Post on 25/06/2019

Tiger Parenting วาทกรรมกับดักครอบครัวของตะวันตกสู่ละครเวที บัลลังก์เมฆ เดอะมิวสิคัล 2019 

“ครอบครัวสมบูรณ์เเบบ” อาจจะเป็นสิ่งที่หลายคนใฝ่ฝัน เเต่ถ้าจะให้พูดถึงความสมบูรณ์เเบบนั้น เเต่ละคนอาจจะมองภาพความสมบูรณ์เเบบเเตกต่างกัน ด้วยความที่สังคมได้หล่อหลอมให้เราเชื่อว่า ครอบครัวสมบูรณ์เเบบคือการมีเงินเเละทรัพย์สินมากมาย มีความเป็นอยู่ที่สุขสบาย เเละจะได้ไม่มีความผิดพลาดใด ๆ เกิดขึ้น เเต่สิ่งเหล่านั้นไม่ได้การันตีถึงความสุขในชีวิต เเละอาจทำให้หลายคนได้เผลอสร้างบัลลังก์เมฆ” ขึ้นมา มองดูภายนอกนั้นช่างสวยงาม เเต่ใครจะรู้ว่าสิ่งเหล่านั้นช่างไม่คงทน

บัลลังก์เมฆ เป็นเรื่องราวของ “ปานรุ้ง” ผู้หญิงที่ไม่เชื่อคำสอนของเเม่ตัวเอง ทำให้ไม่เหลืออะไรเลยสักอย่าง ไม่ว่าจะเป็น สามี บ้าน หรือว่าทรัพย์สินเงินทอง เเม้ว่าเธอจะสามารถสร้างทุกอย่างที่หายไปกลับคืนมาได้ และเมื่อมีลูกเป็นของตัวเอง ปานรุ้งจึงไม่อยากให้ลูกต้องพบเจอชีวิตที่โหดร้ายใด ๆ อย่างที่เธอเคยประสบมา

เเละใน บัลลังก์เมฆ เดอะมิวสิคัล 2019 ถ่ายทอดตัวละคร ”ปานรุ้ง” (แพท – สุธาสินี พุทธินันทน์) ผู้เป็นทั้งลูกเเละเเม่ที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมามากมาย คิดว่าตัวเองอาบน้ำร้อนมาก่อน จึงได้สร้างเส้นทางให้กับลูก เลือกทางเดินที่คิดว่าเหมาะสมเเละต้องไม่พลาดอย่างที่ตัวเองเคยพลาดมา จนบางครั้งไม่รู้ว่าทางที่ตัวเองเลือกนั้นได้เป็นการที่พ่อเเม่ทำร้ายฉัน หรือ Tiger Parenting

Tiger Parenting หรือ Tiger Mum คือแม่ที่กดดันดันลูกให้ไปถึงจุดสูงสุดในทางการศึกษาและการงานอาชีพ ผ่านวิธีการที่ควบคุมเด็กให้ทำในสิ่งที่ผู้ปกครองต้องการ วาทกรรมนี้ถูกใช้มากเวลาตะวันตกมองมาทางครอบครัวเอเชียที่เคร่งครัดต่อลูก ความสัมพันธ์ของปานรุ้งเเละลูก ๆ เป็นหนึ่งในตัวอย่างที่ดีของ Tiger Parenting โดยที่ไม่รู้ตัวว่ากำลังทำเเบบนั้นอยู่ เพราะทำไปโดยมีความเชื่อที่ว่า สิ่งนั้นเป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับลูก

 “ฉันไม่ได้ทำเพื่อตัวเอง ฉันเเค่อยากให้ลูกมีอนาคตมากกว่านี้”  

”ปานรุ้ง” รับบทโดย แพท – สุธาสินี พุทธินันทน์

 

“ปานเทพ” (ชิน -ชินวุฒ อินทรคูสิน) เป็นลูกของเธอที่เกิดกับ “ชูนาม” (ทัช ณ ตะกั่วทุ่ง) ที่ทำให้เธอฝังใจ ตั้งเเต่อดีต เพราะการตัดสินใจไปอยู่กับชูนามเเละถูกหลอกเอาเงินจนหมดตัว จนทำให้ชีวิตตกอับ เรียกได้ว่าเป็นจุดพลิกผันในชีวิตครั้งใหญ่ปมในใจนั้น กลับกลายเป็นความหวาดระเเวง ที่กลัวว่าวันหนึ่งชูนามจะกลับมาพรากทุกอย่างไปจากเธออีกครั้ง 

ปานรุ้งได้วางแผนเส้นทางชีวิตของปานเทพไว้อย่างชัดเจนว่า ปานเทพผู้เป็นลูกชายคนโตจะดูแลธุรกิจสายการบิน และส่งปานเทพให้ไปเรียนเมืองนอกทั้ง ๆ ที่ไม่ได้ถามความต้องการของเขา เนื่องจากไม่ต้องการให้ติดต่อกับพ่อชูนามใด ๆ ทั้งสิ้น เพราะกลัวว่าชูนามจะทำให้ปานเทพตกต่ำเหมือนอย่างที่เคยทำไว้ ความหวังดีของเเม่ในครั้งนี้ จึงกลับกลายเป็นการบงการแทน

“พวกผมจะโตได้ยังไง ถ้านายเเม่ยังเอาความคิดของนายเเม่มาตัดสินพวกผม” ปานเทพกล่าว

ถึงเเม้ว่าปานเทพได้กลับมาดูแลธุรกิจในตำแหน่งสูงของสายการบิน การดูแลที่ไม่ดีก็ทำให้แม่ปานรุ้งไม่พอใจ หนำซ้ำยังถูกเเม่ตัดสินว่าสิ่งไหนดีสำหรับเขา ความที่คาดหวังกับลูกไว้สูง และส่งลูกเรียนไปยังจุดสูงสุด เธอกลับผิดหวังมากเช่นกัน และพอปานเทพเริ่มไม่เชื่อฟัง การทำโทษของแม่ปานรุ้งคือลดตำแหน่งของปานเทพ หารู้ไม่ว่านั่นไม่ใช่การควบคุมให้ปานเทพกลับมาใกล้ชิดมากขึ้น แต่กลับกลายเป็นการผลักปานเทพออกไป ไปหาคนที่เค้าแค่ต้องการเจอตั้งแต่เด็ก นั้นคือคุณพ่อชูนาม

ความรักและความสัมพันธ์ของพ่อลูกที่ถูกพรากไปในตอนเด็กได้พบเจอกันครั้งใหม่ เเละมันเเตกต่างจากตอนที่เขาอยู่กับนายเเม่ เพราะเขาไม่ถูกกดดัน ไม่โดนบีบบังคับ อยากจะทำอะไรก็ทำ และฉากมิวสิคัลที่ชูนามและปานเทพได้มีความสัมพันธ์ระหว่างพ่อลูกแบบที่เขาไม่เคยมีเเละโหยหา ผู้กำกับ บอย ถกลเกียรติ วีรวรรณ เลือกวิธีนำเสนอในเพลงและท่าเต้นที่สุดจะเร้าใจ บวกกับความสุดแสนจะดุดันตามแบบฉบับของนักเลงชูนาม ทำให้ความหมายของความสัมพันธ์สองพ่อลูกนี้ถูกสื่อสารออกมาได้สนุกสนาน เเละสดใหม่ 

ทีมนักแสดง

 

การเลี้ยงดูแบบ Tiger Mum ไม่ได้ปูให้ลูกประสบความสำเร็จด้วยตัวเอง กลับต้องมีเเม่คอยช่วยเหลือเสมอ เห็นได้จากการที่ปานเทพ เมื่อไปตั้งบริษัทใหม่กับพ่อชูนามที่ไม่เอาไหน ความหวังที่จะเอาชนะเเม่ของตนเอง เเต่สุดท้ายทั้งสองล้มละลายกับธุรกิจที่สร้างขึ้นมา การที่ปานเทพไม่ประสบความสำเร็จ เพราะไม่เคยได้ลองทำอะไรเองจริง ๆ จัง ๆ พอได้ลองทำเมื่อไม่รู้วิธีจึงพลาดพลั้งไป ซึ่งการเลี้ยงดูแบบนี้ เป็นการป้องกันการประสบความสำเร็จในโลกภายนอกของปานเทพอย่างสิ้นเชิง 

เเละเมื่อไม่สามารถทำอะไรได้ด้วยตัวเอง วันหนึ่งจึงต้องกลับมาพึ่งพานายเเม่อยู่ดี ทำให้ปานเทพตกสภาวะกลืนไม่เขา คายไม่ออก กลับไปก็ทนรับความกดดันไม่ไหว ฝืนอยู่ตรงนี้ต่อก็ไม่สามารถอยู่ได้ด้วยตัวเอง ทั้งหมดนี้นำไปสู่หนึ่งในช่วงเวลาที่น่าตกใจและช็อกที่สุดในมิวสิคัล

คำว่า “นายเเม่” ที่ใคร ๆ ต่างเรียกปานรุ้ง ยังให้ความรู้สึกถึงการเป็นเจ้านาย ลักษณะความสัมพันธ์ของปานรุ้งเเละลูก ๆ มีรูปเเบบจากบนลงล่าง คือลูกมีหน้าที่ฟังเเละปฏิบัติตาม ไม่สามารถโต้เเย้งหรือขัดขืน เเละหลาย ๆ ครั้งก็หลงลืมไปว่าความรู้สึกหรือลูกมีความคิดอย่างไร อย่างที่ลูกสาวคนเดียวของเธอได้พูดไว้ว่า “ใครจะไปกล้าขัดนายแม่ล่ะ” เเสดงให้เห็นว่าการเลี้ยงดูเเบบผิดวิธีนี้ไม่ได้เกิดขึ้นกับปานเทพเพียงคนเดียว ยังเกิดขึ้นกับลูกคนอื่น ๆ อีกด้วย ทั้ง “ปรก” (ตั้ม – วราวุธ โพธิ์ยิ้ม)  “ปานวาด” (พินต้า – ณัฐนิช รัตนเสรีเกียรติ)  เเละ “ปกรณ์” (ตะวัน – พันวา พรหมเทพ) ซึ่งทุกคนต่างมีบทสรุปที่เเตกต่างไปเเละได้รับผลกระทบจากการเลี้ยงดูเเบบพ่อเเม่ทำร้ายฉันอย่างชัดเจน 

กล่าวได้ว่า บัลลังก์เมฆ เดอะมิวสิคัล 2019 เข้ากับสังคมไทยในทุกยุคทุกสมัย เเละเข้ากับคำกล่าวที่ว่า “ดูละครเเละย้อนมองตัวเราเอง” เราทุกคนต่างเป็นลูก เเละหลาย ๆ คนต้องกลายมาเป็นภรรยาเเละเเม่หรือสามีเเละพ่อสักวันหนึ่ง เเละการนำความรักมาใช้นั้นคงเป็นเรื่องยากที่จะให้มันพอดี เมื่อรักมากเกินมักกลับกลายเป็นการทำลาย หรือรักไม่พอมักเกิดความโหยหา เพราะฉะนั้น สิ่งที่สำคัญคือการเรียนรู้เเละรักให้เป็นอย่างเข้าใจ เเต่ละคนสามารถสร้างครอบครัวที่สมบูรณ์เเบบได้ โดยไม่ต้องมีเงินมากมายหรือบ้านหลังใหญ่ เเละการมีความผิดพลาดก็ไม่ใช่สิ่งที่ผิดพลาด เพราะความผิดพลาดคือบทเรียนของชีวิต 

ทีมนักแสดง

 

โดย ณัฐกิตติ์ สุรทิณฑ์ (The People Junior) เเละ อนัญญา นิลสำริด (The People Junior)


The People Junior

เด็กฝึกงานผู้มีใจรักในการสร้างสรรค์คอนเทนต์

Related

แฮงค์ โจนส์ นักเปียโนบ็อพผู้รักษาสำเนียงสวิง

แสง สี เสียง สัญญะแห่งอิสรภาพแด่ความเป็นมนุษย์ ใน “กระเบนราหู”

รีวิวคอนเสิร์ต Snow Patrol โชว์อะคูสติกที่ไม่น่าเบื่อเลยสักนิด เครื่องดนตรีน้อยชิ้นแต่เอาอยู่ และชวนให้นึกถึง MTV Unplugged

ศาสตราจารย์วิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ “โอกาสของชีวิต กับการให้”

รีวิวคอนเสิร์ต Westlife โชว์เกือบสองชั่วโมงที่เหมือนนั่งไทม์แมชชีนย้อนเวลากลับไป 20 ปี

รีวิวคอนเสิร์ต เจเรมี่ ซัคเกอร์ โชว์ครั้งแรกในไทยสั้น ๆ แต่กินใจ หนึ่งชั่วโมงไม่พออยากขอเพิ่มอีก 

ฟรันซ์ เจเกอร์สแตทเทอร์ ชีวิตไร้ตัวตนของบุรุษผู้ไม่ยอมค้อมหัวให้นาซี

อดิสรณ์ พึ่งยา “นักข่าวสายกีฬา ฟุตบอล การรอคอย และความสำเร็จ”