Post on 20/01/2021

เซลล์: สิ่งมีชีวิตผิดธรรมชาติในจักรวาล Dragon Ball ผู้ไร้เป้าหมายในชีวิต

จริง ๆ แล้วในจักรวาล Dragon Ball นั้น ข้อเท็จจริงที่ว่า ‘เผ่าพันธุ์ของสิ่งมีชีวิตที่แข็งแกร่งที่สุดในจักรวาลคือชาวไซย่า’ นั้นถูกต้องแล้ว โทะริยะมะไม่ได้มั่ว แต่นั่นหมายถึง ‘การกำเนิดและวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิตตามธรรมชาติ” เท่านั้น ที่จะนับว่าชาวไซย่าคือสิ่งมีชีวิตที่แข็งแกร่งที่สุดในจักรวาล

 

แต่ในศึกที่ดาวนาเม็กนั้น เราจะเห็นว่ามีตัวละครที่แข็งแกร่งกว่าชาวไซย่าอีกมากมาย เช่น ฟรีเซอร์, หน่วยรบกีนิวทั้ง 5 คน, โดโดเรียและซาร์บอน กลุ่มผู้ที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าชาวไซย่าเหล่านี้ จริง ๆ มีเฉลยไว้ในเรื่องอยู่แล้วว่า ‘เกิดขึ้นจากการกลายพันธุ์’ โดยในต้นฉบับภาษาญี่ปุ่น กีนิวอธิบายความเชื่อของตัวเองให้จีสฟังว่าทำไมโกคูถึงแข็งแกร่ง ด้วยภาษาญี่ปุ่นว่า 「われわれとおなじく突然変異で生まれた超天才戦士なんだろう・・・」 ซึ่งในเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษก็แปลแบบเก็บใจความของภาษาญี่ปุ่นได้ครบถ้วนว่า “He must be a mutation like us…born as a gifted fighter” (Toriyama, 2018 ฉบับตีพิมพ์ในสหรัฐอเมริกา) คือกีนิวเชื่อว่าโกคูก็คือสิ่งมีชีวิตที่มีการผ่าเหล่าคือกลายพันธุ์จนเข้มแข็งขึ้นผิดกระบวนการธรรมชาติเหมือนกับ ‘พวกเรา’ ซึ่ง ‘พวกเรา’ ในที่นี้หมายความถึงฟรีเซอร์, หน่วยรบกีนิวทั้ง 5 คน, โดโดเรียและซาร์บอน นั่นเอง คือสิ่งมีชีวิตเผ่าพันธุ์เดียวกันเองกับพวกนี้ก็ไม่ได้แข็งแกร่งเท่าพวกนี้ เพราะพวกนี้คือสิ่งมีชีวิตพิเศษที่มีการกลายพันธุ์เกิดขึ้น มีนักเขียนชาวตะวันตกก็ค้นคว้าและยืนยันเรื่องนี้คือ Karbank (2018) ยืนยันว่า “Freezer is a mutant”.

น่าเสียดายที่เวอร์ชันภาษาไทยไม่มีการแปลเนื้อหาสำคัญตรงนี้ไป ทำให้ขาดคีย์เวิร์ดสำคัญในการจะทำความเข้าใจเรื่องลำดับชั้นของพลังในเรื่องนี้ เพราะเรื่องนี้มีการแสดงให้เห็นถึง Dilemma (การปะทะกันของความคิดความเชื่อ 2 ขั้ว) ระหว่าง ‘พันธุกรรม’ และ ‘ความพยายาม’ อยู่ตลอดทั้งเรื่อง อย่างราดิชก็เป็นชาวไซย่าที่เชื่อว่าตัวเองแข็งแกร่งเพราะพันธุกรรม จึงเหยียดชาวโลกมาก ราดิชเหยียดว่ามนุษย์โลกปกติที่มีพลังแค่ 5 ว่าเป็น “ไอ้สวะเอ๊ย” และราดิชยังมีบทสนทนาในเชิงเหยียดเผ่าพันธุ์อยู่เต็มไปหมดตลอดทั้งเรื่อง แต่เวอร์ชันภาษาไทยไม่ได้แปลไว้ ถอดความจากเวอร์ชั่นอังกฤษ (Toriyama, 2018 ฉบับตีพิมพ์ในสหรัฐอเมริกา) ตัวอย่างเช่น หลังจากฆ่าชาวโลกที่มีพลัง 5 แล้ว ราดิชสบถว่า “A planet of weaklings (เป็นดาวของไอ้พวกกระจอก)” ซึ่งภาษาญี่ปุ่นคือ 「なんというもろい民族だ (ช่างเป็นเผ่าพันธุ์ที่เปราะบางจริง ๆ)」หรือแม้กระทั่งตอนราดิชตายก็ยังสบถเหยียดเผ่าพันธุ์อีกว่า “H-How ridiculous…that the greatness of Raditz…should end in the dust of this stupid little world (ทำไมราดิชผู้ยิ่งใหญ่ต้องมาจบชีวิตกลางเศษฝุ่นของดาวโง่ ๆ ดวงนี้)” ซึ่งภาษาญี่ปุ่นคือ 「く、く、くそ。こ、このオレがこんなやつらに、や、やられるとは (แม่…งเอ๊ย ทำไมข้าถึงแพ้ไอ้พวก…นี่วะ)」 คือราดิชเหยียดเผ่าพันธุ์อื่นตลอดจนกระทั่งลมหายใจสุดท้ายของชีวิตก็ยังเหยียดอยู่

ส่วนพวกกีนิวก็เชื่อว่าความแข็งแกร่งของพลังเป็นสิ่งที่ ‘อยู่ในพันธุกรรม’ จึงไม่เคยเข้าใจแนวคิดของ ‘ความพยายาม’ หรือ ‘การฝึกฝน’ มาก่อน กีนิวเชื่อว่าโกคูแข็งแกร่งเพราะพันธุกรรมผ่าเหล่าจนเก่งเอง กีนิวจึงพยายามเปลี่ยนร่างโกคูเพราะเชื่อว่าความแข็งแกร่งเกิดจากกายหยาบ แต่โกคูก็พิสูจน์ให้เห็นว่าความแข็งแกร่งไม่ได้เกิดจากกายหยาบ แต่เกิดจากการฝึกฝนการประสานกายและจิตต่างหาก พอกีนิวได้ร่างโกคูไปแล้วถึงใช้พลังได้ไม่เต็มประสิทธิภาพจนทำให้กีนิวแพ้ไป กระทั่งในภาค Super ฟรีเซอร์ก็ยังสารภาพว่าอาศัยแต่ความแข็งแกร่งตามพันธุกรรมมาตลอดไม่เคย training อะไรเลยสักครั้ง พอแพ้โกคูเลยไปลองฝึกเพิ่มดูบ้าง ก็กลายเป็นร่างทองเก่งเทพขึ้นกว่าเดิมเยอะเลย

ดังนั้น ศัตรูตัวอื่น ๆ หลังจากภาคฟรีเซอร์เป็นต้นไปจึงไม่มี ‘สิ่งมีชีวิตตามธรรมชาติ’ อีกเลย ตั้งแต่มนุษย์จักรกล, เซลล์, จอมมารบู เพราะทุกตัวล้วนเป็นสิ่งมีชีวิตที่เกิดมาอย่างผิดธรรมชาติทั้งนั้น จึงไม่แปลกที่จะแข็งแกร่งกว่าชาวไซย่าและฟรีเซอร์ เพราะเป็นกระบวนการ artificial ล้วน ๆ ที่ไม่ได้ผ่านน้ำมือของธรรมชาติทั้งสิ้น

เซลล์ จึงเป็นสิ่งมีชีวิตที่น่าสงสารมากที่สุดในเรื่อง Dragon Ball เพราะเหตุดังนี้…

ตามปกติแล้ว สิ่งมีชีวิตทุกชีวิตล้วนต้องเกิดมาเพื่อเป้าหมายอะไรสักอย่าง มนุษย์เอง ถ้าเป็นคนที่เชื่อในศาสนา หรือ เชื่อในแนวคิดอะไรสักอย่าง เราก็จะค้นพบ ‘เป้าหมาย’ ของชีวิตได้ ในขณะที่โลกตะวันตกอย่างอเมริกาที่ไม่ใช่ทุกคนจะนับถือศาสนา ก็จะให้ความสำคัญกับ ‘Purpose of Life’ ส่วนในญี่ปุ่นเองก็ให้ความสำคัญกับ ‘อิคิไก (生き甲斐)’ เช่นกัน ซึ่งที่จริงแล้ว ไม่ว่าจะเป็นภาษาไหน เป้าหมายชีวิต หรือ Purpose of Life หรือ อิคิไก ก็ล้วนแล้วแต่หมายถึงสิ่งเดียวกัน คือเป้าหมายของการเกิดมาและดำรงชีวิตต่อไปนั่นเอง

สำหรับเซลล์นั้น แรกสุดคือเกิดมาเพื่อฆ่าโกคูเท่านั้น แต่เซลล์ของนักรบ Z รวมทั้งเซลล์ของฟรีเซอร์และคิงโคลด์ที่ได้รวมเข้าไปในร่างของเซลล์ รวมทั้งการที่เซลล์ดูดกลืนมนุษย์จำนวนมหาศาลเข้าไปอีก ทำให้เซลล์กลายเป็น ‘ตัวอะไรก็ไม่รู้’ ซึ่ง ‘ไม่รู้ว่าเกิดมาทำไม’ และ ‘มีบุคลิกภาพย้อนแย้ง’ อย่างที่เห็น เช่น เซลล์จะอารมณ์ดีชอบต่อสู้กับคนเก่ง ๆ ซึ่งนี่เป็นจุดที่ได้จากโกคู, เซลล์มีความหยิ่งผยองขี้เก๊กแบบเบจิต้า, เซลล์มีความเยือกเย็นในการวิเคราะห์สถานการณ์การต่อสู้เพราะได้จากพิคโกโล่, แต่เวลาที่ทุกอย่างผิดแผนและมีคนเก่งกว่าปรากฏตัวขึ้น เซลล์จะกลายเป็นสติแตก แม้จะรู้ตัวว่าสู้ไม่ได้ก็จะพยายามระเบิดดาวทิ้งเพื่อให้ตายกันทั้งยวงแบบระเบิดพลีชีพ ซึ่งนี่ก็ได้จากนิสัยของฟรีเซอร์ (คงยังจำวีรกรรมวีรเวรของฟรีเซอร์ที่ดาวนาเม็กกันได้)

ตัวร้ายใน  Dragon Ball ทุกตัว ล้วนมีเป้าหมาย ปีลาฟอยากครองโลก, นายพล Red ของกองทัพโบว์แดงอยากขอพรเทพเจ้ามังกรช่วยให้ตัวเองตัวสูงขึ้น, เทนชินฮังอยากสืบทอดอาชีพเป็นนักฆ่าเหมือนเถาไปไป ต่อมาจึงกลายเป็นนักสู้เพื่อคุณธรรม, จอมปีศาจพิคโกโล่ตัวพ่ออยากครองโลก, พิคโกโล่คนปัจจุบันอยากเอาชนะโกคูแต่ค้นพบวิถีแห่งความเป็นมนุษย์พ่อแทน, เบจิต้าอยากเอาชนะโกคูแต่ค้นพบวิธีแห่งการเป็นพ่อบ้าน, ฟรีเซอร์อยากครองจักรวาล ฯลฯ

เซลล์ จึงเป็นสิ่งมีชีวิตเดียวที่ไม่รู้ว่าเกิดมาเพื่ออะไร เกิดมาทำไม เซลล์จึงมีความงงในตัวเอง จู่ ๆ ก็ได้ร่างสมบูรณ์เข้มแข็งที่สุดในจักรวาลแบบงง ๆ ไร้เป้าหมายในชีวิตว่าจะเก่งไปเพื่ออะไร (ไล่ดูดกลืนอย่างเดียวจนเก่งเอง ไม่ได้ฝึก ไม่ได้วิวัฒนาการ ไม่ได้กลายพันธุ์อีกต่างหาก) แล้วพอนึกเบื่อ ๆ ก็เลยจัดเซลล์เกมขึ้นมา บ่นว่า 10 วันนี่นานเกินไป น่าเบื่อ จู่ ๆ ก็ตกแต่งเวทีประลองให้สวยงาม แต่พอสู้ ๆ ไป จู่ ๆ ก็ระเบิดเวทีทิ้งเสียเอง อะไรแบบนี้ เซลล์จึงเป็นศัตรูที่เต็มไปด้วยความงงในชีวิต ว่าจริง ๆ เป็นตัวอะไร มีพฤติกรรมแต่ละอย่างเพราะเหตุผลอะไร ซึ่งจริง ๆ คงไม่ได้ต้องการเหตุผลอะไร เพราะเซลล์คือสิ่งมีชีวิตที่เกิดจากชีวิตจำนวนมหาศาลมากองรวมกัน ลักษณะคล้ายกับเป็นแค่สัตว์เซลล์เดียวจำนวนมากมากองรวมกันที่แค่มีชีวิตอยู่เท่านั้น แต่ไม่ได้มีชีวิตไปเพื่อเป้าหมายอะไรเป็นพิเศษ 

จึงไม่น่าแปลกที่เซลล์จะต้องถูกกำจัดชนิดว่าไม่ได้กลับมามีบทบาทอะไรอีกเลยแม้แต่ครั้งเดียว ซึ่งผิดวิสัยของเรื่อง Dragon Ball มาก ที่ปกติจะต้องนำศัตรูตัวฉกาจกลับมาเป็นมิตรทุกคน ไม่เว้นแม้แต่จอมโฉดอย่างฟรีเซอร์ยังกลับมาเป็นพันธมิตรได้ในภาค Super ดังนั้น เซลล์จึงเป็นสิ่งมีชีวิตผิดธรรมชาติที่น่าสงสารในฐานะชีววิทยาที่ไม่ควรดำรงอยู่ในธรรมชาติ และในฐานะตัวละครก็ยังน่าสงสารอีกเพราะเรตติ้งก็ไม่ได้ดีมาก แถมยังไม่เคยได้กลับมามีบทบาทอะไรอีกเลย ความประทับใจที่นักอ่านจำนวนมากมีต่อภาคเซลล์ยังเทไปที่ชะตากรรมของทรังคซ์ในอนาคต, ความเทพของโกฮังในภาคนี้, , ความอบอุ่นของพิคโกโล่ในฐานะมนุษย์พ่อ, การลงเอยกันของบุลม่าและเบจิต้า, และเรื่องหัวใจของพี่เหม่งเทพคุริลิน ไปเสียได้

การมีชีวิตอย่างไร้เป้าหมาย ไม่รู้ว่ามีชีวิตอยู่ไปทำไม และเพื่ออะไร จึงเป็นเรื่องที่อ้างว้างที่สุดสำหรับสิ่งมีชีวิตทุกชนิด…..

 

หนังสืออ้างอิง

Karbank, O. (2018, January 31). Dragon Ball: 15 Crazy Things About Frieza Even Diehard Fans Don’t Know. CBR.  Retrieved from https://www.cbr.com/frieza-facts

Toriyama, A. (2018). Dragon Ball (3-in-1 Edition Vol. 1-42). San Francisco, CA: VIZ Media.


ผู้หลงใหลในวัฒนธรรมมวลชนญี่ปุ่น ศึกษาภาษาและสังคมญี่ปุ่นมายาวนานมากกว่า 20 ปี ทั้งจากมุมมองของชาวญี่ปุ่นเอง, มุมมองของชาวไทย, และมุมมองของชาวตะวันตก

Related

Pink Floyd – Another Brick in the Wall, Pt.2: เบื้องหลังกำแพงแห่งระบบการศึกษาคือเครื่องบดเนื้อมนุษย์

Milli Vanilli นักร้องดูโอที่ไม่ได้ร้องเพลงเอง แต่คว้า Grammy

ทำความรู้จัก ‘ต้อม’ สุธารัตน์ สินนอง ศิลปินละครหุ่นเงา ที่อยากพาเราไปหลงรัก “ความมืด”

“ฟ้าใส” ปวีณสุดา ดรูอิ้น มิสยูนิเวิร์ส ไทยแลนด์ 2019 “ฤทัยประชาชาวเน็ต”

Green Day – Wake Me Up When September Ends: ความสูญเสียในเดือนกันยายน และห่าฝนที่จะผ่านพ้นไป

ทอม โอเดลล​์ เดี่ยวเปียโนคอนเสิร์ตครั้งแรกในไทย ที่สะกดทุกคนให้อยู่ในชั่วโมงต้องมนต์

Raya and the Last Dragon: โลกยูโทเปียของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

เขื่อน-ภัทรดนัย เสตสุวรรณ: เมื่อตัวตนที่ซ่อนเร้นได้ส่องประกาย