Post on 09/09/2019

เพราะโลกร้อนเป็นปัญหา เด็กหญิง “คาสซานดรา หลิน” เลยต้องมาค้าน้ำมัน !!

หลังการปฏิวัติอุตสาหกรรมกว่าสองร้อยปีที่ผ่านมา มนุษย์เราเริ่มเผาผลาญเชื้อเพลิงฟอสซิลอย่างบ้าคลั่งแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน น้ำมันเชื้อเพลิงเลยกลายเป็นสาเหตุหลักของปัญหาโลกร้อนและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทำให้เด็กหญิงคนหนึ่งทนไม่ไหว ต้องลุกขึ้นหาวิธีการแก้ไขที่ต้นเหตุ ด้วยการตั้งบริษัทค้าน้ำมันขึ้นมาเองเสียเลย

“ตอน ป.5 หนูได้ยินเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศว่าสาเหตุหลัก ๆ เกิดจากการที่พวกเราใช้เชื้อเพลิงจากฟอสซิลพวกน้ำมัน ถ่านหิน กันเยอะเกินไป ทำให้โลกของเราร้อนขึ้นเรื่อย ๆ”

ในปี 2008 “คาสซานดรา หลิน” (Cassandra Lin) (林心瑜) ยังเป็นเพียงเด็กน้อยอายุ 10 ขวบ จากเวสเทอร์ลี เมืองเล็ก ๆ ริมชายฝั่งทะเล ในรัฐโรดไอแลนด์ สหรัฐอเมริกา บ้านของหลินอยู่ห่างจากมหาสมุทรเพียงชั่วน้ำเดือด ทำให้ชีวิตเธอผูกพันกับพื้นน้ำกว้างใหญ่ตั้งแต่จำความได้ แต่การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกำลังจะทำให้หลายสิ่งที่เธอรักหายไปตลอดกาล

“ถ้าโลกยังคงร้อนแบบนี้ไปเรื่อย ๆ เมืองของหนูบางส่วนรวมถึงเมืองอีกหลายแห่งต้องจมอยู่ใต้ทะเลแน่ ๆ”

สถานการณ์ที่กำลังเลวร้ายลงทุกวัน เป็นแรงผลักให้เด็กหญิงคนนี้พยายามหาทางแก้ไข เด็กหญิงหลินได้รวมกลุ่มกับเพื่อน ๆ ในห้องเรียน ชื่อกลุ่ม Jr. WIN (Westerly Innovations Network) เพื่อช่วยกันศึกษาหาทางออกของปัญหา จากการศึกษาความเป็นไปได้หลายอย่าง เธอค้นพบว่าปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นเรื่องใหญ่กว่าที่คิด และมีผลกระทบเกี่ยวเนื่องกันไปทั้งหมด ตั้งแต่น้ำแข็งขั้วโลกละลาย ทำให้น้ำทะเลสูงขึ้น ท่วมพื้นดินที่อยู่อาศัยอย่างช้า ๆ

ระหว่างหาไอเดีย เธอบังเอิญเห็นประกาศขององค์กรการกุศล the WARM Shelter’s ในหนังสือพิมพ์ The Westerly Sun ที่ชวนชาวเมืองให้ร่วมระดมทุนโครงการบริจาคเงินหนึ่งดอลลาร์สหรัฐ เพื่อนำไปเป็นค่าเชื้อเพลิงสำรองสำหรับผู้ยากไร้ในฤดูหนาว

ประกาศนั้นช่วยให้หลินค้นพบทางออกที่น่าจะดีที่สุดสำหรับเธอคือการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ นั่นคือการเผาผลาญน้ำมันเชื้อเพลิงอย่างสิ้นเปลือง ไปพร้อม ๆ กับการช่วยเหลือผู้ยากไร้ในชุมชนของเธอไปด้วยในเวลาเดียวกัน

พวกเธอหาวิธีชะลอปัญหาโลกร้อนด้วยการเปลี่ยนจากการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงเป็นพลังงานทดแทน อย่างเช่น ไบโอดีเซล ซึ่งเธอเรียนรู้วิธีการทำไบโอดีเซลจากน้ำมันพืชเหลือใช้ มาจากงานแก้ปัญหาพลังงานขาดแคลนที่จัดโดยมหาวิทยาลัยโรดไอแลนด์

โครงการนี้ชวนให้ทุกคนในชุมชน ไม่ว่าจะเป็น เด็กนักเรียน ชาวบ้าน ผู้ประกอบการร้านอาหารในท้องถิ่น ให้หันมารีไซเคิลน้ำมันทอดอาหารที่ใช้แล้ว แล้วนำมาผ่านการกรองใหม่ให้เป็นเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องทำความร้อนและใช้ในรถบัสนักเรียน

ร้านอาหารบางแห่งใช้น้ำมันในการประกอบอาหาร 100-300 แกลลอนต่อเดือน แถมบางร้านยังต้องเสียเงินจ้างบริษัทกำจัดน้ำมันเหลือใช้เหล่านี้อีกด้วย หลินกับเพื่อน ๆ เลยเดินเข้าไปพูดคุยกับร้านอาหาร แล้วขอบริจาคน้ำมันเหลือใช้จำนวนมาก

พวกเธอตั้งชื่อโครงการว่า TGIF- Turn Grease Into Fuel เปลี่ยนน้ำมันเหลือใช้เป็นเชื้อเพลิง โดยโครงการนี้ได้บริจาคน้ำมันไบโอดีเซลไปแล้วกว่า 60,000 แกลลอน ให้องค์กรการกุศลในท้องถิ่น อย่างเช่น WARM Shelter, the Jonnycake Center, Mystic Area Shelter and Hospitality, the Welcome House และ the Keep the Heat On program ซึ่งองค์กรการกุศลเหล่านี้ได้ใช้น้ำมันให้ความอบอุ่นกับคนมากกว่า 575 ครัวเรือน ตกปีละประมาณ 80 ครอบครัว คิดเป็นมูลค่าทั้งหมด 215,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 6.6 ล้านบาท

โครงการนี้ได้ประโยชน์กันทุกฝ่าย ช่วยสิ่งแวดล้อมให้ดีขึ้นด้วยการใช้ไบโอดีเซล ซึ่งเป็นพลังงานทางเลือกที่สะอาด ทดแทนพลังงานเชื้อเพลิงฟอสซิล เพื่อช่วยให้บ้านเรือนอบอุ่นในฤดูหนาว ร้านอาหารได้ประโยชน์ในการกำจัดน้ำมันเหลือใช้ ส่วนผู้ยากไร้ก็ได้ประโยชน์ เพราะมีเชื้อเพลิงสำหรับเตาผิงในฤดูหนาวแสนเยือกเย็น

“โครงการ TGIF สร้างระบบที่ยั่งยืนขึ้นมาใหม่ โดยรวบรวมน้ำมันพืชใช้แล้วมาเปลี่ยนให้เป็นไบโอดีเซล และแจกจ่ายไปยังครอบครัวที่ยากไร้ เพื่อเป็นพลังงานเครื่องให้ความร้อนในช่วงอากาศหนาวจัด ที่โครงการนี้สำเร็จได้เพราะเรามีพันธมิตรจำนวนมาก ทั้งร้านอาหารกว่าร้อยแห่ง บริษัทที่รวบรวมน้ำมันพืชเหลือใช้มาให้ บริษัทที่ช่วยกรองน้ำมันเหล่านั้น ผู้ที่ช่วยแจกจ่ายน้ำมันไบโอดีเซล และองค์กรการกุศลที่คัดกรองครอบครัวที่ต้องการความช่วยเหลือจริง ๆ”

เป้าหมายอย่างหนึ่งของโครงการนี้คือการกระตุ้นจิตสำนึกเรื่องการตื่นตัวถึงประโยชน์ของการรีไซเคิลน้ำมันพืชเหลือใช้เพื่อสร้างระบบที่ยั่งยืน ในปี 2013 โครงการของเธอยังร่วมบริจาคเงินให้กับผู้ประสบภัยจากพายุแซนดี้ เป็นเงินกว่า 11,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 340,000 บาท นอกจากนี้เธอยังพยายามขยายโครงการดี ๆ แบบนี้ให้กระจายไปยังเมืองอื่น ๆ ทั่วสหรัฐอเมริกาอีกด้วย

“เรื่องราวความสำเร็จของหนู พิสูจน์ว่าความหลงใหลพาเราไปไกลแค่ไหน หนูเชื่อว่าเด็ก ๆ สามารถเป็นคนที่เปลี่ยนแปลงโลกใบนี้ได้ ทั้งในวันนี้และวันข้างหน้า หนูเริ่มโครงการกับเพื่อน ๆ เมื่อตอนอยู่แค่เกรด 5 เลยอยากให้พวกเราทุกคนร่วมมือกันหาว่าอะไรเป็นเรื่องที่เรามีความมุ่งมั่นและกระตุ้นให้เราลุกขึ้นลงมือทำ มันอาจเป็นงานอาสาสมัคร เล่นกีฬา อ่านหนังสือ หรือแม้แต่อะไรก็ได้ หนูอยากให้ก้าวออกไปลงมือทำ ใช้พลังงานบวกที่มีอยู่ในตัวเรา ใครจะไปรู้ล่ะ คุณอาจเปลี่ยนแปลงโลกได้”

 

ที่มา :
http://www.projecttgif.com
http://mynamemystory.org
http://www.w-i-n.ws
https://www.thextraordinary.org

 


นักเขียนที่ชอบนั่งนิ่งเงียบแอบมองโลกและผู้คนที่ผ่านไป แล้วแปลงให้กลายเป็นเรื่องราวบนโลกดิจิทัล

Related

“ติ๊ก นามสมมติ” สาวข้ามเพศที่แดนหญิงทำให้มีเสรีภาพ

แซนดรา คันนิงแฮม เด็กที่ก่อตั้งแบรนด์เครื่องสำอางเงินล้านตอน 9 ขวบ เพราะคุณพ่อไม่ยอมซื้อลิปบาล์มให้

“ตุ้น เมิ่ง” ตี๋ฮีโรที่หนีรอดจากมือระเบิดจี้รถเพราะเป็นคนจีน

ผู้ใหญ่บ้านเด่นณรงศ์ ธรรมมา ช่างก่อสร้างที่จบปริญญาเอกแล้วสร้างธนาคารชุมชน

สรศิริ จันดีบุตร ยุติสงครามลักลอบค้าไม้เถื่อนด้วยการสร้างอาชีพ

คิม ซูกิ นักเขียนสาวผู้แฝงตัวเป็นครูในเกาหลีเหนือ และความจริงกับความลวงของประเทศเผด็จการ

วัชรวิชญ์ ทองธวัช: คุณพ่อ และภาพยนตร์ Walter Mitty แรงบันดาลใจสู่ปลัดอำเภอ

ว่าที่ ร.ต.ศิระ บุญแทน เรียนรัฐศาสตร์เพราะอยากช่วยเหลือผู้คน