Post on 15/08/2020

แอกเนส โจว: นักเคลื่อนไหวที่ต้องการให้ฮ่องกงเป็นประชาธิปไตย

ในช่วงศตวรรษที่ 21 ทั่วโลกเต็มไปด้วยการเปลี่ยนแปลง ผู้คนหลากหลายเชื้อชาติออกมาชุมนุมประท้วงในเรื่องต่าง ๆ สหรัฐอเมริกามีกลุ่มเคลื่อนไหวเรียกร้องเรื่องการเหยียดสีผิว หลายเมืองในหลายประเทศออกมาเดินขบวนเรียกร้องความเท่าเทียมทางเพศ ชาวเบลารุสออกมาประท้วงผู้นำเผด็จการที่อยู่ในตำแหน่งนานหลายสิบปี รวมถึงดินแดนเล็ก ๆ ในทวีปเอเชียอย่าง ‘ฮ่องกง’ ที่เกิดการประท้วงรุนแรงเนื่องจากไม่เห็นด้วยกับกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติของจีน และต้องการให้บ้านเกิดของพวกเขาเป็นประชาธิปไตย

นานหลายเดือนกินเวลาเป็นปีที่ผู้ประท้วงฮ่องกงรวมตัวกัน ณ ใจกลางเมือง พวกเขาต้องการให้ผู้คนเข้าใจว่า “ฮ่องกงเป็นประเทศ ไม่ใช่ส่วนหนึ่งของจีนแผ่นดินใหญ่” เรียกร้องสิทธิ เสรีภาพ ประชาธิปไตย ปลดแอกจากการปกครองของจีน

เมื่อผู้ชุมนุมเริ่มมากขึ้น รัฐบาลจีนตัดสินใจออกกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติใหม่หลายฉบับ ทำให้การรวมตัวของชาวฮ่องกงผิดกฎหมายตามมาตรการป้องกันไวรัสโควิด-19 ถึงอย่างนั้นชาวฮ่องกงก็ยังคงปักหลักประท้วงต่อไป ส่วนทางฝั่งรัฐบาลจีนก็ต้องการคุมสถานการณ์ พยายามสลายการชุมนุมให้ได้โดยเร็ว ซึ่งความต้องการที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิงของทั้งสองฝ่ายยกระดับความตึงเครียดมากขึ้นเรื่อย ๆ

การต่อสู้ระหว่างชาวฮ่องกงกับรัฐบาลจีนส่งผลกระทบไปทั่วโลกรวมถึงในประเทศไทย บางคนเลือกยืนอยู่ข้างผู้ประท้วงฮ่องกงและไต้หวันที่ต้องการสิ่งเดียวกันคือปลดแอกจากจีน จนเกิดกระแสการตั้งพันธมิตรชานม รวมถึงกรณีชาวอุยกูร์ที่ทำให้คนเลือกยืนอยู่ตรงข้ามกับจีน ส่วนอีกฝั่งก็ออกมาสนับสนุนนโยบาย ‘วันไชน่า’ (One China) ทำให้อุดมการณ์ทางการเมืองถูกแยกออกเป็นสองฝั่งชัดเจน

แอกเนส โจว (Agnes Chow) โจชัว หว่อง (Joshua Wong) และ นาธาน ลอว์ (Nathan Law)  ถือเป็นสามชื่อที่คนตามข่าวการประท้วงฮ่องกงจะต้องคุ้นเคยเป็นอย่างดี พวกเขาเป็นนักเคลื่อนไหวอายุน้อยที่ผลักดันตัวเองมาอยู่หน้าสุดของขบวน วิจารณ์กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติที่บังคับใช้กับฮ่องกง กำหนดไว้ชัดเจนว่าห้ามก่อกบฏ ห้ามแบ่งแยกแผ่นดิน หรือการกระทำใด ๆ อันปลุกปั่นบ่อนทำลายประเทศ แต่ทั้งสามคนกลับแสดงตัวชัดเจนว่าไม่ต้องการให้จีนเข้ามาแทรกแซงกิจการภายในของฮ่องกง ประณามจีนที่ทำให้คนฮ่องกงต้องกลายเป็นอาชญากรเพียงเพราะพูดหรือพิมพ์อะไรขัดใจรัฐบาล

ก่อนเด็กสาววัย 23 ปี จะกลายเป็นนักเรียกร้องทางการเมือง แอกเนสเติบโตมากับครอบครัวที่ไม่ฝักใฝ่การเมืองไม่ว่าจะเป็นฝ่ายใด แต่สิ่งที่ดึงดูดให้เธอก้าวสู่โลกการเมืองเกิดขึ้นเมื่อตอนอายุ 15 ปี ตรงกับปี 2012 แอกเนสเห็นหนุ่มสาวชาวฮ่องกงจำนวนมากต่อต้านนโยบายรัฐบาล พวกเขาเขียนข้อความบนสื่อโซเชียลต่าง ๆ เริ่มตั้งคำถามถึงนโยบายที่รัฐบาลเลือกใช้ ซึ่งตัวเธอเองก็รู้สึกไม่ต่างกันว่ากฎเกณฑ์ข้อบังคับต่าง ๆ ที่ฮ่องกงใช้อยู่ช่างไม่สมเหตุสมผลเอาเสียเลย

ช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน กระทรวงศึกษาธิการฮ่องกงพยายามเปลี่ยนเนื้อหาวิชาสังคมศึกษา เอนเอียงไปทางจีนแบบเปิดเผย ชื่นชมระบอบคอมมิวนิสต์ ผลักดันชาตินิยมจีนแบบสุดโต่ง และกล่าวถึงข้อเสียของระบอบประชาธิปไตย กลุ่มนักเรียนนักศึกษามองว่ารัฐบาลพยายามจะล้างสมองเยาวชน พวกเขาจึงรวมกลุ่มกันในชื่อ ‘สกอลาริซึม’ (Scholarism) นัดประท้วงหน้าทำเนียบ ครั้งนั้นเธอได้พบกับ โจชัว หว่อง เพื่อนร่วมอุดมการณ์เดียวกัน พวกเขายืนอยู่ข้างกันและนำผ้าสีแดงมาปิดตา เหล่านักศึกษายืนสงบนิ่ง เพื่อสื่อให้เห็นว่าจีนแผ่นดินใหญ่กำลังปิดหูปิดตาคนรุ่นใหม่

หลังจากแอกเนสพบกับโจชัว พวกเขายังได้เพื่อนร่วมอุดมการณ์อีกหนึ่งคนคือ นาธาน ลอว์ ทั้งสามถูกรัฐบาลจีนจับตามองเพราะเป็นตัวตั้งตัวตีในการประท้วง ‘ขบวนการร่ม’ (Umbrella movement) เมื่อปี 2014 ชาวฮ่องกงจำนวนมากรวมกลุ่มชุมนุมนานหลายสัปดาห์เพื่อเรียกร้องสิทธิการเลือกผู้ว่าการเกาะฮ่องกงตามหลักประชาธิปไตย เพราะมีชาวฮ่องกงเพียงแค่ 6 เปอร์เซ็นต์ ของจำนวนประชากรทั้งหมด ที่มีสิทธิเลือกผู้ว่าด้วยการแบ่งกลุ่มเลือกตัวแทนจากสายอาชีพต่าง ๆ

แอกเนสตัดสินใจลาออกจากการเป็นโฆษกกลุ่มสกอลาริซึม หันมาร่วมก่อตั้งพรรคการเมืองกับโจชัวและนาธานโดยใช้ชื่อว่า ‘พรรคเดโมซิสโต’ (Demosisto Party) ในปี 2016 เธอทำงานในตำแหน่งเลขาธิการพรรค ชูประเด็นว่าเยาวชนฮ่องกงต้องการเสรีภาพและประชาธิปไตย

ในฐานะที่นาธาน ลอว์ เป็นหัวหน้าพรรคและมีอายุมากที่สุด เขาลงสมัครตำแหน่งสมาชิกสภา และกวาดคะแนนเสียงถล่มทลายในการเลือกตั้งปี 2016 แต่ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองภายหลัง เนื่องจากความผิดฐานโจมตีรัฐบาลจีน จัดตั้งการชุมนุมขัดต่อกฎหมาย รวมถึงกรณีไปยืนอยู่หน้ารูปปั้นโกลเด้นโบฮิเนีย สแควร์ (Golden Bauhinia Square) ของขวัญที่จีนมอบให้ฮ่องกงเพื่อแสดงความยินดีที่ได้กลับมาอยู่ร่วมกันอีกครั้ง เวลาเดียวกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง มาเยือนเกาะฮ่องกง เหตุผลทั้งหมดทำให้นาธานห้ามลงเลือกตั้ง 5 ปี ทำให้ในปี 2018 เกิดการเลือกตั้งซ่อม แอกเนสตัดสินใจทิ้งสัญชาติอังกฤษ หยุดเรียนกลางคัน และเป็นตัวแทนพรรคท้าชิงตำแหน่งสมาชิกสภาแทนนาธาน

การแก้เกมเปลี่ยนตัวผู้แทนของพรรคเดโมซิสโต ทำให้ชาวฮ่องกงหลายคนชื่นชมว่าเธอเป็นผู้เสียสละ แต่แอกเนสกล่าวว่าการกระทำของตัวเองเทียบไม่ได้กับชาวฮ่องกงคนอื่น ๆ ที่ออกมาเรียกร้องไม่ต่างกับเธอแต่โดนจับไปยังจีนแผ่นดินใหญ่ ไม่รู้ความเป็นไป ไม่รู้ชะตากรรม และการลงสมัครเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้ทำให้แอกเนสถูกสื่อจับจ้องมากกว่าเก่า หากชนะการเลือกตั้ง เธอจะเป็นสมาชิกสภาที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ฮ่องกง

อย่างไรก็ตาม แม้แอกเนสจะเป็นตัวแทนพรรค แต่สุดท้ายเธอถูกคณะกรรมการเลือกตั้งฮ่องกงตัดสิทธิ์ตามนาธานไปติด ๆ โดยให้เหตุผลว่าเธอละเมิดกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติ มีอุดมการณ์ชัดเจนว่าต้องการให้ฮ่องกงแยกตัวจากจีน ฝักใฝ่ประชาธิปไตย ถือเป็นความคิดที่ผิดกฎหมาย สร้างความแตกแยก ขัดกับรัฐธรรมนูญที่ยึดหลัก 1 ประเทศ 2 ระบบ ซึ่งคนฮ่องกงต่างรู้ดีถึงผลการตัดสิทธิ์ ไม่ว่าพรรคเดโมซิสโตจะลงสมัครตำแหน่งใด พวกเขาก็ถูกตัดสิทธิ์ทั้งหมดอยู่ดี เป็นพรรคการเมืองที่จะไม่มีวันได้เข้าสู่สภาหรือการบริหารงานใด ๆ ของฮ่องกง

“การตัดสิทธิ์ครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องส่วนตัว พวกเขาพยายามกำจัดคนหนุ่มสาวที่เห็นต่างกับรัฐบาล”

ถึงจะโดนตัดสิทธิ์การเมือง แอกเนสยังคงเป็นบุคคลเฝ้าระวังของรัฐบาล เธอเป็นผู้เรียกร้องประชาธิปไตยที่ต้องคอยจับตามองอย่างใกล้ชิด เธอเชี่ยวชาญด้านการใช้ภาษาญี่ปุ่น เล่าเรื่องเจ้าหน้าที่ใช้ความรุนแรงกับผู้ประท้วงเป็นภาษาญี่ปุ่น พูดคุยกับสื่อว่าชาวฮ่องกงต้องการอะไร ทำไมถึงออกมาประท้วง ด้วยความที่ชื่นชอบแอนิเมะและฟังเพลง J-Pop ทำให้ทักษะภาษาพัฒนาอย่างรวดเร็ว แถมยังเคยสร้างวีรกรรมด้วยการออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลญี่ปุ่นคิดทบทวนอีกครั้งถึงการไปพบกับประธานาธิบดี สี จิ้นผิง

“เราหวังว่าท่านนายกรัฐมนตรีอาเบะและรัฐบาลญี่ปุ่น จะใคร่ครวญถึงความจำเป็นที่จะต้องไปพบกับประธานาธิบดีสี”

ถ้อยแถลงของแอกเนส โจว ในเดือนมิถุนายน 2020

แอกเนสได้อธิบายถึงข้อกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติจีน รัฐบาลสามารถจับกุมใครก็ตามที่อยู่ในดินแดนฮ่องกงไปไต่สวน ณ จีนแผ่นดินใหญ่ ไม่ว่าคุณจะเป็นชาวจีน ชาวฮ่องกงโดยกำเนิด หรือชาวต่างชาติที่อยู่ในฮ่องกง ทุกคนสามารถถูกรวบตัวไปได้ทั้งนั้น เธอกล่าวว่าข้อกฎหมายที่ไม่ยุติธรรมนี้อาจทำให้ชาวญี่ปุ่นได้รับผลกระทบด้วย แต่ละปีมีคนญี่ปุ่นกว่า 1 ล้านคนมาเที่ยวที่ฮ่องกง แล้วเมื่อไหร่ก็ตามที่เข้ามาอยู่บนเกาะ รัฐบาลจีนจะคุกคามคุณได้อย่างเต็มที่ โดนไม่สนว่าคุณเป็นใคร สุดท้ายหมายนัดพบของสองผู้นำก็ถูกยกเลิกเพราะการระบาดของไวรัสโควิด-19

นอกจากปัญหาเรื่องสิทธิมนุษยชนที่ถูกละเมิด เธอยังอธิบายถึงผลกระทบทางเศรษฐกิจที่ทั้งฮ่องกงและญี่ปุ่นจะต้องเผชิญอย่างเลี่ยงไม่ได้ ความกล้าคิดกล้าพูดทำให้สื่อญี่ปุ่นหลายเจ้าต่างเชิญแอกเนสไปออกรายการ เธอเคยมีโอกาสกล่าวสุนทรพจน์ในมหาวิทยาลัยโตเกียว เป็นที่รู้จักของชาวญี่ปุ่นจนถูกเรียกว่าเป็น “เทพธิดาประชาธิปไตย (民主の女神) การสะสมชื่อเสียงในญี่ปุ่นที่ดูท่าจะมากขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้โฆษกรัฐบาลจีนต้องออกแถลงการณ์เรียกร้องไม่ให้รัฐบาลญี่ปุ่นมอบข้อมูลหรือความช่วยเหลือใด ๆ แก่ แอกเนส โจว หรือแกนนำพรรคเดโมซิสโตคนอื่น ๆ

เมื่อชาวฮ่องกงลุกฮือประท้วงอีกครั้งจากกรณีกฎหมายการส่งผู้ร้ายข้ามแดนในปี 2019 แอกเนสและโจชัวถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจบุกจับกุมคาบ้านพัก พวกเขาถูกนำตัวขึ้นศาลในข้อหาว่าเป็นแกนนำจัดการชุมนุมแบบผิดกฎหมาย แต่ถึงจะโดนจับ ต้องเสียเงินจำนวนมากเพื่อประกันตัว พวกเขาก็ยังคงร่วมชุมนุมต่อต้านรัฐบาลฮ่องกงและรัฐบาลจีนอย่างเผ็ดร้อนเหมือนเดิม

หลังปักหลักชุมนุมยาวนาน ชาวฮ่องกงต้องเจอกับกระสุนปืนยาง แก๊สน้ำตา และการทำร้ายร่างกาย ในเดือนมิถุนายน 2020 แอกเนส โจชัว และนาธาน ประกาศลาออกจากพรรคที่พวกเขาเป็นคนก่อตั้ง หลังจากนั้นอีกไม่กี่ชั่วโมงได้ออกแถลงการณ์ยุบพรรค ยุติการทำกิจกรรมทางการเมืองในนามพรรคเดโมซิสโต สร้างความสับสนให้ชาวฮ่องกงไม่น้อย

การประกาศลาออกและยุบพรรคเกิดขึ้นเพราะรัฐบาลได้ผ่านร่างกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติฉบับใหม่ กฎหมายที่รุนแรงอยู่แล้วยังสามารถเข้มงวดขึ้นไปอีก รัฐบาลได้กำหนดบทลงโทษทางอาญาเรื่องการแบ่งแยกดินแดน การล้มล้างการปกครอง การสมคบคิดกับต่างชาติ และการก่อการร้าย ถ้าหากนักการเมืองพรรคเดโมซิสโตไม่ยุบพรรค พวกเขาทุกคนอาจมีความผิดทางกฎหมายทันที และอาจถูกจับไปยังประเทศจีน  

ถึงจะยุบพรรคแต่แกนนำหลายคนยังคงร่วมประท้วงต่อ อย่างไรก็ตาม ช่วงค่ำของวันที่ 10 สิงหาคม 2020 แอกเนส โจว ถูกเจ้าหน้าจับกุมและค้นบ้าน ซึ่งครั้งนี้ถือเป็นการโดนจับครั้งที่ 4 ของเธอ คราวนี้แอกเนสโดนข้อหายุยงปลุกปั่นให้เกิดการแตกแยกบนสื่อออนไลน์ ละเมิดกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติฉบับใหม่ ที่สามารถตั้งข้อหาย้อนหลังได้อีกด้วย

ในวันเดียวกัน เจ้าพ่อวงการสื่อ จิมมี่ ไหล (Jimmy Lai) ผู้ก่อตั้ง ‘แอปเปิล เดลี่’ (Apple Daily) หนังสือพิมพ์ที่สนับสนุนการเผยแพร่ข่าวผู้ประท้วง ก็โดนเจ้าหน้าที่รวบตัวด้วยเช่นกัน เขาโดนข้อหาสมรู้ร่วมคิดกับต่างชาติ ละเมิดกฎหมายความมั่นคงฉบับใหม่เหมือนกับแอกเนส นอกจากนี้ ทางการได้ส่งเจ้าหน้าที่กว่า 200 นาย เข้าค้นสำนักงานแอปเปิล เดลี่ ใช้หมายศาลรื้อเอกสารทั้งหมด ส่วนเจ้าสัวและแอกเนสถูกควบคุมตัวนานกว่า 36 ชั่วโมง

ภายหลังการจับกุม รัฐบาลฮ่องกงตัดสินใจปล่อยตัวทั้งสองและยังไม่ตั้งข้อหาเพิ่มเติม แต่สิ่งน่าสนใจเกี่ยวกับข่าวการจับกุมคือกระแสสังคมที่ร้อนแรง ระหว่างเจ้าสัวโดนจับกุม หุ้นหนังสือพิมพ์แอปเปิล เดลี่ ตกลงไป 17 เปอร์เซ็นต์ ในช่วงเช้าตรู่ ก่อนจะทายานขึ้นไปถึง 344 เปอร์เซ็นต์ ในช่วงบ่ายของวันเดียวกัน ประชาชนชาวฮ่องกงแห่ไปซื้อหุ้นซื้อหนังสือพิมพ์ของเจ้าสัวไหล ร่วมแสดงออกว่าชาวฮ่องกงส่วนใหญ่ก็ต้องการประชาธิปไตยไม่ต่างกัน

ข่าวการบุกจับกุมแอกเนส โจว กับ จิมมี่ ไหล โด่งดังไปทั่วโลก โดยเฉพาะญี่ปุ่นที่สนใจข่าวของแอกเนสเป็นพิเศษ เธอเป็นที่รู้จักในญี่ปุ่น เป็นขวัญใจวัยรุ่นหัวใหม่ ขณะที่ประเทศอื่น ๆ ให้ความสนใจกับเจ้าสัวไหลมากกว่าเพราะเขาเป็นนักธุรกิจผู้ทรงอิทธิพล

ระหว่างถูกควบคุมตัว โลกทวิตเตอร์พากันติดแท็ก #FreeAgnes และถูกทวิตไปมากกว่าหนึ่งแสนครั้ง หลายคนพากันเรียกเธอว่า ‘มู่หลานตัวจริง’ เพราะสิ่งที่เธอทำทั้งหมดเกิดขึ้นเพราะเรียกร้องประชาธิปไตย ปกป้องดินแดนของตัวเอง ไม่ต่างจากมู่หลานที่ยอมสู้สุดตัวเพื่อปกป้องบ้านเมืองและผู้คน จนทำให้เกิดการเปรียบเทียบกับหลิว อี้เฟย์ นักแสดงจีนผู้รับบทเป็นมู่หลาน เนื่องจากเธอเคยออกมาสนับสนุนนโยบายวัน ไชน่า แสดงจุดยืนว่าควรเร่งปราบปรามผู้ชุมนุมที่ก่อความวุ่นวาย

บางคนมองอาจมองว่าแอกเนส โจว เป็นทรราช แต่สำหรับคนที่เห็นต่างอาจมองว่าเธอทำสิ่งถูกต้อง กำลังต่อสู้อย่างหนักเพื่อตัวเองเคียงข้างกับชาวฮ่องกง บทบาทในโลกการเมืองอันเข้มข้นระหว่างฮ่องกงกับจีนของเธอล้วนขึ้นอยู่กับมุมมองและวิจารณญาณว่าเราจะมองเธอแบบไหน เป็นคนดี เป็นคนชั่ว หรือว่าเป็นคนธรรมดาคนหนึ่งที่ต้องการเสรีภาพ  

 

ที่มา

https://www.japantimes.co.jp/news/2020/08/10/asia-pacific/hong-kong-activist-agnes-chow-arrested/#.XzYbXOgzZyw

https://www.nytimes.com/2020/08/13/world/asia/agnes-chow-mulan-hong-kong.html

https://www.bbc.com/news/world-asia-china-53746867

http://little-a-little.com/en/2019/03/13/agnes-chow-eng/

https://www.theguardian.com/world/2020/aug/12/agnes-chow-the-hong-kong-activist-who-gave-up-uk-citizenship-to-fight-for-democracy

https://www.theguardian.com/world/2018/feb/04/agnes-chow-hong-kong-activist-who-has-china-worried-democracy

 

เรื่อง: ตรีนุช อิงคุทานนท์

 


นักเขียนผู้สนใจการเมือง เฟมินิสต์ และการเรียกร้องสิทธิของชาว LGBTQ+

Related

เบ. เจ. ฮาบีบี อดีตประธานาธิบดีอินโดนีเซีย กับ 17 เดือนประวัติศาสตร์ ปูทางเอกราช “ติมอร์ตะวันออก”

โดนัลด์ ทรัมป์ เมื่อหน้ากากอนามัยกลายเป็นสงครามการเมือง

เสกสรรค์ ประเสริฐกุล – ฝันค้างเดือนตุลา: …และยังคงเป็นเช่นนั้นจนถึงวันนี้

อเล็กซานเดอร์ ลูคาเชนโก ประธานาธิบดีเบลารุส: ผู้นำเผด็จการคนสุดท้ายแห่งทวีปยุโรป

อมาตยา เซน อุดมการณ์ประชาธิปไตยไม่ใช่ของนำเข้าจากตะวันตก

จากคนตุลาฯ สู่คนขับรถขยายเสียงให้ม็อบ ภารกิจส่งไม้ต่ออุดมการณ์ของ ‘ลุงสุธี’

Manic Street Preachers: วงร็อกซ้ายจัดที่แสดงจุดยืนทางการเมืองผ่านบทเพลง

บอริส จอห์นสัน อดีตนัก (ปั้น) ข่าว สู่เก้าอี้นายกฯ อังกฤษ