Post on 25/11/2019

เคซีย์ แอฟเฟล็ก เปลี่ยนนิทานก่อนนอนสู่ภาพยนตร์ Light of My Life

นิทานก่อนนอนอาจเป็นเพียงเรื่องเล่าจากจินตนาการที่พ่อแม่เล่าให้ฟัง ซึ่งบางครั้งก็เป็นเรื่องราวสนุกสนานธรรมดา แต่บางครั้งก็เป็นเรื่องราวที่เต็มไปด้วยความหมาย น่าเสียดายที่พอเราเติบโต หลายคนกลับหลงลืมนิทานก่อนนอนเหล่านั้นไปตามกาลเวลา

แต่สำหรับนักแสดง เคซีย์ แอฟเฟล็ก (Casey Affleck) ในฐานะคุณพ่อลูกสอง เขามักเล่านิทานให้ลูกชายทั้งสองฟังเป็นประจำ ทั้งยังจดจำนิยายเหล่านั้นไว้ได้ทั้งหมด เขาจึงนำเรื่องราวมากลั่นกรองเป็นภาพยนตร์ Light of My Life (2019) เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวการเติบโตของเด็กคนหนึ่ง

เคซีย์ แอฟเฟล็ก น้องชายแท้ ๆ ของ เบน แอฟเฟล็ก (Ben Affleck) เป็นนักแสดงเจ้าของรางวัลออสการ์สาขานักแสดงนำชายยอดเยี่ยมจาก Manchester by the Sea (2016) ที่มีความสามารถหลากหลาย เขาเป็นทั้งผู้กำกับ นักเขียนบท อำนวยการสร้าง และบริหารบริษัทโปรดักชันของตัวเอง ถึงแม้เคซีย์จะมีข่าวฉาวเกี่ยวกับคดีล่วงละเมิดทางเพศ แต่เขาก็ยังมีผลงานในวงการอย่างต่อเนื่อง

เขาบรรจงเขียนโครงร่างบทภาพยนตร์ Light of My Life มาตั้งแต่ปี 2014 ปล่อยให้ความหมายของภาพยนตร์ค่อย ๆ พัฒนามานานหลายปี และในที่สุดปี 2019 ก็ถึงเวลาออกฉายเสียที

“ผมเริ่มแต่งนิยายเพื่อเล่าให้ลูก ๆ ของผมฟังตั้งแต่ลูกชายคนโตของผมอายุ 5 ขวบ ผมใช้เวลาเขียนทั้งหมด 10 ปี แล้วผมก็ตัดสินใจกำกับด้วยตัวเอง หลังจากนั้นผมก็ตัดสินใจที่จะแสดงเองด้วย”

ในฐานะผู้สร้างภาพยนตร์ เขาเคยให้สัมภาษณ์ว่าหลงใหลเรื่องราวที่สื่อถึงสังคมของมนุษย์ เรื่องราวของพ่อแม่ที่อุทิศทุกสิ่งทุกอย่างให้กับลูกของพวกเขา มันเป็นความรักอันบริสุทธิ์ที่ไม่มีวันเสื่อมสลายไปตามกาลเวลา

หลังจากหย่าร้างกับภรรยาอย่างเป็นทางการ พร้อม ๆ กับลูกชายที่เติบโตขึ้น ความเป็นพ่อของเขาก็ค่อย ๆ สั่งสมในตัว ครั้นถึงเวลาเขียนบท ทุกอย่างจึงล้นทะลักออกมาผ่านหน้ากระดาษ ส่งผลให้ Light of My Life เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับความรักและความสัมพันธ์ของพ่อลูกภายใต้บรรยากาศไซไฟ เมื่อไวรัสชนิดหนึ่งทำให้ประชากรมนุษย์เพศหญิงเสียชีวิตเกือบทั้งโลก คุณพ่อคนหนึ่งจึงต้องทำทุกวิถีทางเพื่อปกป้องลูกสาวให้พ้นจากภัยอันตรายที่เหลืออยู่

ผู้อำนวยการสร้าง เทดดี ชวาร์ทซแมน (Teddy Schwarzman) กล่าวถึงเหตุผลการสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้ว่า เขาตกหลุมรักบทภาพยนตร์ทันทีที่ได้อ่าน หนังเป็นเรื่องเล่าอันสวยงามที่แฝงเร้นเอาไว้ด้วยอันตรายรอบด้านตัวละคร แสดงให้เห็นว่าในฐานะของคนเป็นพ่อเป็นแม่ พวกเราพร้อมทำทุกอย่างเพื่อมอบความรู้ ความเข้าใจ และทักษะต่าง ๆ แก่ลูก แต่กระนั้นบางครั้งลูก ๆ ต่างหากก็เป็นคนสอนพวกเราอีกที

“Light of My Life เปิดกล้องในเดือนมกราคม 2017 ใช้เวลาถ่ายทำทั้งหมด 34 วัน ภาพยนตร์ของเขาสะท้อนถึงปัญหาบางข้อที่สังคมของพวกเรากำลังเผชิญอยู่ เช่น ปัญหาความบิดเบี้ยวของธรรมชาติที่ย้อนกลับมาทำร้ายมนุษย์ และปัญหาด้านอิสรภาพของผู้หญิง” ชวาร์ทซแมนกล่าว

 

เคซีย์ แอฟเฟล็ก

 

แม้หนังจะพูดถึงอิสรภาพของผู้หญิง แต่สำหรับเคซีย์แล้ว เขาไม่ได้หวังให้หนังเรื่องนี้เป็นเครื่องชุบความดีหลังคดีฉาว เขามองหนังเป็นเพียงผลงานศิลปะหนึ่งเท่านั้น “มันเป็นวิธีการบรรยายเรื่องราวโดยที่เราไม่ต้องใช้คำพูดตรง ๆ สิ่งเหล่านั้นได้ซึมซับเข้าไปอยู่ในภาพยนตร์ด้วยตัวของมันเอง” 

นอกเหนือจากการกำกับและเขียนบท เคซีย์ยังรับหน้าที่แสดงนำในบทคุณพ่อด้วยตัวเอง โดยต้องการนำเสนอเรื่องราวระหว่างการปกป้องลูกในอ้อมกอดหรือการปล่อยให้พวกเขาดูแลตัวเอง ซึ่งเคซีย์กล่าวว่ากุญแจสำคัญสำหรับการรับบทเป็นคุณพ่อนั้น คือการสร้างสายสัมพันธ์ระหว่างพ่อลูกที่ดูสมจริง โดยเฉพาะเมื่อเขาเองก็เป็นคุณพ่อลูกสองด้วย

“มันอาจจะฟังดูแปลกนิดหน่อย แต่องค์ประกอบอย่างแรกของการแสดงที่ผมต้องการก็คือ ความหงุดหงิดฉุนเฉียวของพ่อแม่ที่ดูเป็นธรรมชาติ นั่นเป็นเพราะว่ามันเป็นการแสดงออกของความรักที่ดูเป็นธรรมชาติมากกว่าการแสดงแบบอื่น”

ส่วนบท “แร็ก” ลูกสาวที่รอดชีวิตจากไวรัสมรณะมาได้ รับบทโดย แอนนา พิโนวสกี (Anna Pniowsky) นักแสดงเด็กหน้าใหม่จาก He’s Out There (2017) และซีรีส์​ PEN15 การมาแสดงนำครั้งแรกทำให้เธอยอมรับว่ารับบทหนักที่สุดเท่าที่เคยทำงานมา “มันก็เป็นงานที่ยากที่สุดในชีวิตเลย แต่ฉันก็ได้ทำทุกอย่างอย่างเต็มที่”

 

แอนนา พิโนวสกี

 

และเพื่อการอยู่รอดของลูกสาวสุดที่รัก พ่อคนนี้จึงต้องทำทุกอย่างเพื่อให้เธอสามารถเอาตัวรอดได้ เขาได้สอนให้เธอปลอมตัวเป็นเด็กผู้ชาย ให้รู้วิธีการเอาตัวรอดจากสถานการณ์ต่าง ๆ แม้กระทั่งวิธีการลบรอยเท้า 

“ศูนย์กลางของภาพยนตร์เรื่องนี้ก็คือเด็กอายุ 11 ขวบ ซึ่งเป็นวัยที่เด็กตัวน้อยกำลังจะก้าวสู่ช่วงวัยรุ่น” เคซีย์อธิบาย “แต่สถานการณ์ในโลกของภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นสถานการณ์ที่อันตรายกับเด็กคนนี้มาก และมันทำให้การตัดสินใจของเธอบางอย่างอาจจะเป็นการตัดสินว่า พวกเขาจะสามารถเอาชีวิตรอดต่อไปได้หรือไม่”

ถึงกระนั้นเขาก็ยังไม่เคยลืมที่จะสอนเธอถึงบทเรียนของชีวิต เขาสอนเธอว่าโลกใบนั้นเคยเป็นอย่างไรก่อนการเกิดหายนะ สอนให้เธอรู้จักถึงความรัก และแบ่งปันเรื่องราวต่าง ๆ ให้เธอฟัง ซึ่งการสอนทั้งหมดนั้น เป็นการเล่าผ่านนิทานก่อนนอน

“สิ่งหนึ่งที่ผมชอบในการสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้คือ แม้ว่าหนังจะสร้างเสร็จแล้ว ผมก็ยังคงต้องหาว่าหัวใจของมันเป็นเรื่องของอะไร และทำไมมันถึงมีความสำคัญสำหรับผม เรื่องราวเหล่านั้นไม่ใช่สิ่งที่สามารถตีความหมายได้อย่างชัดเจนทันที พวกมันเป็นสิ่งที่เรารับรู้ผ่านจิตใต้สำนึก และบางครั้งมันก็ต้องใช้เวลาเป็นปี ๆ กว่าที่เราจะเข้าใจว่าสิ่งเหล่านั้นคืออะไร”

หรือจริง ๆ แล้วสิ่งนั้นเรียกว่า “ความรัก” กันแน่?

Light of My Life (2019)

Writer

ผู้เขียนเนื้อหาศิลปวัฒนธรรม และอะไรก็ตามที่เป็นความบันเทิง

Related

อกหัก รักคุด มนุษย์ไม่สนใจ เบื้องหลังความ “อยากตาย” ของแมว “ทอม” จาก ทอม แอนด์ เจอร์รี

เฮนรี คาวิล พระเอกติดเกม  

ไมเคิล บูเบลย์ จากอดีตลูกชาวประมงจับปลา, นักร้องงานแต่ง สู่การเป็นเงาเสียงซินาทรา ที่เพราะตื้อจนได้ดี

วิลเลียม เจมิสัน ดื่มชาหลอนจนได้เป็นราชานักสะสมกะโหลกมนุษย์

เดคิสึงิ – ปริศนาของมนุษย์ผู้สมบูรณ์แบบประจำโดราเอมอนแต่กลับไร้ตัวตน

ซงคังโฮ แห่ง Parasite ความใฝ่เรียนรู้กับนักแสดงผู้เป็นภาพจำในหนังเกาหลี

เจสซี ไอเซนเบิร์ก หน้าเนิร์ดก็ยอมรับว่าเนิร์ด กับการรับมือโรคย้ำคิดย้ำทำ (OCD)

คลินต์ อีสต์วูด ตำนานไอดอลรุ่นปู่ หัวขบถที่ทุกคนหลงรัก