Post on 12/05/2022

อาเลีย บาตต์: จากเด็กสาวที่ไปกองถ่ายเพื่อกินข้าว สู่ราชินีมาเฟียแห่ง Gangubai Kathiawadi

ภาพยนตร์อินเดีย Gangubai Kathiawadi ‘หญิงแกร่งแห่งมุมไบ’ สร้างจากหนังสือ Mafia Queens of Mumbai (ราชินีมาเฟียแห่งมุมไบ) ที่ฉายอยู่ในแพลตฟอร์มสตรีมมิง Netflix กำลังเป็นกระแสร้อนแรงในประเทศไทยในช่วงเดือนพฤษภาคม 2022 ส่งให้ภาพยนตร์เรื่องนี้ขึ้น trending เป็นภาพยนตร์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดใน Netflix ในช่วงเดือนดังกล่าวนี้

ภาพยนตร์ ‘หญิงแกร่งแห่งมุมไบ’ ตีแผ่เรื่องราวของลูกสาวทนายความที่ถูกชายคนรักหลอกล่อเอาตัวไปขายที่ซ่องในราคาถูก ด้วยพล็อตเรื่องที่อิงมาจากเรื่องจริงที่แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งและเด็ดเดี่ยวของ คังคุไบ (Gangubai – นางเอกของเรื่อง) ที่ถึงแม้โชคชะตาจะใจร้ายกับเธอ แต่เธอก็พยายามลุกขึ้นมายืนหยัด แถมยังช่วยให้เพื่อนร่วมชะตากรรมโสเภณีของเธอได้มีสิทธิพื้นฐานในสังคม

นอกจากเนื้อเรื่องที่ชวนติดตาม ฉาก เสื้อผ้า และสีสันที่สวยงามตระการตา บวกกับการแสดงที่ชวนให้เราทั้งสงสารทั้งเอาใจช่วย คังคุไบ จึงไม่ใช่เรื่องแปลกเลยที่ใครต่อใครที่ดูหนังแล้วจะออกมาตามหาว่า หญิงสาวใบหน้าสวยหวานหยด เจ้าของนัยน์ตาทรงเสน่ห์ที่แสดงเป็น คังคุไบ คือใครกัน

อาเลีย บาตต์ (Alia Bhatt) คือชื่อจริงของนักแสดงสาวที่แสดงเป็น คังคุไบ มาเฟียโสเภณีแห่งมุมไบ

ครอบครัวภาพยนตร์ของหนูน้อยอาเลีย

ในชีวิตจริงของอาเลีย เธอเป็นนักแสดงบอลลีวูดสัญชาติอังกฤษ คุณพ่อเป็นผู้กำกับภาพยนตร์ (Mahesh Bhatt) คุณแม่เป็นนักแสดง (Soni Razdan) เธอจึงเติบโตมาในครอบครัวที่อยู่ในโลกของการแสดงและภาพยนตร์ แล้วลูกไม้ก็หล่นไม่ไกลต้น อาเลียค้นพบว่าตัวเองชื่นชอบการแสดงตั้งแต่ตอนที่ตัวเธอเรียนอยู่ชั้นอนุบาล

ในขณะที่เพื่อน ๆ ในห้องเรียนของเด็กอนุบาลร่วมกันฝึกซ้อมร้องเพลงประสานเสียง คุณครูผู้ควบคุมการซ้อมคงจะมองเห็นอะไรบางอย่างในตัวหนูน้อยอาเลีย คุณครูจึงได้บอกกับเด็ก ๆ ทุกคนว่า ให้คอยมองและร้องตามอาเลีย นั่นคือโมเมนต์ที่อาเลียบอกกับ Forbes India ว่า

“นั่นแหละคือจังหวะที่ฉันรู้ (ว่าอยากเป็นนักแสดง) ฉันชอบให้คนจ้องมองสายตามาที่ฉันให้ฉันเป็นจุดอ้างอิง ฉันรู้ (ในทันที) ว่าฉันชอบที่ได้เป็นจุดสนใจ”

ในขณะเดียวกันคุณแม่ของอาเลียก็เริ่มสนับสนุนลูกสาวตัวน้อยด้วยการพาอาเลียไปเรียนเต้นกับ Shiamak Davar (กูรูนักออกแบบท่าเต้นร่วมสมัยคนดังในอินเดีย) จนพออาเลียอายุเพียงแค่ 8 ขวบ เธอก็เต้นเก่งจนได้เลื่อนเข้าไปเรียนเต้นแบบ Advance แล้ว

ก็อาหารกองถ่ายมันอร่อยนี่นา

หากจะมีใครในโลกที่ได้ค้นพบตัวเองตั้งแต่เนิ่น ๆ ก็คงจะเป็นอาเลียที่ค้นพบว่าตัวเองชอบเป็นจุดสนใจของผู้อื่นตั้งแต่ 5 ขวบ แถมเส้นทางชีวิตของหนูน้อยอาเลียวัย 5 ขวบก็ประจวบเหมาะกับการที่คุณพ่อและคุณแม่อยู่ในวงการภาพยนตร์อินเดีย ทำให้หนูน้อยอาเลียวัย 5 ขวบ ได้ลองลิ้มชิมลางการแสดงครั้งแรกในวัยนั้น กับเรื่อง Sangharsh (1999)

หากแต่วัย 5 ขวบอาจจะยังเด็กเกินไป หนูน้อยอาเลียยังไม่เข้าใจองค์ประกอบและศิลปะของการแสดงเท่าไรนัก เธอจำได้เพียงแต่ว่าเธอไปที่กองถ่ายเพื่อไปกินข้าวเพียงเท่านั้น

“ฉันแค่ 5 ขวบเองในตอนนั้น และฉันจำอะไรไม่ค่อยได้หรอกเกี่ยวกับการถ่ายทำ ฉันไปที่กองเพื่อไปกินข้าวก็เท่านั้นแหละ”

ก็จะโทษใครได้ วัย 5 ขวบของคนส่วนใหญ่ก็คงหนีไม่พ้นการกินขนม ไอศกรีม หรือวิ่งเล่นกับเพื่อนหรอกกระมัง

จากสาวน้อยกินข้าวที่กองถ่ายสู่ภาพยนตร์วัยรุ่นวุ่นรักฉบับอินเดีย

13 ปีต่อมา อาเลียเติบโตขึ้นจากหนูน้อยเป็นสาวสวยสดใส อาเลียได้โอกาสในการแสดงอีกครั้ง กับภาพยนตร์รอมคอมเรื่อง Student of the Year (SOTY) ในปี 2012 แต่ก็เป็นอีกครั้งที่เธอบอกว่า เธอไม่มีความรู้พื้นฐานใด ๆ เกี่ยวกับโลกของภาพยนตร์เลย

“คุณไม่รู้หรอกว่า ฉันว่างเปล่าแค่ไหน ฉันไม่รู้เรื่องอะไรเลย ฉันไม่รู้ด้วยซ้ำว่าการทำหนังมันจะต้องมีหลาย ๆ แผนก (ร่วมกันทำงาน) ฉันไม่รู้ว่าการออกแบบโปรดักชันคืออะไร ในหัวของฉัน ฉันคิดว่า คุณแค่เอากล้องมา แล้วก็เริ่มถ่ายเลย ฉันคิดแค่นั้น”

ถึงแม้ว่าอาเลียจะกล่าวอ้างว่าเธอไม่ประสีประสากับโลกภาพยนตร์อันใดเลยก็ตาม แต่ภาพยนตร์ SOTY ก็สร้างรายได้อย่างงดงาม แต่เหล่านักวิจารณ์ทั้งจาก Hindustan Times หรือ CNN-IBN ต่างให้คำจำกัดเธอไว้ประมาณว่า ‘หน้าตาน่ารักแต่ดูว่างเปล่า’

หากคุณแม่ของอาเลียเป็นผู้เตรียมความพร้อมให้อาเลียเข้าสู่วงการการแสดงด้วยการพาเธอไปเรียนเต้นตั้งแต่ 5 ขวบ คุณพ่อของเธอคงมีส่วนในเรื่องการเตรียมความพร้อมให้เธอเพื่อก้าวเข้าสู่โลกของการทำงานตรงที่…การสอนลูกให้เป็นผู้ใหญ่และจริงใจกับตัวเอง

จงเป็นผู้ใหญ่และจริงใจต่อตัวเอง

“คุณพ่อคุยกับฉันแบบผู้ใหญ่คุยกับผู้ใหญ่เสมอเลยค่ะ คุณพ่อจะให้ฉันฟังเพลง แล้วถามความเห็นฉัน (ว่าฉันคิดยังไง)…ฉันมาจากครอบครัวที่ ถ้าฉันเสแสร้งแกล้งพูด (เรื่องอะไรก็แล้วแต่) เมื่อไหร่ คนในครอบครัวฉันจะบอกฉันทันทีว่า นี่เธอกำลังเสแสร้งอยู่นะ”

อาจจะด้วยเหตุนี้อาเลียจึงถูกบ่มเพาะให้ซื่อสัตย์ต่อความรู้สึกของตนเองอยู่เสมอ และเมื่อเธอคิดว่า เธอไม่ได้อยากเรียนมหาวิทยาลัยเพื่อให้ได้ใบปริญญา เธอต้องการเดินตามสิ่งที่เธอคิดว่าเธออยากจะทำ คือการเป็นนักแสดง เธอจึงตัดสินใจไม่เรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัย และเอาเวลาทั้งหมดไปศึกษาเรื่องการแสดงและการทำภาพยนตร์

อาเลียตระหนักดีว่า นักวิจารณ์และอาจจะรวมถึงคนอื่น ๆ ที่ชมภาพยนตร์ของเธอจะมีความคิดเห็นต่อเธอว่า เธอมีดีกว่าที่เห็น เธอจึงตั้งใจหนักหนาว่าหากได้โอกาสในการแสดงอีก เธอจะทำมันให้ดี

และโอกาสก็เข้ามาหาเธออีกครั้งเมื่อเธอได้พบกับ Imtiaz Ali ผู้กำกับภาพยนตร์ที่ได้ชวนเธอให้มารับบทนำในเรื่อง Highway (2014) โดยอาเลียรับบทเป็นว่าที่เจ้าสาวที่ถูกลักพาตัว แต่ต่อมาตกหลุมรักกับคนที่ลักตัวเธอมาเสียเอง โดยภาพยนตร์เรื่องนี้อาจจะเรียกได้อย่างเต็มปากเต็มคำว่า เป็นเพียงเรื่องที่สองเท่านั้นที่เธอรับบทนำ แต่อาเลียก็สามารถโชว์ทักษะการแสดงให้ทั้งคนในกองถ่ายและแฟนภาพยนตร์ได้เห็นถึงความสามารถในการแสดงของเธอ

ทั้งความอ่อนไหว ทั้งความสับสน ทั้งความหัวรั้น (ในบางคราว) ของบท Veera ตัวเอกของเรื่อง Highway ที่อาเลียสามารถแสดงมันออกมาได้แบบที่คนดูเชื่อสนิทใจว่าเธอคือ Veera ซึ่งทักษะแบบนี้ Forbes India เขียนเอาไว้ว่า นักแสดงบางคนอาจต้องใช้เวลาเกือบทั้งชีวิตกว่าจะทำออกมาได้แนบเนียน แต่อาเลียทำมันออกมาได้อย่างดี ภาพยนตร์เรื่อง Highway จึงเสมือนหนึ่งเป็นการเปิดประตูสู่โลกแห่งบอลลีวูดให้อาเลียได้อย่างแท้จริงในฐานะ ‘นักแสดง’

จากเด็กน้อยอาเลียที่ไปที่กองถ่ายเพื่อไปกินข้าว สู่สาวน้อยอาเลียแห่งเรื่อง SOTY ที่ไม่รู้ว่าการควบคุมอาหารเป็นสิ่งจำเป็นในโลกของบอลลีวูด เพราะคุณจะต้องเต้นและทำให้คนดูรู้สึกผ่อนคลายสบายตาไปพร้อม ๆ กัน ถึงวันนี้ที่เธอรู้ดีว่าทุกกิริยาท่วงท่าของเธอจะถูกจับจ้องอยู่เสมอ ไม่ใช่เพียงเฉพาะแต่ในกองถ่ายที่กล้องทุกตัวต้องจับภาพมาที่เธอ แต่เธอกำลังเป็นดาวเด่นในโลกบอลลีวูดที่มีค่าตัวประมาณ 90 ล้านบาทต่อเรื่อง พร้อมกับฉายาที่ใคร ๆ ต่างพากันเรียกเธอในเวลานี้…คังคุไบ ราชินีมาเฟียแห่งมุมไบ

เรื่อง: มณีเนตร วรชนะนันท์
ภาพ: (ซ้าย) อาเลีย บาตต์ ภาพจาก Getty Images (ขวา) ภาพจากภาพยนตร์ Gungubai Kathiawadi

ที่มา:
https://www.hindustantimes.com/…/story…
https://www.hindustantimes.com/…/story…
https://www.forbesindia.com/…/alia-bhatt-the…/39209/1
https://openthemagazine.com/art-culture/that-sassy-girl/


อดีตเคยเป็นนักแต่งเพลง ปัจจุบันเป็นอาจารย์ที่คณะมนุษยศาสตร์และการจัดการการท่องเที่ยว มหาวิทยาลัยกรุงเทพ สนใจเรื่องอาหาร เบื้องหลังของเพลงดัง และคนในวงการ Pop Culture ในมุมอื่น ๆ

Related

มาซาฮิโระ โมริ: ผู้ศึกษาว่าทำไมคนมักขนลุกเมื่อเห็นหุ่นยนต์? และเสนอแนวคิด ‘The Uncanny Valley’ หรือ ‘หุบเขาแห่งความประหลาด’

ฉากตัดสัมพันธ์เหนือร่างมังกรหลับแห่งเมืองจีน และงานศิลปะว่าด้วยความรักแสนขม ความทรงจำแสนหวาน ระหว่าง ‘มารินา อบราโมวิช’ กับ ‘อูไลย์’

The Hollies – He Ain’t Heavy, He’s My Brother: บ้านเด็กกำพร้า ความหวัง ซากหักพัง และการแบกน้องขึ้นบ่า

ธนภพ ลีรัตนขจร – นาดาว บางกอก: “ไม่มีบ้านหลังนี้ ก็ไม่มีเราในวันนี้”

The Scala : บทบันทึกโมงยามแห่งการเปลี่ยนแปลงของสกาลา ก่อนวันจากลา

มูฮัมหมัดตอฮา หะยียูโซ๊ะ: กรงเหล็กทิ่มแทงผ้า ชีวิตและศิลปะในนิทรรศการหยุดซ้อมทรมาน

โซอี้ คราวิตซ์: ‘แคทวูแมน’ ผู้เคยพลาดบทเล็ก ๆ ใน ‘The Dark Knight Rises’ เพราะไม่ใช่คนขาว

ต้น-เอกภณ เศรษฐสุข ผู้กำกับ ‘เทอมสองสยองขวัญ’ จากเส้นทางสายโฆษณา สู่หนังผี