Post on 24/05/2021

บิลล์ เกตส์ และเมลินดา: ปิดฉากชีวิตสมรส 27 ปี เศรษฐีคู่รักผู้ก่อตั้งมูลนิธิที่ใหญ่ที่สุดในโลก

“เราเชื่อว่าเราไม่สามารถใช้ชีวิตคู่ร่วมกันได้อีกต่อไป”

บิลล์ เกตส์ ผู้ก่อตั้งบริษัทไมโครซอฟท์ วัย 65 ปี และเมลินดา ภรรยาวัย 56 ปี ทวีตข้อความดังกล่าวพร้อมกันในวันที่ 4 พฤษภาคม ค.ศ. 2021 เพื่อประกาศยุติชีวิตคู่หลังแต่งงานอยู่กินกันมานาน 27 ปี

แถลงการณ์สิ้นสุดชีวิตรักครั้งนี้ถือเป็นข่าวช็อกโลก เนื่องจากทั้งสองคนมักออกงานคู่กันและได้รับการยกย่องให้เป็นคู่รักใจบุญที่จับมือกันก่อตั้งมูลนิธิที่ใช้ชื่อร่วมกันว่า บิลล์ แอนด์ เมลินดา เกตส์ ฟาวน์เดชัน (Bill and Melinda Gates Foundation) ซึ่งนิตยสารฟอร์บส ระบุให้เป็นองค์กรการกุศลภาคเอกชนที่ใหญ่ที่สุดในโลก

อย่างไรก็ตาม แม้ทั้งคู่จะออกมายืนยันว่า การแยกทางกันของพวกเขาจะไม่กระทบต่องานกุศลซึ่งทั้งสองเป็นประธานร่วมกัน แต่ยังคงมีคำถามตามมามากมายจากความสัมพันธ์ที่ขาดสะบั้นลง ซึ่งอาจกระทบต่อความน่าเชื่อถือและเงินบริจาคในอนาคต

ดังนั้น เรื่องราวความรักและการเลิกราของบิลล์และเมลินดา จึงได้รับการจับตาและพูดถึงไปทั่วโลก

 

เริ่มตำนานรัก

บิลล์ เกตส์ และเพื่อนรัก พอล อัลเลน ร่วมกันก่อตั้งบริษัทไมโครซอฟท์ ขึ้นมาในปี 1975 และกิจการเติบโตอย่างรวดเร็ว ไมโครซอฟท์ตัดสินใจจ้างนักศึกษาจบปริญญาโทบริหารธุรกิจ (MBA) ชุดแรกมาร่วมงานในปี 1987 หนึ่งในนั้นคือ เมลินดา เฟรนช์ (นามสกุลเดิม) 

เมลินดา ซึ่งเติบโตมาในเมืองดัลลัส ของสหรัฐฯ และจบ MBA จากมหาวิทยาลัยดุ๊ก (Duke University) เธอเป็นผู้หญิงคนเดียวในผู้บริหารชุดแรกที่ไมโครซอฟท์จ้างมาร่วมงาน โดยรับตำแหน่งเป็นผู้จัดการฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์มัลติมีเดียของบริษัท

หลังทำงานได้เพียง 4 เดือน ตำนานรักของทั้งคู่ก็เริ่มขึ้น เมื่อเธอมีโอกาสพบกับ บิลล์ เกตส์ ซึ่งขณะนั้นเป็นซีอีโอ ระหว่างรับประทานอาหารค่ำร่วมกันในการเดินทางไปทำธุรกิจที่นครนิวยอร์กของสหรัฐฯ

“ฉันมาสายและโต๊ะมีคนนั่งเต็มหมดเหลือแค่ตัวเดียว ซึ่งยังมีเก้าอี้ว่างอยู่ 2 ตัวคู่กัน ฉันเลยไปนั่งตรงนั้น และจากนั้นอีกไม่กี่นาที บิลล์ (เกตส์) ก็มาถึงและมานั่งข้างฉัน” เมลินดาเล่าเหตุการณ์ครั้งแรกที่พบกันในหนังสือบันทึกชีวิตส่วนตัว ‘The Moment of Lift’

หลังจากค่ำคืนนั้น บิลล์ก็เริ่มตกหลุมรักเมลินดา และชวนเธอออกเดตเมื่อทั้งคู่กลับมาที่บริษัทและได้เจอกันอีกครั้งที่ลานจอดรถ

“เราใส่ใจกันและกันมากจนเหลืออยู่แค่สองทางเลือกเท่านั้น นั่นคือ เราจะเลิกรากันหรือไม่ก็แต่งงานกันไปเลย” บิลล์กล่าวไว้ในหนังสารคดีที่เผยแพร่บน Netflix ขณะที่เมลินดาบอกว่า บิลล์จริงจังมากถึงขั้นจดขึ้นกระดานว่า “ข้อดี-ข้อเสียของการแต่งงานกัน” มีอะไรบ้าง

ทั้งคู่ตัดสินใจเข้าพิธีวิวาห์ในปี 1994 โดยเลือกไปจัดงานกันที่เกาะลาไน ในรัฐฮาวาย ของสหรัฐฯ โดยมีรายงานว่า บิลล์ทุ่มทุนจ้างเฮลิคอปเตอร์ท้องถิ่นทุกลำไม่ให้รับบริการแขกที่ไม่ได้รับเชิญ เพื่อป้องกันปาปารัสซีมาบินรบกวนพิธีสมรสของพวกเขา

 

ชีวิตครอบครัว

บิลล์และเมลินดา มีทายาทร่วมกัน 3 คน (เจนนิเฟอร์, ฟีบี, รอรี) อายุระหว่าง 18 – 25 ปี โดยนิตยสารฟอร์บส จัดอันดับให้ บิลล์ เกตส์ ยังคงเป็นหนึ่งในมหาเศรษฐีเบอร์ต้น ๆ ของโลก มีมูลค่าทรัพย์สินทั้งหมด 124,000 ล้านเหรียญสหรัฐ แม้เขาจะลาออกจากตำแหน่งซีอีโอของไมโครซอฟท์ เพื่อมาเน้นงานการกุศลตั้งแต่ปี 2000

มูลนิธิ บิลล์ แอนด์ เมลินดา เกตส์ ก่อตั้งขึ้นที่เมืองซีแอตเทิล ประเทศสหรัฐฯ ในปี 2000 โดยเน้นสนับสนุนงานแก้ไขปัญหาด้านสาธารณสุข การศึกษา สิ่งแวดล้อม และความยากจน มีทรัพย์สินสุทธิในปี 2019 อยู่ที่จำนวนกว่า 43,000 ล้านเหรียญ

หนึ่งในบทบาทสำคัญของมูลนิธิ คือการบุกเบิกให้เงินทุน 1,750 ล้านเหรียญ เพื่อค้นคว้าวิจัยวัคซีนโควิด-19 และช่วยก่อตั้งโครงการโคแวกซ์ (Covax) เพื่อซื้อหาวัคซีนนำไปแจกจ่ายให้กับทั้งชาติยากจนและไม่ยากจนกว่า 100 ประเทศทั่วโลก

เมลินดาเปิดใจในหนังสือของเธอว่า การได้ทำงานมูลนิธิร่วมกันช่วยทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับสามีดีขึ้น “เราต้องเรียนรู้ว่าจะเท่าเทียมกันได้อย่างไร และฉันก็ต้องเรียนรู้ที่จะก้าวออกมาเพื่อให้เกิดความทัดเทียมกัน

“บิลล์กับฉันเป็นคู่รักที่เท่าเทียมกัน” เธอให้สัมภาษณ์ไว้ในปี 2019 “ชายและหญิงควรเท่ากันในการทำงาน”

นอกจากมูลนิธิ บิลล์ แอนด์ เมลินดา เกตส์ ที่ทั้งคู่ทำร่วมกันแล้ว เมลินดายังตั้งบริษัทส่วนตัวที่ชื่อว่า Pivotal Ventures ขึ้นมาในปี 2015 เพื่อลงทุนในกิจการต่าง ๆ ที่เธอสนใจเป็นพิเศษโดยเฉพาะประเด็นส่งเสริมสิทธิสตรี และยกระดับสถานะทางการเงินและการทำงานให้กับผู้หญิงด้วยกัน

ปัจจุบัน บิลล์ เกตส์ ยังคงมีหุ้นส่วนตัวในไมโครซอฟท์ คิดเป็นมูลค่าประมาณ 26,000 ล้านเหรียญสหรัฐ นอกจากนี้ ตระกูลเกตส์ยังนับเป็นผู้ครอบครองพื้นที่ทำการเกษตรที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐฯ และมีบริษัท Cascade Investment เป็นผู้จัดการทรัพย์สิน ซึ่งรวมถึงหุ้นในบริษัทใหญ่ ๆ อย่างโรงแรมเครือ Four Seasons, การรถไฟแห่งชาติของแคนาดา และ AutoNation เครือข่ายดีลเลอร์รถยนต์ที่ใหญ่ที่สุดในอเมริกา

ปี 2010 บิลล์ เกตส์ และวอร์เรน บัฟเฟตต์ มหาเศรษฐีนักลงทุนผู้ก่อตั้งบริษัทเบิร์กเชียร์ แฮทาเวย์ ยังร่วมกันก่อตั้งโครงการ THe Giving Pledge เพื่อรณรงค์ให้บรรดามหาเศรษฐีชาวอเมริกันช่วยกันบริจาคเงินเพื่อการกุศล ก่อนขยายไปใน 25 ประเทศทั่วโลก และมีผู้ร่วมบริจาคมากกว่า 200 คน

 

รักร้าว

แม้ทั่วโลกจะเห็นจนชินตาว่า บิลล์และเมลินดามักออกงานการกุศลร่วมกันจนไม่มีใครคาดฝันว่าทั้งคู่จะประกาศหย่าร้างกันอย่างสายฟ้าแลบ แต่นิวยอร์กไทมส์ อ้างข้อมูลผู้ใกล้ชิดครอบครัวทั้งคู่ว่า สองสามีภรรยาคู่นี้มีปัญหาระหองระแหงกันมานานหลายปีแล้ว

เหตุผลที่บิลล์ตัดสินใจลาออกจากบอร์ดบริหารของไมโครซอฟท์ และเบิร์กเชียร์ แฮทาเวย์ พร้อมกันในปี 2020 ส่วนหนึ่งก็เพื่อต้องการเวลามาอยู่กับครอบครัว และแก้ปัญหาความสัมพันธ์ของชีวิตคู่

“ตอนเขากำลังมีปัญหาตัดสินใจว่าจะแต่งงานดีหรือไม่ เขาบอกชัดเจนอย่างเหลือเชื่อว่า มันไม่เกี่ยวกับฉัน แต่มันคือเรื่องที่ว่า ‘ผมจะสามารถหาสมดุลระหว่างงานกับชีวิตครอบครัวได้หรือไม่” เมลินดาให้สัมภาษณ์ไว้ในปี 2019 

สองปีต่อมาในแถลงการณ์หย่าร้างกัน ทั้งคู่ให้เหตุผลว่า “หลังคิดไตร่ตรองอย่างถี่ถ้วนและพยายามปรับความสัมพันธ์กันมาแล้วหลายครั้ง เราตัดสินใจแล้วว่าจะยุติความสัมพันธ์ฉันสามีภรรยากัน” 

CNN รายงานว่า เมลินดาคือฝ่ายเข้ายื่นหนังสือขอหย่ากับผู้พิพากษาที่เมืองคิงเคาน์ตี ในรัฐวอชิงตัน เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2021 โดยขอให้ศาลทำตามสัญญาที่ทั้งคู่ทำไว้ร่วมกัน แต่ไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับการแบ่งสินสมรส

สื่อส่วนใหญ่นำการหย่าร้างของทั้งคู่ไปเปรียบเทียบกับคดีหย่าร้างระหว่าง เจฟฟ์ เบโซส มหาเศรษฐีผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ amazon.com กับแม็คเคนซี สก็อตต์ ภรรยา เมื่อปี 2019 ซึ่งฝ่ายหญิงที่อยู่กินกันมา 25 ปี ได้หุ้น amazon ไปมูลค่า 36,000 ล้านเหรียญสหรัฐ และเจียดเงินที่ได้มากว่า 4,000 ล้านเหรียญ ไปบริจาคเพื่อการกุศลทันที

 

อนาคตโลกการกุศล

อย่างไรก็ตาม ปัญหาที่หลายคนจับตาจากการหย่าร้างของบิลล์และเมลินดา ไม่ใช่ว่าใครจะได้ส่วนแบ่งทรัพย์สินไปเท่าไร แต่การแยกทางกันครั้งนี้จะกระทบต่อมูลนิธิ บิลล์ แอนด์ เมลินดา เกตส์ ซึ่งมีพนักงานทั่วโลก 1,600 คน และบริจาคเงินเพื่อการพัฒนาต่าง ๆ มากถึงปีละ 5,000 ล้านเหรียญสหรัฐหรือไม่

“มูลนิธิ เกตส์ ฟาวน์เดชัน คือองค์กรการกุศลที่ทรงอิทธิพลและมีความสำคัญที่สุดต่อโลกในวันนี้” ร็อบ รีช อาจารย์รัฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ของสหรัฐฯ กล่าว 

แม้ทั้งคู่ออกมายืนยันว่า จะยังคงเดินหน้าจับมือกันทำงานการกุศลในมูลนิธินี้ต่อไป แต่หลายคนก็เชื่อว่า การแยกทางกันของอดีตคู่รักประธานมูลนิธิ บิลล์ แอนด์ เมลินดา เกตส์ จะกระทบต่อการทำงานขององค์กรไม่มากก็น้อย

ผลกระทบดังกล่าวอาจมาในรูปของความเชื่อมั่นของผู้บริจาคที่ลดลง รวมถึงตารางการทำงานของบิลล์และเมลินดาที่อาจเปลี่ยนไป และหลายคนยังคงไม่มั่นใจว่า การแยกทางกันครั้งนี้มาจากปัญหาส่วนตัวที่รุนแรงแค่ไหน และเมลินดาอาจหันไปทุ่มเทกับ Pivotal Ventures องค์กรการกุศลส่วนตัวของเธอเองมากขึ้นหรือไม่

ไม่ว่าอนาคตจะออกมาในรูปใด ช่วงนี้ทั่วโลกอาจต้องช่วยกันส่งกำลังใจให้ครอบครัวเกตส์ ให้ผ่านพ้นช่วงเวลาอันยากลำบากนี้ไป เพื่อที่ทุกคนจะได้กลับมาทำงานรับใช้สังคมกันต่อ และมีชีวิตใหม่ในแบบที่พวกเขาต้องการ

“เราขอพื้นที่และความเป็นส่วนตัวให้กับครอบครัวในระหว่างที่เราเริ่มต้นชีวิตใหม่ในครั้งนี้ด้วย” บิลล์ เกตส์และเมลินดา ระบุทิ้งท้ายไว้ในแถลงการณ์

 

ข้อมูลอ้างอิง:

https://www.nytimes.com/2021/05/03/business/bill-melinda-gates-divorce.html?action=click&module=Top%20Stories&pgtype=Homepage

https://www.wsj.com/articles/bill-gates-tweets-that-he-and-wife-melinda-are-seeking-a-divorce-11620075934?mod=hp_lead_pos10

https://www.bbc.com/news/world-us-canada-56975466

https://edition.cnn.com/2021/05/03/tech/bill-and-melinda-gates-divorce/index.html

 


อดีตนักข่าว ผู้ชื่นชอบการอ่านประวัติบุคคลและสนใจทั้งด้านเศรษฐกิจ การเมือง และกีฬา

Related

คุมะมง : หมีน่ารักที่ขโมยหัวใจผู้คนด้วยวิธีคิดทางการตลาดแบบญี่ปุ่น

ทอม คาลินส์กี ผู้เปลี่ยน Sega ให้เป็นเบอร์หนึ่งในตลาดเกมยุค 90

วิเชียร เจนตระกูลโรจน์ “ศรีฟ้าเบเกอรี่” จากเค้กฝอยทองเมืองกาญจน์ สู่ชีสเค้กที่ขายทั่วไทย

โพธิพงษ์ ล่ำซำ จบสิ่งทอ ก่อนมาปั้น “ประกันชีวิต” ให้เปรี้ยงในเมืองไทย

เหลย จุน นักปั้นวิถี Xiaomi เรียบหรูดูดีในราคาถูกกว่า

ศิริบัญชา แอลกอฮอล์ที่ใคร ๆ ก็ต้องการมากสุดแห่งยุคโควิด-19

มิเชล ฟาน : ถูกปฏิเสธงานขายเครื่องสำอาง เลยมาเปิดบริษัทด้านความงามมูลค่าหลายร้อยล้านเหรียญสหรัฐฯ 

เฮียง ธ.เชียงทอง นวัตกรยุครัชกาลที่ 6 ผู้สร้างตำนาน “น้ำอบนางลอย”