Post on 01/12/2020

เบน กิบบาร์ดวง Death Cab for Cutie: เลิกเมาเพราะกุญแจบ้านหายแล้วมาวิ่งเทรล

“ผมตื่นนอนตอนบ่าย เตรียมตัวไปเล่นคอนเสิร์ต พอเล่นจบก็ดื่มเหล้าสังสรรค์”

วิถีชีวิตของเบน กิบบาร์ด  (Ben Gibbard) วนเวียนอยู่อย่างนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ด้วยหน้าที่นักร้องนำของวง Death Cab for Cutie วงร็อคจากอเมริกันที่มีแฟนเพลงอยู่ทั่วโลก ที่มีเพลงดังอย่าง I Will Follow You into the Dark, Soul Meets Body และ Transatlanticism การเดินทางไปเล่นดนตรีตามที่ต่าง ๆ ทำให้เขาต้องห่างจากบ้าน บวกกับความเบื่อหน่ายที่ต้องเล่นเพลงเดิม ๆ ทุกคืน เขาจึงใช้เหล้าเป็นที่พึ่งเพื่อคลายเหงา

แต่ค่ำคืนหนึ่งหลังจากเมามายอย่างหนัก เขากลับถึงบ้านตอนตี 3 และต้องใช้เวลามากมายในการหากุญแจเข้าบ้าน เขาเหนื่อยล้าและผิดหวังกับตัวเอง ทำให้เช้าวันนั้นเขาตื่นขึ้นพร้อมกับความคิดที่ต้องการเปลี่ยนแปลงตัวเอง

“ผมคิดได้ว่าไม่มีทางแน่ ๆ ที่ผมจะใช้ชีวิตแบบนี้ต่อไป” ด้วยภาระหน้าที่ที่ต้องทำอัลบั้มใหม่ในอีกไม่กี่เดือน เขารู้ว่าตัวเองมีปัญหาและไม่อยากสร้างภาระให้กับเพื่อนร่วมวงด้วยพฤติกรรมเช่นนี้

ตอนนั้นเขาคงไม่รู้ว่า ความคิดนั้นจะเป็นจุดเปลี่ยนของชีวิต

จากเจ็บปวดสู่เสพติด

“การวิ่งไม่เคยอยู่ในความคิดผมเลย” เบนกล่าวเอาไว้

เขาเริ่มต้นเปลี่ยนแปลงตัวเองด้วยการออกกำลังกายในยิมเพื่อดูแลสุขภาพ แต่การเล่นเครื่องออกกำลังกายในร่มเพียงอย่างเดียวทำให้เขาเบื่อหน่าย

“งั้นลองออกไปวิ่งสัก 2 ไมล์ (3.2 กิโลเมตร) ละกัน” เขาคิดท้าทายตัวเองด้วยการออกไปวิ่งรอบ ๆ ที่พักของเขาในเมืองซีแอตเทิล และสิ่งที่เขาได้รับคือความเจ็บปวด

“ร่างกายต้องเกลียดผมแน่ ๆ” เขาเล่าถึงอาการเจ็บปวดไปทั่งร่างกายหลังจากการวิ่ง ทั้งเข่า ข้อเท้า หน้าแข้ง การจะวิ่งให้ได้หนึ่งไมล์มันช่างยากเย็นซะเหลือเกิน สิ่งเดียวที่ทำให้เขาตัดสินใจวิ่งต่อโดยไม่เลิกราไปเสียก่อนคือความดื้อ ความมุ่งมั่นของเขาที่ต้องการจะเปลี่ยนพฤติกรรมเดิม ๆ

จากสองไมล์สู่สามและสี่ไมล์ จนเวลาผ่านไป 3 – 4 เดือน เขาก็เริ่มสัมผัสความรู้สึกที่เรียกว่า Runner’s High “ความรู้สึกแบบนี้นี่เองที่คนเขาพูดถึงกัน” เขาพูดถึงความสุขในการวิ่ง เมื่อสมองหลั่งสารแห่งความสุขออกมา (Endorphins กับ Endocannabinoids) พอสัมผัสความรู้สึกแบบนั้น เขาก็เริ่มเสพติดวิ่งแทนการดื่มเหล้า

“การวิ่งไม่เคยอยู่ในความคิดผมเลย” แต่เขาก็หนีมันไปไม่พ้น เพราะจากจุดเริ่มต้นแค่ 2 ไมล์ ทำให้เขาก้าวสู่เป้าหมายใหม่ที่ท้าทายกว่าเดิม

สร้างแรงจูงใจด้วยมาราธอน

ปี 2011 สามปีหลังจากเริ่มต้นวิ่ง เบนอยากสร้างแรงจูงใจให้กับตัวเอง เพราะการวิ่ง 10-16 กิโลเมตรไม่เพียงพอต่อความต้องการของเขาอีกต่อไป เขาจึงตั้งเป้าหมายที่ท้าทายขึ้นด้วยการวิ่งมาราธอน (ระยะทาง 42.195 กิโลเมตร) ที่งาน L.A. Marathon 2011

การวิ่งมาราธอน ไม่ใช่แค่อยากวิ่งแล้วทำได้เลย เขาซื้อหนังสือมาศึกษาและซ้อมวิ่งมาราธอนด้วยตัวเองอย่างเคร่งครัด “ผมสนุกกับมัน และเฝ้ารอให้ถึงวันแข่งเร็ว ๆ”

แม้จะมีอุปสรรคในเรื่องเวลา ที่ไม่ค่อยมีเพราะต้องเดินทางออกทัวร์กับวง แต่เมื่อใจมันต้องการแล้ว ก็ไม่มีอะไรหยุดยั้งเขาได้ เขาหาเวลาซ้อมในช่วงที่บันทึกเสียงทำอัลบั้มเสร็จ “มันรู้สึกดีที่ได้ตื่นมาทำสิ่งที่ท้าทาย” เมื่อถึงวันแข่ง L.A. Marathon  ด้วยความมุ่งมั่นและวินัยในการซ้อม ทำให้เขาสามารถวิ่งมาราธอนเป็นผลสำเร็จด้วยเวลา 3 ชั่วโมง 56 นาที 34 วินาที

การวิ่งจบไปแล้ว แต่มาราธอนไม่ใช่แค่การวิ่งให้ครบระยะเพียงเท่านั้น แต่มันให้อะไรกับชีวิตเขามากกว่านั้น

ถึงยากก็ไม่กลัว

หลังวิ่งมาราธอนครั้งแรกสำเร็จ เบนคิดว่านี่คือสิ่งที่เขาไม่คิดว่าจะทำได้มาก่อน เพราะมันทั้งยากและใช้เวลาในชีวิตเป็นอย่างมาก ต้องต่อสู้กับอุปสรรคต่าง ๆ ในจิตใจ ทั้งความขี้เกียจ เหนื่อยล้า เจ็บปวด ใช้วินัยในการฝึกซ้อมอย่างเป็นระบบเพื่อให้ถึงเป้าหมาย แต่มาราธอนก็ทำให้เขารู้ว่า เขาสามารถใช้วิธีดังกล่าวในการรับมือกับปัญหายาก ๆ ในชีวิตได้

นอกจากความมั่นใจแล้ว ในมุมมองของเขา การวิ่งยังมีส่วนคล้ายกับการแต่งเพลงที่ต้องใช้ทักษะและเวลาในการก้าวสู่จุดหมาย การแต่งเพลงนั้น กว่าจะเรียบเรียงเนื้อหาและท่วงทำนองเป็นบทเพลงหนึ่งเพลงได้นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เช่นเดียวกับการวิ่งมาราธอนที่กว่าจะถึงเส้นชัยนั้น ต้องใช้ความแข็งแรงของร่างกายและจิตใจที่ต้องผ่านการฝึกฝนด้วยกันทั้งสิ้น

เมื่อไม่กลัวเรื่องยากแล้ว เขาจึงไปต่อด้วยการก้าวสู่การวิ่งเทรล (การวิ่งบนเส้นทางธรรมชาติ เช่น ป่า ภูเขา  ทุ่งหญ้า หรือสถานที่ตามภูมิประเทศต่าง ๆ)

“ผมวิ่งเทรลด้วยความบังเอิญ” เขาเล่าว่าในปี 2011 หลังจบมาราธอนครั้งแรก เขาออกไปวิ่งกับเพื่อนที่หาดทราย Rodeo ในแคลิฟอร์เนีย เขาสงสัยเลยถามเพื่อนว่า เราจะไปวิ่งทีไหนกัน เพราะเขาไม่เห็นถนนหนทางในการวิ่งเลยสักนิด เพื่อนตอบคำถามด้วยคำสั้น ๆ ว่า  เราจะไปวิ่งบนภูเขา และการวิ่งในครั้งนั้นก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เขาหลงใหลการวิ่งเทรล

หลงใหลในความสงบ

“มันทำให้ผมลืมปัญหาในชีวิตไปชั่วขณะ” เบนเล่าถึงความรู้สึกในการวิ่งท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติ ป่าไม้ ภูเขา ท้องฟ้า ทำให้จิตใจสงบนิ่งไม่ต่างจากการนั่งสมาธิ สมองของเขาโล่งและตัดขาดจากโลกภายนอกที่วุ่นวาย  เขาเริ่มวิ่งเทรลในงานต่าง ๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นการวิ่งในระยะ 50 ไมล์ (80 กิโลเมตร) ในงาน Squamish 50 ที่แคนาดา วิ่ง 100 กิโลเมตรในงาน Black Canyon Ultras ฯลฯ การวิ่งในแต่ละครั้งใช้เวลายาวนานมาก บางครั้งเขาใช้เวลาถึง 27 ชั่วโมงในการวิ่ง (งานวิ่ง 100 ไมล์ที่  Idaho Mountain trail Ultra Festival )

“การวิ่งเป็นสิ่งที่ผมขาดไม่ได้” เขาเล่าถึงความสำคัญของการวิ่งที่ทำให้เขาได้ใช้เวลาอยู่กับตัวเอง มีสมาธิอยู่กับการก้าวขา การหายใจ การวิ่งยังช่วยผ่อนคลายความเครียดจากปัญหาชีวิตต่าง ๆ บางครั้งเวลาเหนื่อยล้าจากการหาไอเดียแต่งเพลง การออกไปวิ่งก็ทำให้เขาสมองปลอดโปร่งและกลับมาแต่งเพลงได้ดีขึ้น

ปัจจุบันเบนยังสนุกกับการวิ่งควบคู่ไปกับอาชีพนักดนตรีที่เขารัก หากย้อนเวลาไปยังตอนต้นเรื่อง ถ้าเขาไม่คิดจะเปลี่ยนวิถีชีวิตตัวเอง ถ้าเขายังสนุกกับการดื่มเหล้าอยู่เหมือนเดิม เขาคงไม่ได้มีสุขภาพร่างกายและจิตใจที่ดีขึ้นจากการวิ่งออกกำลังกาย ไม่ได้เรียนรู้ที่จะใช้วินัยและความอดทนในการก้าวสู่จุดหมายจากการ ฝึกวิ่งมาราธอน ไม่ได้เจอความสุข ความสงบจากการวิ่งเหมือนเช่นตอนนี้

จากความเมาจนหากุญแจบ้านไม่เจอ ตอนนี้นอกจากเบนจะไม่ต้องเสียเวลาหากุญแจบ้านแล้ว เขายังพบกุญแจดอกใหม่ กุญแจที่ช่วยเปิดประตูพาเขาไปยังเส้นทางใหม่ของชีวิต กุญแจดอกนั้นคือการวิ่งนั่นเอง

—————————-

อ้างอิง

  1. https://www.outsideonline.com/2118431/salomon-tv-death-cab-cuties-trail-running-frontman
  2. https://www.kexp.org/read/2019/5/24/sound-vision-ben-gibbard-running-and-recovery/
  3. https://www.runnersworld.com/runners-stories/a20794817/im-a-runner-ben-gibbard/
  4. https://trailrunnermag.com/people/qas/ben-gibbard-trail-running-rock-star.html
  5. https://www.runnersworld.com/runners-stories/a20794817/im-a-runner-ben-gibbard/
  6. https://trailrunnermag.com/people/culture/wanted-trail-running-coordinator.html
  7. https://www.menshealth.com/fitness/a22636290/benjamin-gibbard-death-cab-for-cutie-runner/
  8. https://ultrasignup.com/results_participant.aspx?fname=Benjamin&lname=Gibbard

 

เรื่อง: โกษม โกยทอง


นักเขียนรับเชิญ

นักเขียนรับเชิญที่ The People เชิญมาแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และนำเสนอบทความตามความสนใจ

Related

พี สะเดิด: จาก “จี่หอย” สู่เอเรนแห่งตำนานนักดนตรีพันธุ์ใหม่

เดคิสึงิ – ปริศนาของมนุษย์ผู้สมบูรณ์แบบประจำโดราเอมอนแต่กลับไร้ตัวตน

แอนดรูว์ ลอยด์ เวบเบอร์: ผู้พาละคร Cats บุกบรอดเวย์ด้วยแนวทาง Megamusical

โมโมโกะ ซากุระ: จากความทรงจำวัยเยาว์ในยุค 70s สู่เรื่องราวของ ‘หนูน้อยจอมซ่า มารุโกะจัง’

มารายห์ แครี่ กับเบื้องหลัง ‘All I Want for Christmas Is You’ เพลงชาติวันคริสต์มาสที่มาจากความทรงจำอันหวานขม และเกือบจะไม่ได้ทำ!

Radiohead – Creep: ร่วงหล่นลงหลุมรัก เบื้องหลังเพลงอกหักที่โดนใจ “ฆาตกร”

ตำนานแห่งมาเวอริค Top Gun ที่กลับมาใหม่ในรอบ 33 ปี

ซัลวาดอร์ ดาลี: ศิลปิน Surrealism ผู้หยิบดอกเดซี่มาสร้างเครื่องหมายการค้าให้ ‘Chupa Chups’