำให้อะเดลประสบความสำเร็จ 

 

“ทั้งหมดของอะเดลคืองานเพลงชั้นเลิศ มีแต่เรื่องเพลงเท่านั้น ไม่มีลูกเล่นอื่น ๆ ไม่ได้เอาภาพลักษณ์ทางเพศมาขาย ตอนนี้อะเดลได้สร้างปรากฏการณ์ให้เกิดขึ้นทั่วโลกด้วยบทเพลงและพรสวรรค์ของเธอ”

 

อะเดลเคยให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับการที่เธอไม่ขายภาพลักษณ์เซ็กซี่กับ Q Magazine ว่า “ถ้าคุณมีของให้โชว์แล้วมันเข้ากับเพลงของคุณ ก็โชว์ไปเถอะ แต่ฉันนึกภาพนึกถึงตัวเองมีปืนที่ยิงวิปครีมออกมาจากหน้าอกตัวเองไม่ออกเลย” เธออ้างถึงมิวสิกวิดีโอเพลง California Gurls ของ เคที เพอร์รี (Katy Perry) เธอไม่ได้ปฏิเสธแนวทางการขายเรือนร่างของอุตสาหกรรมดนตรี เพียงแต่เธอไม่ได้ทำสิ่งนั้น

 

เพลงของอะเดลนั้นมาพร้อมกับน้ำเสียงที่ทรงพลังและส่งอารมณ์ให้กับผู้ฟังอย่างเต็มที่ รวมกับเนื้อหาเรียบง่าย ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ แต่กรีดลึกไปถึงขั้วหัวใจและดนตรีที่หนักแน่นผ่านการบันทึกเสียงมาอย่างดี พลังเสียงของเธอเวลาที่เธอแสดงสดนั้นมีคุณภาพไม่แตกต่างจากเสียงในแผ่น จึงไม่ใช่เรื่องยากที่ผู้ฟังจะชื่นชอบเพลงของเธอ 

 

ตัวเลข 21 ที่เป็นที่มาของชื่ออัลบั้มนั้นมาจากอายุของเธอที่เริ่มทำอัลบั้มนี้ เช่นเดียวกับอัลบั้มอื่น ๆ ของเธอที่นำอายุมาใช้ในการตั้งชื่ออัลบั้ม ทั้ง ‘19’ อัลบั้มแรกในชีวิตของเธอ และ ‘25’ อัลบั้มชุดที่ 3 ของเธอที่ออกมาในปี 2015

 

“21 นั้นแตกต่างจาก 19 อยู่ ถึงทั้งสองอัลบั้มจะพูดเรื่องเดียวกัน แต่ก็เป็นมุมมองที่ต่างกันไป ตอนนี้ฉันจัดการกับสิ่งต่าง ๆ ได้ดีขึ้น ฉันมีความอดทนมากขึ้น ฉันให้อภัยมากขึ้น และตระหนักถึงข้อบกพร่องของตัวเองมากขึ้น ฉันคิดว่าสิ่งเหล่านี้มันมาพร้อมกับอายุที่เพิ่มมากขึ้น ดังนั้นฉันจึงตั้งชื่ออัลบั้มนี้ว่า 21 อัลบั้มนี้จึงเปรียบเสมือนกับอัลบั้มรูปภาพที่คุณจะเห็นพัฒนาการและความเปลี่ยนแปลงของตัวฉันในตลอดหลายปีที่ผ่านมา ที่จริงฉันพยายามนึกชื่ออื่น ๆ ที่เหมาะกับอัลบั้มนี้นะ แต่มันไม่มีชื่อไหนเหมาะไปกว่า 21 อีกแล้ว”

 

ขวบปีที่ 21 ความโกรธระคนเศร้าที่ถูกเล่าผ่านเพลง

 

ย้อนกลับไปในช่วงเมษายนปี 2009 อะเดลในวัย 20 ปีที่ชีวิตดูสวยงามและประสบความสำเร็จทั้งในด้านความรักและหน้าที่การงาน เธอกำลังคบหาดูใจกับแฟนหนุ่มที่อายุมากกว่า 10 ปี อีกทั้งเธอกำลังเป็นที่รู้จักจากอัลบั้ม 19 และชนะรางวัลแกรมมี่ในสาขาศิลปินหน้าใหม่ยอดเยี่ยม (Best New Artist) สปอตไลท์กำลังส่องมาที่เธอ แต่แฟนหนุ่มของเธอดูจะไม่พอใจที่เธอกลายเป็นคนดัง เขาไม่เคยปรากฏตัวต่อหน้าสื่อหรือให้ถ่ายรูปเลยสักครั้ง ไม่นานความสัมพันธ์ของทั้งคู่เริ่มแย่ลงเรื่อย ๆ และต้องเลิกรากันไปในที่สุด แต่แทนที่เธอจะนั่งจมปลักอยู่กับความเสียใจ ความรู้สึกเศร้าและผิดหวังเหล่านั้นกลับกลายมาเป็นวัตถุดิบชั้นดีในการทำอัลบั้มใหม่

 

“ฉันได้ทำในสิ่งที่ไม่คิดไม่ฝันว่าจะได้ทำ ถ้าฉันไม่ได้พบกับเขา ฉันยังคงเป็นเด็กสาวไร้เดียงสาอายุ 18 เท่านั้นแหละ และสิ่งที่ดีที่สุด คือตอนนี้ฉันรู้แล้วว่าตัวฉันเองต้องการอะไร” อะเดลให้สัมภาษณ์กับนิตยสารโว้ก โดยยอมรับว่าแฟนเก่าของเธอมีอิทธิพลต่อการสร้างสรรค์อัลบั้ม 21

 

อะเดลใช้เวลาเพียง 3 เดือนในการเขียนเพลงในอัลบั้ม 21 สลับไปมาระหว่างการดื่มเหล้าและสูบบุหรี่ เห็นได้ชัดว่าในช่วงนั้นเธอกำลังเผชิญหน้ากับความโศกเศร้าและกลั่นกรองมันออกมาเป็นบทเพลงที่ได้รับอิทธิพลจากแนวเพลงเซาเทิร์น บลู (Southern Blue)

 

อะเดลเริ่มอัดเพลง ‘Rolling in the Deep’ หลังจากที่เธอเลิกรากับแฟนเก่าของเธอได้เพียงแค่วันเดียว โดยโจนาธาน ดิกกินส์ (Jonathan Dickins) ผู้จัดการของเธอได้แนะนำให้เธอทำงานกับ พอล เอ็ปเวิร์ธ (Paul Epworth) โปรดิวเซอร์และนักแต่งเพลงที่เธอไม่เคยร่วมงานด้วยมาก่อน ซึ่งเคมีของทั้งคู่เข้ากันได้ดีอย่างไม่น่าเชื่อ 

 

หากเป็นโปรดิวเซอร์คนอื่นที่เห็นสภาพของอะเดลในตอนนั้น คงส่งเธอกลับบ้านไปนอนร้องไห้แล้ว แต่ไม่ใช่สำหรับพอล เขากระตุ้นให้อะเดลสร้างสรรค์ผลงานที่น่าเหลือเชื่อออกมา “ฉันบอกพอลว่าฉันไม่ได้รู้สึกโกรธเลย ฉันพร้อมจะฆ่าเขาแล้ว แต่ฉันเอาแต่ร้องไห้ ฉันเลยบอกพอลว่า งั้นเรามาแต่งเพลงบัลลาดกันเถอะ แต่พอลบอกว่า โอ้! ไม่เด็ดขาด ผมอยากทำเพลงเฟียซ ๆ แบบนังตัวแสบ (bitch)

 

“ตอนที่ฉันโกรธ ฉันรู้สึกได้ถึงความเดือดดาลภายในใจฉัน เลือดมันสูบฉีดแล่นพล่านไปทั่วร่าง ฉันบอกพอลว่า ฉันได้ยินเสียงหัวใจตัวเอง ดังนั้นจังหวะของ Rolling in the Deep ก็คือจังหวะหัวใจของฉันเอง” 

 

เธอยังกล่าวต่อถึงความหมายของเนื้อเพลงนี้ไว้ว่า “มันเป็นปฏิกิริยาของฉันเวลาที่มีคนบอกว่า ถ้าเธอโสด ชีวิตของเธอจะต้องน่าเบื่อ เดียวดาย และไร้ค่ามาก ฉันจะกลายเป็นคนอ่อนแอในที่สุด มันเป็นการดูถูกฉันอย่างมาก ฉันเลยเขียนเพลงนี้ตอบโต้ไปว่า ช่างแม่มสิ”

 

นอกจาก Rolling in the Deep แล้ว ยังมี ‘Rumor Has It’ อีกเพลงที่อะเดลเขียนขึ้นด้วยความเกรี้ยวโกรธแบบนังตัวแสบ (bitch) โดยได้ไรอัน เท็ดเดอร์ (Ryan Tedder) นักร้องนำวงวันรีพับลิก (OneRepublic) มาร่วมแต่ง ซึ่งเพลงนี้ได้แรงบันดาลใจมาจากเพื่อนของเธอ 

 

“หลายคนอาจจะคิดว่าเพลงนี้ฉันหมายถึงนิตยสารกอสซิป หนังสือพิมพ์ หรือบล็อกข่าวซุบซิบ แต่ไม่ใช่ มันหมายถึงเพื่อนของฉันเอง พวกเขาเชื่อในสิ่งที่เขาได้ยินเกี่ยวกับฉัน มันทำให้ฉันเซอร์ไพรส์นะ”

 

ส่วนซิงเกิลที่ 3 อย่าง ‘Set Fire to the Rain’ แม้ว่าเธอได้รับแรงบันดาลใจมาจากการที่เธอพยายามจุดไฟแช็กเพื่อสูบบุหรี่ขณะที่ฝนตก แต่กลับเป็นเพลงอกหักที่มีความหมายแยบคายและลึกซึ้ง “เพลงนี้เป็นเพลงที่พยายามจะกำจัดความเจ็บปวดในความสัมพันธ์ เหมือนเป็นเพลงที่ทำให้ช่วยหลุดพ้น เพราะเมื่อคุณเลิกกับใครสักคน เขาจากไปแล้ว แต่เขารู้ว่าคุณยังรักเขาอยู่ เขาจึงมาเล่นกับความรู้สึกของคุณ ทำให้คุณเป็นของตาย มูฟออนไม่ได้สักที เพลงนี้ช่วยให้คุณจัดการกับมันได้ และบอกเขาไปว่า ไปให้พ้นเลย”

 

Never mind, I’ll find someone like you.

 

ท่ามกลางความโกรธระคนเศร้าที่อบอวลอยู่ในอัลบั้ม 21 แทร็กสุดท้ายในอัลบั้มนี้ที่ชื่อว่า ‘Someone Like You’ กลับเป็นเพลงบัลลาดสุดกินใจ ที่แสดงความอ่อนไหวและเปราะบางของอะเดลออกมาอย่างไม่ปิดบัง 

 

“ฉันแต่งเพลงนี้เพราะฉันเหนื่อยกับการรับบทนังตัวแสบแบบเพลง ‘Rolling in the Deep’ หรือ ‘Rumor Has It’ แล้ว ที่จริงฉันยังคงเสียใจและขมขื่นอยู่ เขายังคงเป็นหนึ่งในคนที่สำคัญที่สุดในชีวิตของฉัน และฉันต้องเขียนเพลงแบบ ‘Someone Like You’ เพื่อให้ฉันรู้สึกดีกับตัวเอง และช่วงเวลาสองปีที่ฉันใช้อยู่กับเขา” 

 

แน่นอนว่าเนื้อเพลงนี้หมายถึงคนรักเก่าของเธอ หลังจากเขาเลิกกับเธอได้ไม่กี่เดือน เธอได้รับข่าวว่าเขาได้เข้าพิธีหมั้นกับคนอื่น

 

“เราจริงจังกับความสัมพันธ์นี้มาก ฉันเคยคิดว่าเราจะแต่งงานกัน แต่เขาไม่เคยต้องการเลย ดัังนั้นเมื่อฉันรู้ว่าเขาไปหมั้นกับคนอื่น ฉันเลยรู้สึกแย่มาก มันเป็นความรู้สึกที่แย่ที่สุดในชีวิต แต่เมื่อฉันได้แต่งเพลงนี้ออกมา มันทำให้ฉันได้ปลดปล่อย ฉันไม่เคยคิดเลยว่ามันจะกลายเป็นเพลงดังไปทั่วโลก ฉันว่าฉันคงจะแต่งเพลงแบบนี้ไม่ได้อีกแล้วละ”

 

นอกจาก 4 เพลงข้างต้นแล้ว ในอัลบั้ม 21 ยังอุดมไปด้วยเพลงเพราะหลากหลายจังหวะ ไม่ว่าจะเป็น Turning Tables, Don’t You Remember, He Won’t Go, Take It All, I’ll Be Waiting, One and Only และ Love Song ที่สามารถฟังฆ่าเวลาได้ในทุกโอกาส ทุกช่วงเวลา จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่อัลบั้มนี้จะได้รับการยกย่องจากสื่อหลายสำนักทั้ง บิลบอร์ด (Billboard) โรลลิ่งสโตน (Rolling Stone) นิตยสารไทม์ (Time) ล้วนยกให้อัลบั้ม 21 เป็นอัลบั้มแห่งปี 2011 และเป็นหนึ่งในอัลบั้มที่ดีที่สุดของทศวรรษ 2010

 

ในปี 2015 เธอได้กลับมาทวงบัลลังก์อีกครั้งด้วยอัลบั้มชุดที่ 3 ชื่อว่า ‘25’ และซิงเกิลแรกของอัลบั้มอย่าง ‘Hello’ ได้สร้างปรากฏการณ์มากมายเช่นเดิม ทั้งในแง่ยอดขาย คำวิจารณ์ และรางวัล ส่วนงานเพลงใหม่ของเธอ แม้ว่าจะมีข่าวลือออกมาหลายระลอกตั้งแต่ปีที่แล้ว แต่เธอได้ออกมาพูดเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ขณะที่เธอเป็นผู้ดำเนินรายการ แซตเทอร์เดย์ ไนท์ ไลฟ์ (Saturday Night Live) “ฉันรู้ว่ามีคนสงสัยที่ฉันมาเป็นโฮสต์รายการนี้ แต่ทำไมฉันไม่ร้องเพลงโชว์ด้วย โอ๊ย! ฉันได้อ่านหมดแหละ ที่จริงมันมีเหตุผลอยู่สองข้อ หนึ่ง, คืออัลบั้มใหม่ฉันยังไม่เสร็จ และสอง, ฉันกลัวที่จะต้องทำทั้งสองอย่างพร้อมกัน ฉันอยากจะใส่วิกเริ่ด ๆ พร้อมจิบไวน์สักแก้วหรือ 6 แก้วก็ได้ นั่งชมโชว์สวย ๆ มากกว่า”

 

ดังนั้นตอนนี้เราจึงได้แต่ร้องเพลงเก่า ๆ ของเธอรอไปก่อน และหวังว่าในปีนี้อะเดลจะปล่อยเพลงใหม่ออกมาสร้างปรากฏการณ์ให้กระหึ่มไปทั่วโลกอีกครั้ง ว่าแต่เพลงไหนของอะเดลที่เป็นเพลงโปรดของคุณ?

 

เรื่อง: กฤตพล สุธีภัทรกุล

อ้างอิง:

https://www.billboard.com/articles/columns/pop/9515686/adele-21-10th-anniversary-instagram-post

https://www.forbes.com/sites/zackomalleygreenburg/2015/11/29/why-adele-is-selling-records-like-its-1999/?sh=7504d0d516cb

https://www.ibtimes.com/how-adele-got-so-much-more-popular-everybody-else-pop-music-2192888

https://www.independent.co.uk/arts-entertainment/music/features/how-adele-s-heartbreak-inspired-rolling-deep-7600837.html

http://www.mtv.com/news/1658345/adele-21/

https://www.spin.com/2015/11/adele-21-how-good/

https://www.stereogum.com/2113505/adele-21-turns-10/reviews/the-anniversary/

https://www.theguardian.com/culture/2011/apr/15/adele-academy-leeds-review

https://www.theguardian.com/music/2011/may/29/adele-change-women-music-business

https://www.thenationalnews.com/arts-culture/music/the-secret-to-adele-s-success-1.453274

https://www.wsj.com/articles/SB10001424052748703408604576164631795665192

https://youtu.be/Kh8efR7XnOM

 

 


นักเขียนรับเชิญ

นักเขียนรับเชิญที่ The People เชิญมาแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และนำเสนอบทความตามความสนใจ

Related

[2] ชาร์ลี พาร์คเกอร์ อัจฉริยะดนตรีผู้ใช้ชีวิตอย่างบ้าคลั่ง: จับเทเนอร์แซ็ก ในวง เอิร์ล ไฮน์ส

ชิพกับเดล ชิพมังก์ธรรมดาที่เกิดมาเพื่อแย่งซีน

โคโดะ นิชิมูระ พระเกย์ญี่ปุ่น ผู้เผยแพร่ความเท่าเทียมด้วยการแต่งหน้า

Thundercat กับโชว์ครั้งแรกในไทยที่โซโล่ซอยยิกชนิดแทบขาดลมหายใจ

โธมัส กัลลาเกอร์ “พ่อ” ที่โนล และ เลียม กัลลาเกอร์ สองพี่น้องวง Oasis “อยากฆ่า”

เทย์เลอร์ สวิฟต์ ฟ้าหลังฝนอันสดใส และการหายใจได้เต็มปอดอีกครั้ง

พี สะเดิด: จาก “จี่หอย” สู่เอเรนแห่งตำนานนักดนตรีพันธุ์ใหม่

กาเบรียล การ์เซีย มาร์เกซ: ผู้แลกชีวิตเพื่อกำเนิด “หนึ่งร้อยปีแห่งความโดดเดี่ยว”