Post on 14/12/2018

สิ่งที่ทำให้ “บิล เกตส์” เป็นอภิมหาเศรษฐีใจบุญอันดับหนึ่งของโลก

Bill Gates

“บิล เกตส์” (Bill Gates) ติดอันดับอภิมหาเศรษฐีที่ร่ำรวยที่สุดในโลกอย่างไม่ต้องสงสัย นอกจากนั้นเขายังเป็นอภิมหาเศรษฐีผู้ใจบุญที่บริจาคเงินมากที่สุดในโลกเช่นเดียวกัน โดยเขาบริจาคเงินให้การกุศลไปแล้วมากกว่า 35,800 ล้านเหรียญ หรือ ประมาณ 1.1 ล้านล้านบาท !!

คำถามคือ อะไรทำให้อภิมหาเศรษฐีคนนี้ แบ่งปันความมั่งคั่งของเขาให้กับเพื่อนมนุษย์โลกคนอื่นๆ?

รายได้มหาศาลจากห่านทองคำที่ชื่อ ไมโครซอฟท์ และ บริจาคเพื่อลดหย่อนภาษี อาจเป็นคำตอบที่หลายคนคิดไว้ในใจ

แต่จริงแล้วสิ่งที่ทำให้อภิมหาเศรษฐีวัย 63 คนนี้ บริจาคเงินกว่า 35% ของมูลค่าทรัพย์สินของเขาให้กับผู้อื่น มาจากประโยคสุดท้ายจากในจดหมายของแม่ของเกตส์ ที่กำลังเผชิญหน้ากับมะเร็งเขียนให้ “เมลินดา เกตส์” (Melinda Gates) ภรรยาของเขา

หากย้อนไปจุดเริ่มต้นความมั่งคั่งของ บิล เกตส์ มาจากบริษัทเล็กๆ ที่เขาก่อตั้งกับ “พอล อัลเลน” (Paul Allen) ในปี 1975 ผ่านมา 43 ปี บริษัทชื่อเล็กจิ๋วนี้ เติบโตจนมีขนาดมหึมา มีมูลค่ามากกว่า 8 แสนล้านเหรียญ หรือราว 26 ล้านล้านบาท ทำให้เกตส์ที่ตอนนี้ถือหุ้นอยู่ที่ 1.3% ใช้คำนำหน้าชื่อว่าอภิมหาเศรษฐีโลกได้อย่างไม่เคอะเขิน

ชายที่สร้างตัวมาจากการเขียนโปรแกรมนี้มีทรัพย์สินรวมมากกว่า 96,000 ล้านเหรียญ เทียบเป็นเงินไทยประมาณ 3.1 ล้านล้านบาท บริจาคเงินให้ผ่านทางมูลนิธิ บิล แอนด์ มาลินดา เกตส์ ที่เขาก่อตั้งร่วมกับภรรยา โดยมีเพื่อนอภิมหาเศรษฐีหลายคนลงขันบริจาคเงินผ่านทางมูลนิธินี้ รวมถึง “วอร์เรน บัฟเฟตต์” (Warren Buffett) เพื่อนต่างวัยของเกตส์ ที่ร่ำรวยจากการลงทุน

ตลอด 18 ปีที่ก่อตั้ง มูลนิธิได้นี้บริจาคเงินไปแล้วมากกว่า 50,000 ล้านเหรียญ หรือ 1.6 ล้านล้านบาท ให้กับ การบริการทางการเงินสำหรับคนจนที่ยังอัตคัดขัดสน การพัฒนาทางเกษตร และน้ำ ระบบสุขาภิบาล อนามัยทั่วโลก รวมไปถึงความพยายามในการทำให้โรคโปลิโอหายไปจากโลกใบนี้

เนื้อความในประโยคสุดท้ายของจดหมายที่แม่ของเขาอ่านให้ฟังในงานแต่งงานของเกตส์ กับ มาลินดา ในปี 1994 สรุปสั้นๆ ได้ว่า

“คนที่ได้รับอะไรไปมาก ย่อมถูกคาดหวังว่าจะให้มากเช่นกัน” (From those to whom much is given, much is expected.)

ซึ่ง บิล เกตส์ ได้พูดเรื่องนี้ครั้งหนึ่งในงานปาฐกถาพิเศษ ในปี 2007 เนื่องในโอกาสที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด มอบปริญญาเอกกิตติมศักดิ์ ทางด้านนิติศาสตร์ หลังจากที่เขาเคยลาออกจากมหาวิทยาลัยแห่งนี้กลางคันในปี 1975

บิล เกตส์ อาจมองว่าความมั่งคั่งไม่ต่างจากพลังพิเศษที่สไปเดอร์แมนได้รับ เลยรับผิดชอบต่อสิ่งที่เขาได้มา ด้วยการส่งต่อความสุขของเขาไปยังคนอื่นๆ

นอกจากนี้เขายังมีแผนที่จะไม่ถ่ายเททรัพย์สมบัติมหาศาลไปยังลูกๆ ของเขา โดยกำหนดว่าจะให้เงินมรดกกับลูกทั้งสามคนของเขาคือ ฟีบี, เจนนิเฟอร์ และโรรี เกตส์ เพียงคนละ 10 ล้านเหรียญ หรือ 320 ล้านบาทเท่านั้นเอง ซึ่งถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับกองสมบัติที่เขามีอยู่ในปัจจุบัน

แต่น่าแปลกว่ายิ่งใหญ่เหมือนว่าเขายิ่งได้รับการตอบแทนมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นมูลค่าทรัพย์สินที่ทวีมากขึ้นเรื่อยๆ ราวกับว่าบริจาคเท่าไหร่ก็ไม่มีวันหมด หรือความสุขและรอยยิ้มที่เพิ่มมากขึ้นทุกๆ ปี ไม่นับรวมเพื่อนฝูงกัลยาณมิตรอภิมหาเศรษฐีผู้ใจบุญที่ยึดถือเข้าเป็นแบบอย่าง

ด้วยการตั้ง The Giving Pledge เชิญชวนให้เหล่าอภิมหาเศรษฐีทั่วโลกร่วมกันมอบทรัพย์สินครึ่งหนึ่งที่แต่ละคนมีอยู่ เพื่อบริจาคการกุศลไม่ว่าจะเป็นช่วงที่มีชีวิตอยู่ หรือหลังจากโลกนี้ไปก็ได้ ซึ่งได้รับการตอบรับจากมหาเศรษฐีทั่วโลกเป็นอย่างดี

ซึ่งเราอาจจะไม่อยู่ในทำเนียบอภิมหาเศรษฐีอันดับโลก หรือแม้แค่ติดอันดับหนึ่งใน 100 มหาเศรษฐีไทย แต่จะดีที่สุดหากทุกคนที่ได้อ่านเรื่องราวดีๆ ที่นำเสนออีกด้านของอภิมหาเศรษฐีโลกคนนี้ จะยึดถือเขาเป็นแบบอย่างในการทำความดีเท่าที่จะทำได้ แล้วส่งต่อเรื่องราวนี้ไปยังคนอื่นต่อไป

“คนที่ได้รับอะไรไปมาก ย่อมถูกคาดหวังว่าจะให้มากเช่นกัน”

ที่มา :

สฤณี อาชวานันทกุล, วิชาสุดท้าย (ที่มหาวิทยาลัยไม่ได้สอน), 2551
https://www.forbes.com/profile/bill-gates/#4ddfb2ce689f
https://en.wikipedia.org/wiki/Bill_Gates
https://en.wikipedia.org/wiki/List_of_philanthropists


นักเขียนที่ชอบนั่งนิ่งเงียบแอบมองโลกและผู้คนที่ผ่านไป แล้วแปลงให้กลายเป็นเรื่องราวบนโลกดิจิทัล

Related

พีช-พชร จิราธิวัฒน์ กับสูตรละลายใจที่ทำให้ “โปเตโต้ คอร์เนอร์” ขายหมดเกลี้ยง

‘รุ่งยศ จันทภาษา’ กับภารกิจปั้น Blue Whale Assets ทะยานสู่ผู้จัดการกองทรัสต์โรงแรมใหญ่สุดในไทย

ลี ไอเอคอคคา ปั้น “ฟอร์ด มัสแตง” แต่ไปฟื้น “ไครสเลอร์” คู่แข่งจนได้ดี

สมชาย สุริยเสนีย์ “สุริยาหีบศพ” ธุรกิจความตาย วัน สต็อป เซอร์วิส

โรเบิร์ต กัวะ เขย่าวงการโลจิสติกส์ด้วย Kerry Express

จูดิธ บัลคาซาร์ คุณป้าหัวใส ปั้นธุรกิจ “กางเกงในเก็บฉี่” สำหรับผู้หญิง

ชานมไข่มุก: วัฒนธรรมส่งออก สร้างความตระหนักรู้ถึง ‘ไต้หวัน’

วิทูร สุริยวนากุล “โกลบอลเฮ้าส์” ร้านวัสดุก่อสร้างที่โตด้วยกลยุทธ์ “ป่าล้อมเมือง”