Post on 15/07/2019

รีวิวคอนเสิร์ตครั้งแรกในไทยของ “Bolbbalgan4” ชั่วโมงเวทมนตร์กับสองนางฟ้าที่คอ acoustic ต้องประทับใจ

       จบลงไปแล้วสำหรับคอนเสิร์ตครั้งแรกในไทยของสองสาวเสียงดีแดนเกาหลี Bolbbalgan4 ที่ขนเพลงฮิตมาฝาก Loboly (Loboly คือชื่อแฟนคลับของ bol4) ชาวไทยแบบไม่มีกั๊ก ในคอนเสิร์ต 2019 BOL4 Asia Tour <BLOSSOM> in Bangkok เมื่อคืนวันเสาร์ ที่ 13 กรกฎาคม 2019 บอกได้เลยว่าบรรยากาศตลอดการแสดงร่วม 2 ชั่วโมงนั้นเต็มไปด้วยความน่ารักของคู่ดูโอ้สาว ที่จับมือพาเราไปเดินชมดาว ท่องเที่ยวในดินแดนแห่งเสียงเพลงของเด็กน้อยผู้เขินอาย ตามความหมายของชื่อวง ที่ทั้งน่ารัก และสดใส ประกอบไปด้วยเมโลดี้ที่ทำให้อบอุ่นหัวใจไปตาม ๆ กัน

เป็นเวลาทุ่มตรงที่แสงไฟในฮอลล์มืดลงจนสนิทพร้อมด้วย VTR บทกวีที่ถูกเขียนลงบนโพสต์อิทสีสันสดใส เล่าถึงเรื่องราวการเปลี่ยนผ่านของฤดูหนาว เข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิ เหมือนกับชื่อคอนเสิร์ต BLOSSOM ในครั้งนี้ ก่อนที่แสงไฟบนเวทีจะสว่างขึ้นอีกครั้งพร้อมกับสองสาวที่ออกมาทักทายเราด้วยเสียงเพลง Picnic จากอัลบั้มใหม่อย่าง Puberty BookI Bom ซึ่งก็เรียกเสียงร้องคลอตามได้ตั้งแต่เพลงแรก ก่อนจะตามมาด้วยเพลงสุดน่ารักอย่าง Tell Me You Love Me ที่เรียกเสียงร้องตามไปได้ไม่น้อย

สวัสดีค่ะ ทุกคนสบายดีมั้ยคะสองสาวกล่าวทักทายแฟนเพลง

หลังจากจบสองเพลงแรก ก็เป็นช่วงเวลาแห่งการพูดคุย ทักทายกันอย่างเป็นทางการ โดยมีนักร้องนำสุดน่ารักอย่าง อันจียอง คอยเอ็นเตอร์เทนแฟนคลับ และมือกีตาร์เพื่อนซี้อย่าง อูจียุน คอยเสริมเป็นระยะ ทำให้บทสนทนาเป็นไปอย่างราบรื่น พร้อมกับการบอกใบ้ของจียอง ว่าคอนเสิร์ตครั้งแรกนี้ พวกเธอได้เตรียมเพลงพิเศษ ๆ มามากมายเพื่อที่จะให้แฟน ๆ ชาวไทยได้สนุกไปพร้อมกัน

      ฟังเสียงพูดหวาน ๆ ของจียองกันจนพอใจ หายคิดถึงไปได้ระดับหนึ่งแล้ว สองสาวก็เริ่มบรรเลงบทเพลงใหม่ เป็น medley เพลงจากอัลบั้ม Red Planet ประกอบไปด้วยเพลงฟังสบายอย่าง Freesia, Fight Day และ Ring ก่อนจะปิดท้ายด้วยเพลงจังหวะกลางที่มีไลน์กีตาร์สวย ๆ อย่าง Mean ให้คนฟังได้โยกตัวตามกันเล็ก ๆ เก็บแรงไว้เต้นในเพลงต่อไป

หลังจากเมโลดี้สุดท้ายของเพลง Mean จบลง ก็เป็นเวลาที่สองสาวได้สื่อสารกับแฟนคลับอีกครั้ง ในรอบนี้จียองบอกว่า เพลงต่อไปเป็นเพลงที่มีท่าเต้นสุดน่ารัก และเธออยากให้ทุกคนเต้นไปด้วยกัน ก่อนที่จะเฉลยว่าเพลงนั้นคือหนึ่งในเพลงฮิตของพวกเธออย่าง You(=I) พร้อมทั้งพาคนฟังขยับตัวตามท่าเต้นง่าย ๆ แต่เต็มไปด้วยความน่ารักรับกับเสียงร้องใส ๆ เป็นเอกลักษณ์ของเธอ ซึ่งแฟน ๆ ก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีจนสองสาวถึงกับออกปากชม เป็นบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความสนุกสนาน และยิ่งทวีความผ่อนคลายเพราะหลังจากจบเพลงนั้น จียองก็ทิ้งลูกอ้อนด้วยการบอกรักแฟน ๆ เป็นภาษาเกาหลี ด้วยน้ำเสียงร่าเริงของเธอ ทำให้ Loboly ชาวไทยตะโกนบอกรักกลับกันแทบไม่ทัน

       ในเพลงต่อไปสองสาวก็ได้พาเราไปเคาะประตูแห่งความทรงจำในวัยเด็ก กันด้วยเพลง Hey, Teddy Bear ที่ทำให้เรานึกถึงของรักของหวงตอนยังเล็ก ๆ ไม่ว่าจะเป็นตุ๊กตาหมี สีไม้กล่องโปรด หรือสัตว์เลี้ยงที่เราผูกพัน จนเหมือนได้ย้อนเวลากลับไปเป็นเด็กน้อยอีกครั้ง และเด็กน้อยคนนั้นก็เติบโตขึ้น พร้อมกับ intro เพลงต่อไป ซึ่งสาว ๆ บอกว่า เพลงนี้เป็นเพลงที่พวกเธอตั้งใจให้เป็นเพลงแห่งความสุขของทุก ๆ คน

เสียงเปียโนที่ดังขึ้นทำให้ทุกคนรู้ว่านั่นคือเพลง To My Youth เพลงช้าที่เล่าถึงความเจ็บปวดของการเป็นหนุ่มสาวที่ต้องเติบโตเป็นผู้ใหญ่ เสียงร้องตามของแฟน ๆ ทำให้เพลงนั้นยิ่งฟังเพราะขึ้นกว่าที่เคย บวกกับแสงไฟที่สร้างบรรยากาศและกลุ่มกระดาษ confetti ที่ปล่อยออกมาได้อย่างถูกจังหวะประกอบกันทำให้แม้จะมีเนื้อเพลงที่แสนเศร้า แต่ก็เต็มไปด้วยความเข้มแข็ง และกลายเป็นช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยความสุขอย่างที่สาว ๆ ได้บอกไว้จริงๆ

ต่อกันที่อีกหนึ่งเพลงที่มีเนื้อหาสุดโรแมนติกอย่าง Stars Over Me ครั้งนี้จียองใช้น้ำเสียงเพราะ ๆ ของเธอพาเราไปเดินชมดาวกันแบบ feel good สุด ๆ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นพาแฟน ๆ จัดกระเป๋า ไปเที่ยวกับสองสาวในเพลง Travel แอบกระซิบว่าหลังจบเพลงนี้จียองได้ขอตัวลงจากเวทีไปครู่หนึ่ง ซึ่งหลังจากกลับมาเธอก็บอกว่าเป็นเพราะตื่นเต้นและตั้งใจมาก ๆ จนตะคริวกินขากันเลยทีเดียว เรียกความเอ็นดูจากแฟนคลับไปได้อีกชุดใหญ่

       เพลงต่อไปเป็น cover ที่ไม่เคยร้องที่ไหนมาก่อน อย่างเพลง Chandelier ของ Sia ซึ่งจียองก็ได้ใช้ความแหบเล็ก ๆ ในเนื้อเสียงหวานของเธอได้อย่างมีเสน่ห์ จนกลายเป็น Chandelier เวอร์ชันที่ทั้งน่ารักและเต็มไปด้วยพลังเสียง ขยับไปที่เพลงที่มีความเป็น electronic เพิ่มขึ้นมากว่าเพลงอื่น ๆ อย่าง Seattle Alone

และแล้วก็มาถึงไฮไลท์แรกของคอนเสิร์ตในครั้งนี้ เมื่อสองสาวเดินลงจากเวที มาโยนบอลลูกเล็ก ๆ ที่มีลายเซ็นเขียนไว้ให้กับแฟนคลับด้วยตัวเองในเพลง Bom ขณะที่แฟน ๆ ก็ใช้ไฟแฟลชทำโปรเจ็กต์หมู่ดาวสีแดงให้ เกิดเป็นภาพประทับใจเมื่อจียองและจียุนยื่นมือมาให้ Loboly ได้จับอย่างเป็นกันเองสุด ๆ

แม้จะเป็นช่วงท้าย ๆ ของคอนเสิร์ตแล้วแต่สองสาวก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะเหนื่อยเลยแม้แต่น้อย โดยเฉพาะเสียงใส ๆ ของจียองที่หวานเจี๊ยบไม่ต่างอะไรกับเปิดแผ่น ทำให้เพลงถัด ๆ ไปอย่าง Some, You and I from the Beginning และ Mermaid เต็มไปด้วยพลังงานบวกที่ถูกส่งตรงมาจากบนเวที จนถึงช่วง photo time ที่สาว ๆ ยืนโพสต์ท่าให้แฟน ๆ ถ่ายรูป และลงจากเวทีมาอีกรอบเพื่อถ่ายรูปหมู่ร่วมกับคนดู ก่อนที่พวกเธอจะลงหลังเวทีไป รอให้แฟน ๆ ส่งเสียงเรียกให้ขึ้นมา encore อีกครั้ง

ไฮไลท์ที่สองและสุดท้ายของคอนเสิร์ตวันนี้ ก็คือช่วงเวลา encore ที่สาว ๆ Bolbbalgan4 ขึ้นมาร้องเพลงรักเพราะ ๆ อย่าง Galaxy นี่แหละ รอบนี้แฟนคลับก็มีโปรเจ็กต์มาเซอร์ไพรส์สาว ๆ ด้วยการชูกระดาษรูปดาวขึ้นโบกตามจังหวะ และแปลงกายเป็นหมู่ดาวใน Galaxy ของพวกเธอทั้งสอง เป็นช่วงเวลาที่ศิลปินและแฟนคลับได้มอบความสุขและกำลังใจดี ๆ ให้แก่กันและกันเป็นการปิดท้าย ก่อนที่คอนเสิร์ตครั้งแรกในไทยจะจบลงไปพร้อมด้วยความประทับใจที่ยากจะลืม

       ภาพรวมของการแสดงครั้งนี้เต็มไปด้วยความน่ารักสดใส อบอุ่นหัวใจไปกับความน่ารักของสองดูโอ้ แถมบนจอ VTR ยังมีคำแปลภาษาไทยฉายในทุกเพลงที่สาว ๆ ร้องอีกด้วย ทำให้โลกดนตรีของศิลปินและแฟนคลับใกล้กันมากขึ้นจนแทบจะกลายเป็นหนึ่งเดียว เรียกได้ว่าหอบความสุขกลับบ้านกันเต็มแขนทั้งแฟนคลับและศิลปินจริง ๆ

สุดท้ายขอขอบคุณ Teenage Dream Corporation ผู้จัดที่นำเข้าโชว์ดี ๆ ในครั้งนี้ด้วย

 

เรื่อง : จิรภิญญา สมเทพ (The People Junior)

ภาพ : สกีฟา วิถีกุล (The People Junior) และ Teenage Dream Corporation

 


The People Junior

เด็กฝึกงานผู้มีใจรักในการสร้างสรรค์คอนเทนต์