Post on 13/06/2019

“อเล็กซานดร้า สก็อตต์” สาวน้อย 4 ขวบ ที่ตั้งแผงขายน้ำมะนาวเพื่อหาเงินช่วยเพื่อนเป็นโรคมะเร็ง

Lemonteam

ความตายคืออะไร? คำถามง่าย ๆ ที่แม้แต่กับเหล่าผู้อาวุโสจำนวนไม่น้อยที่เจนชีวิตผ่านร้อนหนาวมาหลายทศวรรษ ยังไม่สามารถหาคำตอบได้ แต่สำหรับ “อเล็กซานดร้า สก็อตต์” สาวน้อย 4 ขวบ ผู้กำลังเผชิญกับมัจจุราชที่คืบคลานมาอย่างเชื่องช้า ๆ ในนามของ “มะเร็ง” เธออาจค้นพบนิยามของ “ความตาย” และ “การมีชีวิตอยู่” ระหว่างการตั้งแผงขายน้ำมะนาวที่หน้าบ้าน

เด็กส่วนใหญ่อาจได้เค้กก้อนโต ตุ๊กตาตัวใหญ่ หรือของเล่นใหม่เอี่ยม เป็นของขวัญวันเกิด แต่สำหรับ “อเล็กซานดร้า สก็อตต์” (Alexandra Scott) ของขวัญต้อนรับการลืมตาดูโลกครบหนึ่งปีแรก คือ กระดาษหนึ่งแผ่นจากคุณหมอที่วินิจฉัยว่าเธออาจโชคร้ายเป็นมะเร็งนิวโรบลาสโตมา (Neuroblastoma) มะเร็งชนิดที่พบได้น้อย ซึ่งส่วนใหญ่พบในเด็ก โดยเฉพาะเด็กอายุน้อยกว่า 5 ปี

แพทย์ยังบอกกับพ่อแม่อเล็กซานดร้าอีกด้วยว่า เธอมีโอกาสจะไม่สามารถก้าวเดินได้ด้วยตัวเอง แต่แล้วอีกสองอาทิตย์ต่อมา สาวน้อยใจแกร่งในวัยหนึ่งขวบได้พยายามขยับขาเหมือนเป็นการสื่อสารกับทุกคนว่า เธอมีความมุ่งมั่นยืนหยัดสู้กับเจ้าโรคร้ายนี้อย่างกล้าหาญและไม่หวาดกลัว เธอเริ่มคลานและทรงตัวยืนบนลำแข้งน้อย ๆ พร้อมกับเครื่องช่วยพยุงขาได้ตอนครบรอบวันเกิดปีถัดมา ซึ่งกว่าจะตั้งไข่ได้นั้นเธอต้องใช้ความพยายามและความอดทนมากกว่าเด็กปกติทั่วไปหลายเท่าตัว

ขณะที่อเล็กซานดร้าพยายามเพื่อมีพัฒนาการที่สมวัยตามเด็กคนอื่น ๆ มะเร็งร้ายในตัวเธอก็ไม่ยอมปล่อยเธอไป เซลล์ผิดปกติที่ต่อมหมวกไตเริ่มเติบโต แล้วอาจจะแพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่น ๆ เช่น กระดูก ตับ และผิวหนังได้ในเร็ววัน ในปี 2000 เธอเลยเข้ารับการปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดเป็นของขวัญวันเกิดฉลองครบสี่ปี

“พอออกจากโรงพยาบาล หนูอยากขายน้ำมะนาวค่ะ” เด็กน้อยกล่าวบนเตียงระหว่างรอรับการรักษา พอแม่ของเธอถามว่าทำไมอยากตั้งแผงขายน้ำมะนาว เธอตอบด้วยสายตาใสซื่อแบบเด็ก ๆ ว่าเธอจะได้มีเงินเยอะ ๆ เพื่อไปให้คุณหมอที่โรงพยาบาล “คุณหมอจะได้ช่วยเด็กคนอื่น เหมือนที่รักษาหนูไงคะ”

การรักษาการปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดผ่านไปด้วยดี อเล็กซานดร้าได้ออกมาตั้งแผงขายน้ำมะนาวที่หน้าบ้านอย่างที่ตั้งใจไว้ โดยเธอและพี่ชายคนโตได้ยกโต๊ะเล็ก ๆ มาตั้งไว้สวนหน้าบ้าน หาผ้ามาปูโต๊ะให้สวยงาม แล้วปักป้ายขายน้ำมะนาวแก้วละ 50 เซนต์ หรือราว 15 บาท เพื่อเป็นทุนวิจัยมะเร็ง ภายในปีแรก แผงขายน้ำมะนาวของอเล็ก (Alex’s Lemonade Stand) มีรายได้ส่งให้โรงพยาบาลเด็กแห่งฟิลาเดลเฟียมากถึง 2,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 62,000 บาท

เหมือนพี่ตูนที่ไม่เคยหยุดวิ่งเลยสักวัน เด็กสาวสี่ขวบคนนี้ก็เช่นกัน เธอคิดการใหญ่ตั้งเป้าระดมทุนให้ได้ถึง 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อสนับสนุนการวิจัยเพื่อรักษามะเร็งในเด็ก ที่ได้งบวิจัยเพียงแค่ 4 เปอร์เซ็นต์จากสถาบันวิจัยมะเร็งแห่งชาติของสหรัฐอเมริกา โดยเด็กอเมริกันทุก 285 คน จะมีผู้โชคร้ายที่เป็นมะเร็งหนึ่งราย แต่ละปีจะตรวจพบมะเร็งในเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปี มากกว่า 250,000 ราย หมายถึงมีเด็กที่เป็นมะเร็งเพิ่มขึ้นวันละกว่า 700 คน ซึ่งมะเร็งยังเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับหนึ่งของเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 19 ปีอีกด้วย

เรื่องราวความตั้งใจของเด็กผู้หญิงที่ป่วยเป็นมะเร็งคนหนึ่ง ที่ลงมือทาสีเหลืองสดใสบนแผงไม้ที่เธอและพี่ชายช่วยกันประกอบขึ้นมาด้วยตัวเอง เพื่อขายน้ำมะนาวหาเงินไปช่วยพัฒนาการวิจัยมะเร็งในเด็ก ที่มีส่วนช่วยชีวิตเด็ก ๆ อีกหลายล้านคนบนโลกใบนี้ในอนาคต ได้สร้างแรงบันดาลใจให้ผู้ใหญ่หลายคนทั่วโลก ตั้งแต่สื่อท้องถิ่น ไปจนถึง โอปราห์ วินฟรีย์ แผงขายน้ำมะนาวของอเล็กได้แพร่กระจายไปมากกว่า 50 รัฐทั่วสหรัฐอเมริกา และแคนาดา และข้ามทะเลไปไกลถึงประเทศฝรั่งเศส

สี่ปีต่อมา แผงขายน้ำมะนาวของอเล็กสามารถระดมทุนได้ครบ 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐสมกับที่สาวน้อยคนนี้ได้ตั้งใจไว้ แรงน้ำใจหลั่งไหลจากผู้คนและองค์กรต่าง ๆ ทั่วโลก น่าเสียดายที่เธอกลับไม่มีโอกาสเห็นความสำเร็จนี้ เพราะเธอได้เข้านอนไปพร้อมกับการหลับฝันชั่วนิรันดร์…

ช่วงกลางปี 2004 ร่างกายของอเล็กซานดร้าในวัย 8 ขวบ เริ่มล้าอ่อนแรง สุขภาพเธอย่ำแย่ทรุดหนักภายในเวลาไม่กี่วัน แม้จะเป็นการนับถอยหลังในชั่วโมงสุดท้ายของชีวิต แต่สาวน้อยคนนี้กลับเตรียมใจพร้อม เธอนอนนิ่งสงบไม่หวาดหวั่น ภายในอาจเก็บซ่อนอาการเจ็บปวดรุนแรงไว้ เพื่อไม่ให้พ่อแม่ของเธอต้องเป็นกังวลและหวาดกลัวกับการจากไปของเธอ วันที่ 1 สิงหาคม อเล็กซานดร้า สก็อตต์ ได้หลับไหลไปตลอดกาล

“เมื่อชีวิตให้มะนาวที่เปรี้ยวเข็ดฟันมา ก็คั้นเป็นน้ำมะนาวอร่อย ๆ ไว้ดื่มสิ เราทำเรื่องดี ๆ ตอนที่เจอแต่เรื่องแย่ ๆ ได้นี่คะ” สาวน้อยผู้จุดประกายสร้างแรงบันดาลใจกับคนทั้งโลก ได้พูดถึงที่มาว่าทำไมต้องเป็นน้ำมะนาว เพราะมันคือการพลิกวิกฤตเป็นโอกาส

หลังการจากไปของ อเล็กซานดร้า สก็อตต์ ครอบครัวของเธอได้นำเงินบริจาคที่ยังคงทยอยมาอย่างต่อเนื่อง มาก่อตั้งเป็นมูลนิธิแผงน้ำมะนาวของอเล็ก (Alex’s Lemonade Stand Foundation) ในวันที่ 18 มกราคม 2005 ซึ่งเป็นวันครบรอบวันเกิดปีที่ 9 หากเธอยังคงมีชีวิตอยู่

นับจากวันนั้นจนถึงวันนี้ มูลนิธิที่มีจุดเริ่มจากแผงน้ำมะนาวเล็ก ๆ หน้าบ้านนี้ ระดมทุนได้มากกว่า 150 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 4,700 ล้านบาท ทั้งจากการตั้งแผงขายน้ำมะนาว ที่ผู้คนหลายพันคนต่างช่วยกันแพร่กระจายไปหลายสิบประเทศทั่วโลกในอัตราเร็วกว่าเซลล์มะเร็ง รวมไปถึงกิจกรรมต่าง ๆ มากมาย เช่นจัดวิ่งการกุศล ปั่นจักรยาน และช่องทางบริจาคออนไลน์ โดยเงินทุนจากมูลนิธินี้ ได้สนับสนุนเรื่องการวิจัยมะเร็งในเด็กไปแล้วกว่า 1,000 โครงการ ผ่าน 135 สถาบันวิจัยทั่วโลก ซึ่งผู้ร่วมบริจาคสามารถติดตามการทำงานอย่างโปร่งใสผ่านทาง alexslemonade.org

ความตายคืออะไร? คำตอบของคำถามนี้สำหรับ “อเล็กซานดร้า สก็อตต์” อาจคือ การเรียนรู้ที่จะให้ผู้อื่นในขณะเรายังมีชีวิตอยู่ สะสมความสุขใจติดตัวเอาไว้ในวันสุดท้ายของชีวิต” เหมือนอย่างที่เด็กสาวคนนี้ แม้เผชิญหน้ากับความวาระสุดท้าย แต่เธอยังคิดไปไกลมากกว่าแค่ชีวิตของตัวเองในวันนี้ แล้วพยายามใช้ชีวิตทุกวันให้เป็นวันที่ดีที่สุดสำหรับทุกคน

เหมือนท่อนหนึ่งในบทเพลงของ Live & Learn ที่ บอย โกสิยพงษ์ ประพันธ์แล้วถ่ายทอดผ่านการขับร้องของ กมลา สุโกศล ในประโยคที่ว่า

“อยู่ที่เรียนรู้ อยู่ที่ยอมรับมัน เติมความคิดสติเราให้ทัน อยู่กับสิ่งที่มี ไม่ใช่สิ่งที่ฝัน และทำสิ่งนั้นให้ดีที่สุด”

ภาพ : www.alexslemonade.org

ที่มา :
https://www.alexslemonade.org
https://www.cbsnews.com


นักเขียนที่ชอบนั่งนิ่งเงียบแอบมองโลกและผู้คนที่ผ่านไป แล้วแปลงให้กลายเป็นเรื่องราวบนโลกดิจิทัล

Releated

“ณัชชา รชตวรภรณ์” เจ้าของแบรนด์เสื้อผ้าที่สร้างความมั่นใจให้ผู้หญิง

“แพทริก ดาวน์ส, เจสสิกา เคนสกี้” คู่รักบอสตันสตรองที่เยียวยาตัวเองด้วยการวิ่งหลังเสียขาสามข้างจากระเบิดบอสตันมาราธอน

เลสลี่ ดีวาน ดอกเตอร์สาวที่แก้ปัญหาเรื่องโลกร้อนด้วยขยะนิวเคลียร์

กิตติธัช ศรีพิชิต: เสื้อเหลืองเสื้อแดง Avengers และเพื่อน ม.4 ทำให้อยากทำหนัง

ชวนล ไคสิริ เลิกออกแบบตึก มาเป็นเจ้าของแบรนด์เสื้อผ้า POEM

“ติ๊ก นามสมมติ” สาวข้ามเพศที่แดนหญิงทำให้มีเสรีภาพ

สตีเฟน ฮอว์กิง พิการแต่ไม่สิ้นหวัง ทะยานสู่อัจฉริยะผู้ไขความลับทฤษฎีแห่งจักรวาล

“อุ๋ย” สาวขายไข่ที่ “ยาไอซ์” เปลี่ยนให้เธออยากเป็นบาริสต้า