Post on 23/06/2021

บีเพิล: เศรษฐีออนไลน์จากการขายภาพ NFT ที่ใช้เวลาวาด 14 ปี ในราคา 2,000 กว่าล้านบาท

ในโลกปัจจุบันที่ชีวิตผู้คนต่างขับเคลื่อนไปด้วยเทคโนโลยี เราต่างใช้ชีวิตประจำวันควบคู่ไปกับโลกเสมือนจริงอย่างโลกไซเบอร์ แต่เราอาจคาดไม่ถึงว่าเราจะสามารถทำเงินได้ถึง 69 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 2,000 กว่าล้านบาท จากโลกออนไลน์ได้อย่างชายคนนี้ ‘ไมค์ วินเคิลแมนน์’ (Mike Winkelmann) หรือที่รู้จักกันในชื่อ ‘บีเพิล’ (Beeple) คือชายผู้โด่งดังจากการขายภาพวาดดิจิทัล ‘Everydays: the First 5000 Days’ ที่เขารังสรรค์ขึ้นมาโดยใช้เวลาทั้งสิ้น 14 ปีในรูปแบบสินทรัพย์ดิจิทัลที่เรียกว่า NFT (Non-Fungible Token)

‘บีเพิล’ ชื่อในวงการที่ได้รับแรงบันดาลใจจากตุ๊กตาตัวเก่าที่มีลักษณะคล้ายอีวอก (Ewok) คือใครกัน? นี่คือเรื่องราวของเขา

 

จากนักศึกษาวิทยาการคอมพิวเตอร์ที่เคว้งคว้าง สู่การเป็น ‘บีเพิล’

บีเพิลเกิดเมื่อปี 1981 เติบโตอยู่วิสคอนซิน สหรัฐอเมริกา เขาไม่ได้เติบโตมาพร้อมกับสภาพแวดล้อมที่ห้อมล้อมไปด้วยศิลปะเลยแม้แต่น้อย แต่ในทางตรงกันข้าม เขาโตมากับครอบครัวที่คุณพ่อมีอาชีพเป็นวิศวกรไฟฟ้า และเป็นผู้สอนให้เขารู้จักเกี่ยวกับโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ส่วนคุณแม่ทำงานอยู่ที่ศูนย์บ้านพักคนชราประจำท้องถิ่น

ชีวิตวัยเรียนของบีเพิล เขาแทบไม่เคยเสียเงินไปกับการเข้าคอร์สเรียนเกี่ยวกับศิลปะ แต่เขาได้เรียนศิลปะแค่ปีแรกของไฮสคูลเท่านั้น พอจบไฮสคูลเขาเลือกที่จะศึกษาต่อและจบปริญญาตรีในสาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ที่ Purdue University

ช่างน่าเศร้าที่เส้นทางวัยเรียนของเขาช่างเคว้งคว้างนัก เพราะเขาพบว่าสิ่งที่เขาเรียนกลับไม่ใช่สิ่งที่ชีวิตเขาปรารถนา จนกระทั่งบีเพิลได้ริเริ่มทำหนังสั้นผ่านกล้องเว็บแคมคู่ใจ และได้เรียนรู้ดิจิทัลดีไซน์ก็ทำให้โลกของเขานั้นเปลี่ยนไป เขาได้สร้างผลงานการเคลื่อนไหวรูปทรงเรขาคณิตประกอบดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ด้วยฝีมือของเขาเอง และโพสต์ให้ผู้คนบนโลกได้เห็นในปี 2546 ซึ่งอาจจะเป็นจุดเริ่มต้นเล็ก ๆ ในเส้นทางศิลปะดิจิทัลของเขาเลยก็ว่าได้

 

ก้าวเล็ก ๆ ของไมค์ วินเคิลแมนน์

จากจุดเริ่มต้นเล็ก ๆ ในตอนนั้น ทำให้บีเพิลได้ก้าวเข้าสู่วงการภาพดิจิทัล ซึ่งเขาก็ได้ผ่านการทำผลงานมาอย่างหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นหนังสั้น, คอนเสิร์ตเสมือนจริง หรือ VJ Loops และยังสามารถทำเงินได้จากการขายผลงานผ่าน NFT (Non-fungible Token) และในที่สุดจุดเปลี่ยนที่ทำให้ชีวิตของเขาเปลี่ยนไปก็มาถึง เมื่อ ‘Everydays: the First 5000 Days’ ผลงานชิ้นโบแดงของเขาถูกประมูลไปด้วยราคาเกือบเจ็บสิบล้านเหรียญสหรัฐ

 

จากงาน 100 เหรียญ สู่ผลงานชิ้นเอก ราคา 69 ล้านเหรียญสหรัฐ

ผลงานชิ้นมาสเตอร์พีซของบีเพิลได้เริ่มก่อร่างในช่วงเวลากลางปี 2007 ซึ่งบีเพิลเองได้รับแรงบันดาลใจจาก ทอม จัดด์ (Tom Judd) ศิลปินชาวอังกฤษที่ในทุกวันจะลงมือสร้างผลงานจากการสเก็ตช์ภาพ โดยในวันแรกของเดือนพฤษภาคมปีนั้นเอง เขาได้เริ่มการทำโปรเจกต์ชิ้นใหญ่ที่ชื่อว่า ‘Everydays: the First 5000 Days’  ผ่านการตั้งปณิธานว่าเขาจะสร้างสรรค์ผลงานศิลปะในทุก ๆ วันโดยใช้เวลาทั้งสิ้น 14 ปี

ผลงานชิ้นนี้เขาเลือกที่จะถ่ายทอดชีวิตของผู้คนที่ดำรงชีวิตอยู่ในยุคที่มีความโมเดิร์น ผู้คนต่างใช้ชีวิตอยู่กับความหลงใหลในเทคโนโลยี ซึ่งทุกวันที่บีเพิลรังสรรค์ผลงาน เขาเองก็พยายามที่จะสร้างผลงานที่แปลกใหม่และค้นหาเทคนิคใหม่ ๆ อยู่เสมอเพื่อให้ได้ผลงานที่ดีที่สุด

“ผลงานชิ้นนี้ของผมถูกออกแบบมาอย่างไร้กฎเกณฑ์ในแต่ละวัน ในช่วงเวลาก่อนเที่ยงคืน ผมต้องคิดว่าผมจะวาดอะไร การที่ผมต้องเริ่มต้นจากการที่ไม่มีอะไรเลยในแต่ละวัน ทำให้ผมรู้สึกว่าผมต้องต่อสู้กับอุปสรรค แต่ในขณะเดียวกันก็เหมือนว่าผมก็ได้รับคำอวยพรจากพระเจ้าด้วย เพราะมันช่วยให้ผมไม่ต้องเผชิญหน้ากับความกลัว และไม่ต้องพบเจอกับภาวะที่หน้ากระดาษว่างเปล่า แต่ทว่าอีกด้านมันก็กลายเป็นความกดดันสำหรับผม เพราะผมจะต้องวาดงานให้ออกมาดีในระยะเวลาอันน้อยนิด หรือเพียงแค่ 1-2 ชั่วโมงเท่านั้น”

 

สิ่งใดมีคนปรารถนา สิ่งนั้นย่อมมีคุณค่า

“ถ้าสิ่งใดสิ่งหนึ่งมีคนปรารถนา สิ่งนั้นก็ย่อมมีคุณค่า” บีเพิลกล่าวถึงผลงานชิ้นโบแดงที่เขาสร้างสรรค์ขึ้น ‘Everydays: the First 5000 Days’

ในตอนแรกผลงานชิ้นนี้ถูกประมูลบน Christie’s (คริสตี้) ด้วยมูลค่าเริ่มต้นเพียง 100 เหรียญฯ เท่านั้น แต่ด้วยฐานผู้ติดตามบนอินสตาแกรมของบีเพิลที่มีจำนวนผู้ติดตามมากถึง 2 ล้านบัญชี ควบไปกับการที่ชิ้นงานของบีเพิลสามารถถ่ายทอดอารมณ์ของการเสียดสีวัฒนธรรมและการเมืองสมัยใหม่ และยังเป็นรูปแบบ NFT จึงทำให้เขาสามารถขาย ‘Everydays: the First 5000 Days’ ด้วยราคาประมูลสูงถึง 69,346,250 ล้านเหรียญฯ ได้ และติดโผ Top 3 ศิลปินที่สร้างเม็ดเงินจากการขายภาพวาดดิจิทัล โดยมูลค่าผลงานของเขาเป็นรองงานของเดวิด ฮอคนีย์ (David Hockney) ที่ผลงานถูกประมูลไปด้วยราคา 90 ล้านเหรียญสหรัฐในปี 2018 และงานของเจฟฟ์ คูนส์ (Jeff Koons) ที่ถูกประมูลไปด้วยราคา 91 ล้านเหรียญสหรัฐในปี 2019 เท่านั้น

 

ชีวิตที่พลิกผันจนได้ร่วมงานกับศิลปินและแบรนด์ใหญ่ระดับโลก

ก่อนหน้านั้นบีเพิลได้สร้างสรรค์ผลงานไว้มากมายและหลากหลาย โดยปกติแล้วชิ้นงานส่วนใหญ่ของเขามักจะเป็นงานศิลปะที่ถูกถ่ายทอดผ่านชีวิตผู้คน, การเมืองในอเมริกา หรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงนั้น ๆ  เขาเริ่มขายภาพวาดดิจิทัลตั้งแต่ปี 2007 รวมถึงได้มีโอกาสทำงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับศิลปะดิจิทัล อย่างเช่นการไปเป็นเบื้องหลังในการสร้างคอนเสิร์ตเสมือนจริงให้ศิลปินชื่อดังอย่าง Imagine Dragons, One Direction, Justin Bieber, Katy Perry, Eminem และ Nicki Minaj จนกระทั่งในปี 2020 บีเพิลได้มีโอกาสร่วมงานกับแบรนด์ลักชัวรีชื่อดังอย่าง ‘Louis Vuitton’ ที่ผลงานของเขาถูกนำไปใช้สำหรับเสื้อผ้า Ready-to-Wear ในคอลเลกชัน Fashion House Spring/Summer 2019 รวมถึงแบรนด์ดังอื่น ๆ อีกมากมายอย่าง Coca-Cola และ Nike อีกทั้งบีเพิลยังได้มีส่วนร่วมในการแสดงช่วงพักครึ่ง Super Bowl ในปี 2020 ในส่วนของสเตจ Jennifer Lopez อีกด้วย

 

เปิดประวัติศาสตร์หน้าใหม่แห่งศิลปะร่วมสมัย

บีเพิลทำให้โลกได้เห็นถึงการมีอยู่ของงานศิลปะที่ถูกสรรสร้างให้เข้ากับยุคสมัยผ่านการใช้เทคโนโลยีที่อยู่รอบตัวเรา อาจกล่าวได้ว่าศิลปะที่ผสมผสานกับโลกดิจิทัลอาจจะกลายเป็นอนาคตของโลกศิลปะสมัยใหม่เองก็ว่าได้ ดั่งประโยคที่บีเพิลเคยกล่าวไว้

“ผมมองว่าผลงานเหล่านี้คือประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของวงการศิลปะ ตอนนี้ศิลปะที่เป็นงานดิจิทัลก็มีเส้นทางเป็นของตัวเองแล้วเช่นกัน” – ไมค์ วินเคิลแมนน์

 

เรื่อง: ชุลิตา วิไลเจริญตระกูล

ที่มา:

https://www.theverge.com/2021/3/11/22325054/beeple-christies-nft-sale-cost-everydays-69-million

https://www.nytimes.com/2021/03/11/arts/design/nft-auction-christies-beeple.html

https://www.forbes.com/sites/abrambrown/2021/03/11/beeple-art-sells-for-693-million-becoming-most-expensive-nft-ever/?sh=46b5d7632448

https://obpedia.com/beeple-net-worth/

https://www.christies.com/features/Monumental-collage-by-Beeple-is-first-purely-digital-artwork-NFT-to-come-to-auction-11510-7.aspx

https://www.esquire.com/entertainment/a35500985/who-is-beeple-mike-winkelmann-nft-interview/

https://www.schoolofmotion.com/blog/beeple-louis-vuitton

https://www.beeple-crap.com/everydays

https://www.businessinsider.com/beeple-nft-mike-winkelmann-digital-art-christies-2021-3

https://time.com/5958756/story-behind-time-beeple-future-of-business-cover/

https://www.beeple-crap.com/resources

https://www.newyorker.com/tech/annals-of-technology/how-beeple-crashed-the-art-world

https://www.livedesignonline.com/concerts/super-bowl-liv-halftime-show-credits-list

https://www.mic.com/p/who-is-beeple-why-did-his-nft-just-sell-for-69-million-65874594

https://www.schoolofmotion.com/blog/beeple-interview/

ภาพ: Instagram @beeple_crap

Wikipedia


The People Junior

เด็กฝึกงานผู้มีใจรักในการสร้างสรรค์คอนเทนต์

Related

Nissan GT-R 2020 ก็อดซิลล่าลิมิเต็ด ที่เคยเฆี่ยนซุปเปอร์คาร์ยุโรปจนตกขอบทาง

‘นูนุก นูไรนิ’ หญิงสาวผู้เปลี่ยนบะหมี่พื้นบ้านอินโดฯ  ให้กลายเป็นหมี่โกเรงสำเร็จรูป ที่คนรักเส้นทั่วโลกหลงรัก

เฟอร์รุชโช ลัมโบร์กีนี แค้นเจ้าของ Ferrari เลยสร้างซูเปอร์คาร์ Lamborghini

ฟาเบียน ธิลมัน ผู้ปั้น Pornhub เว็บโป๊ที่เปลี่ยนภูมิทัศน์สื่อลามก

ลีโอ เฟนเดอร์ บิดาแห่งกีตาร์ “Fender” ช่างซ่อมวิทยุ อดีตนักบัญชี ผู้เล่นกีตาร์ “ไม่เป็น”

ลีโอนาร์โด เดล เวคคิโอ เจ้าของแว่น Ray-Ban ที่เคยสู้ชีวิตจนนิ้วเกือบขาด

เซจิ ซึซูมิ ผู้ใส่จิตวิญญาณของบทกวีลงในผลิตภัณฑ์ “มูจิ”

ผงหอมศรีจันทร์: มันคือแป้ง…ในตำนานของผู้หญิงไทย