Post on 01/06/2019

ชายกลาง เดอะมิวสิคัล สื่อ “น้ำเน่า” ไร้สาระหรือปลอบโยนจิตใจ

การพบกันระหว่างชายหนุ่มผู้สูงศักดิ์ เจ้าของร่างสูงภูมิฐานและใบหน้าเรียบเฉยที่ซ่อนความหยิ่งทระนงในศักดิ์ศรี กับ หญิงสาวผู้ต่ำต้อย ที่สมบัติเดียวที่มีคือจิตใจที่งดงาม รวมกับมหากาพย์การแย่งชิงพินัยกรรมราวกับเป็นสมบัติชิ้นสุดท้ายของโลก หรือการปลอมตัวที่เพียงปรายตาก็ดูออกได้ไม่ยาก เห็นจะเป็นสูตรอมตะของเรื่องราวความรักแบบ “น้ำเน่า” ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา  

แม้ผู้ชมบางกลุ่มจะมีความเห็นว่าโครงเรื่องสุด “น้ำเน่า” นี้ควรจะมีการเปลี่ยนแปลงหรือพัฒนาเสียบ้าง แต่สื่อไทยกลับทำในสิ่งตรงกันข้ามด้วยการนำละครเรื่องเดิมมาสร้างใหม่ซ้ำแล้วซ้ำอีก และไม่วายประสบความสำเร็จและเป็นที่ติดตามของคนจำนวนมากอยู่เรื่อยไป โดยเฉพาะเรื่องราวระดับตำนานสุดเพ้อฝันอย่าง “บ้านทรายทอง” ที่กล่าวถึงความรักต่างชนชั้นของชายกลางกับพจมาน และเรื่อง “ปริศนา” เรื่องราวความรักระหว่างนางเอกลูกของผู้ดีตกอับกับท่านชายจากตระกูลใหญ่

การสร้างความสุขจากความเพ้อฝันจึงกลายเป็นแง่มุมที่ ธีรวัฒน์ อนุวัตรอุดมยกขึ้นมาเป็นประเด็นสำคัญ และนำเสนอผ่านการรวบรวมความซ้ำซากในนิยายไทยและจับมานำเสนอในรูปแบบใหม่ที่สุดโต่งยิ่งกว่าต้นฉบับ รวมถึงการรวมตัวละครอย่าง ชายกลาง และ ปริศนา มาไว้ในเรื่องเดียวกัน จนเกิดมาเป็น “ชายกลาง โศกนาฏกรรมจังหวะแทงโก้ในปี 2550 และชายกลาง เดอะมิวสิคัลนี้ ในปี 2562

ชายกลาง เดอะมิวสิคัล เล่าถึงชีวิตของ สมชาย” (จ๋าย อิชณน์กร พึ่งเกียรติรัศมี) นักเขียนผู้มีอุดมการณ์ในการเขียนหนังสือปรัชญาที่มีใจความลึกซึ้ง หากแต่ไม่มีใครเข้าใจสิ่งที่เขาอยากจะสื่อสาร หนังสือลึกซึ้งแต่ไม่เข้าถึงผู้คน ทำให้เขากลายเป็นนักเขียนที่แทบไม่มีอันจะกิน ดังนั้นเพื่อปากท้องของตัวเองและคนรัก พร” (ลูกหว้า พิจิกา จิตตะปุตตะ) สมชายจึงยอมใช้นามปากกาส.ปิยบุตรเพื่อเขียนนิยายน้ำเน่า ที่ขัดต่ออุดมการณ์​ของเขาโดยสิ้นเชิง

ความเกลียดชังที่เขามีต่อนิยายน้ำเน่าทำให้สมชายจงใจแต่งนิยายเรื่องใหม่ที่ตอกย้ำและจิกกัดถึงความซ้ำซาก ทั้งการคลุมถุงชนระหว่างตัวละคร “ชายกลาง” (ชิน ชินวุฒ อินทรคูสินที่ถึงหล่อและรวย แต่ก็โง่จนเซ่อ ถึงขั้นที่ดูไม่ออกว่าปริศนาตอนใส่แว่นและถอดแว่นคือคนเดียวกัน และตัวละคร ปริศนา” (ซาร่า นลิน โฮเลอร์) ที่ครอบครัวเป็นหนี้ แต่ก็ไม่ยอมแต่งงานกับท่านชายเพื่อเงินเพราะรักศักดิ์ศรี ​และตัวอิจฉาที่คอยกรีดร้องแย่งชิงพยายามทำให้ท่านชายหลงรัก เพื่อตีแผ่ให้เห็นถึงความไร้มิติของตัวละคร และความไม่สมเหตุสมผลอันแสนน่าขัน ที่มองอย่างไรก็หาแก่นสารหรือคุณค่าให้ขบคิดไม่เจอ

ในขณะเดียวกัน พร คนรักของสมชาย ที่ต้องเผชิญกับความยากจน อีกทั้งยังถูกต่อว่าจากคนรัก จึงเลือกที่จะอ่านเรื่องราวเบาสมองจากนิยายน้ำเน่า ที่ชายกลางและปริศนาตกหลุมรักกันได้อย่างง่ายดายโดยไม่ต้องคิดมาก เพื่อเป็นเครื่องปลอบประโลมและหลบหนีความโหดร้ายที่ตนต้องเจอ กลับเป็นคำถามว่าในทางตรงกันข้ามว่า ในยามที่เราต้องประสบกับปัญหาชีวิตที่ยากลำบาก มันจำเป็นด้วยหรือที่ต้องหาเรื่องซับซ้อนมาใส่ตัวให้คิดไม่ตกอีก

ชายกลาง เดอะมิวสิคัล นำเสนอ 2 ขั้วความคิดที่แตกต่างกันนี้ผ่านละคร 2 องก์ โดยองก์แรกกล่าวถึงตัวละครสมชายที่มองนิยายน้ำเน่าเพียงด้านไร้สาระด้านเดียว ทำให้เขาต้องใช้นามแฝงในการเขียนนิยาย ด้วยความละอายใจกับการทำสิ่งที่ตรงข้ามกับอุดมการณ์ แต่การเขียนนิยายยังไม่ทำให้เขาเกิดความขัดแย้งในตัวเองรุนแรงนัก เพราะทั้งหมดเป็นเพียงเพราะปัจจัยภายนอกที่เขาต้องการหาเลี้ยงครอบครัว แต่ในองก์ที่ 2 เนื้อเรื่องเริ่มเพิ่มความตึงเครียดมากขึ้น ส.ปิยบุตร เริ่มมีชื่อเสียง แต่สมชายกลับไม่สามารถภาคภูมิใจกับงานของตัวเอง เพราะยังรู้สึกผิดกับเพื่อนร่วมอุดมการณ์ที่เขียนหนังสือปรัชญา อย่าง “ภักดี” (พีท ปิติพงศ์ ผาสุขยืด) ทำให้เขาเกิดความสับสน และต้องต่อสู้กับการยอมรับตัวเองและแนวความคิดแบบใหม่  

แม้ประเด็นสำคัญจะถูกเล่าผ่านเรื่องราวจริงจังในโลกของสมชายกับพร แต่ ชายกลาง เดอะมิวสิคัล ยังไม่ลืมที่จะตัดมาเล่าเรื่องคอเมดี้ในฝั่งนิยาย ด้วยตัวละครที่มักจะมาพร้อมมุกตลกที่เน้นคาแรกเตอร์ของตนออกมาอย่างชัดเจน สร้างเสน่ห์ให้กับเนื้อเรื่องได้ไม่แพ้กัน การสลับไปมาระหว่างโลกนิยายกับโลกแห่งความเป็นจริงนี้ยังทำออกมาได้อย่างไหลลื่นผ่านแสงสีและฉาก โดยเฉพาะในฉากที่พรกำลังรื่นเริงอยู่กับโลกในจินตนาการ มีการใช้ความมืดเข้ามากระชากอารมณ์เมื่อพรระลึกได้ว่าความสุขที่ตนกำลังได้รับนั้น ไม่ได้มาจากความจริง แต่มาจากความเพ้อฝันของนิยาย

ถึงแม้ว่า ชายกลาง เดอะมิวสิคัล จะดัดแปลงมาจากละครที่อยู่คู่กับคนไทยมาหลายทศวรรษ แต่ก็ผสานความร่วมสมัยเข้าไป โดยมีการใช้มุกตลกที่สอดคล้องเหตุการณ์ปัจจุบันในสังคม และมีการผสมผสานเพลงร่วมสมัยหลากแนวในแบบที่คาดไม่ถึงมาก่อน ในด้านของการร้อง ท่อนโซโล่ของแต่ละคนก็ถือเป็นอีกจุดที่น่าประทับใจจนเรียกเสียงเชียร์กระหึ่มฮอลล์เลยทีเดียว!

กล่าวได้ว่า ชายกลาง เดอะมิวสิคัล เป็นละครเพลงอีกเรื่องหนึ่งที่สามารถถ่ายทอดแง่มุมเกี่ยวกับความน้ำเน่าของละครไทยออกมาได้อย่างน่าสนใจ ผ่านตัวละครที่มีทัศนคติตรงกันข้ามกันอย่างสมบูรณ์ ถึงแม้บางช่วงมุมมองสุดโต่งของตัวละคร จะทำให้ไม่สามารถดึงอารมณ์​ร่วมของผู้ชมได้เท่าที่ควร แต่การผสมผสานความตลกขบขันและแง่คิดที่ลึกซึ้ง ทำให้ชายกลาง เดอะมิวสิคัล ก็ยังเป็นละครเพลงที่ผู้ชมสามารถดูแล้วอมยิ้มไปได้ตั้งแต่ต้นจนจบ

และที่สำคัญ อาจจะทำให้มุมมองที่ผู้ชมมีต่อความน้ำเน่าเปลี่ยนไปจากเดิม

 

เรื่อง: พัทธมน สินธุวณิชเศรษฐ์  และ จิดาภา กนกศิริมา 

 


The People Junior

เด็กฝึกงานผู้มีใจรักในการสร้างสรรค์คอนเทนต์

Related

นวรัตน์ เตชะรัตนประเสริฐ “จากดาราเด็ก สู่พื้นที่ความหลากหลายทางเพศ”

รีวิวคอนเสิร์ต PENGUIN VILLA WHY FLY? เมื่อเพนกวิน ‘บินได้’ เพราะเสียงเพลง

Catwoman แมวดำสุดห่วย หนังที่ได้คะแนนรีวิวต่ำเตี้ยเรี่ยดิน

รีวิวคอนเสิร์ตสุดโก้ของ “จิ๊กโก๋หลังวัง” โลกดนตรีที่มากกว่าการเล่าเรื่องผ่านเพลงของ วิรัช อยู่ถาวร

รีวิวคอนเสิร์ต LANY พัฒนาการก้าวกระโดด สนุกกว่าทุกครั้ง ดีเท่และเก่งขึ้นมาก

รีวิวคอนเสิร์ต น้อมคารวะศิลปินแห่งชาติ ธนิสร์ ศรีกลิ่นดี เพลิดเพลินไปกับเพลงขลุ่ยที่ผสานไว้ด้วยวัฒนธรรมไทยและความเป็นตะวันตก

พริษฐ์ วัชรสินธุ “ความสำเร็จของลิเวอร์พูล สอนอะไรเกี่ยวกับการเมืองไทย”

รีวิวคอนเสิร์ต Two Door Cinema Club ธันเดอร์โดม นายเล่นเราแล้ว !