Post on 20/03/2019

บัณฑูร จิระวัฒนากูล เจ้าของ “สวนส้มธนาธร” ที่ไม่ใช่ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ

หลายคนแซว ๆ หรือคิดว่า ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ หันมาเอาดีด้านการปลูกส้มในชื่อ “ส้มธนาธร” แต่ช้าก่อน! ธนาธรไม่ได้เกี่ยวอะไรกับส้มนี้เลยสักนิด (ถ้าจะเกี่ยวก็อาจเคยกิน) เพราะเจ้าของส้มธนาธรตัวจริงเสียงจริงคือ บัณฑูร จิระวัฒนากูล ต่างหาก

บัณฑูร ผู้ก่อตั้งบริษัท เชียงใหม่ธนาธร จำกัด เจ้าของแบรนด์ “ส้มธนาธร” สวนส้มที่ใหญ่ที่สุดในไทย และแบรนด์ส้มชื่อดังที่คนติดใจในรสชาติกันแทบจะทั่วประเทศ เกิดเมื่อปี 2485 เป็นชาวกรุงเทพฯ โดยกำเนิด ชุ่นเส็ง-ม่วยนี้ แซ่เล้า ผู้เป็นบิดามารดามีอาชีพทำสวนผัก ความที่บัณฑูรเป็นพี่ชายคนโตในจำนวนพี่น้อง 12 คน เขาจึงต้องออกจากโรงเรียนทั้งที่ยังไม่จบ ป.3 เพื่อช่วยครอบครัวทำงาน

ปี 2504 บัณฑูรย้ายตามชุ่นเส็งขึ้นภาคเหนือ ไปทำสวนผักที่ฟ้าฮ่าม จังหวัดเชียงใหม่ ความขยันและหนักเอาเบาสู้ทำให้เมื่อว่างจากการส่งผักที่ตลาด เขาก็หัดทำข้าวเกรียบกุ้งขายตามหมู่บ้านและพื้นที่ใกล้เคียง ทั้งยังติดต่อซื้อลำไยจากเจ้าของสวนเอามาบรรจุเข่งส่งขายกรุงเทพฯ และรับผลไม้จากกรุงเทพฯ มาขายส่งให้พ่อค้าแม่ค้า แต่ท้ายสุดก็ต้องหยุดกิจการเพราะขาดทุน เนื่องจากการขนส่งทางรถไฟใช้เวลานานทำให้ผลไม้เน่าเสีย

บัณฑูรเริ่มแตะเรื่องส้ม ๆ หลังจากนั้นไม่นานนัก โดยรับซื้อส้มจากสวนวังน้ำค้าง สวนสุวิมล (สวนดอยทอง) และสวนใกล้เคียง แล้วเอาไปขายส่งทั้งในเชียงใหม่และลำปาง ต่อมาในปี 2506 บัณฑูรต้องหยุดค้าขายไปพักใหญ่เพราะไปเป็นทหารเกณฑ์ แต่สิ่งที่เขาได้กลับออกมาคือระเบียบวินัย และขั้นตอนการทำงานอย่างเป็นระบบ

ปี 2511 บัณฑูรในวัย 26 ปี แต่งงานกับ สายจิต วัฒนการ มีลูกสาวคือ “ธนาธร” (เป็นที่มาของชื่อ “ส้มธนาธร” นั่นเอง) และลูกชายคือ “บรรจง” สองสามีภรรยาช่วยกันทำมาค้าขายผัก แต่คราวนี้วิ่งไปขายไกลถึงภาคอีสาน บัณฑูรต้องขับรถเองโดยมีลูกน้องช่วยเหลือเพียง 1 คนเท่านั้น  

โอกาสทางธุรกิจเริ่มสดใสในปี 2512 เมื่อภาคอีสานเป็นฐานทัพของทหารอเมริกัน บัณฑูรจึงเอาผักไปขายให้ทหารเหล่านี้ กระทั่งได้รู้จักกับ ประยูร พลพัฒน์พงศ์ เจ้าของบริษัท เอ เอ เบเกอรี่ ประยูรได้กลายมาเป็นคู่ค้าและช่วยเหลือบัณฑูรมาเรื่อย ๆ

บัณฑูรเคยหันไปขายปลาทะเลแช่แข็งในเชียงใหม่อยู่ช่วงหนึ่ง ช่วงแรกกิจการไปได้ดี แต่ต่อมาเริ่มมีคู่แข่งมากขึ้น เขาจึงต้องเลิกกิจการนี้ไปโดยปริยายพร้อมหนี้จำนวนหนึ่งและคดีความที่ถูกฟ้องร้อง

เขากลับมาโฟกัสที่การขายส้มอีกครั้ง และคิดว่าสักวันหนึ่งต้องมีสวนส้มเป็นของตัวเองให้ได้

ปี 2519 เขาเดินทางไปอำเภอฝาง และชักชวนเถ้าแก่สวนส้มสุวิมลให้ร่วมทุนซื้อที่ดินที่บ้านห้วยไคร้ ตำบลแม่สูน ต่อมาเถ้าแก่ขอถอนตัวในการเข้าหุ้น แต่ยังให้ความช่วยเหลือบัณฑูรด้านการเงิน โชคเข้าข้างบัณฑูรอีกครั้ง เมื่อเขาต้องการใช้ปุ๋ยชนิดดี จึงไปซื้อปุ๋ยตราเรือใบไวกิ้งที่บริษัทโรจน์กสิกิจในกรุงเทพฯ เมื่อบริษัทรู้ว่าจะเอาไปใช้ที่เชียงใหม่ จึงติดต่อให้บัณฑูรเป็นตัวแทนจำหน่ายปุ๋ยที่เชียงใหม่ด้วยเสียเลย

หลังเก็บเกี่ยวผลผลิตส้มจาก “สวนส้มธนาธร” ในปีแรก บัณฑูรก็ขยายความฝันของเขาให้กว้างขวางออกไปอีก เขาซื้อที่ดินใกล้เคียงเพื่อปลูกส้มเขียวหวาน จากนั้นปี 2527 ก็เช่าพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติลุ่มแม่น้ำฝาง ในอำเภอฝาง เป็นพื้นที่ปลูกส้มเขียวหวานเพิ่มเติม

นิตยสารผู้จัดการ ฉบับตุลาคม ปี 2542 ระบุว่า จุดเปลี่ยนที่สำคัญในชีวิตชาวสวนส้มของบัณฑูร เกิดขึ้นในปี 2524-2525 เมื่อเขาได้รับออร์เดอร์ส้มเขียวหวานล็อตเล็ก ๆ เพื่อขายในมาเลเซียและสิงคโปร์ ครั้งนั้นมีผู้แนะนำบัณฑูรให้ปรับรูปแบบแพ็คเกจจิ้งเสียใหม่ ไม่ให้ดูเชยและล้าสมัย ส่วนรสชาติก็ต้องเน้นหวานนำเปรี้ยว เพื่อให้ถูกปากคนเอเชีย

บัณฑูรรับฟัง เขาขยายสวนส้มเพิ่มเป็นหลายร้อยไร่เพื่อรองรับออร์เดอร์ต่างประเทศ พร้อมกับพัฒนาสายพันธุ์ส้มมาเรื่อย ๆ จนค้นพบส้มสายพันธุ์ที่สร้างชื่อให้เขาดังเปรี้ยงปร้าง นั่นก็คือ “ส้มสายน้ำผึ้ง” ซึ่งขนาดลูกและผิวคล้ายส้มเขียวหวาน แต่มีความหวานและหอมมากกว่า

“เราได้เม็ดมาจากสิงคโปร์ ลองเอามาเพาะดู แรก ๆ ปลูกเพียง 8 ต้น ได้ผลเก็บเกี่ยวเมื่อปี 2532-33 ผลผลิตต่อไร่ก็ไม่ดีนัก แต่รสชาติแปลกออกไป มีพรรคพวกมาเที่ยวเยี่ยมชมที่สวนหลายคน ลองชิมแล้วชอบใจ แรก ๆ ตั้งชื่อกันว่า ส้มน้ำอ้อย แต่มีเพื่อนจากระยองมาชิม แล้วตั้งให้เป็นส้มสายน้ำผึ้ง ก็ชอบใจชื่อนี้”

จากส้มเขียวหวาน บัณฑูรเสมือนค้นพบขุมทรัพย์ใหม่ และ “ส้มสายน้ำผึ้ง” ก็กลายเป็นสินค้าเด่นของสวนส้มธนาธรนับตั้งแต่นั้น

นิตยสารผู้จัดการ ยังบอกด้วยว่า ปี 2537 ส้มสายน้ำผึ้งได้รับการยอมรับจากตลาดสิงคโปร์และฮ่องกงในนาม Sweet Honey และ Special Honey และเพิ่มแบรนด์สินค้า “เชียงใหม่ธนาธร” หรือ “ธนาธร” เป็นสติ๊กเกอร์ติดที่ผลส้มในช่วงปี 2539 เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ เป็นการรับประกันคุณภาพสินค้าให้ลูกค้า และสร้าง brand loyalty ในระยะยาว

บัณฑูรไม่หยุดความฝันสร้างอาณาจักรสวนส้มของเขาไว้แค่เมืองไทย เพราะเมื่อได้รับการชักชวนจาก พล.อ.คำไต สีพันดอน ขณะยังดำรงตำแหน่งประธานประเทศลาว บัณฑูรก็ศึกษาลู่ทางการลงทุนทำสวนส้มที่นั่น ทุกวันนี้บัณฑูรมีสวนส้มในเมืองปากซอง แขวงจำปาสัก สปป.ลาว บนพื้นที่เกือบ 2,000 ไร่ ปลูกทั้งส้มสายพันธุ์สายน้ำผึ้ง ฟรีมองต์ และมีลาภ ให้ผลผลิตต่อปีไม่ต่ำกว่า 500,000 กิโลกรัม

ส่วนในไทย บัณฑูรเป็นเจ้าของสวนส้มซึ่งมีพื้นที่รวมกว่า 10,000 ไร่* ให้ผลผลิตส้มสายพันธุ์ต่าง ๆ รวมแล้วปีละกว่า 5,000,000 กิโลกรัม หนุนให้ บริษัท เชียงใหม่ธนาธร จำกัด ของบัณฑูร มีรายได้รวมในปี 2559-2560 ที่ราว 309.07 ล้านบาท และ 333.37 ล้านบาท

จากสวนส้มเล็ก ๆ ทุกวันนี้ บัณฑูรคือเจ้าของสวนส้มระดับตำนานของเมืองไทย ในชื่อ “สวนส้มธนาธร” 

 

*ราวปี 2559 มีข่าวว่าสวนส้มธนาธรมีที่ดิน ส.ป.ก. ต่อมาปี 2560 ส.ป.ก. ได้ประชุมหารือและทำความเข้าใจกับสวนส้มธนาธรเป็นระยะ โดยมีการรื้อถอนสวนส้มบางส่วน

 

ที่มา

http://www.tntorchard.com/do.php?mid=2

http://info.gotomanager.com/news/details.aspx?id=1182

http://www.bangkokbiznews.com/blog/detail/645294

http://www.bangkokbiznews.com/blog/detail/645183

https://news.thaipbs.or.th/content/253838

http://news1live.com/detail.aspx?NewsID=9600000094500

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า

 


บรรณาธิการ The People ผู้เขียนเนื้อหาเชิงธุรกิจ และเรื่องราวน่าสนใจหลากหลายแง่มุม

Illustrator

ชอบวาดรูป ชอบดูหนัง ชอบเที่ยว ชอบหมา ชอบนอน

Related

สุรสิทธิ์ ติยะวัชรพงศ์ ปั้นจักรยานพันล้าน “LA Bicycle”

สมศักดิ์ ตีระพัฒนกุล ปั้นตำนาน “ฟู้ดแลนด์” แดนอาหาร 24 ชั่วโมง

“ตนัยศิริ ชาญวิทยารมณ์” เลือดใหม่ที่พาบุรีรัมย์ไปข้างหน้า จากการขับมอเตอร์ไซค์ทั่วอเมริกา

เหลย จุน นักปั้นวิถี Xiaomi เรียบหรูดูดีในราคาถูกกว่า

“ถ้วยทอง” เจ้าตลาดยาหม่องเมืองไทย ขวัญใจนักท่องเที่ยวจีน

ธนพงศ์ วงศ์ชินศรี: Penguin Eat Shabu บทพิสูจน์ความสำเร็จจากความคิดที่ “แตกต่าง”

กลุ่มผู้ก่อตั้งทวิตเตอร์ : เพื่อนรักหักเหลี่ยมโหดในโลกที่ไม่เกิน 280 อักษร

“เพราะอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย” ประโยคเสก 2 พันล้านให้ “ทิฟฟี่” อาณาจักรธุรกิจของ สุภชัย วีระภุชงค์