Post on 18/01/2020

นักฟุตบอลตุ๊กตาล้มลุกว่าที่ซูเปอร์สตาร์ที่ชื่อเบนจามิน เดวิส

ล้มลุกในสนาม

มีเพียง 2 ครั้งที่ เบนจามิน เจมส์ เดวิส แข้งตัวรุกทีมชาติไทยรุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี โดน อิรัก ทีมคู่แข่งเตะล้มกลิ้งอยู่ในราชมังคลากีฬาสถาน คือ “ครั้งแล้ว” กับ “ครั้งเล่า” แต่ทุกครั้งที่เขานอนสัมผัสกับเตียงหญ้าเขียวขจี ก็จะใช้เวลาไม่นานนัก ก่อนจะขยับสนับแข้งดึงถุงเท้า ลุกขึ้นมาเล่นต่อ โดยที่แทบไม่เคยบ่นสักคำ

ว่าที่ซูเปอร์สตาร์ลูกหนังเจ้าของเสื้อหมายเลข 22 ถูกบรรดานักเตะจากแดนสงครามรับน้องในการประเดิมสนามอย่างเป็นทางการให้กับทีมชาติไทย ด้วยการเตะ เตะ แล้วก็เตะ ราวกับเขาเป็นกระสอบทราย ไม่ว่าจะได้ลูกกลม ๆ ณ จุดใดของสนามก็ตาม 

เพราะอะไร เบนจามิน เดวิส ถึงถูกอัดหนักแบบนั้น?

สถิติของ “เบน” สีเสื้อ “ช้างศึก” จาก 56 นาที / เขาดวลตัวต่อตัวชนะ 10 ครั้ง / เรียกฟาวล์ 7 ครั้ง / ยิงตรงกรอบ 1 ครั้ง จากทั้งหมด 3 ครั้ง / ความแม่นยำในการยิงประตู 33% / ผ่านบอลสำเร็จ 17 ครั้ง / ความแม่นยำในการผ่านบอล 77.3%  / สร้างสรรค์โอกาส 2 ครั้ง 

ถ้าดูจากตัวเลขแล้วจะเห็นได้ว่า ค่าสถิติที่เยอะคือ การดวลตัวต่อตัวชนะมากถึง 10 ครั้ง และยังเรียกฟาวล์ได้ถึง 7 ครั้ง แสดงให้เห็นว่าทักษะความสามารถเฉพาะตัวของนักเตะฟูแล่มรายนี้อยู่ในระดับที่เอกอุ เพราะนอกจากสถิติที่ฟ้องแล้ว จากลีลาที่ได้ยลก็ยังดูแล้วเพลินตา เอาตัวรอดได้ในพื้นที่แคบ ๆ ใช้เท้าได้ดีทั้งสองเท้า โดยมีเท้าขวาเป็นหลัก ไม่น่าประหลาดใจที่ปัจจุบันจะสังกัดทีมฟูแล่ม ในแชมเปี้ยนชิพ อังกฤษ 

 

“สุดท้ายผมก็ได้โอกาสกับทีม และได้แสดงให้เห็นว่าตัวผมสามารถทำอะไรได้บ้าง” 

เบนภูมิใจหลังได้โอกาสลงเล่นให้ทีมชาติไทยบ้านเกิดของมารดาเป็นครั้งแรกในศึกชิงแชมป์เอเชีย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี นัดที่เสมอกับ อิรัก 1-1 เมื่อวันที่ 14 มกราคม ปี 2020 เพราะก่อนหน้านั้น ก็มีคำถามถึง อากิระ นิชิโนะ เฮดโค้ชช้างศึกพอสมควรกับการมองข้ามดาวเตะลูกครึ่งวัย 19 ปี ไปใน 2 เกมแรกกับ บาห์เรน และออสเตรเลีย เนื่องจาก “เซ็นเซ” มองว่ายังเล่นไม่เข้ากับเพื่อนได้มากพอ 

ไอ้หนุ่มหัวฟู ยังพูดถึงตำแหน่งการเล่นที่ถูกจัดให้ยืนในตำแหน่ง False 9 ซึ่งเป็นตำแหน่งศูนย์หน้าที่ดึงตัวเองลงต่ำมาปั้นเกมว่า เขาเล่นได้หลายตำแหน่งในแนวรุก ดีใจที่ได้มีส่วนร่วมกับทีม พร้อมกับเผยด้วยว่า จริง ๆ แล้ว เกือบจะไม่ได้ลงสนามในเกมนี้อยู่แล้ว เนื่องจากมีอาการเจ็บคอและมีไข้สูง แต่หายทันพอดี

“ตอนแรกผมคิดว่าจะลงไม่ได้ เพราะป่วย แต่ก็ดีใจที่ได้มีโอกาสลงเล่น ฟอร์มส่วนตัวผมอยากทำให้ดีกว่านี้ แต่สิ่งสำคัญที่สุด วันนี้คือทีมได้ผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้าย ถือเป็นความสำเร็จอีกก้าวของเรา”

จากที่พลาดร่วมทัพชุดซีเกมส์ ครั้งที่ 30 ไปในช่วงเดือนธันวาคม ปี 2019 ไม่ได้สวมเสื้อติดตราธงไตรรงค์ สุดท้ายปีนี้ ในที่สุดเบนจามินก็ได้อวดฝีเท้าให้คนไทยได้เห็นแบบจริง ๆ จัง ๆ เสียที หลังจากถูกพูดถึงมานาน แม้จะยังไม่ใช่ทีมชาติชุดใหญ่ แต่เป้าหมายในรายการนี้ใหญ่ เพราะคือการลุ้นเป็น 3 ทีมสุดท้ายที่ได้ไปโชว์เพลงแข้งในโอลิมปิกเกมส์ 2020 

ในสนามนัดแรก เบนโดนอัดล้ม และลุกอย่างรวดเร็ว ขณะที่นอกสนาม ก็มีกับดักล้ำหน้าที่ทำให้เขารู้สึกแย่ ๆ เช่นกัน และเกือบจะต้องโทษตามกฎหมายของประเทศสิงคโปร์มาแล้ว

 

ล้มลุกนอกสนาม

ย้อนไปในวัยเด็ก เบนจามิน เดวิส เกิดที่จังหวัดภูเก็ต เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน ปี 2000 พออายุเพียงแค่ 5 ขวบ ก็ติดสอยห้อยตามคุณพ่อซึ่งเปิดโรงเรียนสอนฟุตบอล ไปเติบโตที่สิงคโปร์ตั้งแต่ปี 2005 จนได้สัญชาติในปี 2009

เบนสามารถเลือกได้ 3 สัญชาติ ทั้ง เวลส์ ที่เป็นเชื้อสายทางพ่อ, ไทย เชื้อสายทางแม่ รวมถึง สิงคโปร์ ที่ไปอยู่และเติบโต ส่วนการเซ็นสัญญากับฟูแล่ม ก็อาจจะทำให้เขาเล่นให้กับทีมชาติอังกฤษได้เช่นกัน

การเดินตามความฝันในการเป็นยอดนักเตะอาชีพของเบนเป็นไปได้ด้วยดี และดูเหมือนจะไม่มีกองหลังคนใดเสียบบอลเพื่อสกัดกั้นเขาได้ อีกทั้งโรงเรียนของคุณพ่อ ยังเป็นพันธมิตรกับสโมสรฟูแล่ม ในลีกอังกฤษ ทำให้เมื่อ 4 ปีก่อน เบนได้รับทุนจากทีมเจ้าสัวน้อยให้ไปฝึกทักษะด้านฟุตบอล จนสุดท้ายได้รับสัญญาเป็นนักเตะอาชีพ

ระหว่างนั้น เบนถูกเรียกติดทีมชาติสิงคโปร์ไปแล้วทั้งในทีม 16 ปี และทีม 19 ปี สื่อแดนลอดช่องยกให้เขาเป็น “ความหวังใหม่ของทีม เดอะไลอ้อนส์”

วันที่ 4 พฤศจิกายน 2017 ในเกมลูกหนังรุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี ชิงแชมป์เอเชีย รอบคัดเลือก ที่ประเทศมองโกเลีย เบนจามิน เดวิส พร้อมด้วยพรรคพวก “ยัง ไลอ้อนส์” ต้องลงสนามพบกับทีมชาติไทย ชาติแผ่นดินเกิดของมารดา ต้องเผชิญหน้ากับ กฤษดา กาแมน กัปตันทีมซึ่งเป็นเพื่อนร่วมทีมชาติไทยในชุดปัจจุบัน

จบ 90 นาที ท่ามกลางอุณหภูมิที่หนาวจัด ทีมชาติสิงคโปร์ แพ้ให้กับทีมช้างศึกไป 1-3 อีกทั้งในเกมนั้นขณะที่ทีมตามหลังอยู่ 0-2 เดวิส ยังซัดจุดโทษบอลไปชนเสาไม่เข้าอีกด้วย

เบนเคยถูกสิงคโปร์เรียกติดทีมชาติชุดใหญ่มาแล้วในรายการ เอเชียนคัพ 2019 รอบคัดเลือก ช่วงเดือนมีนาคมปี 2018 เพียงแต่ว่ายังไม่เคยถูกส่งลงสนามในนามทีมชุดใหญ่ ตามกฎของสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) ทำให้เจ้าตัวยังสามารถเลือกเล่นให้กับชาติใดก็ได้ ทั้งเวลส์ตามสายเลือดพ่อ, ไทยตามสายเลือดแม่ หรือ อาจจะอังกฤษในอนาคต

“ความหวังใหม่ของ เดอะ ไลอ้อนส์” ใกล้จะเติบโตเต็มวัย และสิงคโปร์จะแข็งแกร่งขึ้นเมื่อมีเบนอยู่ในทีม แต่เมื่อเขาอายุครบ 18 ปี ก็เกิดปัญหาติดขัดขึ้นในการเป็นนักฟุตบอลอาชีพ เพราะเมื่อถือสัญชาติสิงคโปร์ ก็ต้องทำตามกฎการเกณฑ์ทหาร ซึ่งมีอยู่ว่า

“เมื่ออายุครบ 18 ปี ผู้ชายสิงคโปร์ทุกคน ทั้งพลเมืองและผู้อยู่อาศัยถาวร ต้องเข้าเกณฑ์ทหาร 2 ปี หากฝ่าฝืนจะต้องโทษจำคุกถึง 3 ปี”

ข้อกฎหมายนี้เปรียบเหมือนปราการหลังร่างยักษ์ ที่ทำให้ตัวของเบนและครอบครัว ต้องชะงักและทบทวน ก่อนจะพาบอลผ่านไปปราการหลังซึ่งเปรียบเหมือนปัญหานั้นไปได้ เพราะในวัยทีนเอจ ถือเป็นช่วงสำคัญในการเป็นนักเตะอาชีพ ว่าจะเป็นดาวรุ่งตลอดกาลแบบ ธีโอ วัลค็อตต์ หรือ พัฒนาเป็นยอดแข้งได้แบบ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ แม้เบนจะพยายามผ่อนผัน แต่ถูกรัฐบาลสิงคโปร์ปฏิเสธ

ระหว่างนั้น ดูเหมือนเส้นทางนักเตะอาชีพของเบนในอังกฤษกำลังไปได้สวยด้วย เพราะเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2019 ดาวเตะเจ้าของส่วนสูง 172 เซนติเมตร ได้โอกาสประเดิมสนามกับฟูแล่มในทีมชุดใหญ่เป็นครั้งแรกในฟุตบอลลีกคัพ รอบที่ 2  ที่แพ้เซาแธมป์ตัน จากพรีเมียร์ลีก 0-1 โดยถูกเปลี่ยนตัวลงมานาทีที่ 89 ปลดล็อคชีวิตการเป็นแข้งอาชีพไปอีก 1 ภารกิจ 

จากนั้นอีกเพียงแค่ 2 วัน เบนทำเอาแฟนบอลสิงคโปร์หัวร้อน หลังโพสต์รูปธงชาติไทย และสหราชอาณาจักรในอินสตาแกรม สื่อเป็นนัย ๆ ว่า เขาอาจจะเลือกสละสัญชาติที่พ่อเขาเปิดโรงเรียนสอนไปแล้ว

และทิ้งเรื่องกับทีม “เดอะ ไลอ้อนส์” ไว้เป็นเพียงแค่ตำนาน และไม่กล่าวถึงมันอีก

(ปัจจุบันสถานะสัญชาติของเบน เดวิส กับสิงคโปร์ รวมถึงเรื่องการเกณฑ์ทหาร ก็ยังคงไม่ชัดเจนว่า เป็นอย่างไร)

 

ลุกก้าวไปข้างหน้า

28 กันยายน 2019 อากิระ นิชิโนะ ประกาศรายชื่อนักเตะทีมชาติไทยชุดเตรียมซีเกมส์ ครั้งที่ 30 จำนวน 28 คน และเซอร์ไพรส์เปรี้ยง มีชื่อของ เบน เดวิส รวมอยู่ด้วย เขาทิ้งเรื่องที่สิงคโปร์ไว้ข้างหลัง มีแฟนบอลลอดช่องส่วนหนึ่งอารมณ์เดือดดาล แต่เขาปล่อยผ่านไป และเริ่มต้นใหม่กับทีมช้างศึก

เบนยืนยันเมื่อเดินทางมาเข้าแคมป์ทีมชาติไทยในตอนนั้นว่าได้ตัดสินใจเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ได้คุยกับครอบครัวทั้งหมดเรื่องการเลือกสัญชาติ ตนมีโอกาสเลือกเล่นให้ได้ถึง 4 ประเทศ ก็คือ สิงคโปร์, ไทย, เวลส์ และอังกฤษ ซึ่งสุดท้ายได้ตัดสินใจเลือกทีมชาติไทย สาเหตุหลักที่เลือกทีมชาติไทย เพราะคิดว่าเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด เพราะคิดว่าฟุตบอลไทยมีอนาคตที่สดใส มีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จ พ่อแม่ก็สนับสนุนการตัดสินใจอย่างเต็มที่ในการเลือกทีมชาติไทย ตอนแรกพ่ออยากให้เล่นให้กับทีมชาติสิงคโปร์ แต่ด้วยเหตุผลบางประการ ทำให้มันไม่เกิดขึ้น

“ผมยินดีและมีความสุขมากที่จะได้มาเล่นให้กับทีมชาติไทย เพราะประเทศไทย คือประเทศบ้านเกิดของผม แม่ของผมก็เป็นคนไทย และผมเองก็มีความทรงจำที่ดีมากมาย ตอนที่อยู่ที่ประเทศไทย แน่นอนว่าแม้การมาครั้งนี้ มันจะเป็นแค่รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี แต่ผมก็รู้สึกดีใจ และหวังว่าตัวผมเองจะยกระดับ และสามารถก้าวไปเล่นให้กับทีมชาติไทยชุดใหญ่ได้ในอนาคต

“วันนี้ทีมชาติไทยให้โอกาสแก่ผม ผมก็จะพยายามทำเต็มที่เพื่อตอบแทนโอกาสที่ทีมชาติไทยยื่นมือมา แม่ผมก็ยินดีกับผมมากกับโอกาสในครั้งนี้ ส่วนอนาคต เป้าหมายหลักของผม สิ่งแรกก็คือการก้าวขึ้นไปเล่นกับฟูแล่มชุดใหญ่ให้ได้อย่างต่อเนื่องตลอดปี โดยช่วงที่ผ่านมา ผมได้เล่นให้กับทีมฟูแล่ม ชุด ยู 23 มาตลอด โค้ชชุดใหญ่เองก็จับตาดูเด็กในอะคาเดมีอยู่เสมอ หากเราเล่นได้ดีกับทีมเยาวชน ก็จะได้โอกาสไปซ้อมกับทีมชุดใหญ่ และหากเราซ้อมได้ดี ก็จะได้โอกาสลงสนามในการแข่งขัน ซึ่งสโมสรก็ได้วางแผนชีวิตให้กับผม ผมเองก็พยายามทำตามนั้น ฝันของผมก็คือการได้เล่นในลีกระดับท็อปของโลก ทั้ง พรีเมียร์ลีก รวมถึงลาลีก้า สเปน และที่สำคัญที่สุดก็คือ รายการยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก”

ตุ๊กตาล้มลุก เป็นตัวแทนของความพยายาม ที่ไม่ว่าจะล้มกี่ครั้ง ก็จะลุกกลับขึ้นมา มักเป็นสิ่งตอบแทนในความพยายาม ไม่ยอมแพ้ต่ออุปสรรค

ชีวิตของ เบน เดวิส ก็หกล้มทั้งในและนอกสนาม แต่วันนี้เขากำลังก้าวไปข้างหน้ากับทีมชาติไทย และพร้อมแล้วที่จะล้มลุกคลุกคลานไปพร้อมกับเพื่อน ๆ ร่วมทีม

 

เรื่อง: Rushdcplus


นักเขียนรับเชิญ

นักเขียนรับเชิญที่ The People เชิญมาแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และนำเสนอบทความตามความสนใจ

Related

ถอดรหัส เมสัน กรีนวูด แห่งแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ว่าที่ผู้กอบกู้ผีแดง?

ไบรอัน ร็อบสัน กัปตันมาร์เวล แห่ง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

สัมภาษณ์ แอมแปร์-ณัฐวดี อดีตเด็กเนิร์ด สู่จอมทัพดาวรุ่งว่าที่อนาคตทีม “ชบาแก้ว” กับชีวิตที่เรียนรู้จากฟุตบอล

แพทริค แซง โค้ชของ เอเลียด คิปโชเก้ ชายผู้สอนว่าความสำเร็จนั้นมาจาก “ความเชื่อ”

โคบี ไบรอันต์: ตำนานบาสเกตบอลแห่งเลเกอร์ส อสรพิษที่โลกรัก

“โยฮัน ครัฟฟ์”ตำนานนักเตะดัตช์ ผู้เล่นบอลข้างถนนสู่ผู้วางรากให้ “อาแจ็กซ์” คืนชีพ

เด็ก 10 คนกับฝันที่รวมเป็น 1 เรื่องราวของอดีตเด็กติดเกม แรปเปอร์ นักสู้ ที่ใช้ “ฟุตบอล” เปลี่ยนชีวิต


บรูโน่ แฟร์นันเดส ตำนาน “48 ชั่วโมง” แมนฯยูฯ เจ้าของฉายา “มาเอสโตรสามตา”