Post on 02/06/2020

บ็อบและดักลาส: สองนักบินนาซ่าที่ทะยานสู่ห้วงอวกาศพร้อมกับยาน SpaceX

ย้อนกลับไปราว 9 ปีก่อน เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2011 สหรัฐอเมริกาส่งนักบินอวกาศไปยังสถานีอวกาศนานาชาติ (ISS) บนแผ่นดินตัวเองเป็นครั้งสุดท้าย ด้วยกระสวยอวกาศนามว่าแอตแลนติส (Atlantis) บนภาคพื้นของประเทศสหรัฐฯ จากนั้นทิ้งช่วงนานหลายปีเนื่องจากค่าใช้จ่ายสูงลิ่ว จนกระทั่งสหรัฐฯ ตัดสินใจส่งนักบินออกสู่ห้วงอวกาศอีกครั้งเมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2020  

การส่งนักบินอวกาศสัญชาติอเมริกาไปยังสถานีอวกาศนานาชาติครั้งนี้ ถูกเรียกว่า เดโม-2 (Demo-2) โครงการยักษ์ใหญ่ที่เกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่างองค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ หรือ นาซ่า (National Aeronautics and Space Adminstaton-NASA) หนึ่งในหน่วยงานของรัฐบาลสหรัฐฯ กับบริษัทเอกชนด้านธุรกิจขนส่งทางอวกาศ สเปซเอ็กซ์ (Space Exploration Technologies Corporation- SpaceX) ของอีลอน มัสก์ (Elon Musk) ถือเป็นการจับมือกันครั้งใหญ่ของรัฐกับเอกชนที่สะเทือนโลกทั้งใบ เพราะการบินสู่อวกาศครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกของโลกที่บริษัทเอกชนทำหน้าที่ขนส่งนักบินอวกาศ

การบินครั้งนี้สร้างความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เป็นครั้งแรกที่นาซ่ากับรัฐบาลสหรัฐฯ ไม่ได้เป็นเจ้าของจรวดและยานอวกาศเหมือนการบินครั้งก่อน ๆ แต่เปลี่ยนไปใช้การขนส่งของบริษัทเอกชน ก่อนหน้านี้หลังจากส่งแอตแลนติส รัฐบาลตัดสินใจปิดโครงการส่งมนุษย์ไปอวกาศเมื่อปี 2011 แล้วเปลี่ยนไปใช้บริการยานอวกาศของโซยุซ (Soyuz) จากประเทศคู่แข่งทางด้านวิทยาการอย่างรัสเซียเสมอมา

การส่งนักบินอวกาศไปยังสถานี ISS ถือเป็นครั้งแรกในรอบ 9 ปี ที่สหรัฐฯ ส่งนักบินอวกาศชาวอเมริกัน ด้วยจรวดอเมริกัน บนผืนแผ่นดินอเมริกา

ความสนใจเกี่ยวกับการเดินทางครั้งนี้ไม่ได้อยู่แค่นาซ่า สเปซเอ็กซ์ หรืออีลอน มัสก์ แต่เป็นสองนักบินอวกาศจากนาซ่า บ็อบ โรเบิร์ต เบห์นเคน (Bob Robert Behnken) วัย 49 ปี และ ดักลาส เฮอร์ลีย์ (Douglas Hurley) วัย 53 ปี สองคนสำคัญที่ถูกเลือกให้มีส่วนร่วมในหน้าประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญของโลก

ก่อนเป็นนักบินนาซ่า บ็อบเคยเป็นผู้ทดสอบการบินของเครื่องบินขับไล่ เอฟ-22 แร็พเตอร์ (F-22 Rapter) ในกองทัพอากาศ ส่วนดักลาสเป็นนักบินหน่วยนาวิกโยธินสหรัฐฯ ผู้เคยขับ เอฟ/เอ-18อี/เอฟ ซูเปอร์ฮอร์เน็ต (F/A-18E/F Super Hornet) กระทั่งปี 2000 ทั้งสองคนเป็นส่วนหนึ่งของ NASA Astronaut Class ชั้นเรียนสำหรับนักบินอวกาศนาซ่าที่มีคนจากหลากหลายอาชีพ อาทิ แพทย์ ทหาร นักวิทยาศาสตร์ วิศวกร และนักบิน

บ็อบเคยร่วมปฏิบัติการภารกิจกระสวยอวกาศเอนเดเวอร์ (Endeavour) ปี 2008 โดยมีชั่วโมงบินกว่า 708 ชั่วโมง ส่วนดักลาสออกสู่อวกาศครั้งแรกปีถัดมา และมีชั่วโมงบินในห้วงอวกาศ 683 ชั่วโมง จากนั้นทั้งคู่ร่วมงานกันในภารกิจกระสวยอวกาศแอตแลนติสอันโด่งดัง จนกระทั่งโครงการส่งตัวนักบินนาซ่าปิดตัวลงเมื่อปี 2011

ทั้งสองคนฝึกซ้อมร่วมกับยานอวกาศของสเปซเอ็กซ์เป็นเวลานาน ผ่านการฝึกฝนให้ชินกับสภาวะไร้แรงโน้มถ่วง เตรียมรับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดฝันหากตกอยู่สถานการณ์คับขัน แถมพวกเขายังต้องถูกกักตัวตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด-19 ก่อนออกเดินทาง เพราะถ้าทั้งสองคนมีเชื้อไวรัสและเดินทางไปยังสถานี ISS อาจส่งผลเสียที่ไม่สามารถประเมินค่าได้ ดังนั้นพวกเขาต้องผ่านการตรวจอย่างเข้มข้นก่อนจะออกสู่ห้วงอวกาศ

ภาพของบ็อบและดักลาสถูกส่งต่อครั้งแล้วครั้งเล่าในโลกโซเชียล ทั้งสองคนสวมชุดนักบินอวกาศแบบใหม่ไม่คุ้นตา สร้างความตื่นเต้นแก่มวลมนุษยชนไม่ต่างจากจรวดหรือกระสวยอวกาศ มีการปรับแต่งความดันของชุดอวกาศแบบใหม่ให้เหมาะสมกับร่างกายมนุษย์ ลดความเทอะทะของน้ำหนักจนทำให้ชุดใหม่บางกว่าเดิม นอกจากนี้ ยังดีไซน์ถุงมือให้สามารถใช้ระบบทัชสกรีน ภาพที่ได้คล้ายกับหลุดออกมาจากหนังอวกาศในโลกอนาคต ซึ่งทั้งสองคนกล่าวชมเชยชุดอวกาศใหม่เอี่ยมกับสื่อว่า “ชุดสวมสบายมากจนผมต้องให้คะแนนเต็ม”

วันที่ 31 พฤษภาคม 2020 ทั้งสองคนโดยสารยานอวกาศครูว์ ดราก้อน (Crew Dragon) ที่ถูกส่งผ่านน่านฟ้าไปนอกโลกด้วยจรวดฟอลคอนไนน์ (Falcon9) พร้อมฉายให้ทั่วโลกได้รับชมแบบช็อตต่อช็อต บันทึกวิดีโอสู่สายตาสาธารณชนเพื่อดูว่าสองนักบินทำงานกันอย่างไรระหว่างเดินทางไปยังสถานีอวกาศนานาชาติ ภาพถ่ายและวิดีโอแสดงให้เห็นว่าบ็อบและดักลาสบังคับแผงควบคุมหน้าจอด้วยระบบสัมผัส แตกต่างจากยานหรือกระสวยรุ่นก่อน ๆ ที่ต้องใช้คันบังคับ คล้ายกับบอกให้ทั่วโลกรู้ว่าเทคโนโลยีของนาซ่ากับสเปซเอ็กซ์กำลังก้าวไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง

การเดินทางจากฟลอริดาถึงสถานีอวกาศนานาชาติใช้เวลาราว 19 ชั่วโมง เมื่อถึงสถานี ISS บ็อบกับดักลาสยังไม่สามารถเข้าสถานีได้ทันที ทั้งสองฝั่งต้องตรวจสอบการรั่วไหลของแรงดันและอุณหภูมิเพื่อเชื่อมต่อครูว์ ดราก้อน เข้ากับสถานี หลังตรวจสอบอยู่พักใหญ่ ในที่สุดบ็อบกับดักลาสเข้าสู่สถานีอวกาศนานาชาติ ท่ามกลางการต้อนรับของนักบินอวกาศชาวรัสเซียที่ประจำการอยู่ก่อนหน้านี้แล้ว

การเดินทางของบ็อบและดักลาสคือก้าวแรกของความสำเร็จของโครงการ แต่การทำงานของพวกเขาเพิ่งเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น ทั้งสองคนจะทดสอบระบบธุรกิจขนส่งเชิงพาณิชย์ โครงการสุดไฮเทคเกิดขึ้นจากการร่วมมือกันของนาซ่ากับสเปซเอ็กซ์ ที่ช่วยย่นระยะเวลาการเดินทางระหว่างสถานีอวกาศกับโลก ควบคู่กับดูแลการเชื่อมต่อระหว่างสถานีอวกาศกับสถานีภาคพื้นโลกและทำงานวิจัยร่วมกับลูกเรือคนอื่น ๆ ในสถานี ISS โดยนาซ่าคาดการณ์ว่าพวกเขาต้องอยู่ในอวกาศประมาณ 4 เดือน แล้วจึงเดินทางกลับโลก

การเดินทางกลับสู่ผืนแผ่นดินอย่างปลอดภัยคืองานสำคัญที่นาซ่า สเปซเอ็กซ์ และนักบินอวกาศต้องร่วมมือกันทำภารกิจสุดท้ายให้เสร็จสิ้นโดยสวัสดิภาพ

แม้ยังต้องรอดูกันอีกหลายเดือนว่าโครงการเดโม่-2 จะประสบความสำเร็จตลอดรอดฝั่งหรือไม่ แต่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ รู้สึกภาคภูมิใจกับความสำเร็จครั้งนี้เป็นอย่างมาก ประกาศกร้าวให้ทั้งโลกรับรู้ว่า “สตรีคนแรกที่ขึ้นไปเหยียบดวงจันทร์จะต้องเป็นชาวอเมริกัน และเราจะเป็นชาติแรกที่ไปเยือนดาวอังคาร” หลังจากรัสเซียกลายเป็นยักษ์ใหญ่ในวงการอวกาศมานานหลายปี ดูเหมือนว่าชาวอเมริกันพร้อมสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับวงการอวกาศไปอีกขั้น

การเดินทางของบ็อบและดักลาส สามารถสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนรุ่นใหม่ที่มีความฝันอยากทำงานเกี่ยวกับการศึกษาอวกาศและดวงดาว กว่าทั้งสองคนจะก้าวมาเป็นนักบินอวกาศอย่างปัจจุบันถือว่าใช้เวลาไปไม่น้อย ต้องแข่งขันกับนักบินอวกาศมากความสามารถอีกหลายคน ผ่านการทดสอบซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนกลายเป็นส่วนหนึ่งของหน้าประวัติศาสตร์ที่เปิดมุมมองชาวโลกให้กว้างขึ้นกว่าเดิม

 

ที่มา

https://www.nasaspaceflight.com/2020/05/tradition-hurley-behnken-columbia-endeavour/

https://www.washingtonpost.com/technology/2020/05/31/spacex-nasa-docking-international-space-station/

https://www.businessinsider.com/nasa-astronauts-give-spacex-spacesuits-5-star-review-2020-6

https://www.express.co.uk/news/science/1289257/SpaceX-astronauts-NASA-launch-who-is-Doug-Hurley-Bob-Behnken

https://abcnews.go.com/Technology/meet-doug-hurley-bob-behnken-history-making-nasa/story?id=70924049

 

เรื่อง: ตรีนุช อิงคุทานนท์

 

 

#ThePeople #Culture #Nasa #SpaceX #Folcon9 


Related

Crash Landing on You ว่าด้วยนัยของการพลัดพราก พื้นที่ ภูมิทัศน์ และพืชพรรณ

เดอะ พาวเวอร์พัฟฟ์ เกิลส์: การ์ตูนที่สอนว่า ‘เด็กผู้หญิงเป็นฮีโร่ได้’ ไม่ว่าเธอจะมีนิสัยแบบไหนก็ตาม

[4] ชาร์ลี พาร์คเกอร์ อัจฉริยะดนตรีผู้ใช้ชีวิตอย่างบ้าคลั่ง: กลับคืนสู่นิวยอร์ก

โรเบิร์ต บิลอตต์ แฉความจริงคดีน้ำปนเปื้อนสารพิษใน Dark Waters

เจ Penguin Villa หนุ่มเพนกวินที่ไม่กลัวความสูงอีกต่อไป กับอีกบทบาทในฐานะ “เจ้าพ่อเพลงโฆษณา”

บิล สการ์สการ์ด ปีศาจหน้าหล่อ

ฟลี มือเบสสุดเก๋าจากวง Red Hot Chili Peppers ร็อคสตาร์ที่ใช้เวลากว่าครึ่งชีวิตต่อสู้กับยาเสพติด

“กูลิโกะแมน” คือใคร ทำไมวิ่งแค่ 300 เมตร ถึงเข้าเส้นชัย