Post on 26/03/2019

บ็อบ ไอเกอร์​ ประธานบริหารดิสนีย์ ชายผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในวงการฮอลลีวูด

ถ้าถามถึงวงการภาพยนตร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก คำตอบคงมีคำตอบเดียวคือวงการภาพยนตร์ฮอลลีวูด

แน่นอนว่าความสำเร็จเกิดจากหลาย ๆ ฟันเฟืองที่ช่วยขับเคลื่อนให้วงการฮอลลีวูดเดินหน้า แต่ก็ยอมรับว่าทุกวงการย่อมมี “ใครสักคน” ที่เป็นฟันเฟืองขนาดใหญ่ ไม่ว่าจะเกิดจากทุน อำนาจ หรือขนาดบริษัท จนกลายมาเป็นผู้ทรงอิทธิพลในที่สุด

วงการภาพยนตร์ฮอลลีวูดก็เช่นกัน ที่จะมีใครสักคนเป็นผู้ทรงอิทธิพลมากที่สุดในวงการ โดยนิตยสาร The Hollywood Reporter สำนักข่าวบันเทิงที่มีอายุมากกว่า 80 ปีได้จัดอันดับไว้ว่า คนที่ทรงอิทธิพลมากที่สุดในวงการฮอลลีวูดคือ บ็อบ ไอเกอร์​

บ็อบ ไอเกอร์​ เป็นนักธุรกิจชาวอเมริกันเชื้อสายยิว เติบโตในนิวยอร์ก และจบการศึกษาเกี่ยวกับสื่อสารมวลชนโดยตรง โดยเริ่มทำงานในวงการสื่อจากการเป็นพิธีกร Campus Probe รายการโชว์ของมหาวิทยาลัยที่เขาจบ ไอเกอร์ใฝ่ฝันอยากเป็นผู้ประกาศข่าวจึงทำงานเป็นผู้ประกาศข่าวพยากรณ์อากาศ ก่อนจะเบนเข็มชีวิตมาสายบริหารในปี 1974 เมื่อเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของช่องโทรทัศน์ ABC (American Broadcasting Company)

ตลอดชีวิตการทำงานที่นี่ เขาได้รับคำชื่นชมถึงความรอบรู้ คล่องแคล่ว และถ่อมตน กระทั่งผู้บริหาร ABC ในอดีตยังกล่าวชมว่า “ไอเกอร์จะต้องเป็นผู้บริหารระดับสูงสักวัน” และเขาก็ทำได้จริง ไอเกอร์ค่อย ๆ ไต่เต้าจนเป็นหัวหน้างานสายบันเทิงใน ABC Entertainment, เลื่อนขั้นเป็นประธานฝ่ายโทรทัศน์,​ รองประธานบริษัท และกลายมาเป็นประธานและผู้บริหารสูงสุดของบริษัทในปี 1994

ต่อมา ABC ก็ถูกซื้อกิจการโดยบริษัท วอลต์ ดิสนีย์ นั่นทำให้ไอเกอร์เข้ามาอยู่ในบริษัทนี้โดยปริยาย ไม่นานปี 2005 ช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งผู้บริหารก็เกิดขึ้น บ็อบ ไอเกอร์ กลายเป็นผู้บริหารสูงสุดของ วอลต์ ดิสนีย์ ในที่สุด

ความ “ทรงอิทธิพล” ของเขา ไม่ใช่เกิดจากตำแหน่งผู้บริหารสุดเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากผลงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการขยับขยายดิสนีย์ให้เติบโตแบบก้าวกระโดดหลายครั้ง โดยเฉพาะผลงานเด่น ๆ อย่างการซื้อกิจการ Pixar ค่ายผู้สร้างภาพยนตร์แอนิเมชันชื่อดังอย่าง Toy Story (1995), Monsters, Inc. (2001), Finding Nemo (2003), Inside Out (2015) เข้ามาเสริมทัพสตูดิโอแอนิเมชันดั้งเดิมของดิสนีย์ให้มีศักยภาพมากขึ้นไปอีกเท่าตัว

“แอนิเมชันคือหัวใจและจิตวิญญาณของบริษัทดิสนีย์ ช่างเป็นเรื่องน่าอัศจรรย์ที่เห็น บ็อบ ไอเกอร์ และบริษัท น้อมรับเอกลักษณ์นี้ และนำทีมแอนิเมชันที่เก่งกาจอย่างพิกซาร์ขึ้นมา นี่แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนถึงความเป็นผู้นำที่แข็งแกร่งของบริษัทดิสนีย์ในฐานะผู้สร้างภาพยนตร์แอนิเมชัน เราขอชื่นชมและสนับสนุนวิสัยทัศน์ของบ็อบอย่างเต็มที่” นี่คือแถลงการณ์ของ รอย อี. ดิสนีย์ อดีตผู้บริหารที่กล่าวชมไอเกอร์

สิงหาคมปี 2009 ไอเกอร์เข้าเจรจาซื้อลิขสิทธิ์ Marvel Entertainment เจ้าของลิขสิทธิ์ซูเปอร์ฮีโรชื่อดังหลายตัว รวมไปถึงภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโรมากมายที่ขยายกลายมาเป็นจักรวาล MCU (Marvel Cinematic Universe) ที่กำลังมาถึงจุดสิ้นสุดของสงครามจักรวาลใน Avengers: Endgame (2019)

ตุลาคม 2012 กับการเข้าถือครองลิขสิทธิ์ Lucasfilm Ltd. ของโปรดิวเซอร์ระดับเทพ จอร์จ ลูคัส ผู้สร้างภาพยนตร์ Indiana Jones และมหากาพย์สงครามจักรวาล Star Wars อีกหนึ่งแฟรนไชส์ที่มีแฟนคลับมากมายทั่วโลก

ไอเกอร์อยู่ในตำแหน่งมานาน หลายครั้งที่เขาต้องการลาออกเพื่อพักผ่อน และวางมือจากตำแหน่งบริหาร อย่างไรก็ดี ก็มีเหตุให้เขามิอาจวางมือได้อย่างสนิทใจ เขายังคงต่อสัญญาหลายต่อหลายครั้ง และล่าสุดคือการต่อสัญญาเป็นผู้บริหารยาวไปถึงปี 2021 กันเลยทีเดียว

“การได้เป็นผู้นำของบริษัทที่ยอดเยี่ยมอย่าง ดิสนีย์ ถือว่าเป็นเกียรติของผมอย่างมากที่พวกเขาอยากให้ผมรับหน้าที่ต่อไป ถึงแม้ว่าพวกเราจะประสบความสำเร็จอย่างมากในปีที่ผ่านมา แต่ผมคิดว่ายุคที่ดีที่สุดของเรานั้นกำลังจะมาถึง พวกเราวางแผนที่จะหาผู้สืบทอดอย่างจริงจัง เพื่อให้ช่วงเปลี่ยนผ่านเป็นไปได้อย่างราบรื่นที่สุด”

หนึ่งในเหตุผลที่เขายังดำรงตำแหน่งต่อยาว ๆ คือการดีลล่าสุดที่สะเทือนวงการฮอลลีวูดกับการซื้อกิจการ 21st Century Fox บริษัทภาพยนตร์ระดับโลกที่มีลิขสิทธิ์ภาพยนตร์มากมายมาครอง หนึ่งในนั้นคือจักรวาล X-Men ในเครือ Marvel ที่มีความเป็นไปได้ว่า ในอนาคตอาจมีการพัฒนาร่วมกันในจักรวาล MCU (เชื่อเถอะ แฟนหนังหลายคนอยากให้เป็นเช่นนั้น)

นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งในอาณาจักรดิสนีย์ที่ไอเกอร์เข้ามามีส่วนร่วม เพราะยังมีผลิตภัณฑ์อีกมากมายในเครือดิสนีย์ เช่น สวนสนุก, แพลตฟอร์มสตรีมมิง และช่องโทรทัศน์มากมายที่ดิสนีย์เข้าไปมีส่วนร่วมในการถือหุ้น (สามารถเช็คอาณาจักรดิสนีย์ได้ที่นี่ https://www.titlemax.com/discovery-center/money-finance/companies-disney-owns-worldwide/ )

ความทะเยอทะยานของ บ็อบ ไอเกอร์ จึงทำให้เขาได้รับการจัดอันดับเป็นผู้ทรงอิทธิพลมากที่สุดในวงการฮอลลีวูดจากนิตยสาร The Hollywood Reporter 3 ปีซ้อน โดยสิ่งเซอร์ไพรส์ที่สุดในปีที่ 2018 คือการไม่มีเซอร์ไพรส์อะไรเลย ทว่าไอเกอร์ค่อนข้างตื่นเต้นกับปรากฏการณ์ของหนัง Black Panther (2018) ที่ประสบความสำเร็จทั่วโลก และทำลายกรอบความเชื่อเดิม ๆ เกี่ยวกับสิ่งที่ผู้ชมต้องการ เขาหวังว่ามันจะเปิดประตูใบใหม่และน่าตื่นเต้นในการสร้างเรื่องราวที่ยอดเยี่ยมมากขึ้นต่อไป

และถึงแม้เขาจะเป็นถึงระดับผู้บริหารระดับสูง แต่พอถึงช่วงเวลาพักผ่อนเขาก็ใช้ชีวิตส่วนตัวกับครอบครัวอยู่เสมอ โดยเฉพาะการชื่นชอบกิจกรรมล่องเรือใบกับครอบครัวบริเวณชายฝั่งแถบอิตาลี “มันเป็นช่วงเวลาที่วิเศษมาก เวลาจะเดินช้าลงเมื่อคุณออกจากความปรารถนาในทุกวัน ฉะนั้นคุณจะสามารถเติมพลังได้อีกครั้ง”

ท้ายที่สุดแล้ว ไอเกอร์เคยกล่าวถึงเคล็ดลับความทรงอิทธิพลของตัวเองไว้ว่า “จงอ่อนน้อมถ่อมตนเสมอ ไม่ว่าคุณจะประสบความสำเร็จหรือทั้งโลกคิดว่าคุณเจ๋งขนาดไหน มันสำคัญมากที่คุณจะไม่หลงไปกับความสำเร็จนั้น ๆ”

และสิ่งที่ทำให้ผู้ทรงอิทธิพลล้มเหลวนั่นก็คือ ความหยิ่งผยอง “บางครั้งความหยิ่งผยองทำให้คุณสูญเสียความสามารถในการรับฟังความคิดเห็นที่แตกต่าง”

 

ข้อมูล


Writer

ผู้เขียนเนื้อหาศิลปวัฒนธรรม และอะไรก็ตามที่เป็นความบันเทิง