Post on 20/10/2019

ซึบาสะ: จากการ์ตูนสู่เกมของค่าย TECMO ความฮิตที่ยาวนาน เล่นกันยันลูกบวช

การ์ตูนเรื่องกัปตันซึบาสะนั้นจริง ๆ เขียนโดย ทะกะฮะชิ โยอิชิ (高橋陽一) ตั้งแต่ปี ค. ศ. 1981-1988 ก่อนที่ทะกะฮะชิจะตัดสินใจกลับมาเขียนภาคต่อคือภาค World Youth ในปี ค. ศ. 1994 แต่ที่จะพูดถึงในวาระนี้ ไม่ใช่เรื่องเนื้อหาของการ์ตูนเรื่องนี้ แต่เป็น VDO Game ที่ทำจากการ์ตูนกัปตันซึบาสะโดยค่ายเกม TECMO ต่างหาก

ความน่าสนใจของเกมนี้ที่ผลิตโดยค่าย TECMO คือมีทั้งหมด 5 ภาค ภาคแรกผลิตในปี 1988 จึงยังค่อนข้างทำตามเนื้อเรื่องในการ์ตูน แต่ภาค 2-5 นั้น ค่าย TECMO “แต่งเนื้อเรื่องขึ้นมาใหม่” เพราะภาค 2-5 ผลิตในช่วงปี ค. ศ. 1990-1994 ก่อนที่ทะกะฮะชิจะกลับมาเขียนภาค World Youth ทำให้ผลงานของ TECMO กลายเป็น Alternative Story ไปโดยปริยาย เป็นการใช้จินตนาการของผู้ผลิตเกมซ้อนเข้าไปกับจินตนาการของผู้เขียนการ์ตูนเรื่องนี้อีกทบหนึ่งนั่นเอง

แม้เวอร์ชันการ์ตูนจะเกิดก่อน แต่กลับกลายเป็นว่าเกมของ TECMO ฮิตติดตลาดมากรวมทั้งในไทยด้วย จนกระทั่งทุกวันนี้แฟน ๆ ซึบาสะจำนวนมากก็ยังพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า テクモ版こそ正史 (เวอร์ชันของ TECMO ต่างหากคือประวัติศาสตร์ซึบาสะที่แท้จริง) จนแม้แต่ทะกะฮะชิเองตอนที่กลับมาเขียนต่อหลังจากปี ค. ศ. 1994 ยังต้องนำท่าไม้ตายหรือเนื้อเรื่องบางส่วนจากเกม TECMO มาเขียนในเนื้อเรื่องของตัวเองด้วยซ้ำ เพราะเวอร์ชันเกมดังครองใจแฟน ๆ มากจริง ๆ ทุกวันนี้ยังหา YouTube ที่เป็นเกม Tsubasa ของค่าย TECMO ดูได้มากมาย และยังมีแฟน ๆ ใช้อีมูเลเตอร์เล่นเกมนี้กันมาจนถึงปัจจุบัน

โจทย์ที่ยากมากของการผลิตเกมแบบ TECMO คือต้องตอบโจทย์ทั้งความเป็นเกมฟุตบอล, ความเป็นการ์ตูนแอ็กชันที่มีท่าไม้ตายแบบซึบาสะ, ผู้เล่นเกมต้องสนุกและรู้สึกว่าตัวเองเป็นตัวละครในเรื่องซึบาสะจริง ๆ และ TECMO ทำสำเร็จอย่างงดงาม เกมจึงออกมามีลักษณะของเกม Action RPG ที่การใส่คำสั่งทั้งหมดจะเป็นคำสั่งเกี่ยวกับฟุตบอล และผู้เล่นสนุกไปกับมันได้ เช่น แบ่งเป็นกรณีที่เราได้ครองบอล คำสั่งก็จะเป็น เลี้ยงบอล, ส่งลูก, ยิงประตู ฯลฯ ส่วนถ้าเป็นกรณีที่ฝ่ายตรงข้ามได้ครองบอล คำสั่งของฝ่ายเราก็จะเป็น ตัดลูก, บล็อก, แทคเกิ้ล ฯลฯ แล้วตัวละครไหนมีท่าไม้ตาย จึงจะเป็นคำสั่งพิเศษ เช่น ตัวละครปกติสั่งให้ยิงประตูก็จะยิงเลยแบบเตะธรรมดา แต่พอเป็นซึบาสะเวลาสั่งยิงประตูจะเลือกคำสั่งพิเศษเพิ่มได้ว่าจะยิงแบบเตะธรรมดา หรือยิงด้วย Drive Shoot เป็นต้น มีฉากปล่อยท่าไม้ตายให้แฟน ๆ ได้ฟินกันไป 

(ท่าไม้ตายเด็ด ๆ ชมได้ที่คลิปนี้ https://www.youtube.com/watch?v=5-eSwZJbWGM&t=568s&fbclid=IwAR2mqAd4DY86qT6I6atLcrfBOml7kyYF2uq2mnHaaotsAM0-UqwbMF6_oHg)

ข้อดีอีกข้อคือเกมนี้ผลิตเมื่อนานมาแล้ว ทำให้คอมพิวเตอร์ยังแสดงผลเป็นอักษรคันจิไม่ได้ เกมซึบาสะค่าย TECMO ใน 4 ภาคแรกจึงมีแต่อักษรฮิระงะนะ และ อักษรคะตะกะนะ เท่านั้น ผู้เรียนภาษาญี่ปุ่นมือใหม่ก็สามารถสนุกกับมันได้ ในขณะที่พอเป็นภาค 5 จึงเริ่มแสดงผลเป็นคันจิ ทำให้มีผู้เล่นชาวต่างชาติถอดใจกันไปหลายคน

จาก captaintsubasa.fandom.com

เกมภาคแรก (1988) ใน Family Computer – ดำเนินเนื้อเรื่องค่อนข้างตามในการ์ตูน ความว้าวจึงไปอยู่ที่การออกแบบระบบการเล่นที่ตอบโจทย์ผู้เล่นและแฟนการ์ตูน ทีมที่เป็น Last Boss ของภาคนี้คือ เยอรมนีตะวันตก (ตอนนั้นเยอรมนียังไม่รวมประเทศ)

ภาค 2 ชื่อภาค Super Striker (1990) ใน Family Computer – มีความว้าวหลายจุดมาก คือแต่งเนื้อเรื่องเพิ่มเข้าไปเลยว่า ซึบาสะได้ไปใช้ชีวิตที่บราซิลในฐานะนักฟุตบอลอาชีพแล้ว ได้ลงแข่งกับ คาร์ลอส ซานตาน่า ด้วย (ในปี 1988 ในหนังสือการ์ตูนต้นฉบับ ตัวละครจากบราซิลยังเป็นตัวละครลับอยู่) แฟน ๆ จึงฮือฮามากที่ได้เจอซานตาน่าตัวเป็น ๆ ในภาคนี้ ภาคนี้เพลงประกอบเพราะมาก แต่งเพลงกันแบบจัดเต็ม และฉากแอ็กชันก็เยอะ ท่าไม้ตายมาเพียบ ซึบาสะเองก็มีท่าไม้ตายเพิ่มคือ Drive-Overhead Kick และ Cyclone โดยเฉพาะฉากฝึกเตะ Cyclone ที่ให้อารมณ์หนังจีนกำลังภายในมาก เพราะฝึกกลางสายฝน ฟ้าผ่า ดนตรีประกอบก็เร้าอารมณ์มาก พร้อมบรรยายวิธีเตะทีละขั้นตอนอย่างเป็นวิทยาศาสตร์ จนสำเร็จวิชา Cyclone 

ภาคนี้ Last Boss คือทีมชาติบราซิลทั้งทีม (เก่งมาก โหดมาก) คาร์ลอส ซานตาน่า กลับมาทวงแค้นจากซึบาสะในเกมสุดท้ายนี้ และยังมีตัวละครลับที่โผล่มาเฉพาะครึ่งหลังคือ อาร์เธอร์ อันตูเนส โคอิมบรา (เอาชื่อเต็มของซิโก้มาสมมุติเป็นตัวละครลับภาคนี้เฉยเลย) โคอิมบราในภาค 2 นี้สามารถเลี้ยงลูกได้เร็วกว่าทุกตัวในเรื่องถึง 2 เท่า และ มีลูกเตะ Mach Shoot ซึ่งเป็นลูกเตะความเร็วเสียง บอลจะวิ่งเร็วมากและหมุนเหวี่ยงจนสายตามนุษย์มองเห็นลูกหายไปกลางอากาศ และจะมองเห็นลูกอีกทีคือพุ่งใส่ประตูไปแล้ว โคอิมบราจึงเป็นตัวละครที่เก่งที่สุดในภาคนี้ เก่งยิ่งกว่าซานตาน่าหรือซึบาสะ คำว่า Super Striker ในภาคนี้จึงหมายถึงโคอิมบรา ไม่ได้หมายถึงซึบาสะ คาแรกเตอร์นี้ตอนที่ทะกะฮะชิกลับมาเขียนอีกครั้ง ก็แต่งเรื่องแนวนี้ แต่ตัวละครชื่อ นาทูเรซ่า (แฟนเกมหลายคนไม่พอใจ อยากให้วาดตัวละครโคอิมบรา มากกว่านาทูเรซ่า)

ภาค 3 ชื่อภาค Challenge of the Emperor (1992) ย้ายมาอยู่บนเครื่อง Super Family Computer – หน่วยความจุมากขึ้นกว่า Famicom ทำให้จัดเต็มด้านภาพ เสียง เพลงประกอบเพราะมากกกก เช่นกัน ภาคนี้ท่าไม้ตายเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล ทั้งทีมญี่ปุ่นและฝ่ายตรงข้าม ซึบาสะกับมิซากิสามารถทำ Overhead Twin ได้ หรืออย่างฮิวงะก็มีท่าใหม่คือ Lightning Tiger Shot (ทะกะฮะชิก็เอาท่านี้มาเขียนจริงในการ์ตูนภาคต่อเช่นกัน) ซึบาสะยังมีท่าใหม่คือ Neo-Cyclone ด้วย โดย Last Boss ภาคนี้เป็นเยอรมนีอีกครั้ง (เยอรมนีในภาคนี้รวมประเทศตะวันออก-ตะวันตกแล้ว)

ภาค 4 ชื่อภาค Professional Rivals (1993) ใน Super Family Computer – เป็นภาคที่พยายามใส่เนื้อเรื่องเข้าไปมาก มีการแบ่งเนื้อเรื่องย่อยได้ตามเหตุการณ์ที่เราตัดสินใจ ทำให้ภาพ เสียง ดนตรี ดร็อปลงไปมาก อีกทั้งมี bug เยอะมาก จึงกลายเป็นภาคแห่งความอัปยศของเกมซีรีส์นี้ไปเลย ได้รับความนิยมน้อยลงกว่า 3 ภาคแรกมาก

ภาค 5 ชื่อภาค Campione Champion Title (1994) ใน Super Family Computer – ภาคนี้พยายามสร้างความว้าวโดยการใช้ระบบแสดงผลเป็นอักษรคันจิ! ทำให้เสียฐานแฟนคลับชาวต่างชาติไปเป็นจำนวนมาก เพราะถอดใจ เล่นไม่ไหว ตัวหนังสือบรรรยายเป็นคันจิเกือบทั้งจอ ชื่อตัวละครญี่ปุ่นก็เป็นคันจิหมด อ่านยากมาก นอกจากนี้ ภาคนี้มีปรับระบบการเล่นให้ใกล้เคียงเกมฟุตบอลปกติมากขึ้น เน้นเรียลไทม์ เกมเพลย์จะเร็วเหมือนเกมฟุตบอลปกติ แฟนเกมฟุตบอลจะชอบ แต่แฟนซึบาสะจะไม่ชอบเพราะเห็นท่าไม้ตายน้อยลง ฉากแอ็กชันน้อยลงมาก เน้นเกมเพลย์ไม่เน้นแอ็กชันเหมือน 4 ภาคก่อน ภาคนี้ออกมาใน 1994 ประกอบกับ ทะกะฮะชิกลับมาเขียนภาคต่อในปี 1994 เช่นกัน ทำให้ค่าย TECMO ต้องลดบาทลงเพื่อไม่ให้ไปทับเนื้อเรื่องของเจ้าของเรื่องที่แท้จริง ประกอบกับความนิยมที่ลดลงตั้งแต่ภาค 4 ทำให้เกมซึบาสะของค่าย TECMO ก็สิ้นสุดในภาคนี้

แม้ว่าเกมทั้ง 5 ภาคจะสิ้นสุดลงไปตั้งแต่ปี 1994 แต่เรื่องราวของเกมค่าย TECMO ยังคงสืบทอดมาจนปัจจุบัน ยังมีแฟนคลับซื้อ Famicom หรือ  Superfamicom หรือ อีมูเลเตอร์ มาเพื่อเล่นเกมนี้ ทั่วโลกยังคงทำคลิปรีวิว หรือ คลิปตัดต่อเกมนี้ และยังเป็นที่นิยม มีเว็บ มีเพจ กล่าวถึงเกมนี้อยู่ตลอด จนกระทั่งปัจจุบัน เป็นความสนุกและจินตนาการที่ยาวนานข้ามกาลเวลาที่แท้จริง 


วีรยุทธ พจน์เสถียรกุล

ผู้หลงใหลในวัฒนธรรมมวลชนญี่ปุ่น ศึกษาภาษาและสังคมญี่ปุ่นมายาวนานมากกว่า 20 ปี ทั้งจากมุมมองของชาวญี่ปุ่นเอง, มุมมองของชาวไทย, และมุมมองของชาวตะวันตก

Related

สไปเดอร์แมน “พลังที่ยิ่งใหญ่ มาพร้อมกับความรับผิดชอบอันใหญ่ยิ่ง”

“แค้น 23 ปี ดีกันเพราะเงินใกล้หมด ?” สังเวียนมวยคู่หูร็อคแอนด์โรล แอ็กเซิล โรส และ สแลช แห่งวงร็อคจอมเกรี้ยวกราด Guns N’ Roses

ตอนสุดท้ายโนบิตะไม่ได้ป่วยหนัก ไขปริศนาตอนจบโดราเอมอน ที่จริงจบ 3 แบบ(?)

มาเรีย ซาลุด รามิเรซ กาบาเยโร หญิงอายุ 105 ปี ต้นแบบ มาม่าโคโค่ ที่ไม่ได้เงินลิขสิทธิ์แม้แต่เซนต์เดียว

วิทนีย์ ฮุสตัน จากวันแรกถึงวันลา ของ Diva ผู้ยิ่งใหญ่ตลอดกาล

ริก อัลเลน มือกลองแขนเดียวแห่งวง Def Leppard ชายผู้ไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตา

โรนัลด์ เพเรลแมน เจ้าของ Marvel ยุคฟองสบู่ก่อนล้มละลายปลาย 90

เชฟแอนดี้ ยังเอกสกุล: ล้มก่อน เจ็บก่อน ประสบความสำเร็จก่อนของเชฟผู้คว้ามิชลินสตาร์