Post on 17/12/2018

BERNARDO BERTOLUCCI: ผู้กำกับอิตาลีไร้ราก กับทักษะการทำหนังที่โลกลืม

วันที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ.2561 วงการหนังก็ได้รับข่าวร้ายเรื่องการจากไปไม่มีวันกลับของผู้กำกับระดับปรมาจารย์ Bernardo Bertolucci ในวัย 77 ด้วยโรคมะเร็งปอด ซึ่งเมื่อเอ่ยชื่อถึงผู้กำกับท่านนี้ หลาย ๆ คนก็คงนึกไปถึงผลงานสร้างชื่อเรื่องยิ่งใหญ่อย่าง The Last Emperor ที่คว้ารางวัลออสการ์ไปได้ถึง 9 สาขาเมื่อปี ค.ศ. 1998 รวมถึงรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมและผู้กำกับยอดเยี่ยม หรือหนังพูดอังกฤษ-ฝรั่งเศสเรื่องอื้อฉาวเปิดเปลือยกันด้วยฉากสุดอีโรติกอย่าง The Last Tango in Paris (1972) หรือ The Dreamers (2003)  แต่น้อยคนนักจะมีโอกาสได้ดูและรู้ซึ้งถึงทักษะฝีมือทางศิลปะที่แปลกใหม่แหวกแนวไม่ซ้ำแบบใครในหนังพูดภาษาอิตาเลียนที่ผู้กำกับท่านนี้ได้เคยสร้างไว้ ซึ่งก็อุดมไปด้วยเทคนิควิธีอันมีความเป็นส่วนตัวที่ช่างแตกต่างจากหนังทุนหนาพูดภาษาอังกฤษ ซึ่งอาจจะเป็นที่รู้จักในวงกว้างมากกว่า จนหลาย ๆ คนอาจจะลืมไปเสียแล้วว่า Bernardo Bertolucci เป็นคนทำหนังอิตาเลียนแท้ ๆ คนหนึ่ง

ผลงานเด่นเรื่องแรกๆ ที่ Bernardo Bertolucci เขียนบทและกำกับเองอย่างหนังพูดอิตาเลียนเรื่อง Prima della rivoluzione หรือ Before the Revolution (1964) ก็แปลกต่างทั้งในด้านเนื้อหาที่ว่าด้วยเรื่องราวชีวิตของเด็กหนุ่มชนชั้นกลางที่กำลังคิดเข้าไปพัวพันกับการเมืองในอิตาลีช่วงเวลานั้น แต่ดันมาตกหลุมรักคุณอาสาวยังสวยของตัวเอง จนกลายเป็นความสัมพันธ์ในลักษณะ incest และด้านเทคนิควิธีการตัดต่อภาพเหตุการณ์ในฉากเดียวกันที่เหมือนจะสลับเวลาทว่ายังย้อนกลับมาได้ใหม่ เช่นการตัดสลับภาพคุณอาสาวบนเตียงกำลังเลือกรูปภาพกับเตียงที่ว่างเปล่าก่อนที่จะตัดให้เห็นเธอกลับมาอีกครั้ง ซึ่งก็สร้างมิติของเหตุการณ์ที่ชวนตีความให้กับเรื่องราวได้อย่างน่าสนใจ

ในขณะที่ผลงานภาษาอิตาเลียนอีกเรื่องที่ Bernardo Bertolucci เขียนบทเองนั่นคือ La tragedia di un uomo ridicolo หรือ The Tragedy of a Ridiculous Man (1981) เล่าเรื่องราวของคุณพ่อเจ้าของโรงงานชีสอิตาเลียนที่บุตรชายถูกกลุ่มก่อการร้ายลักพาตัวไปเรียกค่าไถ่ ในขณะที่กิจการของเขากำลังจะย่ำแย่และต้องการเงินก้อนนี้ไปหมุนเวียนธุรกิจ ผู้กำกับ Bernardo Bertolucci ก็ใช้วิธีซ้อนความคิดของตัวละครหลักซึ่งรับบทโดย Ugo Tognazzi ด้วยเสียงบรรยายทับแบบ voice-over สลับกับการพูดกับตัวเองในกระจกของตัวละคร สะท้อนความบ้าเพี้ยนในจิตใจที่ใกล้จะขาดผึงในยามเข้าตาจน เทคนิคอันพิสดารนี้ส่งให้ Ugo Tognazzi คว้ารางวัลนักแสดงชายยอดเยี่ยมจากเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ปีนั้นมาได้อย่างน่ายินดี

นอกจากจะเขียนบทเองแล้ว Bernardo Bertolucci ยังได้ชื่อว่าเป็นนักดัดแปลงบทประพันธ์วรรณกรรมตัวยง ผลงานเด่นๆ ในช่วงแรกๆ ของเขาได้แก่ Il conformista หรือ The Conformist และ Strategia del Ragno หรือ The Spider’s Stratagem ซึ่งเป็นหนังพูดภาษาอิตาเลียนที่ออกฉายในปี ค.ศ. 1970 ด้วยกันทั้งคู่ โดยเรื่องแรกดัดแปลงจากนวนิยายชื่อเดียวกันของนักเขียนอิตาเลียน Alberto Moravia เล่าเรื่องราวของชายหนุ่มผู้มีความลับที่ทำงานเป็นสายสืบให้กลุ่มฟาสซิสต์อิตาลี ในขณะที่เขากำลังเดินทางไปยังกรุงปารีสเพื่อ honeymoon กับแฟนสาว เขาจึงถูกจ้างวานให้ตามหาอาชญากรผู้ลี้ภัยคนสำคัญรายหนึ่งในฝรั่งเศส

และเรื่องที่สองดัดแปลงจากเรื่องสั้นความยาวเพียงหน้าชื่อ Tema del traidor y del héroe ของนักเขียนอาร์เจนตินา Jorge Luis Borges เล่าเรื่องราวของชายหนุ่มผู้มีทั้งนามกรและหน้าตาเหมือนกับบิดาที่ถูกสังหารไปเมื่อ 30 ปีก่อน ก่อนที่เขาจะเกิด และเมื่อเขาเดินทางไปยังจุดที่บิดาถูกสังหาร เขาก็ถูกต่อต้านจากผู้คนที่อาศัยอยู่ในละแวกนั้นอย่างมีปริศนา ซึ่ง Bernardo Bertolucci เองก็อาศัยเทคนิคภาพยนตร์ต่าง ๆ นานามาสร้างภาพเคลื่อนไหวให้เรื่องราวจากตัวอักษรเหล่านี้โลดแล่นบนผืนจอได้อย่างโดดเด่นแปลกตา ไม่ว่าจะเป็นงานภาพที่เล่นกับแสงและเงา รวมทั้งการเคลื่อนกล้องในพิพิธภัณฑสถานอันหมดจดงดงาม ประกอบกับการซ้อนภาพเชื่อมระหว่างความจริงกับความฝันใน The Conformist หรือการตัดสลับเหตุการณ์อดีตปัจจุบันที่ตัวละครยังคงหน้าตาเหมือนกัน แถมยังสามารถพูดคุยเจรจากับตัวละครในอดีตได้อย่างไม่ขัดเขินใน The Spider’s Stratagem ซึ่งก็ล้วนเป็นเทคนิคเชิงทดลองที่จะไม่พบเห็นในหนังพูดภาษาอังกฤษเกือบทั้งหมดของ Bernardo Bertolucci เลยทีเดียว

แม้แต่ผลงานเรื่องสุดท้ายในชีวิต คือ Io et te หรือ Me and You (2012) หนังพูดอิตาเลียนที่ดัดแปลงจากนิยายชื่อเดียวกันของนักเขียนอิตาลี Niccolo Ammaniti ที่เหมือนจะเป็นเรื่องราวการเรียนรู้ชีวิตของวัยรุ่นชายผู้มีบุคลิกแปลกแยกธรรมดาๆ ผู้กำกับ Bernardo Bertolucci ก็ยังอุตส่าห์สร้างความแปลกใหม่ด้วยการให้นักแสดงหนุ่ม Jacopo Olmo Antinori ที่นอกจากจะสิวเขรอะเต็มหน้าแล้วยังไม่หล่อเลย มารับบทนำเป็นพ่อหนุ่ม Lorenzo โดยไม่มีการ make-up อะไรใด ๆ แหวกธรรมเนียมปฏิบัติที่ไม่ว่าตัวละครนำจะแปลกแยกเพียงไหน พวกเขาก็ยังควรจะมีเสน่ห์ยวนใจให้คนดูสนใจติดต่อ ซึ่งก็ไม่ใช่กรณีของตัวละครนำใน Me and You ของ Bernardo Bertolucci เลย

จะเห็นว่าวิสัยทัศน์ในเชิงศิลปะในการสร้างภาพยนตร์ของ Bernardo Bertolucci จะปรากฏชัดในหนังที่พูดภาษาอิตาเลียนของเขามากกว่าในงานสเกลใหญ่ที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลักที่เรามักจะรู้จักกันมากกว่า อัจฉริยภาพของ Bernardo Bertolucci จึงยังคงรอการค้นพบจากหนังที่อาจจะหาดูได้ยากเหล่านี้ เพื่อพิสูจน์ว่าผู้กำกับที่เหมือนจะไม่มีสัญชาติในการทำหนังรายนี้ แท้แล้วก็มีรากเหง้าความเป็นศิลปินของตัวเองไม่แพ้ผู้กำกับรายอื่น ๆ อยู่เหมือนกัน!

 

เรื่อง: ‘กัลปพฤกษ์’  [email protected]


นักเขียนรับเชิญ

นักเขียนรับเชิญที่ The People เชิญมาแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และนำเสนอบทความตามความสนใจ