Post on 24/10/2020

Blackpink:Light Up the Sky สารคดีเด็กสาวที่ส่องสว่างบนฟากฟ้าด้วยแสงตนเอง

ถ้าคุณตามหาบทหนึ่งจากการเดินทางที่ยังทอดยาวไปไกลแสนไกลของ 4 ศิลปินหญิงแห่งยุค หรือเรื่องราวบันดาลใจจากเด็กสาวธรรมดา ๆ ที่ส่องแสงสว่างให้กับท้องฟ้าด้วยแสงในตัวของพวกเธอเอง ‘Blackpink : Light Up the Sky’ อาจเป็นคำตอบที่คุณกำลังตามหา เพราะภาพยนตร์สารคดีเรื่องนี้เล่าเนิบช้า แต่มีจังหวะ พร้อมพาคุณโลดแล่นไปกับเรื่องราวอีกด้านของคน 4 คนที่มาผูกพันชีวิตเป็นเนื้อเดียวใต้อักษร 9 ตัว ‘Blackpink’

‘เท็ดดี้ พัค’ บุคคลระดับตำนานของค่าย YG Entertainment และโปรดิวเซอร์คนสำคัญที่อยู่คู่กับสมาชิกของ Blackpink มานานก่อนการก่อตั้งวงเล่าว่า วง K-pop แต่ละวงนั้นแตกต่างกันด้วยตัวตนและพื้นฐานวัฒนธรรมในตัวของสมาชิกแต่ละคน ซึ่งความต่างที่รวมเข้าด้วยกันจะกลายเป็นเอกลักษณ์ที่ไม่มีใครเหมือน เช่นเดียวกับที่ ‘Blackpink’ โดดเด่นด้วยส่วนผสมที่แตกต่าง

“พวกเธอไม่มีอะไรเหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นวิธีการพูด การเดิน หรือแม้แต่การแต่งตัว แต่เมื่อความแตกต่างมาอยู่ในเบ้าหลอมเดียวกัน สำหรับ Blackpink มันกลายเป็นความสมดุลที่สมบูรณ์แบบและเติมเต็มซึ่งกันและกัน สำหรับผมนั่นมันน่าทึ่งมาก”

#รอยยิ้มสบายๆ ของคนที่เกิดมาเพื่อสิ่งนี้

“ตอนที่ฉันพบเธอมันทำให้ฉันรู้ว่ามีคนที่เกิดมาเพื่อสิ่งนี้จริง ๆ” นี่คือคำบรรยายของเจนนี่ที่พูดถึงความรู้สึกครั้งแรกที่พบกับลิซ่า และดูเหมือนจะไม่ได้มีแค่เจนนี่เท่านั้นที่มีความเห็นในลักษณะนี้ แต่พรสวรรค์และทุกกระเบียดนิ้วในตัว ‘ลลิษา มโนบาล’ ราวกับจะประกอบร่างกันออกมาเป็นตัวตนที่ไม่อาจก้าวข้ามสำหรับใคร ๆ ที่อยากก้าวเข้ามาในเส้นทางศิลปิน K-pop

อาจเพราะลิซ่าเกิดและเติบโตในบ้านที่มีคณะดนตรี มือเธอจับไมค์ครั้งแรกตั้งแต่ยังอายุน้อย ทำให้ทันทีที่เธอเข้าสู่คลาสเรียนเต้นคลาสแรกก็ไม่มีอะไรหยุดยั้งเธอได้อีก สำหรับใครหลายคน ลิซ่าเหมือนคนที่เดินเข้าสู่ที่ที่เป็นของเธอมาตั้งแต่แรก แต่ในอีกด้านของ “จอมเพชรฆาตผู้ใส่ไม่ยั้งทันทีที่เพลงขึ้น” คือช่วงเวลาฝึกอันยาวนาน เจือรอยยิ้มสบาย ๆ ที่สื่อว่าไม่เป็นไร เดี๋ยวทุกอย่างจะดีเอง

“การรอเป็นเรื่องที่ยากที่สุด แต่ตอนนั้นหนูคิดว่ามันจะแค่ไหนกันเชียว มันจะต้องรออีกนานแค่ไหน หนูก็จะรอ รอดูว่ามันจะอีกซักกี่ปี”

#ชีวิตที่ไม่คาดฝันกับวันที่เริ่มต้นจากศูนย์

ในขณะที่บางคนเกิดมาเพื่อสิ่งนี้ แต่อีกคนกลับไม่เคยคิดฝันถึงวันเปลี่ยนชีวิต ‘จีซู’ หรือ ‘คิม จีซู’ คืออดีตลิงขี้เหร่ในหมู่ญาติที่เติบโตขึ้นเป็นสาวน้อย ม.ปลายผู้มีความฝันธรรมดา ๆ อยากเป็นนักเขียน นักวาดภาพ แต่กลับต้องก้าวเข้าสู่เส้นทางไอดอลอย่างไม่ทันตั้งตัว แต่สุดท้ายด้วยความพยายาม คนที่เริ่มต้นจากศูนย์ก็ผลักดันให้เธอก้าวผ่านคลาสร้องและเต้นกลายมาเป็นออนนี่คนสำคัญของ Blackpink 

“ตอนนั้นฉันแค่อยากเก็บประสบการณ์ ก่อนมาออดิชันนักแสดงวันนั้นฉันไม่ค่อยรู้จักวายจีเท่าไร เพราะมันค่อนข้างห่างไกลจากฉันมาก จนไม่คิดเลยว่าจะมีวันที่ฉันได้มาทำสิ่งนี้จริง ๆ”

อาจจะเพราะเป็นพี่ใหญ่ อาจจะเพราะเป็นคนมีความอดทนสูง อาจจะเพราะเธอสามารถซ่อนคมภายใต้ภาพลักษณ์สดใส และอาจจะเพราะเธอต้องดูแลทุกคน จีซูยังเป็นสุดยอดโป๊กเกอร์เฟสที่สามารถเก็บสีหน้าได้อย่างเป็นมืออาชีพเหลือเกินในระดับที่เท็ดดี้ยังยอมรับ

“6 ปีที่รู้จักกันมา ผมเคยเห็นเธอร้องไห้แค่ครั้งเดียว เธอไม่ได้แค่มีไหวพริบดี แต่เธอฉลาดมาก” 

#ความทุ่มเทของคนเป็นศิลปิน

หลับบนเปียโน กล่อมตนเองด้วยดนตรี มีเสียงเพลงเป็นอีกครึ่งหนึ่งของชีวิต แต่ไม่เคยแน่ใจและไม่เคยฝันถึงวันตัวเองเป็นนักร้องมาก่อน นั่นอาจจะเป็นนิยามของ ‘โรแซนน์’ ของครอบครัวหรือ ‘โรเซ่’ ของแฟน ๆ ชีวิตของเธอผูกพันกับเสียงดนตรีตั้งแต่ยังเด็ก จนมันฝังลึกเข้าเป็นส่วนหนึ่งของตัวตน จนทำให้คนติดครอบครัวคนหนึ่งเลือกเดินทางไกลข้ามทวีปจากออสเตรเลียมาตามหาความฝันถึงเกาหลี ก่อนก้าวเป็น ‘เสียงหลัก’ ที่ทุ่มเทของวง 

“เธอเป็นคนที่อยู่ในสตูดิโอจนถึง 6 โมงเช้า จนบางครั้งผมยังต้องบอก ว้าว เธอยังอยู่นี่อีกเหรอเนี่ย” เท็ดดี้เล่า 

และเพราะให้ความสำคัญกับดนตรีอย่างลึกซึ้ง โรเซ่จึงเป็นสมาชิกคนเดียวที่อยู่ระหว่างการพัฒนาผลงานเพลงจากปลายปากกาของตนเอง หวังจะสื่อสารความรู้สึกและเรื่องราว โดยไม่ต้องไปแอบ ‘ขโมยร้อง’ เรื่องราวของใคร “ฉันเคารพดนตรีมาก ๆ ฉันไม่อยากเป็นแค่สาวที่ร้องเพลงแล้วบอกทุกคนว่าเธอแต่งเพลง นั่นเป็นสิ่งสุดท้ายที่ฉันอยากเป็น”

#ความสมบูรณ์แบบกับความป่วยไข้ที่ไม่มีใครรู้

อีกทางหนึ่งค่อนข้างแปลกที่เรื่องราวชีวิตส่วนตัวของนักร้อง K-pop ที่มีชื่อเสียงระดับโลกอย่าง ‘เจนนี่’ ไม่ค่อยปรากฎในหน้าสื่อ แต่อาจจะเป็นเพราะเธอไม่ชอบเล่าเรื่องราวของตัวเองมากนักและมักจะหลีกเลี่ยงคำถามลักษณะนี้ หลายคนจึงยึดเอาภาพลักษณ์ดุดันสมบูรณ์แบบของเธอว่านั่นคือตัวตนของ ‘เจนนี่ คิม’ 

แม้ที่จริงเธอคือเด็กสาวพันธุ์แกร่งที่ใช้ชีวิตคนเดียวในนิวซีแลนด์ตั้งแต่ 10 ขวบ ก่อนอายุ 15 จะย้ายสู่เกาหลีใต้เพื่อมาฝึกใน YG Entertainment เป็นเมมเบอร์ที่ฝึกมานานที่สุด ทำได้หลายอย่างที่สุด แต่นิสัยและรูปแบบชีวิตออกจะคล้ายยายแก่ที่ป่วยอยู่บ่อย ๆ

“ฉันมักจะมีอาการปวดหลังหนัก ๆ หลังจากทัวร์เสร็จ เพราะฉันป่วยง่ายที่สุดในบรรดาเมมเบอร์ จนแทบจะป่วยอยู่ตลอด แม้จะดูแลตัวเองด้วยการออกกำลังกาย 2 ชั่วโมงต่อวัน ก็อาจจะเหมือนกับมนุษย์คนอื่น ๆ ฉันมีวันที่มีความสุขมากๆ แล้วก็มีวันที่รู้สึกแย่”

แต่ถึงอย่างนั้นเจนนี่ยังเป็น “มืออาชีพที่รักความสมบูรณ์แบบ” ที่ชัดเจนทั้งในความคิดเห็นและความรู้สึก “มันยากเมื่อคุณโดนบอกต่อหน้าว่าคุณไม่เก่งและจะต้องพยายามเก็บสีหน้าตอนนั้นเอาไว้ แต่ยิ่งเขาโหดกับฉันเท่าไร ฉันยิ่งรู้สึกว่าฉันต้องแสดงออกไปให้เขารู้ว่าฉันคู่ควร”

 

อาจเพราะสิ่งที่ทำให้ k-pop เป็น k-pop คือช่วงเวลาของการเป็นเด็กฝึกและอาจจะเพราะพวกเธอใช้เวลากว่าวันละ 14 ชั่วโมงติดต่อกันยาวนานถึง 5 ปี ในการสั่งสมเทคนิคพื้นฐานสำหรับใช้ในอีก 10 ปีข้างหน้า หลังการมองเพื่อนทยอยเก็บของกลับบ้านทีละคน ท่ามกลางกฎมหาศาลที่ควบคุมชีวิต และชีวิตไฮสคูลที่เสียไป ในที่สุดพวกเธอทั้ง 4 ก็ถูกเลือกให้กลายมาเป็น ‘Blackpink’

“สิ่งที่ยอดเยี่ยมของพวกเราคือทุกคนพยายามทำให้ดีที่สุดเพื่อวง ตั้งแต่เรารวมตัวกัน เราก็พยายามสร้างความสมดุลสำหรับทุกคน เรารู้หน้าที่ของตัวเอง รู้ว่าต้องทำอะไร และยังให้ทุกคนได้มีโอกาสแสดงตัวตน”

พวกเธอใช้เวลาไม่นานในการประสบความสำเร็จในเกาหลี และก้าวขึ้นสู่การเป็นศิลปินระดับโลก พร้อมแบกรับความกดดันในสร้างผลงานที่ดีขึ้นเรื่อย ๆ และความหวังของแฟน ๆ ในการการประสบความสำเร็จ รวมถึงการออกเดินทาง World Tour ครั้งแรกในนาม Blackpink ที่พาพวกเธอออกเดินทางจากทวีปข้ามทวีป 9 เดือนเต็มที่มีทั้งคำถามและคำตอบ

ความเหน็ดเหนื่อยถาโถมทบความกดดัน ความยากของไต่ไปสู่จุดที่สูงกว่าที่ทำไว้ แต่ถึงยังไงพวกเธอก็ยังไม่หยุดและยังคงก้าวต่อไป 

“ตอนนี้เหมือนกับพวกเราเดินทางมาครึ่งทางแล้วเลย”

“ก็ครึ่งทางตลอดแหละ ก่อนหน้านี้ก็คิดว่าครึ่งทางแล้ว (หัวเราะ)”

สู่บทใหม่หลัง Light Up the Sky ด้วยแสงในตัวเอง

 

เรื่อง: สิรารมย์ เตชะศรีอมรรัตน์


นักเขียนรับเชิญ

นักเขียนรับเชิญที่ The People เชิญมาแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และนำเสนอบทความตามความสนใจ