Post on 09/09/2019

“บิลลี่ บาร์” 40 ปีแห่งความโดดเดี่ยวของชายชราที่เฝ้าดูโลกร้อน ท่ามกลางหิมะอันหนาวเหน็บ

Billy Barr

ความเหน็บหนาวมักเชิญชวนให้เรารู้สึกเปลี่ยวเหงา ใครหลายคนจึงไม่อยากใช้ชีวิตเพียงลำพังในฤดูหนาวอันโหดร้าย แต่สำหรับ บิลลี่ บาร์ (Billy Barr) เขากลับรู้สึกสงบและเป็นสุข ในห้วงยามที่ได้ปลีกวิเวกมาอาศัยอยู่ในกระท่อมเพียงคนเดียว ท่ามกลางหิมะขาวโพลนสุดสายตา บนดอยโกธิค รัฐโคโลราโด สหรัฐอเมริกา

บิลลี่ บาร์ เป็นชายชราวัย 68 ใบหน้าปกคลุมไปด้วยหนวดเคราสีดอกเลา เขานิยมให้ผู้คนเขียนชื่อเขาด้วยตัวพิมพ์เล็กเท่านั้นเพราะเขาบอกว่ามันดูเป็นกันเองกว่า ซึ่งนั่นยังไม่ประหลาดพอเมื่อเทียบกับการใช้ชีวิตสันโดษในกระท่อมอันห่างไกลเพียงลำพัง มานานเกือบห้าทศวรรษ หรือกว่า 17,000 วัน

“เดิมผมอยู่ในตัวเมืองเทรนตัน รัฐนิวเจอร์ซีย์ มันจะฟังดูตลกหน่อยที่ตอนนี้ผมมาปักหลักในดินแดนที่แตกต่างกันคนละขั้ว แต่ทำไงได้ถ้าผมมีทักษะการเข้าสังคมสักนิด ผมคงไม่มาลงเอยที่นี่หรอก”

ย้อนกลับไป 47 ปีที่แล้ว สมัยที่ บิลลี่ บาร์ ยังเป็นนักศึกษาด้านวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อมอยู่ที่มหาวิทยาลัยรัตเกอร์ส เขามีโอกาสขึ้นดอยโกธิค ในเทือกเขาร็อกกี้ เป็นครั้งแรกเมื่อเดือนพฤษภาคม ปี 1972 เพื่อทำการสำรวจคุณภาพน้ำกับห้องแลปชีววิทยาของเทือกเขาร็อกกี้ หลังจากได้สัมผัสที่นี่เพียงไม่นาน หนุ่มอายุ 21 คนนี้ก็ถูกเสน่ห์ของความเงียบสงบของโกธิคดึงดูดเข้าอย่างจัง

หลังจบการศึกษาในเทอมสุดท้าย บิลลี่ บาร์ ตัดสินใจหวนกลับมาที่ดอยโกธิคอีกครั้ง เขาอาศัยอยู่ในกระท่อมเก่า ๆ ขนาด 8×10 ฟุต ที่คนงานเหมืองทิ้งร้างนานกว่าแปดปี ก่อนที่จะย้ายมาอยู่ในกระท่อมใหม่ ที่เขากับเพื่อน ๆ ช่วยกันสร้างขึ้นมา ซึ่งภายในนอกจากจะอบอุ่นป้องกันความหนาวได้ดีเยี่ยมแล้ว ยังแบ่งพื้นที่ไว้สำหรับโรงเรือนเพาะปลูกพืชผักไว้รับประทานอีกด้วย ซึ่งภายในเวลาไม่กี่ปี สวนเล็ก ๆ ของบิลลี่ บาร์ ก็เต็มไปด้วยสีเขียวสดใสของผักกาดหอม ผักกาดกวางตุ้ง ผักโขม มินท์ และ ต้นบีท

“ผมชอบที่นี่สุด ๆ ปลูกต้นมินท์โตเร็วเป็นบ้าเลยล่ะ”

โมงยามในแต่ละวันของ บิลลี่ บาร์ ถูกเติมเต็มด้วยกิจกรรมต่าง ๆ ทั้งการเอกเขนกจิบชาถ้วยอุ่น ไปพร้อมกับทะเลหนังโปรด ที่เขาสะสมแผ่นไว้มากกว่า 1,900 เรื่อง โดยเฉพาะหนังรักโรแมนติกที่เขาชอบเป็นพิเศษ รวมไปถึงหนังจากบอลลีวูดและการ์ตูนดิสนีย์

สิ่งที่ยึดเหนี่ยวเขาไว้บนยอดดอยที่ห่างไกลจากชุมชนที่ใกล้ที่สุดเกือบสิบกิโลเมตร คือภารกิจที่เขาทำมาอย่างต่อเนื่องยาวนานแทบทุกวันเป็นเวลาเกือบ 50 ปี นั่นคือการสังเกตการณ์ สภาพอากาศ อุณหภูมิสูงต่ำ ปริมาณความหนาแน่นของหิมะ ที่เขาจดบันทึกอย่างละเอียดวันละสองรอบลงในสมุดบันทึกเก๋ากึ้กเล่มโต

ปัจจุบันกระท่อมน้อยของบิลลี่ติดแผงโซลาร์เซลล์ทันสมัย ทำให้มีไฟฟ้าสำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์ ซึ่งเขาใช้บันทึกข้อมูลประจำวันและอัพโหลดเพื่อให้นักวิทยาศาสตร์ได้นำไปใช้งาน เขาจะรวบรวมสรุปและออนไลน์ข้อมูลนี้ทุกวันเสาร์ โดยเครื่องมืออุปกรณ์และค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ของเขา ได้รับการสนับสนุนจากศูนย์ข้อมูลหิมะของรัฐโคโลราโด ที่เขาทำงานด้วยนานกว่า 35 ปี นอกจากนี้เขายังคงทำงานกับห้องแลปชีววิทยาของเทือกเขาร็อกกี้อยู่ตลอด

“ผมคิดว่าข้อมูลที่จดเป็นวิทย์มาก ๆ มันเป็นตัวเลขล้วน ๆ ที่ไม่มีเป้าหมายในการบันทึก แค่ข้อมูลของคนคนหนึ่งที่จดข้อมูลในสถานที่เดิม ๆ มานานหลายสิบปี ผมบันทึกรายละเอียดสภาพอากาศทุกอย่างเพราะความชอบส่วนตัว และเพราะผมอยู่ที่นี่มานาน เลยคิดว่ามันน่าจะมีประโยชน์บ้างแหละน่า จริง ๆ ผมไม่ใช่พวกชอบวางแผนไปไกล ๆ ตอนนั้นเลยไม่รู้ว่าจะได้อยู่ที่นี่นานเกือบห้าสิบปี”

แม้จะอยู่โดดเดี่ยวท่ามกลางหิมะที่หนาวเย็น บิลลี่ บาร์ ก็ยังมีสุขภาพที่ดีมาก ครั้งหนึ่งเขาเคยสกีเป็นระยะทางกว่า 1,000 กิโลเมตร ตลอดช่วงฤดูหนาว ซึ่งในอนาคตเขาบอกว่ายังไม่แน่ว่าจะอยู่ที่นี่ต่อไปได้นานแค่ไหน เพราะตอนนี้อายุเริ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ แต่อย่างน้อยเขาอยากอยู่ที่นี่ให้ครบทั้ง 50 ฤดูหนาว

ความอินดี้ของบิลลี่ บาร์ ทำให้เขากลายเป็นตำนานของเมืองเล็ก ๆ ที่เขาไถสกีเป็นระยะทางเกือบยี่สิบกิโลเมตรเพื่อไปซื้อข้าวของเครื่องใช้และอาหารอยู่เป็นประจำเดือนละครั้งสองครั้ง ซึ่งการที่บิลลี่เฝ้ามองหิมะอย่างโดดเดี่ยวมานาน ช่วยให้นักวิทยาศาสตร์ได้ข้อมูลเกี่ยวกับสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงไปมากในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา ที่เขารวบรวมไว้มากกว่า 12,000 รายการ

“ชั้นหิมะเริ่มบางลงเรื่อย ๆ เรากำลังสูญเสียมันมากขึ้นจากปัญหาโลกร้อน ผมอยากบอกว่าปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พวกเราช่วยกันแก้ไขได้ด้วยการเดินหน้าหาวิธีทำให้อากาศและน้ำสะอาดขึ้น ไม่งั้นเรื่องนี้มีแต่จะเลวร้ายลง ถ้าเรายังไม่ลงมือทำอะไรสักอย่าง”

ที่มา :
https://www.nationalgeographic.com
https://www.9news.com
https://www.timesrecord.com
https://www.theatlantic.com
https://www.denverpost.com
https://www.youtube.com


นักเขียนที่ชอบนั่งนิ่งเงียบแอบมองโลกและผู้คนที่ผ่านไป แล้วแปลงให้กลายเป็นเรื่องราวบนโลกดิจิทัล

Related

ชาร์ลส์ ดาว ผู้มีส่วนกำหนดทิศทางตลาดหุ้นว่าพรุ่งนี้จะขึ้นหรือลง

“แพทริก ดาวน์ส, เจสสิกา เคนสกี้” คู่รักบอสตันสตรองที่เยียวยาตัวเองด้วยการวิ่งหลังเสียขาสามข้างจากระเบิดบอสตันมาราธอน

“ณัชชา รชตวรภรณ์” เจ้าของแบรนด์เสื้อผ้าที่สร้างความมั่นใจให้ผู้หญิง

นักศึกษาปีหนึ่ง ที่เปลี่ยนโลกด้วยการเปลี่ยนของเหลือใช้เป็นต้นแบบผลิตภัณฑ์รักษ์โลก

“ไกรสร พันธ์ทิพย์” เปลี่ยนหมู่บ้านสีแดงที่ไม่มีใครกล้าผ่าน ด้วยฟุตบอลและเวทีมวย

“วิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์” ศาสตราจารย์ตาบอด ผู้เชื่อว่าคนพิการต้องรู้จักการให้

ธวัช กุลวุฒิพงษ์ศักดิ์: ปลัดอำเภอเมืองปัตตานี ใช้การศึกษาแก้ปัญหาด้ามขวานไทย

ประชาชนกรุงลูอันดา อยู่ในเมืองที่ค่าครองชีพสูงที่สุดในโลก ด้วยค่าแรงวันละ 2 ดอลลาร์