Post on 10/11/2020

อดิศักดิ์ ลิมปรุ่งพัฒนกิจ คนสร้าง คนเปลี่ยนเกมส์ – เนชั่นทีวี

“ไม่ใช่เป็นการเปลี่ยนสีเสื้อ คุณจะไปเขียนแบบนั้นไม่ได้ แต่เป็นการไปช่วยให้การทำหน้าที่สื่อของเนชั่นทีวีเข้ารูปเข้ารอย เข้าที่เข้าทางมากกว่า เพราะที่ผ่านมา เนชั่นเสียสมดุลในการทำหน้าที่สื่อ และเต็มไปด้วย hate speech…”

นั่นคือประโยคสั้นๆ ที่ อดิศักดิ์ ลิมปรุ่งพัฒนกิจ กล่าวกับ The People เพื่อยืนยันการกลับมาคุมหางเสือเนชั่นทีวี หลังจากที่ ฉาย บุนนาค ประธานเนชั่นกรุ๊ป ออกมาแถลงถึงสถานการณ์ของเนชั่น เมื่อเวลา 12.30 น. ของวันอังคารที่ 10 พฤศจิกายน 2563 ซึ่งไม่เพียงยอมรับการลาออกของพิธีกรข่าวระดับซุปตาร์หลายคน แต่หนึ่งในสาระสำคัญของวันนั้น คือการประกาศถึงการกลับมาทำหน้าที่อีกครั้งของ อดิศักดิ์ ลิมปรุ่งพัฒนกิจ ในตำแหน่งซีอีโอ บริษัท เนชั่น บรอดแคสติ้ง คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ที่มีสื่อหลัก คือ ช่องดิจิทัลทีวี “เนชั่นทีวี” นั่นเอง

เป็นที่ทราบกันดีว่า อดิศักดิ์ เป็นอดีตผู้บริหารระดับสูงของ เนชั่น กรุ๊ป เขาทุ่มเทพลังให้แก่การทำงานที่องค์กรแห่งนี้มานานถึง 3 ทศวรรษ จัดเป็นคนทำสื่อมืออาชีพที่ก้าวมามีบทบาทด้านการบริหาร โดยได้รับความไว้วางใจจาก สุทธิชัย หยุ่น ผู้บริหารในขณะนั้น ให้บุกเบิกโปรเจ็กท์ใหม่ๆ อยู่เสมอ ทว่า ด้วยผลสืบเนื่องจากความขัดแย้งระหว่างผู้ถือหุ้น พร้อมกับการเข้ามาของผู้ถือหุ้นกลุ่มใหม่ ที่นำโดย ฉาย บุนนาค ทำให้ อดิศักดิ์ ตัดสินใจลาออกจากอาณาจักรสื่อแห่งนี้เมื่อราว 3 ปีก่อน โดยปฏิเสธไม่รับหรือเรียกร้องเงินก้อนโตเหมือนผู้บริหารบางคน

แต่แล้ว ในวันนี้ เขายินดีตกปากรับคำ ฉาย บุนนาค กลับมาทำงานที่เนชั่นอีกครั้ง ด้วยภารกิจท้าทายที่รออยู่เบื้องหน้า ซึ่งไม่เพียงการเข้ามาจัดทัพใหม่ของพิธีกรข่าวให้ทันเวลาเท่านั้น แต่ยังต้องปรับภาพลักษณ์ให้เนชั่นทีวี เป็นสื่อที่มีความเป็นมืออาชีพและมีความน่าเชื่อถืออีกครั้ง

เพราะช่วงที่ผ่านมา องค์กรสื่อแห่งนี้แสดงจุดยืนที่ “ล้ำเส้น” ความเป็นสื่อบ่อยครั้ง จนถูกจับตามองจากสังคมวงกว้างว่าได้ทำหน้าที่สื่ออย่างถูกต้องเหมาะสมหรือไม่ โดยเฉพาะการเลือกข้างอนุรักษ์นิยมอย่างสุดขั้ว หรือการพิพากษาตัดสินผู้คนที่มีความคิดเห็นแตกต่าง จนกลายมาเป็น “คู่ขัดแย้ง” เสียเอง

นั่นเป็นที่มาของแคมเปญโดยกลุ่มพลังเยาวชนคนรุ่นใหม่ที่ออกมาเคลื่อนไหวทางสังคม เรียกร้องให้บอยคอตสื่อเนชั่น ตลอดไปจนถึงการบอยคอตสินค้าทั้งหลายที่ให้งบโฆษณาหรือสนับสนุนสื่อเนชั่น ซึ่งแน่นอนทีเดียวว่า ส่งผลกระทบต่อรายได้ของเนชั่นกรุ๊ปอย่างมีนัยสำคัญ และด้วยแรงกดดันจากมหาชน รวมทั้งเหล่าสปอนเซอร์ ได้นำมาสู่การเปลี่ยนแปลงอย่างเต็มรูปแบบของเนชั่นทีวีในวันนี้ จนกระทั่งพิธีกรข่าวคู่กรณีชื่อดังเหล่านั้น ต้องโบกมือลาอำลาช่องเนชั่นทีวีไปในที่สุด

โดยสภาพทางนิติบุคคล เนชั่นทีวีเป็นองค์กรธุรกิจ แต่ด้วยความเป็นสื่อ องค์กรสื่อที่ดำรงอยู่ได้ ต้องได้รับการยอมรับจากมหาชน ผู้บริหารองค์กรสื่อจึงต้องพิสูจน์ให้เห็นถึงความน่าไว้วางใจและความน่าเชื่อถือ ดังนั้น สื่อที่เลือกข้างอย่างสุดโต่ง หรือเป็นเครื่องมือรับใช้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ย่อมไม่อาจยืนหยัดได้ในระยะยาว

“ในระดับบุคคล คุณจะเป็นเสื้อสีอะไร ไม่มีปัญหา แต่บนหน้าจอ คุณต้องมีความแฟร์กับทุกๆ ฝ่าย…” อดิศักดิ์ สะท้อนจุดยืนของคนทำสื่อให้ฟัง พร้อมมองไปเบื้องหน้าว่า “งานหนักอยู่ แต่เมื่อเขา(ฉาย บุนนาค)กล้าชวน แล้วยืนยันการกลับมาสู่สื่อมืออาชีพ ก็ยินดีรับคำท้า”

นี่คือวิสัยทัศน์ ที่ อดิศักดิ์ ลิมปรุ่งพัฒนกิจ นำเสนอ เพื่อใช้เป็นแนวทางในการปรับภาพลักษณ์เนชั่นทีวี

“เป้าหมายจะทำให้ช่องเนชั่นทีวีเป็นสถานีข่าวโทรทัศน์ที่ประชาชนให้ความไว้วางใจได้ในทุกข่าวสารและการวิเคราะห์ที่นำเสนอ​ ยึดมั่นหลักจรรยาบรรณทางวิชาชีพ​ โดยตระหนักว่าความน่าเชื่อถือเป็นสินทรัพย์ที่มีค่ามากที่สุดของช่องเนชั่นทีวี”

“ทำหน้าที่ Gatekeeper​ ผู้เฝ้าประตูข่าวสาร​ เน้นการนำเสนอความจริง​ ความถูกต้องที่ผ่านการตรวจสอบกลั่นกรองอย่างปราศจากอคติ ไม่เน้นความเร็ว​ เพราะปัจจุบัน ข่าวสารบน Social Media จากทุกๆ คน มีความเร็วและปริมาณมาก​ สื่อหลักจำเป็นจะต้องเน้นทำหน้าที่กลั่นกรองและตรวจสอบความจริงและความถูกต้อง​ ก่อนนำเสนอผ่านช่องทางต่างๆ ภายใต้แบรนด์เนชั่นทีวี​”

“ทำหน้าที่เป็น ‘กระจก’ ​ที่ไม่บิดเบี้ยว​ สะท้อนความจริงที่เกิดขึ้นในสังคมอย่างรอบด้านมากที่สุด เพื่อให้ผู้ชมเป็นผู้ตัดสิน”

“ทำหน้าที่ ‘ตะเกียง’ ​ส่องสังคม​ กำหนดวาระทางสังคม​ Setting Agenda เป็นตะเกียงส่องแสงสว่างแก่สังคม ให้มองเห็นวาระทางสังคม​ที่พึงมี ทำให้สังคมได้ตื่นรู้​ มองเห็นอย่างกระจ่างแจ้งถึงประเด็นปัญหาสำคัญๆของสังคม​ เพื่อทำให้เกิดการปรับปรุงและพัฒนาไปสู่สิ่งที่ดีกว่า”

“ทำหน้าที่​ Watchdog หมาเฝ้าบ้าน ทำหน้าที่ตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ ให้เกิดความเป็นธรรมแก่ประชาชน​ เฝ้ามอง​ ติดตามและตรวจสอบ ‘กลิ่น’ ​ที่มีความไม่ชอบมาพากลในการทำงานของภาครัฐเพื่อย้ำเตือนให้ทำงาน​ เพื่อเกิดประโยชน์สูงสุดต่อสาธารณะ”

“ทำหน้าที่ ‘โรงเรียนของสังคม’ ​องค์กรเนชั่นต้องการทำหน้าที่เสมือนเป็นโรงเรียนของสังคม​ เป็นแพลตฟอร์มที่เปิดกว้าง​ ในการสร้างเสริมองค์ความรู้ใหม่ๆที่มาจากทุกภาคส่วนของสังคม​ นำเสนอออกไปสู่สังคม​ ให้สังคมได้เรียนรู้ร่วมกันเสมือนเป็นโรงเรียนของสังคม​ เพื่อให้สังคมไทยก้าวทันโลกยุคดิจิทัล”

พื้นเพของ อดิศักดิ์ ลิมปรุ่งพัฒนกิจ เป็นชาวอำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี จบการศึกษาจากคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ระหว่างใช้ชีวิตเป็นนักศึกษา อยู่ในยุค “วรรณกรรมบาดแผล” (สืบเนื่องจากนโยบาย 66/23 คนหนุ่มสาวออกจากป่าเข้าสู่เมือง) เขาจึงมีความสนใจในงานด้านหนังสือและวรรณกรรมเป็นพิเศษ เคยทำงานอยู่ที่ศูนย์หนังสือมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และเคยมีผลงานเรื่องสั้นในนามปากกาว่า “ศรีกบินทรา” (สะท้อนถึงแรงบันดาลใจที่ได้รับจาก ศรีนาคร อันเป็นนามปากกาของจิตร ภูมิศักดิ์) ตีพิมพ์ในหนังสือรวมเรื่องสั้นของชมรมนักศึกษาเจ็ดสถาบัน

ในแง่ประสบการณ์การทำงานสื่อ อดิศักดิ์ เริ่มต้นงานนักข่าวที่หนังสือพิมพ์มาตุภูมิรายวัน เมื่อปี 2525 ก่อนจะย้ายมาอยู่ค่ายหนังสือพิมพ์ เดอะ เนชั่น ในปี 2528 โดยเป็นนักข่าวสายอุตสาหกรรม จัดเป็นคนสื่อไม่กี่คนในเวลานั้น ที่มีพื้นฐานความรู้ด้านธุรกิจ/เศรษฐกิจอย่างลึกซึ้ง จนในเวลาต่อมาได้รับมอบหมายให้เข้ามาปรับปรุงและยกระดับคุณภาพของหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ เพื่อให้มีขีดความสามารถในการแข่งขันกับหนังสือพิมพ์คู่แข่งในขณะนั้น คือ หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การปรับพื้นที่เนื้อหาของหนังสือพิมพ์ธุรกิจให้มีความหลากหลาย โดยเพิ่มเซ็คชั่น “จุดประกาย” เข้ามาเป็น “จุดแข็ง” เพิ่มเติม

อดิศักดิ์ ยังมีบทบาทในการบุกเบิกโครงการใหม่ๆ ให้แก่เครือเนชั่นอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น หนังสือพิมพ์คมชัดลึก , วิทยุเนชั่น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เนชั่นทีวี ซึ่งก่อตั้งเมื่อ 20 ปีก่อน (ออกอากาศครั้งแรก 1 มิถุนายน 2543) โดยผ่านการต่อสู้ในการขยับไปสู่แพลทฟอร์มรูปแบบต่างๆ ในสมัยที่เทคโนโลยียังมีข้อจำกัดอย่างมาก ตั้งแต่เคเบิลทีวี (ยูบีซี ช่อง 8), ทีวีดาวเทียม จนกระทั่ง ต่อสู้และชนะการประมูล ได้รับใบอนุญาตประกอบการดิจิทัลทีวีช่องข่าว จาก กสทช. เป็นผลสำเร็จในปี 2556 ในยุคสมัยที่กำลังมีการเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์สื่อครั้งใหญ่พอดี

ทั้งหมดนี้ บ่งชี้ว่า อดิศักดิ์ คือ “คนสร้าง” เนชั่นทีวีมากับมือ จนกระทั่งมาเป็น “คนเปลี่ยนเกมส์” เนชั่นทีวี ในวันนี้ วันที่สังคมไทยกำลังรอการพิสูจน์ฝีมือจากคนสื่อตัวจริงคนนี้ว่า เขาจะทำสำเร็จอย่างที่ตั้งใจหรือไม่

 


Director / Editor-in-Chief at The People

ค้นพบความสุขจากการอ่านและการเขียน ตื่นเต้นที่จะสนทนากับผู้คนหลากหลายวิชาชีพ ทว่าลึกลงไปในความสนใจส่วนตัว เขาชื่นชอบเสียงเพลงและหลงใหลในเครื่องดื่มบางชนิดอย่างถอนตัวไม่ขึ้น

Related

มิเชล ฟาน – บทเรียนจากการ Burnout ของยูทูบเบอร์และนักธุรกิจเจ้าของแบรนด์มูลค่าร้อยล้านเหรียญสหรัฐ

กษิภณ อภิมุขคุณานนท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท Atos IT Solutions and Services ผู้ที่ฝันอยากทำให้ทุกคนมีชีวิตที่ดีขึ้นด้วยเทคโนโลยี

โพธิพงษ์ ล่ำซำ จบสิ่งทอ ก่อนมาปั้น “ประกันชีวิต” ให้เปรี้ยงในเมืองไทย

‘ทาดาชิ ยาไน’ กับคอนเซปต์ LifeWear ของ UNIQLO ที่ตอบโจทย์วิถีชีวิตแบบ work from home

เควิน แพลงค์ อดีตเด็กเสเพล ผู้สร้างอาณาจักรชุดเกราะ Under Armour

‘ศิลปรัตน์ วัฒนเกษตร’ แม่ทัพใหญ่ BGC ยกระดับธุรกิจสู่ Total Packaging Solutions

เกรกอรี อาเบล: จากเด็กแจกใบปลิวสู่ทายาทอาณาจักรการลงทุนของ ‘วอร์เรน บัฟเฟตต์’

พันธ์เลิศ ใบหยก เจ้าของตำนาน “ตึกใบหยก” ตึกที่เคยสูงสุดของไทย