Post on 04/12/2018

บรี ลาร์สัน กว่าจะเป็นกัปตันมาร์เวล

ที่จริงแล้ว บรี ลาร์สัน อยู่ในวงการฮอลลีวูดมานานกว่า 20 ปี เพราะเธอเริ่มต้นเส้นทางการแสดงมาตั้งแต่อายุ 6 ขวบกับการเข้าร่วมโปรแกรมการแสดงของ American Conservatory Theater (ACT) ในซานฟรานซิสโก ก่อนจะปรากฏตัวครั้งแรกบนหน้าจอโทรทัศน์ตอนอายุ 7 ขวบ ในรายการ The Tonight Show With Jay Leno

แต่คนทั่วไปกลับรู้จักเธอในฐานะนักแสดงหน้าใหม่ที่คว้ารางวัลออสการ์ สาขานักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมในอีก 20 ปีต่อมา จากหนังอินดี้ Room (2015) บทบาทเหยื่อลักพาตัวที่ถูกขังในห้องกับลูกชาย ที่พลิกชีวิตเธอจากนักแสดงธรรมดาสู่นักแสดง A-List คนใหม่ของฮอลลีวูด

แรกเริ่มลาร์สันไม่ได้สนใจอาชีพนักแสดงเท่าไหร่ เธอมีความฝันทางสายดนตรีมากกว่า แต่โชคชะตากลับพาเธอมาเดินทางสายนักแสดงโทรทัศน์ตั้งแต่เด็ก เริ่มจากบทบาทเล็กๆ ในซีรีส์ Popular และ Touched by an Angel ก่อนจะมีบทเด่นขึ้นมาหน่อยใน Raising Dad ตามมาด้วยบทเด็กหญิงนักซิ่งในดิสนีย์ชาแนล Right on Track ในปี 2005

ตอนอายุ 16 ปี เธอลองทำตามความฝันทางดนตรีกับการออกอัลบั้มเพลง Finally Out of P.E. น่าเสียดายที่มันไม่ประสบความสำเร็จเท่าไหร่นัก อัลบั้มวางขายได้ราว 4,000 ก็อปปี้เท่านั้น แต่หลังจากที่เธอโด่งดัง แฟนคลับก็ขุดมิวสิควิดีโอเพลงของเธอกลับมาฟังอีกครั้ง “ฉันไม่ได้ทำเพลงเลยเป็นเวลา 10 ปี แต่ถ้าคุณกูเกิลชื่อฉันละก็ มิวสิควิดีโอเพลงนั้นจะเด้งขึ้นมาเป็นอันดับแรกๆ เป็นเรื่องประหลาดดีที่ฉันได้เห็นมันกลับมาอีกครั้ง”

หลังจากนั้นเธอก็มีบทบาทสมทบในภาพยนตร์นานหลายปี ไม่ว่าจะเป็น United States of Tara (2009), Greenberg (2010), Scott Pilgrim vs. the World (2010), 21 Jump Street (2012), The Spectacular Now (2013), Don Jon (2013) และอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งบางบทเธอเองไม่ปลื้มที่จะแสดงนัก ทว่าผู้จัดการของเธอบอกไว้ว่า “ตอนนี้อาจเจ็บปวด แต่ในอนาคตระยะยาวจะเป็นเรื่องดีกว่า ถ้าเธอเล่นได้ทุกบทบาท ทุกรูปแบบ”

บ่อยครั้งเธอคิดอยากยอมแพ้ต่อการแสดง แต่บ่อยครั้งเธอก็ออกเดินทางไปออดิชันด้วยความหวังว่าจะได้เพียงบทเล็กๆ ซึ่งอาจแย่กว่าที่เคยแสดงด้วยซ้ำ “เรื่องเล็กๆ แบบนี้บางทีก็ทำให้คุณเจ็บปวด แต่หลังจากต้องพลาดมานับล้านครั้ง ความคิดบางอย่างก็ผุดขึ้นมาว่า ‘พระเจ้า พอกันที!’”

ในที่สุด บรี ลาร์สัน ก็ได้บทแจ้งเกิดในภาพยนตร์ Short Term 12 (2013) หนังคว้าสามรางวัลจากสปิริต อะวอรด์ส และได้รางวัลอีกครั้งจากสภาบัน South by Southwest แต่ผลลัพธ์ที่คุ้มค่าสุด คือการแสดงของเธอเตะตา เลนนี อับราฮัมสัน ผู้กำกับจาก Room “การแสดงของเธอไม่ได้เข้มข้นฉูดฉาดเหมือนที่เรามักชื่นชมยกย่องนักแสดงภาพยนตร์อื่นๆ แต่มันคือความละเอียดอ่อนและการแสดงที่ออกมาจากใจจริงๆ”

ความมุ่งมั่นก่อนการแสดงของบรี คือการหลีกเลี่ยงแสงแดดตลอดทั้งเดือนเพื่อให้ได้ผิวขาวซีดดูสุขภาพโทรม หนำซ้ำยังลดน้ำหนักตัวเองกว่า 15 ปอนด์เพื่อให้ร่างกายดูซูบผอมจนเหมือนคนที่โดนกักขังเป็นเวลานาน ถึงขนาดเคยไปงานดินเนอร์แล้วต้องกินเพียงชิ้นมะเขือเทศบนบรูเช็ตตาโดยไม่แตะต้องขนมปังข้างล่าง “ฉันพยายามลดน้ำหนักเพื่อรับบทนี้ และนี่แหละที่แสดงให้ฉันเห็นว่า ‘ใจที่แข็งแกร่ง’ แท้จริงแล้วเป็นอย่างไร มีใครบ้างที่จะบ้ากินแค่หน้าของบรูเช็ตตาแล้วทิ้งขนมปัง”

ก่อนประกาศผลรางวัลออสการ์ บรีเคยให้สัมภาษณ์ว่า ไม่แน่ใจว่าตัวเองพร้อมสำหรับรางวัลออสการ์หรือเปล่า แต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2016 ในโรงภาพยนตร์ดอลบี ฮอลลีวูด เธอก็ยืนอยู่บนเวทีพร้อมถ้วยรางวัลนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมในมือ “สิ่งที่ฉันรักเกี่ยวกับการทำหนัง คือมันต้องใช้คนมากมายเพื่อสร้างสิ่งวิเศษนี้ขึ้นมา เพราะทีมงานทุกคนทำมันมาด้วยกันจนรางวัลนี้เป็นไปได้”

หลังได้รางวัลออสการ์ บรีเริ่มค้นหาตัวเองว่าแท้จริงแล้วตัวเองเป็นใคร เธอคิดว่าตัวตนของเธอถูกแบ่งเป็นสองส่วนระหว่างก่อนแสดง Room และหลังแสดง Room “ฉันพบว่าตัวฉันหลังเสร็จสิ้นการถ่ายหนังกลายเป็นคนละคนกับก่อนหน้านี้ มันใช้เวลายาวนานและอะไรหลายๆ อย่างในการค้นหาตัวตน และสิ่งที่ประหลาดที่สุดก็คือ ฉันที่ยืนอยู่ ณ ตอนนี้เป็นฉันที่เป็น ‘ฉัน’ จริงๆ”

ก่อนหน้านี้เธอเคยให้สัมภาษณ์ว่าตัวเองช่างคล้ายกับตัวละครใน Room เพราะแท้จริงแล้วเธอเป็นคนเก็บตัว โลกส่วนตัวสูง และไม่ชอบการถูกสัมภาษณ์เสียเท่าไหร่ “ช่วยไม่ได้ที่ต้องยอมรับว่าชีวิตฉันช่างเหมือนหนังเรื่อง Room เหลือเกิน ฉันเองอยากอยู่ในพื้นที่เล็กๆ ของฉันที่ไม่มีใครรู้จัก ไม่มีใครมองเห็น และขณะเดียวกันก็อยากขยับเข้าหามือที่คนอื่นยื่นมาให้”

มือล่าสุดที่ยื่นเข้ามาคือ มือจากสตูดิโอระดับโลกอย่าง Marvel Studio กับบทบาท แครอล เดนเวอร์ส หรือ “กัปตันมาร์เวล” บทบาทที่ตอนแรกเธอเกือบปฏิเสธด้วยซ้ำ

“ฉันไม่เคยเห็นภาพตัวเองทำอะไรแบบนี้มาก่อนเลย ปกติแล้วฉันไม่ค่อยเปิดเผยตัวตนเท่าไร ฉันอยากจะหายไปในตัวละคร และรู้สึกถูกจับจ้องจากสาธารณะมากเกินไป มันจะเป็นการสร้างขีดจำกัดในการเติบโตของฉันในอนาคต”

ด้วยเหตุนี้ การมารับบทกัปตันมาร์เวลจึงเป็นการตัดสินใจที่เต็มไปด้วยความกดดัน เธอเล่าว่ามันเป็นการตัดสินใจครั้งใหญ่สำหรับครอบครัว คนรัก และเพื่อนๆ ที่อาจเป็นการเปลี่ยนแปลงสำหรับทุกคน ถึงขนาดเคยเอ่ยปากไม่แน่ใจว่าตัวเองตัดสินใจถูกหรือเปล่า?

“ฉันไม่อยากให้การตัดสินใจกลายเป็นภาระ หรือดึงตัวฉันออกจากการเป็นตัวเอง แต่มาร์เวลก็อดทนมาก และอนุญาตให้ฉันมีเวลาคิดนานเท่าที่ฉันต้องการ ฉันเลยคิดได้ว่าฉันได้ตัดสินใจถูกต้องแล้ว และฉันจะทำมันให้เต็มที่”

ท้ายที่สุดเธอให้คำแนะนำถึงใครก็ตามที่ปรารถนาเดินในเส้นทางอาชีพนักแสดงนี้สั้นๆ ว่า “แค่ทำมัน”

ฉันก็เคยหวังให้มีทางลัดหรือสูตรสำเร็จอะไรพวกนั้น แต่ในความเป็นจริงแล้วฉันคิดว่า วิธีที่ทำให้คุณมายืนอยู่ตรงนี้ได้ก็คือการทำมันซะ และฟังว่าแท้จริงแล้วข้างในตัวคุณต้องการอะไร มีหลายครั้งที่ฉันลังเลเมื่อมีใครบอกให้ทำอะไร แต่สุดท้ายฉันเลือกที่จะทำในสิ่งที่ฉันเป็น ฉันใช้เวลา 20 ปีเพื่อที่จะมายืนตรงนี้ บนเวทีนี้ และฉันก็ไม่อยากประสบความสำเร็จหากได้มาด้วยการกระทำที่ไม่ใช่ตัวฉันเอง

 

ที่มา


Writer

ผู้เขียนเนื้อหาศิลปวัฒนธรรม และอะไรก็ตามที่เป็นความบันเทิง

Related

เควิน ไฟกี จากเนิร์ดผู้เกือบไม่ได้เรียนหนัง สู่โปรดิวเซอร์หนังซูเปอร์ฮีโรผู้ทรงอิทธิพล

โทนี่ โทนี่ ช็อปเปอร์ อีกด้านของความเป็นอื่นใน One Piece

อัง ลี เกือบทิ้งความฝัน แต่ได้ดีเพราะเมียเลี้ยง

“หยำฉา” แห่ง Dragon Ball โดนกระทืบ โดนแย่งแฟน ตัวละครขี้แพ้ที่คนรัก

อิชิโนโมริ โชทาโร: “สู้เขาไอ้มดแดง!” และการตอบแทนพี่สาวที่จากไป

พิคโกโล่: จากเด็กกำพร้าสุดชั่ว สู่การเป็นตัวละครมนุษย์พ่อในดรากอนบอล

มาเฮอร์ เซน นักร้อง นักแต่งเพลงผู้ปลุกโลกดนตรีของชาวมุสลิม ชายผู้ไม่คิดว่าดนตรีเป็นสิ่งผิดต่อหลักศาสนา

สวง ทรัพย์สำรวย: ล้อต๊อก กับเสียงหัวเราะสั่นคลอนเผด็จการ