Post on 19/04/2019

แบร์นาร์ด อาร์โนลต์ วิศวกรก่อสร้าง สู่เจ้าของอาณาจักรสินค้าหรู LVMH

โลกแฟชันระดับไฮเอนด์รู้จักเขาในบทบาทเจ้าของ LVMH จักรวาลแห่งสินค้าแบรนด์เนมรายใหญ่สุด วงการมหาเศรษฐีรู้จักเขาในฐานะมหาเศรษฐีอันดับ 4 ของโลกในปี 2019 ด้วยมูลค่าทรัพย์สิน 7.6 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ ส่วนแวดวงการกุศลรู้จักเขาในบทบาทคนใจบุญ ที่ล่าสุดบริจาคเงิน 200 ล้านยูโร หรือกว่า 7 พันล้านบาท ช่วยบูรณะมหาวิหารนอเทรอดามจากเหตุเพลิงไหม้

ทั้งหมดนี้ “เขา” จะเป็นใคร ถ้าไม่ใช่ แบร์นาร์ด อาร์โนลต์

อาร์โนลต์เป็นชาวฝรั่งเศส เกิดเมื่อวันที่ 5 มีนาคม ปี 1949 ในครอบครัวผู้มีอันจะกิน หลังเรียนจบจาก Ecole Polytechnique เขาก็เริ่มต้นเส้นทางอาชีพวิศวกรโยธา ในบริษัทก่อสร้างของพ่อคือ Ferret-Savinel ถึงจะเป็นลูกเจ้าของ แต่อาร์โนลต์ก็ต้องแสดงความสามารถให้คนอื่นยอมรับ เขาพิสูจน์ตัวเองอยู่หลายปีจนได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งที่สูงขึ้น และก้าวสู่ตำแหน่งประธานบริษัทในปี 1978

จุดเปลี่ยนในชีวิตวิศวกรหนุ่มเกิดขึ้นในปี 1984 เมื่อเขาตัดสินใจเข้าซื้อกิจการบริษัทโฮลดิง (ประกอบธุรกิจด้วยการถือหุ้นในบริษัทอื่น) ที่ชื่อ Financière Agache ดำเนินธุรกิจสินค้าหรู มีบริษัทสิ่งทอซึ่งเป็นเจ้าของแบรนด์ Christian Dior, ห้างสรรพสินค้า Le Bon Marché ฯลฯ  อยู่ในความดูแล เขาปรับการบริหารองค์กรและวางกลยุทธ์เชิงรุกเพื่อให้บริษัททำรายได้และเติบโต หนึ่งในนั้นคือการทำให้ Christian Dior เป็นเสาหลักของบริษัท และเขาก็ทำสำเร็จ

บริษัท Christian Dior คือผู้ถือหุ้นใหญ่ของ LVMH Moët Hennessy – Louis Vuitton ซึ่งถือกำเนิดในปี 1987 จากการควบรวมสองกิจการเข้าด้วยกันคือ Louis Vuitton และ Moët Hennessy มีแบรนด์หรูทั้งที่เป็นแบรนด์แฟชัน, เครื่องดื่มแอลกอฮอล์, น้ำหอม, นาฬิกาและอัญมณี อยู่ในความดูแลร่วม 70 แบรนด์ อาทิ Louis Vuitton, Christian Dior, Celine, Bulgari, Givenchy, Rimowa, Fendi, Moët & Chandon, TAG Heuer โดยอาร์โนลต์ขึ้นเป็นประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ LVMH มาตั้งแต่ปี 1989 จนถึงทุกวันนี้

สินค้าหรูไม่ใช่แค่สินค้าในความหมายที่จับต้องและใช้ประโยชน์ได้เท่านั้น แต่สำหรับอาร์โนลต์ นี่คือสิ่งที่บ่งบอกรสนิยมการใช้ชีวิต นิตยสาร Forbes เคยกล่าวถึงเขาไว้ว่า อาร์โนลต์คือหนึ่งใน “ผู้สร้างรสนิยม” (taste-maker) ได้มากที่สุดคนหนึ่งในวงการแฟชัน

LVMH มีรายได้รวมในปี 2018 ราว 4.68 หมื่นล้านยูโร (คิดเป็นเงินไทยก็กว่า 1.67 ล้านล้านบาท) ส่วนไตรมาสแรกของปี 2019 ยอดรายได้ของบริษัทอยู่ที่กว่า 1.25 หมื่นล้านยูโร

เฉพาะไตรมาสแรกของปีนี้ เอเชีย (ยกเว้นญี่ปุ่น) มาเบอร์หนึ่ง ด้วยสัดส่วนการสร้างรายได้ 35% รองลงมาคือสหรัฐอเมริกา 22% ยุโรป (ไม่รวมฝรั่งเศส) 17% ฝรั่งเศส 8% ญี่ปุ่น 7% ซึ่งการเติบโตของเอเชียเมื่อเทียบกับไตรมาสแรกของปี 2018 สูงขึ้นถึง 17%

ในบรรดารายได้รวม 3 เดือนแรกของปี 2019 กลุ่มแฟชันและเครื่องหนังทำรายได้ 5,111 ล้านยูโร รองลงมาเป็นร้านค้าปลีก (Sephora และ DFS) 3,510 ล้านยูโร น้ำหอมและเครื่องสำอาง 1,687 ล้านยูโร ไวน์และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 1,349 ล้านยูโร และ นาฬิกาและอัญมณี 1,046 ล้านยูโร

ดูท่าจะโตไม่หยุด ฉุดก็ไม่อยู่ เพราะต้นเดือนเมษายนปี 2019 หุ้น LVMH สูงขึ้น 4.6% ขึ้นไปแตะ 344.95 ยูโร นับว่าสูงสุดนับตั้งแต่บริษัทอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ตั้งแต่เดือนตุลาคม ปี 1989

แรงหนุนที่ทำให้ LVMH โตขนาดนี้ ส่วนหนึ่งมาจากการเติบโตของตลาดเอเชียซึ่งผู้บริโภคมีกำลังซื้อสูงขึ้นมาก ทั้งยังเกิดจากแรงส่งของกลุ่มมิลเลนเนียลและเจน Z ทั่วโลก ทำให้หลายแบรนด์ต้องปรับภาพลักษณ์และออกสินค้าใหม่ ๆ ให้สอดรับกับไลฟ์สไตล์และความชอบของคนกลุ่มนี้มากขึ้น

ขาดไม่ได้ คือวิธีการบริหารและวิสัยทัศน์ของ แบร์นาร์ด อาร์โนลต์

อาร์โนลต์ให้สัมภาษณ์ Forbes ไว้เมื่อปี 2017 ว่า บุคคลที่เขายกย่องนับถือมากที่สุดในวงการธุรกิจคือ วอร์เรน บัฟเฟตต์ “เขาเป็นนักลงทุนระยะยาวที่มีไอเดียบรรเจิดมาก และทำตามตามไอเดียนั้นอย่างแน่วแน่” อาร์โนลต์กล่าวถึงมหาเศรษฐีชาวสหรัฐฯ ส่วนอีกคนที่เขายกย่องคือ สตีฟ จอบส์ เจ้าพ่อ “แอปเปิล” ด้วยเหตุผลว่า “สิ่งที่ทำให้ผมชื่นชมในตัวเขาก็คือความสามารถในการนำไอเดียมาปฏิบัติได้จริง เขาเอานวัตกรรมหลายอย่างมาสู่ตลาด และทั้งสองคนนี้ [บัฟเฟตต์และจอบส์] มีสิ่งร่วมกันคือเป็นคนที่มีความคิดสร้างสรรค์มาก ๆ”

อาร์โนลต์เป็นคนที่สนุกกับการเปลี่ยนความคิดสร้างสรรค์ให้กลายเป็นธุรกิจที่เกิดขึ้นจริง เขาพยายามเชื่อมต่อตัวเองกับนวัตกรและดีไซเนอร์ เพื่อดูว่าพวกเขามีไอเดียเจ๋ง ๆ อะไรบ้าง และจะปรับมาสู่โหมดธุรกิจได้อย่างไร โดยที่ความคิดสร้างสรรค์นั้นยังคงอยู่ และถึงจะเป็นนักธุรกิจที่ตัวเลขรายได้เป็นเรื่องสำคัญ แต่สำหรับเขา นั่นอาจไม่ได้สำคัญไปกว่าการมองอะไรในระยะยาว

“ผมบอกทีมเสมอว่าอย่ากังวลมากจนเกินไปนักเกี่ยวกับผลกำไร หากคุณทำงานได้ดี กำไรก็จะตามมา สิ่งที่ผมกังวลมากกว่าคือแบรนด์จะเป็นอย่างไรในอีก 5-10 ปีข้างหน้า ไม่ใช่ผลกำไรในอีก 6 เดือนข้างหน้า

“ในจักรวาลของสินค้าและแบรนด์ทั้งหลาย สำหรับผมแล้ว ความสำเร็จคือการผสมผสานอดีตและอนาคตเข้าด้วยกัน ทั้งรากเหง้า ประวัติศาสตร์ และความทันสมัย เมื่อผมเห็นสินค้าของแบรนด์เรา มันต้องไร้กาลเวลา แต่ขณะเดียวกันก็ต้องมีความทันสมัย นั่นคือกุญแจความสำเร็จ”

ดูเหมือนความสำเร็จจะเข้มข้นอยู่ในดีเอ็นเอของอาร์โนลต์ แต่เปล่าเลย…เขาก็เคยตัดสินใจผิดพลาดมาแล้วเหมือนกัน

อาร์โนลต์เคยมีธุรกิจเครื่องสำอางอยู่ในความดูแลราว ๆ 5 ปี ก่อนจะขายทิ้งไปเมื่อ 17 ปีก่อน เพราะธุรกิจไปต่อลำบาก แต่แล้ววันหนึ่งเขาก็ตระหนักได้ว่านั่นคือการตัดสินใจผิดพลาดครั้งใหญ่ เขาขายธุรกิจเร็วเกินไปเพราะไม่มีความอดทนมากพอ สิ่งที่เกิดขึ้นกลายเป็นบทเรียนราคาแพง ทำให้อาร์โนลต์เรียนรู้ว่าหากรักจะทำธุรกิจต้องเข้าใจมันให้ดีและต้องใจเย็น “อาจใช้เวลาหลายปีในโลกของความคิดสร้างสรรค์เพื่อทำให้ทุกอย่างเดินหน้าต่อได้ ซึ่งตอนนี้ธุรกิจที่ผมขายมันเดินหน้าไปได้สวยทีเดียว”

ขณะที่บางกรณี อาร์โนลต์ก็คิดไม่ถึงว่าจะไปได้ไกลกว่าที่คาด อย่าง Sephora ร้านค้าปลีกสินค้าความงามระดับไฮเอนด์ ที่เขาซื้อเข้ามาอยู่ใต้ร่ม LVMH เมื่อปี 1998 ซึ่งช่วงเวลานั้นมีเพียงไม่กี่สาขา แต่ตอนนี้มีราว 2,300 ร้าน ในกว่า 30 ประเทศทั่วโลก

“ความสำเร็จของ LVMH สร้างอยู่บนพื้นฐานของความคิดสร้างสรรค์, คุณภาพ, ความเป็นผู้ประกอบการ และสิ่งสำคัญที่สุดคือ วิสัยทัศน์ระยะยาว ผมจำได้ถึงครั้งแรกที่ไปเยือนกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อปี 1991 ตอนนั้นผมไม่เห็นรถยนต์สักคัน มีแต่จักรยานเท่านั้น ตึกสูง ๆ ก็ไม่มี แต่เราก็ตัดสินใจเปิด Louis Vuitton สาขาแรกในจีน วันนี้ Louis Vuitton คือลักชัวรีแบรนด์อันดับหนึ่งในจีนและทั่วโลก…

“ทุกวันนี้ อินเทอร์เน็ตทำให้โลกเล็กลงมาก เมื่อคุณเริ่มบางสิ่งวันนี้ คุณจำเป็นต้องเริ่มมันทั่วโลกในเวลาเดียวกันเพื่อให้ประสบความสำเร็จ อย่างการออกสินค้าก็จำเป็นต้องทำทั่วโลกเพื่อให้ประสบความสำเร็จ”

ไม่แปลกใจหากวิธีคิดดังกล่าวจะทำให้ LVMH คืออาณาจักรสินค้าหรูที่ใหญ่สุดของโลกในปัจจุบัน และอีกประการหนึ่ง อาจเพราะอาร์โนลต์มีสัญชาตญาณนักไล่ล่าอยู่ในตัว

“ผมเป็นคนชอบการแข่งขันมาก ๆ เพราะผมต้องการชนะ”

 

ที่มา

https://www.lvmh.com/group/about-lvmh/governance/executive-committee/bernard-arnault/

https://heavy.com/news/2019/04/bernard-arnault/

https://www.businessoffashion.com/community/people/bernard-arnault

https://www.forbes.com/profile/bernard-arnault/#1406a18766fa

https://r.lvmh-static.com/uploads/2019/04/lvmh_ag-2019-va.pdf

https://www.forbes.com/sites/luisakroll/2017/09/26/business-icon-bernard-arnault-reveals-his-most-important-mentor-biggest-mistake-in-qa/#2c6a96772ccc

 


บรรณาธิการ The People ผู้เขียนเนื้อหาเชิงธุรกิจ และเรื่องราวน่าสนใจหลากหลายแง่มุม

Related

“ตนัยศิริ ชาญวิทยารมณ์” เลือดใหม่ที่พาบุรีรัมย์ไปข้างหน้า จากการขับมอเตอร์ไซค์ทั่วอเมริกา

โรเบิร์ต กัวะ เขย่าวงการโลจิสติกส์ด้วย Kerry Express

สมศักดิ์ จิตติพลังศรี ปั้น “ซัยโจ เด็นกิ” แอร์พันล้าน สู้ศึกแดดร้อนเมืองไทย

ชวนล ไคสิริ เลิกออกแบบตึก มาเป็นเจ้าของแบรนด์เสื้อผ้า POEM

ชัยวัฒน์ แต้ไพสิฐพงษ์ ขายผ้า ทำโรงสี ก่อนปั้น “เบทาโกร” สู่หมื่นล้าน

ไมก์ เจฟฟรีส์ สร้าง Abercrombie เสื้อผ้าสำหรับคนหล่อ-สวย เท่านั้น

จิรพัฒน์ จันทร์เจิดศักดิ์ แม่ทัพ Prop Tech สิริ เวนเจอร์ส เชื่อมต่อนวัตกรรมสตาร์ทอัพกับวิถีชีวิตลูกบ้านแสนสิริ

สุพจน์ ธีระวัฒนชัย เมื่อความจนหมักบ่มเกิดเป็นโรงเบียร์เยอรมันตะวันแดง