Post on 09/08/2019

เอรียา จุฑานุกาล “โปรเม” กับความสุขที่ไม่จำเป็นต้องเป็นที่หนึ่ง

เมเป็นคนมั่นใจในตัวเองและเชื่อว่าทุกอย่างเป็นไปได้ ถ้าคิดเล่นกอล์ฟสบาย ๆ คงไม่มีวันนี้ ความรู้และความเก่งไม่มีที่สิ้นสุด สามารถพัฒนาและดีขึ้นได้ตลอดเวลา เมมาจากที่โหล่และพัฒนาขึ้นเรื่อย ๆ จนมีวันนี้ ต้องขอบคุณพระเจ้าที่ทำให้เมเจอทุกอย่างในชีวิต”

“โปรเม” เอรียา จุฑานุกาล ให้สัมภาษณ์กับผู้เขียนเมื่อปี 2556 เราพบกันที่สนามไดรฟ์กอล์ฟย่านเหม่งจ๋าย สถานที่ที่เธอมักมาฝึกซ้อมฝีมือและออกกำลังกายเป็นประจำ เอรียาในวันนั้นคือวัยรุ่นอายุ 17 ปี ที่พกความมุ่งมั่นและความตั้งใจเต็มเปี่ยมที่จะก้าวไปให้ถึง 1 ใน 10 นักกอล์ฟหญิงอาชีพระดับโลกให้ได้สักวันหนึ่ง 

โปรเมเพาะบ่มฝีมือมากขึ้นเรื่อย ๆ ออกลวดลายวาดวงสวิงจนคว้าแชมป์มาครองได้อีกหลายรายการ โดยเฉพาะปี 2559 ที่ถือเป็นปีทอง เพราะคว้าแชมป์ LPGA ถึง 5 รายการ คือ Yokohama Tire LPGA Classic, Kingsmill Championship Presented by JTBC และ LPGA Volvik Championship โดยเป็นการครองแชมป์ 3 รายการติดกันในเดือนพฤษภาคม ตามด้วย Ricoh Women’s British Open ในเดือนกรกฎาคม และ Canadian Pacific Women’s Open ในเดือนสิงหาคม

กระทั่งปี 2560 ผู้เขียนมีโอกาสพูดคุยกับโปรเมอีกครั้ง หลังจากเธอเสร็จสิ้นแข่งขันกอล์ฟรายการ LPGA Volvik Championship ที่สหรัฐอเมริกา โปรกอล์ฟสาวเคยเป็นแชมป์ในปีก่อนหน้า แต่ปีนั้นจบด้วยอันดับที่ 21 ร่วม

“เมคิดว่าความสำเร็จของแต่ละคนไม่ได้หมายความว่าทุกคนต้องเป็นที่หนึ่ง เมรู้สึกว่า ranking ไม่ใช่ปัจจัยการใช้ชีวิตของเมแล้ว แต่ละคนมีเป้าหมายของตัวเอง ซึ่งสำหรับเม คีย์ของเมคือการมีความสุขในสิ่งที่ทำ เมอยากมีความสุขกับทุก ๆ วันที่เมตีกอล์ฟ”  โปรเมบอกกับผู้เขียนในการพูดคุยครั้งที่สอง ก่อนที่อีกไม่กี่วันเธอจะเดินทางไปแข่งขันรายการ Manulife LPGA Classic ที่แคนาดา และคว้าแชมป์ได้สำเร็จ ทำให้โปรเมขึ้นเป็นนักกอล์ฟหญิงอันดับ 1 ของโลก จากการจัดอันดับของ Rolex Rankings

หลังจากนั้น อันดับของโปรเมก็ลงและขึ้นสลับกันเป็นระยะ ๆ ซึ่งตั้งแต่เดือนมกราคม-สิงหาคมของปีนี้ สูงสุดของโปรเมอยู่ที่อันดับ 1 ลงสุดอยู่ที่อันดับ 9 ส่วน ณ ต้นเดือนสิงหาคม โปรเมรั้งอันดับ 5 ของโลก และถ้านับตั้งแต่เทิร์นโปรลงแข่งรายการจนถึงตอนนี้ โปรเมสะสมเงินรางวัลไปแล้วกว่า 8,264,000 เหรียญสหรัฐ หรือกว่า 254 ล้านบาท

โปรโมและโปรเม (ภาพจาก Facebook: Moriya & Ariya Jutanugarn)

ซ้อมหนักเพื่อเป้าหมาย

โปรเม และพี่สาวคือ “โปรโม” โมรียา จุฑานุกาล (นักกอล์ฟหญิงมืออันดับ 23 ของโลก ณ ต้นเดือนสิงหาคมปีนี้) เกิดและโตที่กรุงเทพมหานคร ส่วนพ่อที่เป็นหัวหน้าครอบครัวคือ สมบูรณ์ จุฑานุกาล อดีตนักธุรกิจด้านตกแต่งภายใน ที่วิกฤตเศรษฐกิจปี 2540 ทำให้ล้มหนักต้องเป็นหนี้กว่า 30 ล้านบาท ก่อนจะหันมาจับธุรกิจค้าวัสดุก่อสร้าง และท้ายสุดมาเปิดร้านโปรช็อปขายอุปกรณ์กอล์ฟในปี 2542 ซึ่งเป็นปีที่ลูกทั้งสองอายุ 7 ขวบและ 5 ขวบครึ่ง ความที่กลัวลูกจะมาเกะกะภายในร้าน สมบูรณ์จึงเอาไม้กอล์ฟให้ลูก ๆ ไปตีเล่นนอกร้าน โปรคนไหนเดินไปเดินมาก็ช่วยสอน ทำให้ทั้ง โม-เม ชอบการตีกอล์ฟไปโดยไม่รู้ตัว

สองพี่น้องเรียนชั้นอนุบาลที่ จ.นครปฐม แล้วย้ายมาเรียนชั้นประถมศึกษาที่กรุงเทพฯ แต่เพราะตารางการฝึกซ้อมที่แน่น ไม่มีเวลาทำการบ้าน ทำให้ครูเรียกครอบครัวเข้าพบ แต่เมื่อฟังสมบูรณ์อธิบายเหตุผลแล้วก็เลยสนับสนุนเต็มที่ โม-เม จึงเข้าเรียนในช่วงเช้า ส่วนช่วงบ่ายคือการฝึกซ้อมหนัก โดยมีสมบูรณ์เป็นโค้ชคนแรกให้ทั้งคู่ แต่เมื่อเห็นลูกเล่นกีฬาชนิดนี้อย่างจริงจัง สมบูรณ์จึงตัดสินใจหาโค้ชฝีมือดีให้ โม-เม เพื่อจะได้พัฒนาตัวเองไปให้ไกลที่สุด

ช่วงเปลี่ยนโปรต้องเริ่มทุกอย่างใหม่ตั้งแต่การจับไม้ อันดับที่เคยได้ต้น ๆ ของรุ่นเด็กในเมืองไทยก็ร่วง แต่เชื่อมั่นว่าคุณพ่อเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้ ไม่มีใครก้าวขึ้นไปตลอดเวลาโดยไม่ถอยลงมาแล้วกลับขึ้นไปใหม่ และเวลากลับมาก็แค่มั่นใจในตัวเองว่าต้องดีกว่าเดิม”

จากฝีมือที่ร่วงลงจนเรียกได้ว่าที่โหล่ เด็กหญิงเอรียาในวัย 8 ขวบ พัฒนาฝีมือจนสามารถคว้าอันดับ 2 ของรายการ Junior World ที่สหรัฐอเมริกา และหลายปีต่อจากนั้นคือไล่เก็บสถิติการแข่งขันกอล์ฟรายการใหญ่ในหลายประเทศ

ระหว่างนั้น สมบูรณ์ที่เห็นลูก ๆ เอาจริงเอาจังกับการเล่นกอล์ฟ จึงตั้งเป้าให้ โม-เม เล่นกอล์ฟเป็นอาชีพเสียเลย ท่ามกลางเสียงหัวเราะเยาะของผู้คนรอบข้างที่หาว่าเขา “บ้า”

“ตอนนั้นไม่มีใครคิดเหมือนผม เขาบอกว่าผมบ้าเกินไป…แม้แต่โปรกอล์ฟยังกลัวความคิดผม แต่ผมเชื่อว่าเขาทำได้ ผมขายบ้าน ขายร้านโปรช็อป ขายที่ดิน ขายรถ เอามาเป็นทุนให้เขาเล่นกอล์ฟ…ผมบอกกับลูกว่าพ่อทุบหม้อข้าวตัวเองแล้ว เหลือแต่ข้างหน้าที่ลูกต้องฝ่าไปให้ได้ เขาก็รู้ว่าต้องเล่นให้ดีเพื่ออนาคต ครอบครัวเราจึงมาวางแผนสู้ไปด้วยกัน”

จากที่เคยมีแทบทุกอย่างพร้อมสรรพ ครอบครัวจุฑานุกาลต้องลดค่าใช้จ่ายทุกอย่าง เพื่อส่งลูก ๆ เดินทางไปให้ถึงความสำเร็จ โค้ชคนไหนฝีมือดี สมบูรณ์ไม่ลังเลที่จะพาลูกสาวทั้งสองคนไปเรียนรู้เคล็ดลับ สองพี่น้องพัฒนาศักยภาพตัวเองขึ้นไปเรื่อย ๆ พร้อมกับความเชื่อที่ว่า “ทุกอย่างเป็นไปได้”

“ครอบครัวเราประหยัดมากถึงขั้นไม่กินข้าวที่คลับเฮาส์ ไปกินโรงอาหารแคดดี้ 30 บาทก็อิ่มเหมือนกัน ถามว่าอายมั้ย…ความจนไม่ใช่ความอาย ไม่เคยคิดว่ารวยอย่างเดียวจะทำให้ประสบความสำเร็จ แต่เชื่อว่าความมุ่งมั่นและความตั้งใจมากกว่าที่ทำให้เราไปถึงเป้าหมาย”

สมบูรณ์วางตารางชีวิตให้ โม-เม อย่างเข้มงวด ทั้งคู่ต้องตื่นเช้าไปออกกำลังกายด้วยการวิ่ง แล้วค่อยไปโรงเรียน ช่วงบ่ายซ้อมกอล์ฟ พอถึงตอนเย็นก็ให้ไปว่ายน้ำ ก่อนเข้านอน 3-4 ทุ่ม ส่วนอาหารการกินก็ให้รับประทานครบ 5 หมู่ ดื่มนมสดวันละ 2 ลิตรเพื่อเพิ่มแคลเซียม ฯลฯ และห้ามลูก ๆ เถียง แต่เมื่อ โม-เม เข้าสู่ช่วงวัยรุ่น เขาก็ค่อยผ่อนคลายความเข้มงวดลง แล้วปรึกษาจิตแพทย์เพื่อทำความเข้าใจพฤติกรรมของวัยรุ่น

“ถ้าผมไม่ลงทุนกับเขามากขนาดนี้และยังทำงานอยู่ ผมอาจเป็นเถ้าแก่ใหญ่ก็ได้ แต่ผมทิ้งหมดทุกอย่าง เงินรางวัลที่ได้ผมก็เอาไปใช้เป็นค่าความรู้ให้ลูก เพราะถ้าเอาเงินไปซื้อบ้านซื้อความสะดวกสบาย ลูกผมก็ไม่สามารถพัฒนาฝีมือขึ้นมาได้”

ความมุ่งมั่นของ โม-เม เริ่มผลิดอกออกผล เมื่อทั้งคู่เทิร์นโปรในปี 2555 และ 2556 ตามลำดับ สปอนเซอร์เริ่มเข้ามาสนับสนุนมากขึ้นตามฝีมือที่พัฒนาอย่างรุดหน้า พร้อม ๆ กับเงินรางวัลที่ทั้งคู่สะสมจากการแข่งขันกอล์ฟรายการต่าง ๆ สามารถเลี้ยงดูครอบครัวโดยไม่ต้องลำบากเหมือนก่อนอีกต่อไป

สองพี่น้องนักกอล์ฟที่ต่างชาติรู้จักกันในชื่อ “Thai Sisters” (ภาพจาก Facebook: Moriya & Ariya Jutanugarn)

ความสุขที่ไม่จำเป็นต้องเป็นที่หนึ่ง

เมเป็นคนที่เชื่อว่าคนเราต้องชมตัวเองตลอดเวลา appreciate ในสิ่งที่เราทำ เมไม่รู้ว่าตัวเองเก่งมั้ย แต่เมรู้สึกขอบคุณตัวเองที่ยอมเหนื่อย ยอมลำบาก จนมีวันนี้ ถามว่าเก่งมั้ย เมไม่อยากพูดว่าตัวเองเก่งเพราะเหมือนแบบ…โอ๊ยยย มั่นใจ (หัวเราะ) แต่เมคิดว่าเม appreciate ตัวเอง คนอื่นมองว่าเก่งหรือไม่เก่งก็เป็นแค่คำพูด ตัวเมเองเมรู้ว่าเป็นยังไง”

เสียงเชียร์และแรงใจส่งถึงสองพี่น้องมากขึ้นยามลงแข่งในสนาม สำหรับโปรเม แม้จะยินดีแต่อีกด้านกลับกลายเป็นความกดดันเล็ก ๆ โดยไม่รู้ตัว เธอบอกว่า อยากมีฟอร์มการเล่นดี ๆ ให้แฟน ๆ ที่ติดตามเชียร์ได้ชื่นใจ แต่สุดท้ายวันที่ลงไปเล่นกอล์ฟ สิ่งที่ต้องทำคือทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด และจะไม่เอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับใครหรือกับสิ่งที่ผ่านมา บางปีอาจเป็นปีที่ดีมาก ๆ ขณะที่บางปีอาจไม่เป็นอย่างใจหวัง แต่ทุกปีก็ดีในแบบของมัน สิ่งที่เธอต้องทำคือเรียนรู้และพัฒนาตัวเองอย่างไม่สิ้นสุด

ปีที่ไม่เป็นอย่างใจหวัง โปรเมอาจหมายถึงปี 2556 ที่ลงแข่งรายการ Honda LPGA Thailand แต่พัตต์ไม่ลง ทำให้พลาดการเป็นคนไทยคนแรกที่ชนะ LPGA จากนั้นไม่นาน โปรเมวิ่งเล่นกับโปรโมในสนามกอล์ฟ แต่เกิดอุบัติเหตุลื่นล้มจนไหล่หลุด ต้องหยุดเล่นกอล์ฟไปเกือบปี

“เมผ่าตัดตอนอายุ 17 หยุดเล่นกอล์ฟไปเกือบปี มันเป็นช่วงเวลาที่แย่มากในชีวิต ทำไมซวยขนาดนี้ แต่ว่าเรา 17 เองนะ คิดดูถ้าเจอตอนเรา 30 เราจะเอาอะไรไปสู้กับกอล์ฟต่อ ตอนนั้นเมคิดว่าสิ่งที่ต้องทำคือหาข้อดีในชีวิต คือตอนที่ชีวิตเราแย่ เราจะลืมไปเลยว่าชีวิตเรามีอะไรดีบ้าง อย่างน้อยชีวิตที่ยังมีแม่ (นฤมล ติวัฒนาสุข) ยังมีพี่คอยซัพพอร์ต นี่คือสิ่งที่ดีในชีวิต ถ้าจะมีอะไรสักอย่างที่เป็นคีย์ทำให้เมลุกขึ้นมาได้ก็คือลองมองหาสิ่งที่ดีในชีวิตดู แล้วจะรู้ว่ามันยังมีอีกเยอะมากเลย

“ตั้งแต่นั้นเมคิดว่าชีวิตต้องทำอะไรให้มีความสุข แล้วไม่ใช่แค่มีความสุขนะ แต่มันต้องมีค่าด้วย เวลาที่เราเสียใจเราจะชอบมองว่าชีวิตมันแย่ คนนั้นทำให้เกิดสิ่งนี้ เหตุการณ์มันไม่ดีทำให้เกิดสิ่งนี้ แต่ทุกอย่างมันเกิดจากตัวเราเองทั้งหมด ไม่ว่าเราจะเป็นคนดีหรือไม่ดี ประสบความสำเร็จหรือล้มเหลว ทุกอย่างเกิดจากตัวเราเอง ไม่มีใครมา expect ให้เราสำเร็จหรือล้มเหลวได้ ทุกคนในทีมอาจเป็นส่วนหนึ่งที่ซัพพอร์ตให้เราเป็นคนที่ดีขึ้นหรือประสบความสำเร็จ แต่สุดท้ายแล้วอย่าโทษใคร มันอยู่ที่ตัวเราเอง เมเชื่อเสมอว่าถ้าเรามีความคิดที่ดี วันหนึ่งสิ่งดี ๆ จะเข้ามาหาเรา เพียงแต่เราไม่รู้ว่าเมื่อไหร่แค่นั้นเอง

อีกปี อาจหมายถึงปี 2558 ที่โปรเมไม่ผ่านการตัดตัว 10 รายการติดกัน ทำเอาท้อถึงขั้นคิดจะเลิกเล่นกอล์ฟ แต่เมื่อคิดทบทวนแล้ว กอล์ฟคือสิ่งที่ทำให้เธอมีความสุข ดังนั้นจะยอมแพ้ไม่ได้

“วันนั้นเมคิดว่าจริง ๆ แล้วกอล์ฟเป็นสิ่งที่ทำให้เรามีความสุข แล้วทำไมวันนี้เราไม่มีความสุขกับมันเลย จนเริ่มมารู้ตัวว่า เฮ้ย ไม่ได้แล้ว ชีวิตมันสั้นกว่าที่เราคิดเยอะมาก ถ้าคิดว่าเล่นแล้วไม่มีความสุขก็ไม่ต้องเล่น แต่ถ้าคิดว่ากอล์ฟเป็นสิ่งที่ทำให้เรามีความสุข ก็หาทางทำให้มันสำเร็จ”

โปรโมและโปรเมพร้อมด้วยคุณแม่คือ นฤมล ติวัฒนาสุข (ภาพจาก Facebook: Moriya & Ariya Jutanugarn)

ท่ามกลางความสุขและความผิดหวัง โปรกอล์ฟสาวชื่อดังของโลกมีบุคคลต้นแบบในการใช้ชีวิตคือ พ่อแม่ เพราะถ้ามีเป้าหมายแล้ว ทั้งคู่จะทำทุกวิถีทางเพื่อให้สำเร็จโดยไม่มีวันยอมแพ้อย่างเด็ดขาด ส่วนคนที่เป็นเสมือนลมใต้ปีกของโปรเมช่วยพยุงในวันที่เหนื่อยล้า และร่วมยินดีกับความสำเร็จของเธอในวันที่ลุกขึ้นยืนได้สำเร็จก็คือ แม่และโปรโม

“แม่และพี่เดินทางไปกับเมตลอดทั้งปี เขาเป็นคนที่สนับสนุนเม และทำให้เมรู้สึกว่าชีวิตเราทำเพื่ออะไร เขาจะถามว่าเมเหนื่อยไหม เมต้องการอะไรไหม เขาสนับสนุนเมทุกอย่าง และทำให้รู้สึกว่าไม่ว่าเมจะอยู่ตรงไหนของโลก สองคนนี้จะอยู่ข้างเมเสมอ เขาทำให้เมรู้สึก safe และ secure ในชีวิต ไม่มีอะไรที่น่ากลัวเลย และไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เมมีสองคนนี้เสมอ”

ชีวิตที่มีขึ้นมีลงของโปรเม ทำให้เธอเรียนรู้ที่จะปล่อยวางเรื่องต่าง ๆ และยินดีด้วยใจจริงกับความสำเร็จของผู้อื่น แม้ความสำเร็จนั้นจะมีเธอร่วมแข่งขันด้วยก็ตาม

“ก่อนหน้าที่เมจะได้แชมป์ เมแพ้มาเยอะมากเลยนะ แพ้จนรู้สึกว่าแล้วชีวิตเมจะได้แชมป์มั้ย เมนำมาแล้วมันควรจะได้ แต่เมก็ยังไม่ได้ แต่สุดท้ายแล้วสิ่งที่เมได้เรียนรู้ในการใช้ชีวิตคือคำว่า never give up มันมีความหมายมากเลย ตราบใดที่ชีวิตยังมีความพยายาม ตราบใดที่ชีวิตเรายังมีคำว่า trying เรายังพยายามที่จะทำอะไรอยู่ พอเมมีคำนี้ในชีวิต เมตื่นมาแล้วใช้ชีวิตอย่างมีค่าในทุกวัน

“แล้วพอเริ่มโตขึ้น เมบอกตัวเองเสมอว่าหลังจากลงแข่งแล้วกลับไปที่พัก เมต้องมีอะไรในชีวิตที่ภูมิใจในตัวเอง มันไม่ใช่สกอร์ที่ตีได้ดี ไม่ใช่แมตช์ที่ชนะ อย่างบางแมตช์ที่จะชนะเขาแล้ว แต่ก็แพ้ แต่วันที่เมกลับบ้านแล้วภูมิใจคือวันที่เมแพ้เขา เมเสียใจนะที่แพ้ แต่เมดีใจกับเขาที่เขาชนะ เมคิดว่าสิ่งนี้แหละที่เราภูมิใจในตัวเอง”

 

ที่มา

สัมภาษณ์เอรียา จุฑานุกาล ปี 2556 และปี 2560

นิตยสาร Forbes Thailand ฉบับเดือนมิถุนายน ปี 2556 และฉบับสิงหาคม ปี 2560

https://www.rolexrankings.com/players/3079

https://www.lpga.com/players/ariya-jutanugarn/93475/stats

 


บรรณาธิการ The People ผู้เขียนเนื้อหาเชิงธุรกิจ และเรื่องราวน่าสนใจหลากหลายแง่มุม

Related

เด็ก 10 คนกับฝันที่รวมเป็น 1 เรื่องราวของอดีตเด็กติดเกม แรปเปอร์ นักสู้ ที่ใช้ “ฟุตบอล” เปลี่ยนชีวิต


“คัลลี ฟอน ฟูลโตว์” เกษตรกรที่ตัดไม้เผาถ่านเพื่อช่วยโลก

ลีรอย โรซีเนียร์ ผู้จัดการทีมฟุตบอลที่โดนไล่ออกเร็วที่สุดภายใน 10 นาที

ฟาบริซิโอ ราวาเนลลี เจ้าหงอกจอมทรนง

เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค จากเด็กล้างจาน สู่นักเตะยอดเยี่ยม PFA ผู้ทุ่มเทเพื่อลิเวอร์พูล

ลูอิส แฮมิลตัน ขับดุทลายกำแพงสีผิว ซิ่งระห่ำสู่แชมป์โลก 6 สมัย

คาสเตอร์ เซเมนยา แชมป์โลกวิ่ง 800 เมตรหญิง ที่ถูกตัดสินว่าไม่ใช่ผู้หญิง 

แพทริค แซง โค้ชของ เอเลียด คิปโชเก้ ชายผู้สอนว่าความสำเร็จนั้นมาจาก “ความเชื่อ”