Post on 21/12/2020

Alice in Borderland หลงทางในโพรงกระต่าย จะเลือก “ตาย” หรือให้เพื่อน “ตายแทน”?

“ฉันเห็นคนตายต่อหน้า แต่ว่าฉันรอดมาได้”

“ก็ดีแล้วนี่”

 

ควันบุหรี่ลอยขึ้นปะปนกับชั้นบรรยากาศของมหานครโตเกียวที่บัดนี้ร้างไร้ผู้คน บทสนทนาแปลกประหลาดนั้นเป็นเพียงเสียงไม่กี่เสียงท่ามกลางความเงียบงันของเมืองที่ถูกเปลี่ยนให้ไร้ชีวิต ที่นั่น ‘อะริสุ’ ชายหนุ่มที่เห็นคนตายต่อหน้า และ ‘ชิบูกิ’ หญิงสาวที่รู้สึกว่าการตายของคนอื่นเป็นเรื่องธรรมดา การที่ยังมีชีวิตรอดมาได้ต่างหากที่สำคัญ กำลังพูดคุยกัน

 

บทสนทนาเหล่านี้คงยากที่จะเกิดขึ้นหากโตเกียวยังอยู่ในสภาวะปกติ แต่โตเกียวใน ‘Alice in Borderland’ หรือ ‘อลิสในแดนมรณะ’ ซีรีส์ที่สร้างจากมังงะชื่อเดียวกันของ Haro Aso กลับต่างออกไป ในเรื่องนี้ มหานครแห่งญี่ปุ่นที่ว่าได้กลายเป็นดินแดนแห่งความสิ้นหวัง เพราะมันรายล้อมด้วยความตายที่มาในรูปแบบของ ‘เกม’

 

/ บทความต่อไปนี้มีการเปิดเผยเนื้อหาในซีรีส์ Alice in Borderland /

 

ซีรีส์เริ่มขึ้นด้วยเรื่องราวของ ‘อะริสุ’ ชายหนุ่มบ้านรวย ติดเกมและไม่ยอมหางานทำ จนมีปากเสียงกับพ่อและน้องชายอยู่บ่อย ๆ และเพื่อนอีกสองคน ‘โจตะ’ พนักงานบริษัทไอทีที่มีแม่ศรัทธาในลัทธิประหลาดจนทำให้ถูกกลั่นแกล้งมาตั้งแต่เด็ก จนได้อะริสุกับ ‘คารุเบะ’ ช่วยไว้ คารุเบะเป็นเพื่อนคนสุดท้ายในกลุ่มที่มาพร้อมภาพลักษณ์นักเลงหัวไม้ พวกเขาคือกลุ่มเพื่อนซี้ที่มักจะไปไหนมาไหนด้วยกันเสมอ

 

ในวันนั้น อะริสุ คารุเบะ และโจตะ คือเพื่อนรักเพื่อนตายที่ไม่ได้รู้เลยว่าในกลุ่มเล็ก ๆ ที่แน่นแฟ้นของพวกเขาจะต้องมีคน ‘ตาย’ เข้าจริง ๆ

 

Game Start

หลังจากคนทั้งโตเกียวหายไปเหมือนไม่เคยมีอยู่ ค่ำวันนั้นข้อความบนจอแสดงผลขนาดใหญ่กลางชิบูยะก็ได้นำทางพวกเขาไปที่ ‘ฐาน’ หรือ ‘ด่าน’ สำหรับเล่นเกมแรก และได้พบกับ ‘ชิบูกิ’ อดีตสาวแบงก์ที่เคยเล่นเกมมาก่อนแล้วหนึ่งครั้ง และเด็กสาวไม่ทราบชื่ออีกหนึ่งคน

 

กติกาของเกมแรกไม่ยากและไม่ง่าย

เปิดประตูให้ถูกบาน หาทางออกจากตึกที่เป็นฐานให้ได้ ไม่อย่างนั้นก็ตาย

 

Game Clear

เพียงสองนาทีแรก เด็กสาวไม่ทราบชื่อก็ต้องสังเวยชีวิตให้กับเกมวิปริตที่ไม่มีใครรู้ตัวผู้ควบคุม ส่วนขาข้างหนึ่งของโจตะก็ถูกไฟคลอก หลังจากตั้งสติได้ อะริสุก็ได้ใช้ความถนัดด้านเกมของเขาในการไขปริศนาและพาคนอื่น ๆ ออกมาจากตึกแห่งนั้นได้ในที่สุด

 

แม้ ‘เกม’ แรกจะ ‘เคลียร์’ ไปแล้ว แต่พวกเขาก็ไม่ได้มีเวลาให้ครุ่นคิดกับสิ่งแปลกประหลาดที่เกิดขึ้นนานนัก เพราะพวกเขาในฐานะ ‘ผู้เล่น’ ต้องระวังไม่ให้สิ่งที่เรียกว่า ‘วีซา’ หมดอายุ ไม่อย่างนั้นก็ต้องตายด้วยเลเซอร์ที่ถูกยิงจากบนฟ้าเข้ากลางหัวแบบที่ไม่ว่าจะหลบอย่างไรก็หนีไม่พ้น

 

“เกมนี้น่ะ เล่นยังไงก็ไม่มีวันจบหรอก”

คือคำพูดสุดท้ายของชายแปลกหน้า ก่อนที่เลเซอร์ที่ว่าจะปลิดชีวิตเขาทิ้งไป

 

ฉันเห็นคนตายต่อหน้า แต่ว่าฉันรอดมาได้

เพราะขาข้างที่เจ็บอยู่ของโจตะ ทำให้ในเกมถัดไปอะริสุและคารุเบะต้องลงสนามเพียงแค่สองคน ทุกครั้งที่เข้าร่วมเกม ผู้เล่นจะไม่รู้กติกาใด ๆ จนกว่าจะก้าวเข้าสู่สนาม และเมื่อเข้ามาในสนามแล้ว การจะก้าวออกไปโดยยังไม่ ‘เคลียร์เกม’ ก็เท่ากับตายสถานเดียว

 

แม้พวกเขาจะรอดมาได้ แต่เกมนั้นก็ทำให้ทั้งคู่ได้พบกับความจริงที่น่าสะพรึงกลัวที่ว่ามีบางคนที่ถูกบังคับให้เล่นเกมนี้อยู่เช่นกันในฐานะคนที่ต้องฆ่าพวกเขา คนเหล่านั้นถูกเรียกว่า ‘ยักษ์’ ถ้ายักษ์แพ้ หรือไม่ฆ่าผู้เล่น ยักษ์ก็จะเป็นฝ่ายตาย

 

หลังจากอะริสุและผู้เล่นคนอื่น ๆ เป็นฝ่ายชนะเกม หัวของผู้หญิงที่เล่นเป็นยักษ์ก็ถูกระเบิดด้วยปลอกคอที่แกะออกไม่ได้จนเลือดสาดกระเซ็นทั่วผนัง

 

“ฉันเห็นคนตายต่อหน้า แต่ว่าฉันรอดมาได้”

“ก็ดีแล้วนี่”

 

หมาป่าหาลูกแกะ

การรอดพ้นจากความตายมาได้เป็นเรื่องน่ายินดี แต่ความยินดีนั้นจะเป็นเรื่องที่ยอมรับได้ไหม ถ้าหากการอยู่รอดที่ว่าต้องแลกมาด้วยชีวิตของคนอื่น

จะมีใครที่สามารถยินดีอย่างจริงใจได้หรือไม่ หากคนที่ต้อง ‘ตายแทน’ เพื่อให้เรารอด เป็นคนที่เราเรียกว่า ‘เพื่อน’

 

วีซาของโจตะและชิบูกิจะหมดลงคืนนี้ แม้แผลที่ขาของโจตะจะลุกลามจนแทบข่มความเจ็บเอาไว้ไม่ไหว แต่เขาก็ยังไม่อยากตาย กลุ่มเพื่อนซี้ทั้งสามคนและอดีตพนักงานแบงก์จึงได้ตัดสินใจเข้าร่วมเกมในคืนนี้

 

เกมนั้นมีชื่อว่า ‘หมาป่าหาลูกแกะ’

 

กติกาของเกมคือผู้เล่นทุกคนต้องสวมอุปกรณ์ที่เป็นทั้งแว่นจดจำใบหน้าและหูฟังไว้ที่ศีรษะ ผู้เล่นจะสามารถโต้ตอบกันได้แม้อยู่ในระยะไกล โดยมีผู้เล่นหนึ่งคนรับบทเป็น ‘หมาป่า’ และที่เหลือเล่นเป็น ‘ลูกแกะ’ ตำแหน่งหมาป่าส่งต่อกันได้ด้วยการสบตา มีเพียงหมาป่าเท่านั้นที่จะรอด เมื่อเวลาหมดลง อุปกรณ์ที่สวมไว้จะทำให้ลูกแกะทั้งหมดตาย

 

ความวุ่นวายกินเวลาเกินครึ่งของการแข่งขัน กลุ่มเพื่อนรักในสภาวะรักตัวกลัวตายกลับวิ่งไล่จับและแย่งกันเป็นหมาป่าเพื่อให้ตัวเองรอด จนสุดท้ายผู้ที่ได้ครองตำแหน่งนั้นไว้ก็คืออะริสุ

 

เขาลนลานวิ่งหนี ละล่ำละลักบอกเพื่อนที่กำลังวิ่งตามมาพร้อมก่นด่าเขาไปด้วย

“ขอเวลาฉันอีกหน่อย ขอให้ฉันได้คิด”

 

แต่เกมนี้ไม่ใช่เกมแนวใช้สมองอย่างที่อะริสุถนัด ไม่ว่าเขาจะพยายามคิดสักแค่ไหน หรือเอาไขควงที่ได้รับมาตอนเริ่มเกมมาไขอุปกรณ์ที่สวมหัวทิ้งไปอย่างไรก็ไม่สำเร็จ สุดท้ายแล้วอะริสุก็ทำได้เพียงทรุดตัวลงร้องไห้ ภาพในอดีตระหว่างเขาและเพื่อนซี้วนซ้ำอยู่ในหัว

 

มีชีวิตต่อไปนะ อะริสุ

ห้านาทีสุดท้ายก่อนที่เกมจะจบ อะริสุตัดสินใจ

 

“ฉันมีชีวิตต่อไม่ได้ ฉันไม่มีใครแล้วนอกจากพวกนาย พวกนายอยู่ไหน ฉันจะให้นายเป็นคนรอด”

 

มีเพียงความเงียบของต้นไม้และผืนป่าที่ตอบเขามา

 

/ ซ่อนตัวอย่าให้หมาป่าเจอ /

 

นาทีสุดท้ายก่อนที่ความตายจะมาถึง คารุเบะตอบรับเสียงตะโกนเรียกเพื่อน ๆ ของอะริสุอีกครั้ง

“โหวกเหวกโวยวายเป็นคนบ้า เมาหัวทิ่มยันสว่าง ตอนที่ฉันอยู่กับพวกนายน่ะ ทำให้ฉันลืมเรื่องทุกข์ไปหมดเลย”

 

“อะริสุ” โจตะพูดขึ้นผ่านหูฟัง ใบหน้าเปื้อนน้ำตา ทว่ามีรอยยิ้มยินดีปรากฎอยู่

“มีชีวิตต่อไปนะ”

 

ต่อหน้าอะริสุ อุปกรณ์ที่สวมคอคารุเบะเอาไว้ระเบิดเมื่อเกมจบ เลือดสีแดงไหลจากร่างที่เคยเที่ยวเล่นด้วยกันในวันก่อน ๆ อะริสุเบิกตากว้างและกรีดร้องออกมาสุดเสียง

 

ชีวิตในแดนมรณะ

แรกเริ่ม ความตายของเพื่อนสนิททำให้อะริสุเกิดความคิดที่จะตายตาม แต่เมื่อถูกช่วยไว้โดย ‘อุซางิ’ สาวนักปีนเขา เป้าหมายของเขาก็เปลี่ยนไป

“ฉันอยากมีชีวิตอยู่เพื่อหาว่าใครอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ ฉันจะไม่ให้ความตายของพวกนั้นต้องสูญเปล่า”

 

ความเจ็บปวดของการเสียเพื่อนไปได้กลายเป็นแรงผลักดันให้อะริสุอยากจะมีชีวิตรอดยิ่งขึ้น แม้ในตอนท้าย ๆ เรื่องที่เขาสะบักสะบอมใกล้ตาย อะริสุก็ยังพยายามจนได้ที่จะส่งเสียงขอความช่วยเหลือ และโกยอากาศเข้าปอดเพื่อหายใจ

 

ในแดนมรณะ ความตายเกิดขึ้นได้ง่ายกว่าที่คิด ความสูญเสียก็เช่นกัน

ฆ่าฟัน ห้ำหั่นกันเองเพราะไม่อยากตาย กรีดร้องด้วยความรู้สึกผิด อยากล้มตัวลงนอนและจบชีวิต แต่หัวใจที่เต้นรัวเร็วในอกและท้องที่หิวจนกิ่วก็บังคับให้ยังต้องใช้ชีวิตต่อไป 

 

Alice in Borderland เป็นซีรีส์แบบนั้น ซีรีส์ Sci – Fi ที่เต็มไปด้วยความลึกลับและอยุติธรรม แบบที่เมื่อดูจบแล้วจะเกิดคำถามเล็ก ๆ ถึงสิ่งที่มนุษย์แทบทุกคนมีอย่างมิตรภาพและความเป็นเพื่อน สัญชาตญาณการเอาชีวิตรอด และความคิดที่ว่า “ฉันไม่อยากตาย” เหล่านี้ล้วนเป็นคำถามที่เขย่าความรู้สึกของคนดูให้วาบไหว ลุ้นระทึก และบางทีก็อดแทนตัวเองลงในเรื่องราวเหล่านั้นไม่ได้

 

จะเป็นคนที่ซ่อนและตายเพื่อให้คนอื่นรอด หรือเป็นคนที่รอดแล้วต้องเห็นชีวิตของเพื่อนถูกพรากไปต่อหน้า จะ ‘อยู่’ หรือ ‘ตาย’ ในเกมแห่งความสิ้นหวังที่ไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไรก็จะมีเพียงความเสียใจเท่านั้นที่รออยู่

 

ถ้าหากคุณเป็น ‘อลิส’ ที่หลงเข้าไปใน ‘แดนมรณะ’ แห่งนี้ล่ะ จะเลือกแบบไหน?

 

เรื่อง : จิรภิญญา สมเทพ

 


อ่านและเขียนเกี่ยวกับศิลปะ ดนตรี ชีวิต และแมว