Post on 10/07/2019

อาลิเซีย มาชาโด นางงามจักรวาลปี 1996 ที่ถูก “โดนัลด์ ทรัมป์” วิจารณ์รูปร่างว่าเป็น “นางงามหมูตอน”

“ฉันเองก็มีชีวิตช่วงหนึ่งที่ฝากเอาไว้กับโซเชียลมีเดีย ทำไมคนเราต้องเอาชีวิตไปแขวนไว้กับการกดไลค์ในโลกอินเตอร์เน็ต แล้วตัดสินค่าด้วยคำพูดจากคนที่เราไม่รู้จักด้วย ต่อมาฉันก็เรียนรู้ว่าความมั่นใจคือสิ่งที่เราสร้างขึ้นมาเองได้ รู้ว่าตัวเราคือใครและไม่ยอมให้คอมเมนต์หรือคำวิจารณ์ที่ไม่สร้างสรรค์มาทำร้ายตัวเอง”

แคทริโอนา เกรย์ (Catriona Gray) เคยกล่าวประโยคนี้ไว้หลังคว้ามงกุฎนางงามจักรวาลปี 2018 มาวันนี้ดูเหมือนว่าแคทริโอนา หรือน้อง “แมวเทา” ของแฟนนางงามไทยจะเป็นผู้หยั่งรู้ฟ้าดิน เพราะต้นเดือนกรกฎาคม ปี 2019 มีผู้เข้าประกวดนางงามจากเวทีระดับประเทศของบ้านเราคนหนึ่ง นำภาพเรือนกายของแคทริโอนาไปเปรียบเทียบกับนางงามเจ้าของมงกุฎระดับสากลอีกเวที โดยเขียนคำบรรยายใต้ภาพไปในเชิงวิจารณ์หุ่นของแคทริโอนา ว่า ‘FAT’ (อ้วน) และเขียนบรรยายใต้ภาพนางงามอีกคนในชุดว่ายน้ำเผยส่วนเว้าส่วนโค้ง ว่า ‘FIT’

แคทริโอนา เกรย์ เมื่อครั้งคว้ามงกุฎนางงามจักรวาลปี 2018 (ภาพ: https://www.missuniverse.com/media/photos/5113/2)

ภาพดังกล่าว “go viral” หรือแพร่สะพัดไปทั่วโลกออนไลน์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ชุมชนเสมือนหรือเพจต่าง ๆ อันเป็นพื้นที่ของผู้ที่นิยมวัฒนธรรมการประกวดนางงามที่นำประเด็นนี้มาพูดกันอย่างออกรส มีการวิพากษ์วิจารณ์และประณามการกระทำของนางงามคนดังกล่าวที่นำภาพเปรียบเทียบมาโพสต์ในอินสตาแกรม โดยเฉพาะแฟนนางงามจากแดนพันเกาะฟิลิปปินส์และไทยเราหลาย ๆ คน ที่เห็นว่าการกระทำดังกล่าวนี้เป็นการกระทำที่ไม่มีความถูกต้องทางการเมือง (Political Correctness-PC) ที่ว่าด้วยเรื่อง body shaming หรือการสร้างความอับอายให้กับผู้อื่น โดยการใช้รูปร่างและขนาดของเรือนกายมาล้อเลียนหรือวิจารณ์ ซึ่งในกรณีดังกล่าวที่ใส่คำว่า ‘FAT’ ลงไปใต้ภาพ ทำให้เผิน ๆ คนอ่านคิดไปได้ว่าแคทริโอนาไม่มีระเบียบวินัยในการออกกำลังกาย ทั้งที่จริงแล้วมีข้อมูลเชิงลึกออกมาว่าเธอประสบความลำบากในการออกกำลังกายหนัก ๆ เนื่องจากมีกระดูกสันหลังที่คดงอ (Scoliosis)

นี่คือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในโลกสมัยใหม่ ที่ดูเหมือนว่าเรือนกายที่อ้วนแทบจะกลายเป็นอาชญากรรมหรือเป็นตราบาปไปเสียแล้ว โดยเฉพาะในโลกเศรษฐกิจเสรีนิยมใหม่ ที่มีสินค้าผลิตภัณฑ์รวมไปถึงวัฒนธรรมความบันเทิงประเภทการประกวดความงามเป็นหนึ่งในตัวขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจแบบดังกล่าว

เรือนกายที่แลดูสมบูรณ์ ถูกยกให้เป็นเรือนกายมาตรฐานและถูกนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อนำมาเป็นแรงจูงใจให้ผู้คนบริโภคสินค้าเพื่อรักษาไว้ซึ่งเรือนกายมาตรฐานที่สังคมหรือนายทุนกำหนดให้มี วาทกรรมเรือนกายถูกนำมาใช้เพื่อกระตุ้นให้เกิดการสร้างเรือนกายหรือหุ่นที่เป็นไปตามบรรทัดฐาน อาทิ เป็นนางงามต้อง “เอะอะลงยิม” เพื่อให้ได้ “เอว S” และหุ่นที่ “สับ สับ สับ” ซึ่งหากมองในแง่ของนักสตรีนิยมสำนัก Fat Feminism ซึ่งกอปรขึ้นเป็นการเคลื่อนไหวทางสังคมที่ออกมาเรียกร้องความเท่าเทียมและความยุติธรรมทางสังคมให้เกิดขึ้นกับผู้หญิง โดยเน้นประเด็นไปที่เรื่องน้ำหนักตัวและการลดทอนภาพของผู้หญิงที่มีอยู่หลากหลายให้เหลือแค่ภาพเดียวตามระบบเพศสองขั้ว (binary sex) ที่มักจะมองว่าเป็นผู้หญิงก็ต้องมีส่วนเว้าส่วนโค้ง และเป็นไปตามบรรทัดฐานของสังคมโดยรวม การนำเอาเรื่องความอ้วนหรือรูปร่างของ แคทริโอนา เกรย์ มาวิจารณ์ในลักษณะนี้ ก็เป็นการสร้างการกดทับและทำให้ผู้หญิงจำนวนหนึ่งในสังคมรู้สึกเป็นอื่น (marginalized) ได้ ทั้งยังอาจจะทำให้พวกเธอรู้สึกด้อยในคุณค่าของตัวเอง หากมีจิตใจที่ยังไม่เข้มแข็งพอ

วัฒนธรรมการประกอบสร้างเรือนกายของนางงามนั้นมีมาหลายทศวรรษแล้ว นับตั้งแต่โลกแห่งความงามสมาทานเรือนกายที่เป็นเรือนกายในแบบอุดมคติ ซึ่งมีฐานแนวคิดมาจากการเผยแพร่อุดมการณ์เรือนกายแบบยูจีนิกส์ (Eugenics) ซึ่งพบเห็นได้จากเรือนกายของคนขาวเชื้อสายอารยัน ซึ่งในยุคหนึ่งถูกสร้างภาพให้เป็นเรือนกายที่สูงส่ง เปี่ยมไปด้วยคุณค่า เหมาะที่จะเป็นภาพตัวแทนของรัฐชาติหรือองค์กรใดองค์กรหนึ่ง

หากมองย้อนกลับไปในประวัติศาสตร์การประกวดนางงามจักรวาลในยุคที่ body shaming ยังไม่แพร่หลายด้วยวิธีการของโลกออนไลน์ นางงามจักรวาลปี 1996 จากเวเนซูเอลา ซึ่งปัจจุบันโอนสัญชาติมาเป็นพลเมืองอเมริกัน อย่าง อาลิเซีย มาชาโด (Alicia Machado) ก็ตกเป็นเป้าของการกระทำดังกล่าวนี้เช่นกัน

อาลิเซีย มาชาโด ในปี 1996 ที่เธอสามารถคว้ามงกุฎนางงามจักรวาลมาครอง (ภาพ: http://www.missosology.info/forum/viewtopic.php?f=3&t=492675)

จะพูดถึงประวัติการประกวดนางงามจักรวาล เราคงไม่พูดถึง โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ไม่ได้ เพราะก่อนหน้าที่เขาจะก้าวสู่ตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ช่วงหนึ่งเขาคือมหาเศรษฐีเจ้าของลิขสิทธิ์การประกวดนางงามจักรวาล และมาชาโดก็เป็นนางงามจักรวาลในยุคที่ทรัมป์ดูแลลิขสิทธิ์อยู่พอดี

ในสายตาของทรัมป์ นางงาม “ที่ดี” คือนางงามที่ต้องรูปร่างผอมบางดูสวย แต่สำหรับอาลิเซียดูเหมือนจะไม่ใช่ เพราะหลังจากเธอได้รับตำแหน่งนางงามจักรวาลแล้ว น้ำหนักของเธอก็เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

“เธอคือนางงามจักรวาลที่แย่ที่สุดที่เราเคยมีมา, แย่สุด ๆ เธอคือผู้ชนะและน้ำหนักเธอก็เพิ่มขึ้นมหาศาล และนั่นแหละคือปัญหาที่แท้จริง ไม่ใช่แค่นั้นนะ ทัศนคติของเธอก็ด้วย เรามีปัญหากับเธอจริง ๆ” ทรัมป์ให้สัมภาษณ์ในรายการโทรทัศน์ Fox and Friends

เมื่อถึงจุดที่ทรัมป์ทนไม่ไหวกับหุ่นของอาลิเซีย เขาถึงกับเรียกตัวเธอกลับมาจากการปฏิบัติหน้าที่นางงามจักรวาล พร้อมกับแจ้งข่าวกับสื่อมวลชนจำนวนมากให้มาทำข่าวการลดน้ำหนักครั้งใหญ่ของอาลิเซียแบบสด ๆ ถึงขนาดที่ว่าทรัมป์ต้องลงมาคุมเองกับมือ

ทรัมป์ในขณะนั้นเรียกอาลิเซีย นางงามจักรวาลในสังกัดของเขาว่า ‘Miss Piggy’ หรือแปลง่าย ๆ ว่า ‘นางงามหมูตอน’ ด้วยหุ่นของเธอที่แลดูแล้วอวบขึ้นจากวันที่ได้รับตำแหน่ง ทรัมป์อ้างว่าอาลิเซียคงจะชอบกินและเจริญอาหารมากเกินไป ซึ่งภาพที่อาลิเซียเดินทางมาประเทศไทย แล้วนั่งรับประทานแคปหมูในงานขันโตกแห่งหนึ่งที่เชียงใหม่ เป็นอีกภาพหนึ่งที่ทำให้แฟนนางงามนำมาอธิบายเรื่องพฤติกรรมการกินของเธอ

คำว่า ‘Miss Piggy’ ถูกใช้ในเชิงลบ เหยียดและเย้ยหยันในระดับเดียวกันกับ ‘Miss Housekeeping’ ซึ่งทรัมป์ใช้เรียกอาลิเซียเพื่อกดดันเรื่องน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นของเธอ ตัวละครหุ่น Miss Piggy จาก The Muppet Show ที่เป็นขวัญใจผู้ชมจากความน่ารักมีชีวิตชีวา และเป็นคำที่ทรัมป์เอามาเรียกอาลิเซีย จึงไม่ได้ส่อเค้าความน่ารักหรือให้ความหมายเชิงบวกแต่อย่างใดในบริบทที่เกิดขึ้น เพราะผู้ที่ใช้คำนี้สร้างความหมายที่ลึกขึ้น เช่นเดียวกัน คนไทยเราจะเรียกคนอื่นให้เจ็บช้ำน้ำใจเรื่องน้ำหนักด้วยคำว่า ่หมู’ โดยเฉพาะในเชิงอธิบายพฤติกรรมการกินที่ตะกละตะกราม และนำลักษณะของหมูไปเปรียบเทียบกับเรือนกายเช่นกัน และนี่คือบทสัมภาษณ์เชิงลึกถึงความรู้สึกในใจอันบอบช้ำเมื่อครั้งที่เธอถูกทรัมป์ทักหรือเรียกว่า ‘Miss Piggy’ ดังที่เธอได้เผยออกมาผ่านสื่อวีดีโอนี้ https://twitter.com/HillaryClinton/status/780611407221960704?s=09&fbclid=IwAR00WzlB-iSEise4FFvOFGqYAOCk0KnRUZOcfGqYTGQ50AzqP9-zDNrEyAE

พูดตามศัพท์สมัยนี้คงต้องบอกว่าเหมือนทรัมป์ลากอาลิเซียมาตบกลางสี่แยก ซึ่งการกระทำดังกล่าวทำให้เธอทั้งอับอาย ขุ่นเคือง และเจ็บปวดใจเป็นอย่างมาก ถึงขนาดที่ว่าเมื่อทรัมป์ลงสนามเลือกตั้งชิงตำแหน่งเก้าอี้ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา อาลิเซียถึงกับนำเรื่องนี้มาเป็นประเด็นในการชี้ให้เห็นถึงความไม่สมควรแก่ตำแหน่งผู้นำประเทศของอดีตนายจ้างของตัวเอง พร้อมชี้ให้เห็นว่านี่เป็นการสร้างความอับอายให้ลูกผู้หญิงอย่างเธอ และเป็นการกระทำความรุนแรงรูปแบบหนึ่งที่ส่งผลต่อสุขภาพจิตของเธอเป็นอย่างมาก

“ฉันถึงกับล้มป่วยเป็นโรคอะนอเร็กเซียและบูลิเมียติดกันอยู่ 5 ปี ตอนนั้นฉันอายุแค่ 19 ปี และก็ยังไร้เดียงสาอยู่เลย” อาลิเซียให้สัมภาษณ์กับ The New York Times เธอต้องยอมให้ทรัมป์บงการและควบคุม เพียงเพราะทรัมป์อ้างว่านี่คืองานของเธอในฐานะนางงามจักรวาล ผู้ที่จะต้องคงไว้ซึ่งหุ่นที่เพอร์เฟคต์ และจวบจนถึงวันที่อาลิเซียให้สัมภาษณ์ ทรัมป์ก็ไม่เคยออกมากล่าวขอโทษเธอแต่อย่างใด

จากเหตุการณ์ body shaming ที่เกิดขึ้นกับนางงามจักรวาลทั้ง แคทริโอนา เกรย์ และ อาลิเซีย มาชาโด ซึ่งต่างกรรมต่างวาระ คนหนึ่งเกิดขึ้นบนพื้นที่ออนไลน์ และอีกคนหนึ่งเกิดขึ้นในพื้นที่สื่อกระแสหลักในยุค 1990s ทำให้เห็นได้อย่างชัดเจนว่า ต่อให้กาลเวลาหมุนเปลี่ยนไป แต่ผู้หญิงและเรือนกายของเธอก็ยังเป็นพื้นที่ที่เผยให้เห็นถึงการกดทับและเอารัดเอาเปรียบ ผ่านชุดอุดมการณ์ความงามที่มีอำนาจนำซึ่งถูกบิดเบือนและมองว่าดีเลิศด้วยชุดวาทกรรมต่าง ๆ

อย่างไรก็ดี มาในยุคนี้เรื่องนี้กำลังได้รับการพิจารณาและทบทวนใหม่จากเสียงของผู้หญิงหลาย ๆ คนที่ไม่ต้องการตกเป็นเหยื่ออีกต่อไป รวมไปถึงการต้องการปรับเปลี่ยนให้เวทีการประกวดความงามเป็นพื้นที่สร้างพลังและอำนาจการต่อรองให้ผู้หญิงซึ่งวิวัฒน์ไปตามโลกสมัยใหม่ กลุ่มคนที่เคยอยู่ในพื้นที่ชายขอบ อย่างในกรณีนี้คือ ผู้หญิงที่ไม่ได้มีร่างมาตรฐานนางงามแบบเดิม ๆ กำลังออกมาบอกให้โลกรับรู้ผ่านสื่อทั้งที่พวกเธอสร้างขึ้นมาเองและสื่อสาธารณะอื่น ๆ ว่า ไม่มีใครสมควรถูกทิ้งไว้ข้างหลังและทำให้เป็นอื่น โลกควรจะต้องเน้นให้ทุก ๆ คนเคารพสิทธิของกันและกัน เมื่อโลกสมัยใหม่กำลังหมุนเปลี่ยนไป ไม่ว่านางงามหุ่นแบบไหนก็ไม่ควรตกเป็นเหยื่ออีกต่อไป

 


ธง - ฐิติพงษ์ ด้วงคง

ผู้ศึกษาวัฒนธรรมการประกวดนางงามทั้งในไทยและต่างประเทศมาอย่างยาวนาน เขายังเชี่ยวชาญด้านวัฒนธรรมมวลชนในลาตินอเมริกา ผ่านความสามารถ 5 ภาษาของเขาคือไทย อังกฤษ สเปน ฝรั่งเศส และโปรตุเกส

Related

คีอานู รีฟส์ ในจอฆ่าไม่เลือก นอกจอเดินตามพระพุทธเจ้า

ทีโมน & พุมบ้า และปรัชญา “ฮาคูน่า มาทาท่า” อันไร้กังวล

หู ปอ ผู้กำกับที่ฆ่าตัวตายตั้งแต่ทำหนังยาวเรื่องแรก An Elephant Sitting Still

อิคาริ ชินจิ:ปมทางเพศในอีวานเกเลียนของวัยรุ่นอายุ 14 ต้องมาเป็นหนุ่มขับหุ่นยนต์

รีวิว หัวหิน อินเตอร์เนชันแนล แจ๊ส เฟสติวัล 2019 มหกรรมดนตรีที่มากกว่าแค่โชว์ริมทะเล

มีมันไม่มีกูเว้ย ! ย้อนความรักแสนขมวง Bee Gees บทเรียนของพี่น้องที่กัดกันแทบตาย สุดท้ายต้องจากกันด้วยน้ำตา

ศ.ดร.ประเสริฐ ณ นคร ผู้ถวายงานคำร้องบทเพลงพระราชนิพนธ์

Aladdin: การกลับมาของเจ้าหญิงจัสมิน จนได้ชื่อว่าเป็นเจ้าหญิงสมัยใหม่