Post on 08/07/2019

คาสเตอร์ เซเมนยา แชมป์โลกวิ่ง 800 เมตรหญิง ที่ถูกตัดสินว่าไม่ใช่ผู้หญิง 

ความเป็นผู้หญิงวัดกันตรงไหน? ในทางชีววิทยาคงต้องวัดกันที่เพศสรีระ (ที่สำคัญคือเครื่องเพศ) หรืออาจต้องวัดกันไปถึงโครโมโซมว่าจะต้องเป็น XX เท่านั้น (ขณะผู้ชายต้องเป็น XY) ผิดจากนี้ไม่ใช่ผู้หญิงในเชิงเพศสรีระ แต่ล่าสุดสหพันธ์สมาคมกรีฑานานาชาติ (IAAF) ออกมาชี้ว่า แค่คุณมีเครื่องเพศแบบผู้หญิงโดยกำเนิดยังไม่พอ คุณต้องมีระดับฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนตามกำหนดด้วย 

ไม่อย่างนั้นคุณก็ไม่มีสิทธิที่จะลงแข่งขันในฐานะ “ผู้หญิง” และนั่นจึงทำให้ คาสเตอร์ เซเมนยา (Caster Semenya) นักวิ่งหญิงชาวแอฟริกาใต้เจ้าของเหรียญทองจากการแข่งขันโอลิมปิกฤดูร้อนสองสมัยซ้อนทั้งที่ลอนดอนและริโอจากรายการวิ่ง 800 เมตร หมดสิทธิที่จะลงแข่งเพื่อป้องกันแชมป์ที่กรุงโตเกียว

เซเมนยาเป็นหญิงเชื้อสายแอฟริกันที่ร่างกายใหญ่โตเต็มไปด้วยมัดกล้าม ทำให้เธอมีภาพลักษณ์ที่ต่างไปจากผู้หญิงในอุดมคติที่ถูกตอกย้ำว่าจะต้องมีรูปร่างที่เพรียวบางเหมือนอย่างนางงาม หรือนางแบบที่ถูกนำเสนอผ่านสื่อในรูปแบบต่าง ๆ  และเธอยังเป็นเกย์หรือคนที่ชอบคู่ตรงข้ามที่มีเพศสรีระโดยกำเนิดแบบเดียวกัน (ในภาษาอังกฤษคำนี้ไม่ได้จำกัดเฉพาะผู้ที่มีเพศสรีระเป็นชายเท่านั้น ในผู้มีเพศสรีระเป็นหญิงก็เรียกว่าเกย์ได้เช่นกัน) 

ความแตกต่างของเธอจึงทำให้ ซีเมนยาถูกตั้งคำถามมานานนับสิบปีแล้วว่า เธอควรถือว่าเป็น “ผู้หญิง” จริง ๆ หรือไม่?

จากข้อมูลของ Vox ข้อสงสัยเรื่องเพศสรีระที่แท้จริงของนักกีฬาหญิงมีมานานก่อนหน้ากรณีของเซเมนยา ซึ่งเหตุผลก็คล้าย ๆ กัน เนื่องจากนักกีฬาหญิงเหล่านี้มีลักษณะทางกายภาพที่ต่างจากผู้หญิงในอุดมคติ จึงถูกตั้งข้อสงสัยว่าเธอเหล่านั้นแท้จริงเป็นชายจงใจ “โกง” มาแข่งกับผู้หญิงหรือไม่? นักกีฬาหญิงรายแรก ๆ ที่ถูกจับตรวจ “เพศ” ก็คือ เอวา โคลบูคอฟส์กา (Ewa Klobukowska) นักกรีฑาโปแลนด์ที่คว้าเหรียญทองโอลิมปิกปี 1964 ในรายการ 4×100 เมตร โดยวิธีการตรวจก็คือให้เธอแก้ผ้าแล้วให้คณะกรรมการมาดูเครื่องเพศของเธอ ซึ่งคณะกรรมการให้เธอผ่านมาได้ในการตรวจปี 1966 

แต่ปีต่อมาเธอถูกจับตรวจเพศอีกครั้งโดยคราวนี้ทางคณะกรรมการของสมาคมกีฑานานาชาติหันมาใช้โครโมโซมเป็นมาตรฐานวัดด้วยชุดความเชื่อที่ว่า ผู้ชายต้องมีโครโมโซม XY ส่วนผู้หญิงก็ต้องเป็น XX แต่ยังมีคนอีกไม่น้อยที่มีพัฒนาการทางเพศสรีระที่แตกต่าง (differences of sexual development – DSD) ซึ่งไม่ได้มีแต่กระเทยแท้หรือผู้ที่มีเครื่องเพศของสองเพศโดยชัดเจนแต่กำเนิดเท่านั้น ยังมีกลุ่มคนที่ไม่รู้เลยว่าตัวเองต่างจากคนอื่นอย่างไร 

และโคลบูคอฟส์กาก็ตกอยู่ในคนกลุ่มนี้ เพราะเธอผ่านการตรวจเครื่องเพศด้วยสายตามาได้ แต่เมื่อถูกตรวจโครโมโซม คณะกรรมการลงมติให้เธอไม่ผ่านโดยให้ความเห็นว่าเธอมีชุดโครโมโซมที่มากกว่าคนทั่วไป (เชื่อกันว่าเธอมีโครโมโซมเพศแบบ XX/XXY – NCBI) เธอจึงถูกตัดสิทธิจากการแข่งขันและยังถูกยึดรางวัลคืน ก่อนที่เธอจะตั้งครรภ์ในปี 1968 และคลอดลูกชายอย่างปลอดภัย (The Independent) ทำให้สังคมเริ่มเห็นว่าเธอได้รับการปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม การตัดสินเพศจากการตรวจโครโมโซมถูกตั้งคำถามมากขึ้น ก่อนที่จะยกเลิกไป

ต่อมาในปี 2009 เซเมนยา นักวิ่งหญิงดาวรุ่งวัย 18 ปีจากแอฟริกาใต้ผู้มีรูปร่างใหญ่โต และมีเสียงทุ้มห้าว สามารถสร้างผลงานได้อย่างน่าทึ่ง เมื่อเธอสามารถทำลายสถิติเดิมของตัวเองได้อย่างก้าวกระโดด (ดีขึ้น 25 วินาทีในรายการวิ่ง 1,500 เมตร และ 8 วินาทีในรายการ 800 เมตร) และสามารถคว้าแชมป์โลก 800 เมตรหญิงได้สำเร็จ  

แต่ความสำเร็จของเธอถูกจ้องมองด้วยความสงสัย เนื่องจากรูปลักษณ์และผลงานที่โดดเด่นเกินผู้หญิงทั่วไปทำให้เธอถูกตั้งข้อสงสัยว่าเธอเป็นผู้หญิงจริงหรือไม่? ทางสมาคมกรีฑานานาชาติจึงยื่นมือเข้าตรวจสอบโดยอ้างว่า โดยปกตินักกรีฑาที่สามารถพัฒนาสถิติได้อย่างก้าวกระโดดขนาดนั้นก็ต้องถูกตั้งข้อสงสัยเรื่องการใช้สารต้องห้ามอยู่แล้ว ขณะเดียวกันก็ยืนยันว่าที่พวกเขาเลือกตรวจเซเมนยา มิได้เป็นเพราะเชื้อชาติของเธอแต่อย่างใด (The Guardian

เหตุการณ์คราวนั้นทำให้สมาคมฯ ถูกวิจารณ์อย่างหนัก ก่อนที่พวกเขาจะคิดมาตรการใหม่ในการกำหนดความเป็นหญิงเป็นชายขึ้นมา นั่นก็คือปริมาณ “เทสโทสเตอโรน” ซึ่งโดยทั่วไปก็มีในทั้งสองเพศ แต่จะมีในเพศชายมากกว่า โดยในปี 2011 ทางสมาคมฯ กำหนดว่า นักกรีฑาหญิงที่จะลงแข่งในฐานะผู้หญิงได้จะต้องมีปริมาณเทสโทสเตอโรนไม่เกิน 10 nmol/L (ปกติผู้หญิงทั่วไปมีเทสโทสเตอโรนราว 0.12-1.79 nmol/L ขณะที่ผู้ชายอยู่ที่ราว 7.7-29.4 nmol/L)

แต่มาตรการดังกล่าวก็ถูกศาลอนุญาโตตุลาการกีฬานานาชาติสั่งยกเลิกไปในปี 2015 หลังมีนักวิ่งหญิงยื่นคำร้องว่า ข้ออ้างของสมาคมฯ ขาดเหตุผลทางวิทยาศาสตร์รองรับ ซึ่งทางศาลเห็นด้วย

อย่างไรก็ดี สมาคมกรีฑานานาชาติยังไม่ยอมแพ้ ในปี 2018 พวกเขากลับมาอีกครั้งด้วย “งานวิจัย” ซึ่งยืนยันว่า นักกีฬาหญิงที่มีปริมาณเทสโทสเตอโรนสูงจะสามารถทำผลงานได้ดีกว่านักกีฬาหญิงทั่วไปในการแข่งขันบางประเภท แต่งานวิจัยดังกล่าวได้รับเงินทุนจากทางสมาคมฯ เอง และมีนักวิทยาศาสตร์ไม่น้อยที่ตั้งข้อสงสัยในความน่าเชื่อถือทางข้อมูล 

แต่สมาคมฯ ก็ไม่สนเสียงท้วงติง และได้กำหนดเพดานปริมาณเทสโทสเตอโรนในนักกรีฑาหญิงไว้ที่ไม่เกิน 5 nmol/L หรือน้อยกว่าเดิมถึงครึ่งหนึ่ง เฉพาะในการแข่งขันประเภท 400 เมตร 800 เมตร และ 1,500 เมตร ซึ่งเป็นระยะที่เซเมนยาวิ่งทั้งนั้น ทำให้เธอถูกแบนจากการแข่งขัน

เซเมนยาจึงยื่นเรื่องต่อศาลอนุญาโตตุลาการกีฬาให้ยกเลิกคำสั่งของสมาคมฯ แต่คราวนี้เมื่อมีงานวิจัยรองรับแล้ว ศาลฯ จึงสั่งยกคำร้องของเธอ ทำให้เธอไม่อาจลงแข่งในรายการที่กำหนดได้อีก เว้นแต่เธอจะยอมกินยากดการผลิตฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน เพื่อให้อยู่ในเกณฑ์ที่กำหนด โดยศาลให้ความเห็นว่า มาตรการดังกล่าวแม้จะเป็นการเลือกปฏิบัติ แต่ก็เป็นกรณีที่จำเป็น สมเหตุสมผล และได้สัดส่วน (The New York Times)

ขณะที่เซเมนยามองว่ามาตรการดังกล่าวไม่เป็นธรรมและจงใจเล่นงานเธอ (ด้วยความที่การกำหนดการตรวจฮอร์โมนมาเจาะจงเฉพาะรายการที่เธอลงแข่งประจำ) ทนายความของเธออ้างว่า ลักษณะเฉพาะทางพันธุกรรมของเธอควรได้รับการเชิดชูมากกว่าถูกจำกัด (เหมือนนักกีฬาชายที่โดดเด่นหลายคนก็เกิดมาโดยมีลักษณะเด่นที่ทำให้พวกเขาเป็นเลิศในชนิดกีฬานั้น ๆ เช่น ไมเคิล เฟลป์ส ที่มีลำตัวยาว เท้าใหญ่ทำให้ว่ายน้ำได้ดี) 

แต่เมื่อกฎออกมาแล้ว และศาลก็รับรองแล้ว เมื่อเธอปฏิเสธที่จะกินยาจำกัดฮอร์โมน ทางเลือกที่เหลือของเธอจึงมีไม่มากนัก คืออาจต้องลงแข่งในรายการที่ไม่ถูกจำกัดให้ตรวจฮอร์โมนคือถ้าไม่วิ่ง 200 เมตร ก็ 3,000 เมตรขึ้นไป หรือไม่ก็อาจต้องลงแข่งกับผู้ชาย 


ผู้เขียนเนื้อหาด้านประวัติศาสตร์ และต่างประเทศ

Related

เมาริซิโอ โปเช็ตติโน กุนซือศูนย์บาท เด็กช่างฝันจากฟาร์มโคนม ที่เนรมิตความสำเร็จจากการ “สร้างคน”

เมแกน ราปิโน: เสียงเงียบอันทรงพลังของนักฟุตบอลหญิงผู้ไม่ร้องเพลงชาติอเมริกา

ทีมวิเคราะห์ข้อมูล: เบื้องหลังความสำเร็จของลิเวอร์พูล ขอพลัง Data จงอยู่กับเรา

“คัลลี ฟอน ฟูลโตว์” เกษตรกรที่ตัดไม้เผาถ่านเพื่อช่วยโลก

เอรียา จุฑานุกาล “โปรเม” กับความสุขที่ไม่จำเป็นต้องเป็นที่หนึ่ง

“ที่หนึ่งไม่ไหว!” 19 ปีของ ลี ชอง เหว่ย นักแบดฯ กับมะเร็งที่พรากโอกาสพิชิตเหรียญทองโอลิมปิก

ราฮีม สเตอร์ลิ่ง อดีตเด็กล้างห้องน้ำที่กินข้าวจากตู้กดทุกเช้ากับฝันที่เป็นจริงวันนี้

ฟาบริซิโอ ราวาเนลลี เจ้าหงอกจอมทรนง