Post on 21/06/2019

บัซ ไลท์เยียร์ ฮีโรที่โชคชะตากลั่นแกล้ง

“สู่ความเวิ้งว้างอันไกลโพ้น” คำติดหูสมัยเด็กจาก บัซ ไลท์เยียร์ (Buzz Lightyear) สเปซเรนเจอร์ของเล่นพูดได้ที่เชื่อสุดใจว่าตนเป็นวีรบุรุษผู้กอบกู้จักรวาล และเพราะความเชื่อของมนุษย์​ชุดอวกาศกับรอยยิ้มแยกเขี้ยวโชว์ฟันขาววิงค์นี่แหละ ที่พาให้เกิดเป็นเรื่องราวแอนิเมชัน Toy Story (1995) ให้ตราตรึงใจกันจนถึงทุกวันนี้

ปี 2019 สตูดิโอแอนิเมชันสัญชาติอเมริกันอย่าง Pixar กลับมาทำให้ความฝันของเด็กทั่วโลกเป็นจริงขึ้นมาอีกครั้ง โดยใช้เสียงของเหล่านักแสดงชั้นนำอย่าง ทอม แฮงก์ (Tom Hanks), ทิม อัลเลน (Tim Allen) หรือแม้กระทั่ง คีอานู รีฟส์ (Keanu Reeves) เนรมิตกองตุ๊กตาแน่นิ่งบนพื้นห้องให้กลายมามีชีวิต ความคิด และความรู้สึก โดยปี 1995 เป็นครั้งแรกที่กองทัพของเล่นเดินได้ โผล่หน้ามาทักทายในจอภาพยนตร์ และประสบความสำเร็จในฐานะภาพยนตร์แอนิเมชันจากคอมพิวเตอร์กราฟิกล้วนเป็นเรื่องแรก กลายเป็นภาคต่อตามมาในปี 1999, 2010 และ 2019

กระแสภาพยนตร์ที่แรงดีไม่มีตกทำให้ดิสนีย์ตัดสินใจนำตัวละครทั้งหลายมาผลิตเป็นของเล่นให้เราได้สัมผัสกันจริง ๆ และ บัซ ไลท์เยียร์ ก็เป็นหนึ่งในไอเทมยอดนิยมที่คนหาซื้อกันจนขาดตลาด เพราะลูกเล่นรอบด้าน ตั้งแต่ระบบเครื่องเสียงคุณภาพ ที่เมื่อกดปุ่มจะกลายเป็นคำพูดเท่ ๆ ว่า “บัซ ไลท์เยียร์ มากู้ภัยแล้ว” เลเซอร์สีแดงจากแขนหุ่นยนต์ และที่น่าตื่นตาตื่นใจที่สุดคือปีกที่ซ่อนไว้ในชุดอวกาศที่ทำให้คำว่า “หุ่นยนต์เหาะได้” ดูใกล้ความจริงขึ้นมา

สำหรับภาพยนตร์ทั่วไปแล้ว บัซ ไลท์เยียร์ ที่มีอุปกรณ์ซีนพระเอกเต็ม ๆ ขนาดนี้ คงได้ใช้ชุดสูทอวกาศบินว่อนฟ้าเพื่อฟาดฟันกับวายร้ายสุดโหด แต่ใน Toy Storyบัซกลับต้องประสบเหตุการณ์​น่าเศร้าที่เข้ามาอย่างไม่หยุดหย่อน เริ่มด้วยโชคชะตาที่ลิขิตให้บัซไม่เข้าใจชาติกำเนิดตัวเองในฐานะของเล่นของเด็กชาย “แอนดี้”(Andy)แต่ดันถูกโปรแกรมอุดมการณ์สเปซเรนเจอร์ ให้คิดว่าตัวเองมีหน้าที่ค้นฟ้าคว้าดาวกำจัดเหล่าร้ายแบบไม่เจียมอะไหล่พลาสติกในตัว ขนาดตุ๊กตาคาวบอยวู้ดดี้ (Woody) ที่เห็นสิ่งนี้อย่างทะลุปรุโปร่ง​จะพูดโพล่งใส่หน้าบัซ ย้ำถึงฐานะอันแท้จริงตั้งแต่แรกว่าเขาเป็นแค่ “ของเล่น”​ ไม่ได้พิเศษกว่าคนอื่น ก็ไม่อาจต้านทานความคิดที่ว่า

“ฉันคือ บัซ ไลท์เยียร์ หน่วยปกป้องจักรวาล … ฉันประจำการอยู่ที่ฐานแกมมา ของเซกเตอร์โฟร์ เป็นสมาชิกหน่วยพิเศษผู้พิทักษ์จักรวาล กองพลเสือพรานอวกาศ มีหน้าที่ปกป้องจักรวาลจากการรุกรานของจักรพรรดิเซิร์กผู้ชั่วร้าย ศัตรูแห่งพันธมิตรกาแล็กติก”

แน่นอนว่าโปรแกรมความคิดที่ตั้งมาให้ทำร้ายบัซขนาดนี้ นอกจากจะทำให้เขาต้องดูเป็นตาทึ่มที่คุยกับฐานบังคับบัญชาการในจินตนาการอยู่คนเดียว หรือคร่ำครวญกับยานอวกาศที่เป็นเพียงกล่องกระดาษ ยังทำให้เขาต้องผิดหวังที่สุดเมื่อเดิมพันสุดท้ายกับปีกที่ควรจะพาเขาไป“สู่ความเวิ้งว้างอันไกลโพ้น”พาเขาทิ้งดิ่งตามแรงโน้มถ่วงของโลกปะทะพื้นเข้าอย่างจังจนแขนหลุดกระเด็นไปไกล

บัซ ไลท์เยียร์

 

“วู้ดดี้ เป็นครั้งแรกที่ฉันมีสติดี นายพูดถูกมาตลอด ฉันไม่ใช่เสือพรานอวกาศ ฉันเป็นแค่ของเล่น ตุ๊กตุ่นกระจอก ๆ เท่านั้นเอง”

แม้ว่าบัซจะนั่งนิ่งเงียบหมดอาลัยตายอยากอยู่กับความคิดดูถูกตัวเองอยู่สักพัก แต่ไม่นานหลังจากที่เขาเข้าใจคำพูดของวู้ดดี้เขาก็โชว์สปิริตยอมรับความจริง ละทิ้งอุดมการณ์สเปซเรนเจอร์ และหันมาทุ่มเทความรักในฐานะของเล่นของแอนดี้

บัซดีใจทุกครั้งที่แอนดี้มาเล่นด้วย และแสดงอาการร้อนรนเมื่อแอนดี้ได้ของเล่นใหม่ เขาไม่ต่างจากคนอื่นที่ต้องการเป็นที่หนึ่งในใจคนที่เขารัก แต่เมื่อบัซเดินทางมาถึงจุดที่รักแอนดี้ไม่ยอมเปลี่่ยนแปลงนี่แหละ ที่โชคชะตาตัดสินใจเล่นตลกกับเขาอีกครั้งด้วยการให้เขาเป็นแค่ตัวสำรอง

จริงอยู่ว่าบัซก็เป็นตัวเลือกต้น ๆ ของแอนดี้หากเทียบกับของเล่นอื่นอย่างมิสเตอร์มันฝรั่งขาสั้น หรือไทแรนโนซอรัสจอมปอดแหก แต่ถ้าพูดถึงของเล่นในดวงใจแอนดี้จริง ๆ วู้ดดี้เขี่ยบัซชิดซ้ายทุกครั้ง และครั้งที่น่าเห็นใจที่สุดคงเป็นตอนที่แอนดี้ย้ายออกจากบ้านไปเรียนมหาวิทยาลัยแล้วหยิบวู้ดดี้กับบัซขึ้นมามอง แต่สุดท้ายก็เลือกวู้ดดี้แล้ววางบัซกลับลงไปในถุงขยะสีดำเตรียมเก็บกลับเข้าห้องใต้หลังคาแบบที่ไม่รู้ว่าจะได้เห็นแสงอาทิตย์อีกเมื่อไหร่

แอนดี้

 

บัซต้องผ่านเหตุการณ์ทำร้ายจิตใจมามากพอดู แต่ฮีโรจิ๋วยังคงความเป็นผู้นำและความกล้าหาญอย่างวีรบุรุษ​ ทั้งในภาค 2 ที่บัซเป็นแกนนำบุกไปถึงบ้านมนุษย์แว่นใจร้ายเพื่อช่วยวู้ดดี้ที่โดนขโมยไป หรือภาค3ที่เขาไปเผชิญหน้ากับหมีล็อตโซ่เพื่อเจรจาขอความยุติธรรมให้ของเล่นในบ้านเด็กกำพร้า เรียกได้ว่าบัซเป็นคนที่คอยช่วยเหลือและเป็นที่พึ่งยามยากในหมู่เพื่อนของเล่นอยู่เสมอ

ท้ายที่สุดแล้ว ถึงตลอดทั้งเรื่องโชคชะตาไม่ค่อยจะเป็นใจกับบัซ ไลท์เยียร์สักเท่าไหร่นัก แต่เขาก็หาทางกลับมายืนหยัดได้ใหม่ทุกครั้ง และได้แสดงให้ทุกคนเห็นว่า ฮีโรไม่จำเป็นต้องเป็นพระเอก มีพลังเหนือมนุษย์ หรือทำอะไรยิ่งใหญ่เกินอำนาจฟ้าลิขิต แต่คือคนที่เมื่อล้มก็พร้อมจะลุกขึ้นสู้ทั้งเพื่อตัวเองและคนที่รัก

 

ที่มา

youtube

 

เรื่อง: จิดาภา กนกศิริมา (The People Junior)


The People Junior

เด็กฝึกงานผู้มีใจรักในการสร้างสรรค์คอนเทนต์

Related

ยูวัล แฮรารี:จินตนาการ วิปัสสนา สามี เบื้องหลังความสำเร็จ Sapiens สู่ 21 Lessons

65 ปี ก็อดซิลล่า: เวทมนตร์แห่งชุดยางญี่ปุ่น สู่คอมพิวเตอร์กราฟิกฮอลลีวูด    

เจมส์ ดีน ขบถอมตะ

แมดส์ มิคเคลเซน ถึงร้ายก็รัก เจ้าของตำแหน่งวายร้ายที่เซ็กซี่ที่สุดในโลก

โธมัส กัลลาเกอร์ “พ่อ” ที่โนล และ เลียม กัลลาเกอร์ สองพี่น้องวง Oasis “อยากฆ่า”

บิลลี ฮอลิเดย์ สร้างสรรค์เสียงเพลงบนทางแพร่งของโศกนาฏกรรม: เสียงเพลงและกัญชา

มาเฮอร์ เซน นักร้อง นักแต่งเพลงผู้ปลุกโลกดนตรีของชาวมุสลิม ชายผู้ไม่คิดว่าดนตรีเป็นสิ่งผิดต่อหลักศาสนา

แคทธารีน กัน ผู้แฉความลับชนวนสงครามอิรักว่าเป็นคำโกหกของรัฐบาล