Post on 09/05/2019

บิลลี่ อายลิช นักร้องวัย 17 กับ มรสุมชีวิตอาการป่วยทางจิต ที่มาของเพลงดังและความสำเร็จ

“ฉันเกลียด เกลียด เกลียด เกลียดตัวเองจริง ๆ”

คือความจริงที่ออกมาจากปาก บิลลี่ อายลิช (Billie Eilish) หนึ่งในนักร้องวัยรุ่นที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดคนหนึ่ง​ในขณะนี้ ในสายตาของคนนอก หากพูดถึงชื่อ บิลลี่ ภาพที่ปรากฎในหัวคงหนีไม่พ้นเด็กสาววัย 17 ปี ที่สีผมเปลี่ยนตลอดเวลา ชนิดที่เรียกได้ว่า “ถ้าไม่แน่จริงไม่รอด” เธอมาพร้อมกับชุดโคร่ง ๆ แบบสตรีท นำเสนอสไตล์แปลกใหม่ขัดกับภาพลักษณ์ของไอดอลสาวส่วนใหญ่ในยุคปัจจุบัน

เพลงแนวอินดี้ป็อบของเธอที่ผสมผสานความมืดมนและน่าขนลุกในเวลาเดียวกัน รวมกับเนื้อเสียงและเทคนิคการร้องที่ไม่เหมือนใคร ทำให้เธอกลายเป็นนักร้องที่โดดเด่นขึ้นมาในอุตสาหกรรมดนตรีโลก ล่าสุดนักร้องสาวเจ้าของเพลงฮิต Bury A Friend เพิ่งจะมีส่วนร่วมในงานเทศกาลดนตรีขนาดยักษ์อย่าง Coachella Music Festival ที่สหรัฐอเมริกา พร้อมกับฝากโชว์สุดประทับใจให้กับคนดูทั่วโลกได้ประจักษ์ ด้วยความสำเร็จและบุคลิกที่ดูมั่นใจของเธอนี้ อาจจะทำให้หลายคนคาดไม่ถึงเลยว่า แท้จริงแล้วเธอกำลังประสบปัญหาทางด้านจิตใจเป็นอย่างมาก

ก่อนที่เธอจะทุ่มเทเวลาทั้งหมดให้กับการร้องเพลงและแต่งเพลง บิลลี่ เคยมีความใฝ่ฝันที่จะเป็นนักเต้น เธอฝึกเต้นในหลายรูปแบบโดยเฉพาะแบบ contemporary และใช้เวลากว่า 11 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ในการฝึกซ้อม แต่ก่อนการแข่งขันเพียงไม่กี่วัน เธอกลับบาดเจ็บที่ข้อเท้าจนทำให้ไม่สามารถเต้นแบบที่เคยได้อีก หลังจากเหตุการณ์นั้น ดนตรีจึงกลายเป็นสิ่งเดียวที่ช่วยให้เธอผ่านพ้นความรู้สึกเลวร้ายนั้นไปได้

“ทุกอย่างจะแย่มาก ถ้าฉันไม่มีดนตรี”

Billie Eilish

แรงบันดาลใจทางด้านดนตรีของเธอมาจากสมาชิกทุกคนในครอบครัว ทั้งคุณพ่อที่ทำ mixtape รวบรวมเพลงของศิลปินชื่อดังไม่ว่าจะเป็น The Beatles, Linkin Park หรือ แอฟริล ลาวีน ไว้ให้เธออยู่เสมอ แม่ของเธอที่เป็นแบบอย่างในฐานะของนักดนตรีและนักแต่งเพลงที่ดี รวมถึงฟินเนียส พี่ชายของเธอก็เป็นแรงบันดาลใจสำคัญที่ทำให้ บิลลี่ เริ่มต้นร้องเพลงอย่างจริงจัง แรงผลักดันนั้นส่งให้เธอได้เข้าร่วมในวง Los Angeles Children’s Chorus หรือ LACC

บิลลี่ กับ ฟินเนียส มักร้องเพลง แต่งเพลง และอัดเพลงด้วยกันอยู่เสมอ ผลงานเพลงเกือบทั้งหมดของเธอเรียกได้ว่าเป็นสิ่งที่พวกเขาสร้างกันเองทั้งสิ้น รวมถึงเพลงแรกของ บิลลี่ ในวัย 14 ปี ที่โด่งดังในโลกออนไลน์ชั่วข้ามคืนอย่าง “Ocean Eyes” ที่จุดเริ่มต้นเกิดจากการอัพโหลดลง SoundCloud โดยมีจุดประสงค์เพื่อให้ครูสอนเต้นของ บิลลี่ นำไปใช้ออกแบบท่าเต้นเท่านั้น ความสำเร็จของ Ocean Eyes เป็นแรงผลักดันให้ บิลลี่ และ ฟินเนียส แต่งเพลงออกมาเรื่อย ๆ จนในวันนี้เธอกลายเป็นนักร้องที่มีแฟนคลับจากทั่วโลกและยอดติดตามกว่า 19 ล้านคนในอินสตาแกรม

ชีวิตของเธอกลายเป็นที่จับตามอง ราวกับโดนสปอตไลท์ยิงตรงมาที่เธอ แน่นอนการที่มีผู้ติดตามที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้หลายคนเริ่มมีการตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับพฤติกรรมแปลก ๆ ระหว่างการให้สัมภาษณ์ของเธอ เช่น การกลอกตา ยักคิ้ว ขมวดคิ้ว หรือยักไหล่ ความคิดเห็นเหล่านี้ถูกแบ่งออกเป็น 2 ฝ่าย ส่วนหนึ่งมองว่าเธอเพียงทำสีหน้าตลก ๆ เท่านั้น แต่อีกส่วนหนึ่งกลับแสดงความเห็นว่าสิ่งที่ บิลลี่ ทำนั้นดูไม่ค่อยถูกกาลเทศะนัก ถึงขนาดกระทั่งมีคนทำวิดีโอรวบรวมพฤติกรรมเหล่านี้ จนเธอต้องออกมายอมรับในอินสตาแกรมว่าแท้จริงแล้วเธอเป็นโรคทูเร็ตต์ (Tourette Syndrome)

อาการ ติกส์ ที่เธอแสดงออกในระหว่างสัมภาษณ์

       โรคทูเร็ตต์ คืออะไร ? โรคทูเร็ตต์ เป็นโรคที่สมองจะสั่งให้ร่างกายเกิดการเคลื่อนไหวแบบไม่ได้ตั้งใจหรือที่เรียกว่าติกส์ (Tics) บิลลี่ ถูกวินิจฉัยว่าเป็นโรคนี้ตั้งแต่อายุ 7 ปี และติกส์ของเธอเป็นในรูปแบบของการกระตุกของกล้ามเนื้อ อาการของโรคหากเกิดขึ้นเพียงช่วงเวลาสั้น ๆ อาจจะไม่ได้รุนแรงมากนัก แต่ บิลลี่ ต้องจมอยู่กับความกลัวกับสิ่งที่เรียกว่า Tics Attack ซึ่งเป็นติกส์ที่ติดต่อกันยาวนานตั้งแต่ 15 นาทีไปจนถึงหลายชั่วโมง

“พวกคุณไม่เคยเห็นช่วงเวลาที่มันแย่มาก ๆ เพราะฉันพยายามซ่อนมันไว้ แต่ปัญหาก็คือ ยิ่งคุณพยายามซ่อนมันนานเท่าไหร่ มันก็ยิ่งแย่ลงเท่านั้น ฉันมั่นใจว่าจะมีซักวันที่ทุกคนได้เห็น Tics Attack ตอนที่ฉันเครียดหรือไม่ได้นอน”

ปัญหาการนอนถือเป็นอีกเรื่องน่าหนักใจสำหรับ บิลลี่ มาตั้งแต่เด็ก เธอต้องรับมือกับอาการผีอำ (Sleep Paralysis) หรือการที่ไม่สามารถขยับร่างกายได้ขณะนอนหลับ อาการฝันผวา (Night Terror) หรือภาวะตกใจกลัวตอนกลางคืน ซึ่งมีอาการหลักคือการกรีดร้องหรือร้องไห้ขึ้นมากระทันหัน และฝันร้ายที่วนเวียนอยู่ซ้ำ ๆ

“ฉันเคยฝันร้ายเรื่องเดิมอยู่ 2 เดือน มันคือเรื่องเดิมทุกวัน”

บิลลี่ เคยให้สัมภาษณ์อีกว่า ปัญหาการนอนส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันของเธอมาก มันเปลี่ยนวิธีการคิด การมองโลก การคุยกับผู้คน จนเธอตัดสินใจแต่งเพลงในอัลบั้ม “When We All Fall Asleep, Where Do We Go?” เพื่อพูดถึงความรู้สึกและสิ่งที่เกิดขึ้นกับเธอตอนนอน

นอกจากปัญหานี้แล้ว เธอมักตกอยู่ในภาวะซึมเศร้า (Depression) และเพลงที่ถ่ายทอดความรู้สึกนั้นออกมาได้อย่างดีและชื่อเพลงเป็นประโยคที่เธอชอบที่สุดตั้งแต่แต่งเพลงมา คือเพลง “idontwannabeyouanymore” ที่พูดถึงความเกลียดชังที่มีต่อคนอ่อนแอคนหนึ่ง แม้ในใจจะต้องเจ็บปวดขนาดไหนก็ไม่กล้าพูดสิ่งที่รู้สึกจริง ๆ ออกมา

“บอกคนในกระจก สิ่งที่คุณรู้ว่าเธอเคยได้ยินแล้วฉันไม่อยากเป็นเธออีกแล้ว”

บิลลี่

       บิลลี่ ต้องใช้ชีวิตอยู่กับความเกลียดชัง ความเจ็บปวด และความหวาดกลัว นอกจากนี้สิ่งที่ทำให้ทุกอย่างยากขึ้นไปอีก คือการที่เด็กสาวจิตใจเปราะบางคนหนึ่งต้องแบกรับความกดดันจากทุกสายตาที่จับจ้องจากคนทั่วโลก

“ฉันเพิ่งรู้ว่า จริง ๆ แล้ว การมีชื่อเสียงมันน่าผิดหวังมาก … มันมีหลายครั้งมากที่ฉันรู้สึกว่ามันไม่คุ้มเอาเสียเลย”

แต่ทุก ๆ คนที่คอยสนับสนุนอยู่ตลอด คือกำลังใจสำคัญให้ บิลลี่ ต่อสู้กับปัญหาที่ไม่มีวันสิ้นสุดของเธอ และด้วยเหตุนี้ บิลลี่ จึงเลือกที่จะสร้างบทเพลง เพื่อเป็นกำลังใจให้กับคนที่กำลังต้องเผชิญกับความรู้สึกแบบเดียวกัน และเป็นคำอธิบายให้กับใครอีกหลายคนที่พยายามทำความเข้าใจความรู้สึกมืดมนเกินเด็กอายุ 17 ปีทั่วไปจะเคยพบเจอ

“ฉันกำลังเริ่มเรียนรู้ที่จะเห็นคุณค่าของตัวเอง มันคงต้องใช้เวลาซักพัก แต่ฉันกำลังพยายามไปให้ถึงจุดนั้น … คอนเสิร์ตและแฟน ๆ คือสิ่งที่ทำให้ฉันเลือกที่จะสู้ต่อไป และเป็นสิ่งที่ฉันนึกถึงเสมอ”

ปัจจุบัน บิลลี่ อายลิช คือเจ้าของอัลบั้มเดบิวต์ที่ครองอันดับ 1 ของ Billboard Chart ตั้งแต่สัปดาห์แรก และเป็นเจ้าของรางวัล Favorite Breakout Artist จาก Kids’ Choice Award รวมถึงเป็นนักร้องที่มีทัวร์คอนเสิร์ตไปทั่วโลก ทั้งหมดนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้เลย ถ้าเธอไม่พบเจอกับช่วงเวลาที่ยากลำบาก และใช้มันเป็นบันไดก้าวข้ามไปสู่ความสำเร็จ

 

ที่มา 

https://www.vibhavadi.com/health702


https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC4862969/


https://www.thefader.com/2019/03/05/billie-eilish-cover-storyhttps://www.haijai.com/1412/


https://www.youtube.com/watch?v=-BzvCCzH-n0

https://www.youtube.com/watch?v=vuXDX8AQFZ8


https://www.youtube.com/watch?v=Cm0MGnuRnH0&t=439s


https://www.youtube.com/watch?v=3bIl2VE1ZsA&t=312s


https://consequenceofsound.net/2019/04/billie-eilish-makes-chart-history-with-debut-album/ 


https://deadline.com/2019/03/kids-choice-awards-2019-complete-winners-list-1202581442/

 

เรื่อง : จิดาภา กนกศิริมา (The People Junior)

 


นักเขียนรับเชิญ

นักเขียนรับเชิญที่ The People เชิญมาแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และนำเสนอบทความตามความสนใจ

Related

โจ โลว์ เบื้องหลัง The Wolf of Wall Street และกองทุน 1MDB

บัซ ไลท์เยียร์ ฮีโรที่โชคชะตากลั่นแกล้ง

คลินต์ อีสต์วูด ตำนานไอดอลรุ่นปู่ หัวขบถที่ทุกคนหลงรัก

จีจี้และบุลม่า ตำนานศรีภรรยาแห่งดรากอนบอล-เมียเผด็จการ VS เมียประชาธิปไตย

เจสซี ไอเซนเบิร์ก หน้าเนิร์ดก็ยอมรับว่าเนิร์ด กับการรับมือโรคย้ำคิดย้ำทำ (OCD)

แน็ก-ชาลี ไตรรัตน์ จากใบหน้าอันเรียบเฉย สู่การเป็นมีมระดับชาติ

[2] ชาร์ลี พาร์คเกอร์ อัจฉริยะดนตรีผู้ใช้ชีวิตอย่างบ้าคลั่ง: จับเทเนอร์แซ็ก ในวง เอิร์ล ไฮน์ส

“เพื่อนกูรักเมียมึงว่ะ” รักสามเศร้า สะท้านวงการเพลง กับ ภารกิจเคลมเมียเพื่อนของ เอริค แคลปตัน