Post on 22/07/2019

อาลีบาบา คนจนผู้ชิงทรัพย์โจรจนร่ำรวย แรงบันดาลใจ แจ็ค หม่า

แจ็ค หม่า มหาเศรษฐีจีนเป็นที่รู้จักในฐานะผู้ก่อตั้ง “อาลีบาบา” อาณาจักรธุรกิจที่มีการค้าปลีกออนไลน์เป็นหัวใจสำคัญ และด้วยชื่อบริษัทของเขาไปพ้องกับชื่อตัวละครดังในนิทานชุด “อาหรับราตรี” (หรือ 1001 ราตรี, The Thousand and One Nights) ก็ทำให้มีคนสงสัยว่า ชื่อบริษัทของเขาเกี่ยวข้องกับนิทานชุดนี้หรือเปล่า?

ลอร์เรน ฮาห์น (Lorraine Hahn) จาก CNN ก็เลยตั้งคำถามว่าทำไมหม่าถึงเอาคนที่มีพฤติกรรมร่ำรวยผิดปกติอย่างไม่มีที่มาที่ไปมาตั้งเป็นชื่อธุรกิจของตัวเอง ซึ่งหม่าก็ให้คำตอบกลับมาว่า

“วันหนึ่ง ตอนนั้นผมอยู่ในร้านกาแฟที่ซานฟรานซิสโก แล้วผมก็นึกขึ้นมาได้ว่า อาลีบาบาก็เป็นชื่อที่ดีนะ เมื่อพนักงานเสิร์ฟเดินผ่านมา ผมก็เลยถามว่าคุณรู้จักอาลีบาบารึเปล่า? แล้วเธอก็บอกว่า ใช่สิ ผมเลยถามต่อว่าคุณรู้อะไรเกี่ยวกับอาลีบาบาบ้าง? เธอตอบว่า ‘ฝักงาจงเปิดออก’ (Open Sesame) ผมเลยคิดว่านี่แหละชื่อที่ใช่! จากนั้นผมก็ออกจากร้านเดินไปตามถนนถามคน 30 คนว่า ‘คุณรู้จักอาลี บาบามั้ย?’ คนจากอินเดีย เยอรมนี โตเกียว หรือจีน…พวกเขาต่างรู้จักอาลีบาบา อาลีบาบา ฝักงาจงเปิดออก อาลีบาบา กับ 40 โจร อาลีบาบาไม่ใช่โจร อาลีบาบาคือนักธุรกิจที่ใจดีและฉลาด เขาช่วยเหลือชาวบ้าน มันยังสะกดง่าย คนทั่วโลกรู้จัก อาลีบาบาเปิดฝักงาให้กับบริษัทขนาดกลางและขนาดเล็ก เรายังจดทะเบียนชื่อ อาลีมามา (Alimama) เผื่อไว้ว่าใครอยากจะร่วมหอลงโรงกับเรา”

ฟังคำอธิบายของหม่าแล้วก็อาจจะรู้สึกเคลิ้มและคล้อยตามได้ง่าย ๆ แต่อาลีบาบาในเวอร์ชันของหม่าน่าจะมีรายละเอียดที่ต่างไปจากเวอร์ชันกระแสหลักที่เรื่องราวทั้งหลายเกิดเป็นปมปัญหาขึ้นมา ก็ล้วนมาจากการขาด “ความเฉลียว” ของอาลีบาบา และที่เขาสุขสบายได้ในท้ายที่สุดก็เนื่องจากความโชคดีที่ได้ “ทาสหญิง” ผู้แสนฉลาดมาอยู่ในความครอบครอง  

เรื่องของเรื่องก็คือ อาลีบาบา มีพี่ชายอยู่คนชื่อ คาสซิม ในขณะที่อาลีบาบาเป็นเพียงคนตัดฟืนที่ยากจน คาสซิมผู้พี่โชคดีได้แต่งงานกับหญิงสาวฐานะดีมีชีวิตที่สุขสบาย วันหนึ่งขณะที่อาลีบาบากำลังบ่นกับความอาภัพในชะตากรรมของตัวเองอยู่นั้น เขาก็เห็นฝูงโจร 40 คนเดินทางผ่านมาพร้อมกับของโจร เขาจึงหลบดูอยู่ห่าง ๆ ทันใดนั้นหัวหน้าโจรก็ร่ายมนต์ว่า “ฝักงาจงเปิดออก” (Open Sesame) ทางลับเข้าถ้ำก็เปิดขึ้นพวกโจรเข้าไปปุ๊บ ทางเข้านั้นก็หายไป 

เขาลอบดูอยู่พักใหญ่ เห็นฝูงโจรจากไปโดยไม่มีข้าวของติดตัว อาลีบาบานั่งรอเห็นโจรไม่มีท่าทีจะย้อนกลับมาก็ออกมาร่ายมนต์บ้าง เขาเข้าทางลับไปจึงได้พบกับทรัพย์สมบัติมากมาย จึงฉวยโอกาสลักทรัพย์โจรติดไม้ติดมือกลับบ้านมาให้ภรรยา

ภรรยาอาลีบาบาอยากรู้ว่าทองคำที่สามีขโมยมามีน้ำหนักเท่าไหร่ จึงไปขอยืมตาชั่งจากพี่สะใภ้ผู้มีฐานะดีมาชั่ง พี่สะใภ้คนนี้รู้สึกระแคะระคายจึงแอบเอาขี้ผึ้งทาภาชนะสำหรับใส่วัตถุเพื่อชั่งน้ำหนักเพื่อให้ของที่ชั่งติดภาชนะนั้นเอาไว้ (น่าจะเป็นพวกเครื่องดินเผาที่ชั่งด้วยการถ่วงน้ำหนักกับสิ่งของที่รู้น้ำหนักอยู่แล้วอย่างตาชั่งโบราณ) ภรรยาอาลีบาบารู้ไม่ทันพี่สะใภ้ เอาเหรียญทองมหาศาลเทใส่ภาชนะชั่งน้ำหนัก ชั่งเสร็จก็ไม่ดูให้ดีว่ามีเหรียญทองติดก้นภาชนะอยู่

ฝ่ายพี่สะใภ้ได้ตาชั่งคืนก็รู้ว่า น้องเขยผู้ยากไร้ไปแอบได้เหรียญทองคำมากมายมาอยู่ในครอบครองจึงไปฟ้องสามี คาสซิมทราบเรื่องก็คาดคั้นเรื่องจากน้องชายว่าไปหาทองมากมายมาจากไหน? อาลีบาบาก็พาซื่อบอกพี่ชายไปหมดเปลือก และรับปากว่าจะพาไปดูถ้ำสมบัติในเช้าวันรุ่งขึ้น

แต่คาสซิมไม่รอถึงรุ่งเช้า แอบไปที่ถ้ำสมบัติในค่ำวันนั้นเลย เข้าถ้ำได้ก็รีบโกยสมบัติด้วยความโลภ แต่พอจะออกดันลืมคาถา จำสับสนว่าเป็นถั่วเป็นข้าวสาลีหรืออะไรก็ไม่รู้ (ที่ถูกต้องเป็น “งา”) จึงออกไม่ได้ ฝ่ายโจรเข้าถ้ำมาเห็นจึงจับคาสซิมฆ่าหั่นศพเสีย 

ด้านภรรยาคาสซิมเห็นสามีหายตัวไปไม่กลับบ้านจึงไปถามกับน้องเขย อาลีบาบาเลยเดาว่าพี่ชายตนคงแอบไปถ้ำโดยลำพัง เขาจึงไปที่ถ้ำสมบัติและพบร่างพี่ชายจึงเก็บซากศพกลับบ้าน ฝ่ายโจรกลับมาที่ถ้ำไม่เห็นศพจึงรู้แน่ว่า ถ้ำลับของพวกเขาไม่ลับอีกต่อไป จึงออกตามล่าโจรที่บังอาจมาขโมยของโจร

จากนี้ตัวเอกตัวจริงจึงได้ออกโรง เมื่ออาลีบาบาพาศพพี่ชายกลับมาบ้าน บอกเรื่องเศร้าให้พี่สะใภ้ทราบ หลังผ่านช่วงไว้ทุกข์แล้วเขาจึงรับพี่สะใภ้มาเป็นภรรยาอีกคน (ตามธรรมเนียมมุสลิม) และใช้ให้ “มอร์เจียนา” (Morgiana) ทาสหญิงของคาสซิมที่ตอนนี้มาอยู่ใต้อำนาจของเขาแล้วหาทางจัดพิธีศพให้ไม่เป็นที่สงสัยของชาวบ้าน 

มอร์เจียนาจึงหาช่างรองเท้ามาช่วยเย็บศพติดเข้าด้วยกัน โดยจับช่างปิดตาพามาบ้านเพื่อไม่ให้รู้ว่าเป็นบ้านหลังไหนครอบครัวใด เสร็จแล้วก็พาช่างปิดตาส่งตัวคืน 

ฝ่ายโจรส่งสายสืบเข้าหมู่บ้านเพื่อหาร่องรอยจนมาพบช่างรองเท้าคนดังกล่าว ช่างบอกว่าเขาถูกว่าจ้างให้เย็บศพที่ตายผิดธรรมชาติ แต่ถูกจับปิดตาไว้ไม่แน่ใจว่าเป็นบ้านหลังไหนแน่ สายสืบโจรเลยจับช่างปิดตาพาเดินไปจนถึงบ้านของอาลีบาบาและทำสัญลักษณ์บนประตูบ้านไว้ด้วยชอล์กสีขาวก่อนกลับไปพาพรรคพวกมาบุกในยามวิกาล แต่มอร์เจียนามาเห็นรอยชอล์กจึงเอะใจ คิดได้ว่าช่างรองเท้าจะย้อนรอยมาเล่นงานนายทาสเธอเป็นแน่ จึงขีดชอล์กไว้ทุกบ้านในละแวกใกล้เคียง

ฝ่ายโจรพาสมัครพรรคพวกมาถึงหมู่บ้านก็งงว่าบ้านไหนแน่ หัวหน้าโจรหัวเสียจึงฆ่าโจรสายสืบทิ้ง แล้วให้โจรอีกรายไปตามช่างรองเท้ามาปิดตาเดินหาบ้านผู้ต้องสงสัยอีกรอบ ช่างก็พามาบ้านอาลีบาบาได้เหมือนเดิม คราวนี้โจรใช้ชอล์กสีแดงทำสัญลักษณ์ไว้ มอร์เจียนามาเห็นก็รู้ทัน ทำสัญลักษณ์เป็นชอล์กสีแดงที่บ้านหลังอื่น ๆ อีกเช่นเดิม แก๊งโจรกลับมายามค่ำก็งงไม่รู้บ้านไหนอีกครั้ง หัวหน้าโจรเลยฆ่าโจรสายสืบรายที่สองทิ้งแล้วตัดสินใจจัดการด้วยตัวเอง

คราวนี้เขาจับช่างทำรองเท้าปิดตาเดินด้วยตัวเองแล้วจำเส้นทางทุกทางไว้อย่างแม่นยำ โดยไม่ต้องมาใช้ชอล์กทำสัญลักษณ์อะไรอีก เสร็จแล้วเขากลับมาที่บ้านของอาลีบาบีในคราบของพ่อค้าขายน้ำมัน และขอค้างที่บ้านของอาลีบาบาพร้อมกับสินค้าเป็นไหน้ำมันขนาดยักษ์จำนวนมาก ซึ่งอาลีบาบาก็ยินยอมให้พ่อค้าแปลกหน้ามาพักในบ้านตัวเองโดยไม่เฉลียวใจสักนิดว่า ในไหน้ำมันนั้นแท้จริงมีน้ำมันเพียงไม่กี่ไห ที่เหลือเป็นหมู่โจรที่แฝงตัวเข้ามาเพื่อลอบฆ่าเขาในยามค่ำ!

แต่เมื่อตกค่ำ มอร์เจียนานางทาสคนเก่งอยากได้น้ำมันมาเติมตะเกียงเพิ่มกะจะไปขอน้ำมันจากพ่อค้ากำมะลอ จึงแอบได้ยินเสียงโจรคุยกันถามว่า “ได้เวลาลงมือยัง?” มอร์เจียนาจึงพูดขึ้นว่า “อย่าเพิ่ง!” แล้วก็รีบไปต้มน้ำมันแล้วเอาไปราดใส่ไหน้ำมันทุกไหเพื่อฆ่าโจรทิ้ง ฝ่ายหัวหน้าโจรมาพบทีหลังว่าลูกน้อง 37 รายมาตายในคราวเดียวกันจึงรีบหนีไป

มอร์เจียนาจึงเอาเรื่องนี้ไปเล่าให้อาลีบาบาฟัง พร้อมแนะนำว่าอย่าให้เขากระโตกกระตากไปเดี๋ยวชาวบ้านจะสงสัย และต้องระวังเพราะฝูงโจรยังตายไม่หมด โดยเฉพาะหัวหน้าโจร

หัวหน้าโจรที่มีความแค้นสุมอกวางแผนเอาคืนอีกรอบด้วยการตีสนิทกับลูกชายคาสซิมผู้ล่วงลับ จนได้รับเชิญให้มากินข้าวที่บ้านของอาลีบาบา ซึ่งเปิดช่องให้เขาสามารถฆ่าอาลีบาบาได้อีกครั้ง แต่มอร์เจียนาเห็นหัวหน้าโจรมีพฤติกรรมน่าสงสัย จึงเฝ้าสังเกตและเห็นพิรุธว่าเพื่อนนายน้อยของเธอน่าจะเป็นคนเดียวกับพ่อค้ากำมะลอหรือหัวหน้าโจรร้ายนั่นเอง ระหว่างที่เจ้าบ้านกับแขกกำลังเพลิดเพลินกับอาหารและการแสดง มอร์เจียนาที่กำลังร่ายรำอยู่ด้วยก็คว้ามีดแทงหัวหน้าโจรจนถึงแก่ความตาย

อาลีบาบาที่เปิดช่องให้อันตรายเข้าหาตัวเองครั้งแล้วครั้งเล่าโดยมิได้เฉลียวใจแม้แต่น้อย เมื่อได้รู้ความจริงก็รู้สำนึกในบุญคุณของทาสสาว จึงประกาศให้เธอเป็นไทพร้อมยกหลานชายให้เป็นสามีของเธอ อาลีบาบาจึงถือเป็นผู้โชคดีกลายเป็นผู้ครอบครองทรัพย์สมบัติของโจรแต่เพียงผู้เดียวโดยที่ตนเองแทบไม่ต้องทำอะไรเลย 

ด้วยเหตุนี้ อาลีบาบาตามสำนวนสากลจึงดูเป็นคนที่ไม่มีพรสวรรค์อะไรติดตัว นอกจากความโชคดีซ้ำซ้อนได้รู้ความลับของโจร และยังได้ทาสที่เฉลียวฉลาดมาทำงานให้ จึงทำให้เขาร่ำรวยขึ้นมาได้ด้วยการชิงทรัพย์จากโจรอีกต่อหนึ่ง ต่างจากอาลีบาบาตามสำนวนของแจ็ค หม่า ที่เขาบอกว่าเป็นนักธุรกิจที่ฉลาดและใจดี (หรือจริง ๆ แล้ว แจ็ค หม่า อาจจะประทับใจในความรวยโชคของอาลีบาบา จึงเอาชื่อของคนตัดฟืนผู้ไร้ความสามารถมาตั้งเป็นชื่อบริษัทเพื่อเอาฤกษ์เอาชัยก็เป็นได้)


ผู้เขียนเนื้อหาด้านประวัติศาสตร์ และต่างประเทศ