Post on 01/11/2021

แอนนาลีน่า แบร์บอค: พรรคกรีนส์กับการตั้งคำถามในสภา สู่แคนดิเดตนายกฯ คนรุ่นใหม่ของเยอรมนี

เยอรมนีเตรียมจัดการเลือกตั้งทั่วไปในวันที่ 26 กันยายนนี้ และเป็นการเลือกตั้งครั้งสำคัญที่ทั่วโลกจับตา เพราะจะเป็นการเฟ้นหา ‘ชานเซลเลอร์’ หรือนายกรัฐมนตรีคนใหม่แทน อังเกลา แมร์เคิล ที่ก้าวลงจากอำนาจหลังปกครองประเทศมายาวนานติดต่อกัน 16 ปี

1 ใน 3 ตัวเก็งที่จะมารับไม้ต่อและเป็นผู้หญิงคนเดียว คือ แอนนาลีน่า แบร์บอค แคนดิเดตนายกฯ คนแรกในประวัติศาสตร์ของพรรคกรีนส์ พรรคซึ่งพัฒนาจากกลุ่มผู้ประท้วงปกป้องสิ่งแวดล้อม จนกลายเป็นสถาบันการเมืองที่ร้อนแรงที่สุดพรรคหนึ่งของเยอรมนี

คนไทยจำนวนมากอาจคุ้นหูกับชื่อพรรคนี้ดี เพราะเป็นพรรคที่เคยอภิปรายตั้งข้อสงสัยถึงความชอบธรรมของพระมหากษัตริย์ไทยในการเสด็จฯ ไปพำนักอยู่ในเยอรมนี ดังนั้น การเลือกตั้งครั้งนี้จึงเป็นที่น่าจับตาของทั้งคนเยอรมัน คนไทย และคนทั่วโลก

แอนนาลีน่า แบร์บอค วัย 40 ปี เป็นตัวแทนคนรุ่นใหม่ แม้เธอจะถูกด้อยค่าด้วยเรื่องเยาว์วัยไร้ประสบการณ์ และเคยทำผิดพลาดส่วนตัวมาหลายเรื่อง แต่ไม่ว่าผู้ชนะการเลือกตั้งครั้งนี้จะเป็นใคร ดูเหมือนพรรคกรีนส์และแบร์บอค มีความเป็นไปได้ที่จะเข้าไปมีบทบาทสำคัญในการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ของเยอรมนี

แอนนาลีน่า แบร์บอคคือใคร?

แอนนาลีน่า แบร์บอค (Annalena Baerbock) เกิดวันที่ 15 ธันวาคม ค.ศ. 1980 ที่แพตเทนเซ่น เมืองเล็ก ๆ ในรัฐโลเวอร์แซกโซนี ประเทศเยอรมนี เธอมีสายเลือดนักกิจกรรมเต็มตัว เพราะพ่อแม่เคยพาไปร่วมชุมนุมประท้วงต่อต้านองค์การนาโต้ตั้งแต่สมัยยังเด็ก

ช่วงวัยรุ่น แบร์บอคจริงจังกับการเล่นแทรมโพลีน หนึ่งในกีฬายิมนาสติก ถึงขั้นเคยลงแข่งขันแทรมโพลีนชิงแชมป์แห่งชาติเยอรมนี และจบอันดับ 3 ได้ขึ้นโพเดียมคว้าเหรียญทองแดงมาคล้องคอ

พออายุ 16 ปี แบร์บอคเดินทางไปเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนที่สหรัฐอเมริกาอยู่ 1 ปี ก่อนจะกลับมาเข้ามหาวิทยาลัยที่เมืองฮันโนเวอร์ในสาขานิติศาสตร์ และไปศึกษาต่อปริญญาโทกฎหมายระหว่างประเทศที่ลอนดอน สคูล ออฟ อิโคโนมิกส์ (LSE) ประเทศอังกฤษ ทำให้เธอสามารถใช้ภาษาอังกฤษได้ดีกว่านักการเมืองเยอรมันทั่วไป

แบร์บอคเริ่มเป็นสมาชิกพรรคกรีนส์ในปี 2005 ตั้งแต่ยังเป็นนักศึกษา ซึ่งเวลานั้นพรรคกรีนส์เพิ่งได้ร่วมจัดตั้งรัฐบาลครั้งแรก ในฐานะพรรคเล็กที่จับมือเป็นพันธมิตรกับพรรคโซเชียลเดโมแครต (SPD) สายกลาง-ซ้าย

เธอลงสมัคร ส.ส. ที่เมืองพ็อทซ์ดัม และชนะการเลือกตั้งครั้งแรกในวัย 32 ปี จากนั้นปี 2018 แบร์บอคเริ่มอยู่ในสปอตไลต์ เมื่อได้รับเลือกให้เป็นหัวหน้าพรรคร่วมกับนักการเมืองชายอย่างโรเบิร์ต ฮาเบ็ก จนกระทั่งเดือนเมษายนปี 2021 พรรคกรีนส์ตัดสินใจในสิ่งที่ไม่เคยทำมาก่อน นั่นคือการส่งแบร์บอคเป็นตัวแทนพรรคลงสมัครนายกรัฐมนตรีเป็นครั้งแรก

พรรคกรีนส์กับพระมหากษัตริย์ไทย

แบร์บอคและพรรคกรีนส์มีอายุรุ่นราวคราวเดียวกัน พรรคกรีนส์ก่อตั้งขึ้นครั้งแรกเมื่อปี 1980 ในฝั่งเยอรมนีตะวันตกสมัยสงครามเย็น ซึ่งเป็นปีเดียวกับที่แบร์บอคออกมาลืมตาดูโลก

จุดเริ่มต้นของพรรคกรีนส์มาจากการรวมตัวกันของผู้ประท้วงชายขอบที่ออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลใส่ใจปัญหาสิ่งแวดล้อม จุดยืนที่สำคัญของพรรคตั้งแต่อดีตจนปัจจุบัน คือการสนับสนุนทั้งนโยบายอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม การรวมตัวกันของสหภาพยุโรป และการช่วยเหลือผู้อพยพ

ภาพลักษณ์ของพรรคกรีนส์ คือการเป็นกลุ่มนักเคลื่อนไหวที่ต้องการความเปลี่ยนแปลงแบบถอนรากถอนโคน เริ่มจากการเป็นพรรคที่ต่อต้านระบบพรรคการเมือง (anti-party party) ตั้งเป้าทำหน้าที่หลักเป็นฝ่ายค้าน ก่อนวิวัฒนาการมาเป็นพรรคกระแสหลักที่มีโอกาสจัดตั้งรัฐบาลในที่สุด

ปัจจัยที่ทำให้กระแสพรรคกรีนส์มาแรง นอกจากความตื่นตัวเรื่องภาวะโลกร้อนของชาวเยอรมัน ยังมีส่วนสำคัญมาจากภาวะผู้นำของแอนนาลีน่า แบร์บอค เธอเป็นคนรุ่นใหม่ไฟแรงที่มีบุคลิกโดดเด่น เป็นคนเปิดเผย พูดจาฉะฉาน มั่นใจ และอภิปรายด้วยข้อมูลเชิงลึกแบบผู้เชี่ยวชาญ

บุคลิกกล้าพูดกล้าทำแบบคนรุ่นใหม่สไตล์แบร์บอค ยังสะท้อนออกมาผ่านความเคลื่อนไหวของลูกพรรคหลายคน หนึ่งในนั้นคือ มาร์กาเรต บอส โฆษกด้านสิทธิมนุษยชนของพรรค ซึ่งเคยลุกขึ้นอภิปรายในรัฐสภาเมื่อปลายปี 2020 ตั้งคำถามกับรัฐบาลเยอรมนีเกี่ยวกับการอนุญาตให้พระมหากษัตริย์ไทยเสด็จฯ เข้าไปพำนักระยะยาวในเยอรมนี ซึ่งอาจมีการละเมิดกฎหมายภายในของเยอรมนี

แม้ต่อมารัฐบาลเยอรมนีจะออกมายืนยันว่า ไม่พบหลักฐานการละเมิดกฎหมายขององค์พระประมุขไทย แต่พรรคกรีนส์ยังคงไม่หยุดตรวจสอบและเคยออกแถลงการณ์สนับสนุนกลุ่มผู้ชุมนุม 13 คน หน้าสถานทูตเยอรมนีประจำประเทศไทย ซึ่งถูกดำเนินคดีด้วยมาตรา 112 พร้อมเรียกร้องให้ทางการไทยปฏิบัติตามขั้นตอนของกฎหมายอย่างเป็นธรรม

นโยบายหาเสียงและจุดอ่อน

“แน่นอน เราไม่รู้มาก่อนว่าจะได้มายืนที่นี่ในวันนี้ แต่สิ่งที่เรารู้ก็คือ เราต้องการให้พรรคเปิดกว้าง เราต้องการออกนโยบายเพื่อสังคมในวงกว้าง ชวนทุกคนมาร่วมกันด้วยวัตถุประสงค์ชัดเจน และวันนี้คือวันเริ่มต้นบทใหม่ของพรรคเรา

“ที่นี่ในวันนี้ ฉันต้องการยื่นข้อเสนอเพื่อสังคมโดยรวม เพื่อเชิญชวนให้มาร่วมกันนำพาประเทศอันมั่งคั่ง เข้มแข็ง และมีความหลากหลายของเราไปสู่อนาคตที่ดี”

แบร์บอคกล่าวระหว่างประกาศเป็นตัวแทนพรรคกรีนส์ลงชิงเก้าอี้นายกฯ เยอรมนีเมื่อเดือนเมษายน 2021

นโยบายหลักของแบร์บอคและพรรคกรีนส์ คือ การเสนออนุมัติงบลงทุนเพื่อสิ่งแวดล้อมปีละ 50,000 ล้านยูโรติดต่อกัน 10 ปี เปลี่ยนเยอรมนีไปสู่ประเทศเศรษฐกิจที่การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สุทธิเป็นศูนย์ (carbon neutral) เปลี่ยนอุตสาหกรรมรถยนต์เยอรมันให้เป็นรถยนต์ไฟฟ้า และควบคุมความเร็วบน ‘ออโตบาห์น’ ให้วิ่งไม่เกิน 130 กม./ชม. ยกเลิกการใช้พลังงานถ่านหินทั้งหมดให้เร็วกว่าเป้าหมายเดิมที่วางไว้ในปี 2038

นอกจากนี้ เธอยังเสนอให้ขึ้นภาษีคนรวยและตั้งกำแพงภาษีกับสินค้านำเข้าที่ไม่ผ่านเกณฑ์ carbon neutral คัดค้านการเพิ่มงบประมาณให้กองทัพ แต่สนับสนุนให้ขึ้นค่าแรงขั้นต่ำและมอบเงินอุดหนุนด้านสิ่งแวดล้อมแก่ผู้มีรายได้น้อย ขณะเดียวกันก็ต้องการจับมือกับสหรัฐฯ กดดันจีนและรัสเซียให้ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

กระแสของแบร์บอคที่มาแรงจากการเรียกร้องความเปลี่ยนแปลงและท้าทายระเบียบเดิม ทำให้คุณแม่ลูกสองผู้นี้ตกเป็นเป้าโจมตีของฝ่ายอนุรักษนิยมและคู่แข่งทางการเมืองแบบทุกทิศทุกทางจนตั้งรับแทบไม่ทัน

นอกจากประเด็นไร้ประสบการณ์บริหารประเทศหรือคุมกระทรวงใด ๆ เธอยังโดนขุดเรื่องส่วนตัวมาโจมตีทั้งการให้ข้อมูลคลาดเคลื่อนในเรซูเม่ของทางการ จ่ายภาษีที่ได้จากโบนัสในเทศกาลคริสต์มาสล่าช้า และไม่อ้างอิงแหล่งที่มาของเนื้อหาบางตอนที่ใช้ในหนังสือเล่มใหม่ของเธอ

แบร์บอคมักถูกจับผิดระหว่างการให้สัมภาษณ์ เธอเคยหลุดคำพูดเชิงเหยียดผิวออกมาจนถูกนำไปขยายเป็นเรื่องราวใหญ่โต แม้ทุกครั้งที่ทำพลาด เธอจะรีบออกมายอมรับและกล่าวคำขอโทษทันที แต่การโจมตีที่มาอย่างต่อเนื่องส่งผลให้คะแนนนิยมของเธอลดลงเมื่อการเลือกตั้งใกล้เข้ามา

“การเป็นแคนดิเดตของฉันทำให้เกิดการแบ่งขั้วในแบบที่แทบไม่สามารถจินตนาการได้สำหรับผู้หญิงในวัยเดียวกับฉันหลายคน

“บางทีสิ่งที่ฉันเจอคล้ายกับที่เกิดในสหรัฐฯ ตอนฮิลลารี คลินตัน ลงสมัครประธานาธิบดี จุดยืนของฉันคือการสร้างสิ่งใหม่ ขณะที่คนอื่นยังยืนหยัดที่จะอยู่กับสิ่งเดิม และแน่นอน ผู้ที่ไม่สนใจความเปลี่ยนแปลงจะมองการเป็นแคนดิเดตของฉันเท่ากับการประกาศสงคราม” แบร์บอคเปิดใจกับนิวยอร์กไทมส์

คู่แข่งแย่งเก้าอี้นายกฯ

ดอยเชอ เวลเลอ สื่อของเยอรมนีรายงานผลสำรวจ เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2021 ก่อนการเลือกตั้ง 3 สัปดาห์ พบว่า พรรคกรีนส์ของแบร์บอค มีคะแนนนิยมอยู่อันดับ 3 (16%) ตามหลัง 2 พรรคใหญ่ คือ โซเชียลเดโมแครตที่ส่งโอลาฟ โชลซ์ รัฐมนตรีคลังเป็นแคนดิเดต (25%) และคริสเตียนเดโมแครต (CDU) พรรคอนุรักษนิยมของแมร์เคิล ซึ่งส่งประธานพรรค อาร์มิน ลาสเชต ลงชิงเก้าอี้นายกฯ (20%)

ด้วยคะแนนเสียงที่สูสีทำให้นักวิเคราะห์คาดว่า พรรคกรีนส์ยังคงมีโอกาสสอดแทรก แซง 2 พรรคใหญ่คว้าชัยชนะในการเลือกตั้งที่จะมาถึง แต่ถึงแม้ไม่เป็นเช่นนั้น โอกาสตั้งรัฐบาลชุดใหม่โดยไม่ดึงพรรคกรีนส์เข้าไปมีส่วนร่วมก็แทบไม่มีทางทำได้ ดังนั้น ไม่ว่าผลการเลือกตั้งจะเป็นอย่างไร พรรคกรีนส์และแบร์บอคมีโอกาสสูงที่จะได้ร่วมกำหนดทิศทางของเยอรมนีในอนาคต

นอกจากนี้ ตามธรรมเนียมการเมืองของเยอรมนี พรรคร่วมรัฐบาลที่ได้คะแนนเสียงมาก แต่ไม่ใช่อันดับ 1 ยังมักได้ดูแลกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นจริง โอกาสที่พรรคกรีนส์และแอนนาลีน่า แบร์บอค จะได้คุมนโยบายต่างประเทศของแดนอินทรีเหล็กก็มีความเป็นไปได้สูง

นั่นจึงเป็นเหตุผลที่คนทั่วโลก รวมถึงคนไทย ต้องจับตาการเลือกตั้งรอบใหม่ในเยอรมนี รวมถึงความเคลื่อนไหวของพรรคกรีนส์ และแคนดิเดตนายกฯ คนแรกของพรรคอย่าง แอนนาลีน่า แบร์บอค อย่างใกล้ชิด

เรื่อง: ภานุวัตร เอื้ออุดมชัยสกุล

ข้อมูลอ้างอิง:

https://www.nytimes.com/2021/09/07/world/europe/annalena-baerbock-germany-greens-chancellor.html

https://www.dw.com/en/could-green-party-leader-annalena-baerbock-become-germanys-next-angela-merkel/a-57092415

www.youtube.com/watch?v=zFE4G7IEuGc

www.youtube.com/watch?v=HmgOZHslnxs


อดีตนักข่าว ผู้ชื่นชอบการอ่านประวัติบุคคลและสนใจทั้งด้านเศรษฐกิจ การเมือง และกีฬา

Related

บุญชู ไพรวัลย์ : 15 ปีการจากไปของ ‘นวมทอง ไพรวัลย์’ “คิดว่าเขาไปต่างจังหวัดเดี๋ยวก็กลับมา” 

ผศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์: อยากให้กรุงเทพฯ น่าอยู่สำหรับทุกคน

พ.ต.ท.จันทร์ ชัยสวัสดิ์: ผู้เรียกร้องปฏิรูปงานสอบสวนตำรวจที่จบลงด้วยความตาย 

อุซามะห์ บิน ลาเดน: จากลูกผู้รับเหมาสู่ผู้จุดไฟสงครามก่อการร้ายเพื่อ ‘รัฐศาสนา’

วิคเตอร์ ออร์บาน: นายกฯ ฮังการี ฝ่าโควิด-19 นำผู้คนกลับสู่ชีวิตปกติใน 90 วัน เบื้องหลังคนเต็มสนามในยูโร 2020

สกอตต์ มอร์ริสัน: นายกฯ ออสเตรเลียผู้สำนึกผิด ยอมขอโทษประชาชนที่รับมือโควิด-19 พลาด

ไมเคิล บลูมเบิร์ก: นายกฯ นิวยอร์กผู้ปฏิเสธเงินเดือน แถมควัก 21,000 ล้านบาท รับใช้ประชาชน

สามรัฐมนตรีสิงคโปร์ ‘หว่อง – กัน – ออง’ ความสำเร็จของโมเดลพาประเทศสู่ ‘ความปกติใหม่’ ใช้ชีวิตกับโควิด-19 ไปด้วยกัน