Post on 29/11/2021

Chanel: จาก 2.55 สู่ Classic Flap Bag กระเป๋าจากหัวใจของชาเนลถึงลาเกอร์เฟลด์

โลกของกระเป๋าชาเนลเปลี่ยนไปในเดือนกุมภาพันธ์ 1955

“ฉันเบื่อกับการต้องถือกระเป๋าไว้กับมือแล้ว (ฉันก็มักจะ) ทำมันหาย ฉันเลยใส่สายสะพาย (ไว้ที่กระเป๋า) แล้วสะพายพาดไหล่เสียเลย”

ดีไซเนอร์หญิงชาวฝรั่งเศส นางสาวโคโค ชาเนล (Coco Chanel) มีนิสัยขี้หลงขี้ลืมกระเป๋าถืออยู่เสมอ ด้วยอาชีพที่เป็นดีไซเนอร์ นักออกแบบ เธอจึงคิดเอาชนะปัญหาที่ชอบลืมกระเป๋าถือของตัวเอง ด้วยการออกแบบกระเป๋าให้มีสายสะพายเพื่อสะพายติดไว้กับตัว โดยแรงบันดาลใจในการใส่สายสะพายไปที่กระเป๋า โคโคได้มันมาจากกระเป๋าที่มีสายสะพายคาดลำตัวของทหารในช่วงยุค 1920s

เมื่อกระเป๋าคาดลำตัวของ โคโค ชาเนล ได้ถูกปล่อยสู่ท้องตลาด ในชื่อรุ่น Chanel 2.55 (ที่มาของชื่อรุ่น 2.55 มาจากเดือนและปีที่โคโคสร้างกระเป๋ารุ่นนี้ขึ้นมา โดยเลข 2 หมายความถึงเดือนกุมภาพันธ์ และเลข 55 หมายความถึงปี 1955) นั่นคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ ในสังคม เพราะในยุคก่อน 1950s ผู้หญิงมักจะต้องใช้มือในการถือกระเป๋า แต่ Chanel 2.55 กำลังทำให้ผู้หญิงเปลี่ยนจากใช้มือถือเป็นใช้ไหล่สะพายกระเป๋า!

เมื่อไม่ต้องใช้มือในการถือกระเป๋า มือของพวกเธอก็จะมีอิสระ สามารถหยิบจับของต่าง ๆ ได้สะดวกมากขึ้น แต่การออกแบบ Chanel 2.55 ของโคโคในวันนั้นไม่ได้เป็นเพียงแค่การเพิ่มอิสรภาพในการใช้ชีวิตของผู้หญิง แต่มันเป็นปฐมบทแห่งการสร้างตำนานแห่งวงการกระเป๋าบนโลกใบนี้ต่างหาก

ทำไมถึงเรียกกระเป๋ารุ่นนี้ว่าเป็นตำนาน?

นอกจากการปฏิวัติวงการแฟชั่นกระเป๋าที่โคโคหาญกล้าออกแบบแหวกแนวให้มีสายสะพายแทนที่จะเป็นด้ามจับหรือเป็นกระเป๋าถือในยุค 1950s ถ้าพูดถึงความยืนยงอย่างยาวนานของการขายกระเป๋าดีไซน์รุ่นนี้ (ที่ต่อมาถูกดัดแปลงล็อกและถูกเรียกชื่อใหม่ว่า Chanel Classic Flap Bag หลายคนจึงชอบเรียกกระเป๋ารุ่นนี้สั้น ๆ ว่า Chanel Classic) ที่ยังคงยืนระยะผลิตและขายมาได้กว่า 66 ปี (นับจนถึงปี 2021) ท่ามกลางกระแส fast fashion และรสนิยมที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างไม่หยุดนิ่งของผู้คน กระเป๋า Chanel Classic ถือเป็นกระเป๋าที่คลาสสิกสมชื่อ คือยืนหยัดบนความนิยมอยู่เหนือกาลเวลา ถ้าคุณเข้าไปในชอปของชาเนลทั้งบนโลกออนไลน์ หรือในโลกแห่งความเป็นจริง คุณจะยังคงเห็นกระเป๋าใบนี้เป็นหนึ่งในไอเทมขายดีประจำร้านอยู่เสมอ หรือคุณอาจจะอยากลองหลับตาแล้วนึกภาพตามง่าย ๆ ว่า ถ้าคุณยังคงสามารถเห็นกระเป๋าใบหนึ่งวางขายอยู่ได้เป็นเวลาครึ่งศตวรรษ แถมราคาของมันยังคงพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่เคยตกเลย 

คุณจะไม่เรียกกระเป๋าใบนั้นว่าเป็นตำนานได้หรือ?

การดีไซน์กระเป๋าหนึ่งใบที่จะให้มันเป็นตำนานยืนหยัดอยู่ได้ในโลกที่อะไร ๆ เปลี่ยนแปลงได้รวดเร็วเพียงแค่พริบตานั้น ทั้ง Chanel 2.55 และ Chanel Classic Flap Bag ได้ผ่านการสร้าง ปรับเปลี่ยน และผสมผสานจากเรื่องราวชีวิตของสองตำนานผู้ยิ่งใหญ่แห่งแบรนด์ชาเนล -โคโค ชาเนล และ คาร์ล ลาเกอร์เฟลด์ (Karl Lagerfeld) 

เราจะมาทำความรู้จักกับกระเป๋าทั้ง Chanel 2.55 และ Chanel Classic Flap Bag กับพัฒนาการว่ากว่าจะกลายมาเป็นกระเป๋าคลาสสิกที่สาว ๆ ใฝ่ฝันถึง มันผ่านการผสมผสานเรื่องราวความเป็นมาจากโคโคและคาร์ลอย่างไรบ้าง

ชีวิตของโคโค ชาเนลในกระเป๋า Chanel2.55

ว่ากันว่าสิ่งที่เราสร้างขึ้น มันมักจะสะท้อนชีวิตและเรื่องราวของผู้สร้างไม่มุมใดก็มุมหนึ่ง กระเป๋าชาเนลรุ่น Chanel 2.55 ก็เฉกเช่นเดียวกัน นอกจากโคโค ชาเนลแก้ปัญหาชอบลืมกระเป๋าถือด้วยการใส่สายสะพายที่กระเป๋าแล้ว ส่วนประกอบต่าง ๆ ของกระเป๋ารุ่น Chanel 2.55 ก็สะท้อนเรื่องราวในชีวิตของเธอเช่นเดียวกัน เช่น ตัวล็อกเปิด – ปิดกระเป๋า ที่ถูกเรียกว่า Mademoiselle Lock – ถูกคาดเดาว่าเป็นชื่อที่ตั้งตามชีวิตรักของโคโคที่ไม่เคยได้สมรสกับใครเลย

เธอยังคงใช้คำนำหน้าว่า ‘นางสาว’ (Mademoiselle) จนถึงวันที่เธอสิ้นลมหายใจ, หนังด้านในกระเป๋าที่เป็นสีแดงเบอร์กันดี คล้ายคลึงกับสีชุดยูนิฟอร์มของแม่ชีในสถานสงเคราะห์เด็กกำพร้าที่เธอเติบโตมา เช่นเดียวกับสายโซ่คล้องสะพายที่คาดว่าได้แรงบันดาลใจมาจากเข็มขัดของคนงานในสถานสงเคราะห์ที่เธอเคยอยู่เช่นกัน หรือแม้แต่ช่องเก็บของ (ลับ) ที่ถูกซ่อนเอาไว้ตรงส่วนหลังสุดของฝากระเป๋าก็เลื่องลือกันว่าน่าจะเป็นช่องที่โคโคออกแบบมาเพื่อเก็บจดหมายรักของเธอ (ข้อมูลจาก https://www.lifestyleasia.com/sg/style/fashion/how-the-chanel-2-55-handbag-came-to-be/ และ https://etoile-luxuryvintage.com/blogs/news/history-of-the-bag-chanel-flap-bag)

จากเดือนกุมภาพันธ์ปี 1955 ที่กระเป๋า Chanel 2.55 ได้ถือกำเนิดขึ้นบนโลกใบนี้ รูปร่างวัสดุอาจจะมีการปรับเปลี่ยนไปบ้างเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่ความเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ของกระเป๋าคลาสสิกรุ่นนี้เกิดขึ้นภายหลังจากที่โคโคได้เสียชีวิตลง

คาร์ล ลาเกอร์เฟลด์กับการเปลี่ยนล็อกกระเป๋าให้เป็น Chanel Classic Flap Bag

ชายหนุ่มชาวเยอรมันผู้ที่พวกเรามีภาพจำของเขาเป็นชายผมขาวโพลน สวมแว่นตาดำกับเสื้อเชิ้ตขาวปกสูงปิดคอทับด้วยสูทดำเรียบ และถุงมือแบบเปิดนิ้ว – คาร์ล ลาเกอร์เฟลด์ (Karl Lagerfeld) เข้ามารับบทบาทสำคัญผู้สานต่อตำนานของโคโค ในปี 1983

เขาเข้ามารับตำแหน่ง Creative Director ของ Chanel เขาเปิดบทบาทการกุมบังเหียนแบรนด์ดังอย่างชาเนลแบบไม่กระมิดกระเมี้ยน คาร์ลหยิบ Chanel 2.55 ขึ้นมาคิดใหม่ ทำใหม่ เปลี่ยนดีไซน์ของล็อก Mademoiselle Lock จากเดิมเป็นล็อกดีไซน์สี่เหลี่ยมให้เป็นรูปตัวอักษร C ไขว้กันสองตัว (โลโก้ของชาเนล) พร้อมตั้งชื่อกระเป๋ารุ่นนี้ว่า Chanel Classic Flap Bag จนกระเป๋ารุ่นนี้กลายเป็นหนึ่งในไอเทมที่สาว ๆ สาวกชาเนลต่างตามหา ซึ่งทำให้มันมีมูลค่าสูงขึ้นอยู่เรื่อย ๆ ปีแล้วปีเล่า

สื่อเก่าแก่ของอังกฤษอย่าง The Guardian นิยามคาร์ลเอาไว้ว่า “ชายผู้ปราดเปรื่องที่สุดในวงการแฟชั่น” นอกจากความสามารถในการดีไซน์ และสายตาอันเฉียบคมที่นำพาชาเนลให้ยังคงอยู่เป็นแบรนด์หรูคู่โลกแฟชั่นได้จนถึงวันที่เขาสิ้นลม (เขาเสียชีวิตเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2019) คาร์ลเป็นคนที่ชาญฉลาดอย่างที่สุดในเรื่องการตลาด

The Guardian เคยเปรียบเอาไว้ว่า “คาร์ลเป็นคนที่ทำให้แฟชั่นชั้นสูงเข้าถึงได้ง่าย เหมือนหนังบล็อกบัสเตอร์” ราคาของกระเป๋า เครื่องหนัง และเสื้อผ้าของชาเนลยังคงสูงอยู่ แต่ราคาของยาทาเล็บของชาเนลทำให้คนทั่วไปสามารถเข้าถึงแบรนด์ได้ ทำให้ชาเนลเป็นแบรนด์ที่นั่งอยู่ในใจสาว ๆ หลายคนทั่วโลก ทั้งสาว ๆ ที่สามารถหยิบจ่ายเงินในราคาหลายแสนเพื่อกระเป๋าหนังรุ่นคลาสสิกได้ หรือสาว ๆ ที่พึงใจกับยาทาเล็บและลิปสติกของชาเนล ก็ต่างเป็นเจ้าของชาเนลในแบบของตัวเองได้ทั้งสิ้น

แม้ว่าเวลาและชะตาชีวิตไม่ได้นำพาให้โคโคกับคาร์ลได้พบหน้าหรือรู้จักกัน แต่การสานต่อความหรูหรา คลาสสิก และยิ่งใหญ่ที่คาร์ลได้ทำต่อจากโคโคทั้งการบริหารให้แบรนด์ชาเนลยังคงเป็นหนึ่งในผู้นำของโลกแฟชั่น และการทำให้ดีไซน์กระเป๋า Chanel 2.55 ยังคงความเหนือกาลเวลา และส่งต่อมายังรุ่น Chanel Classic Flap Bag ถือเป็นการสานต่อเจตนารมณ์ของโคโคอย่างแนบเนียนแบบที่คาร์ลเคยพูดเอาไว้ว่า “งานของผมไม่ใช่ทำซ้ำในสิ่งที่เธอได้ทำไปแล้ว แต่มันคือการทำในสิ่งที่เธอจะทำ (ถ้าเธอมีชีวิตอยู่ต่างหาก)”

กระเป๋าชาเนลกับการลงทุน

จากสภาวะเงินเฟ้อ และความผันผวนของเศรษฐกิจ นักลงทุนทั่วโลกจึงมักเลือกที่จะลงทุนในสินทรัพย์ที่ชนะเงินเฟ้อ และทำให้มูลค่าเงินตราของตัวเองไม่เสื่อมถอยลงไปตามกาลเวลา ทั้งหุ้น, กองทุน, คริปโตฯ, ทองคำ, อสังหาริมทรัพย์ ช่างดูเป็นตัวเลือกที่คุ้นหูและเป็นที่นิยม แต่คุณรู้หรือไม่ว่ามีของใช้ใกล้ตัวอยู่ชิ้นหนึ่งที่มีมูลค่าสูงขึ้นเรื่อย ๆ นับตั้งแต่วันที่มันถูกผลิตออกมาขาย- กระเป๋า Chanel นั่นเอง!

ลองมาดูสถิติราคาของกระเป๋า Chanel Classic Flap Bag กัน (คิดเรทค่าเงินที่ 1 USD = 32.78 บาท)

ปี 1955 – ราคา 220 USD (Chanel 2.55) (7,211 บาท)

ปี 1990 – ราคา 1,150 USD (37,697 บาท)

ปี 2005 – ราคา 1,650 USD (54,087 บาท)

ปี 2010 – ราคา 2,850 USD (93,423 บาท)

ปี 2012 – ราคา 4,400 USD (144,232 บาท)

ปี 2016 – ราคา 4,900 USD (160,622บาท)

เดือนกรกฎาคม 2021 – ราคา 7,800 USD (255,684 บาท)

เดือนพฤศจิกายน 2021 – ราคา 8,800 USD (288,464 บาท)

ถ้าวาดออกมาเป็นกราฟ เราคงจะเห็นกราฟที่หัวมีแต่เชิดขึ้นไม่มีย่อลงเลยแม้แต่น้อย

กระเป๋า Chanel Classic Flap Bag ที่ถูกดัดแปลงมาจาก Chanel 2.55 ราคาดูเหมือนกับว่าจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยทางชาเนลมีเหตุผลมากมายในการขึ้นราคากระเป๋าทั้งค่าแรงงานที่เพิ่มสูงขึ้น ค่าวัสดุที่ราคาแพงขึ้น ฯลฯ จนเป็นที่มาของคำพูดติดตลก ทีเล่นทีจริงของเหล่าบรรดาขาชอป และนักลงทุนว่า “ไม่อยากติดดอยให้ซื้อ (กระเป๋า) ชาเนล” ประหนึ่งเป็นการบอกกระซิบนัย ๆ ว่า ซื้อกระเป๋าชาเนลไว้ ยังไงซะราคาก็ไม่มีลงแน่นอน (ดูจากสถิติราคา 60 กว่าปีย้อนหลัง ราคาก็ไม่เคยลงจริง ๆ) แล้วถ้าคุณต้องเลือกลงทุนระหว่างวางเงินเอาไว้ในเหรียญคริปโตฯ, หุ้น, กระเป๋า Chanel คุณจะเลือกอะไรดี?

เรื่อง: มณีเนตร วรชนะนันท์

ภาพ: Getty Images และ Chanel

ที่มา:

https://www.chanel.com/us/fashion/news/2019/02/chn-thank-you-karl-lagerfeld-alias.html

https://www.theguardian.com/fashion/2019/feb/19/karl-lagerfeld-king-of-fashion-theatre-who-shaped-chanel-legacy#:~:text=Lagerfeld%20becomes%20chief%20designer%20for,become%20Chanel’s%20most%20famous%20trademarks.

https://baghunter.com/pages/chanel-bag-values-research-study

https://www.sothebys.com/en/articles/the-luxury-price-boom-why-you-should-invest-in-chanel-handbags-today

https://www.reuters.com/business/back-fashion-chanel-enjoys-strong-recovery-pandemic-2021-06-15/

https://www.biography.com/fashion-designer/coco-chanel

https://www.theguardian.com/childrens-books-site/2016/feb/24/top-10-amazing-facts-you-didnt-know-about-coco-chanel

https://www.forbes.com/sites/abinlot/2020/07/29/curious-about-the-history-of-the-chanel-255-or-the-herms-birkin-rebag-introduces-the-vault/?sh=12a5a06b7857


อดีตเคยเป็นนักแต่งเพลง ปัจจุบันเป็นอาจารย์ที่คณะมนุษยศาสตร์และการจัดการการท่องเที่ยว มหาวิทยาลัยกรุงเทพ สนใจเรื่องอาหาร เบื้องหลังของเพลงดัง และคนในวงการ Pop Culture ในมุมอื่น ๆ

Related

Oronamin C: เปลี่ยนฝาเกลียวเป็นฝาดึง เพราะคดีฆาตกรรมหมู่แบบสุ่ม

NISSIN: เจ้าแห่งไอเดียกับ ‘ไอศกรีมราเม็ง’ ผู้มาก่อนกาล

ชินจิโร โทริอิ : จากไวน์และวิสกี้ สู่ ‘BOSS COFFEE’ กาแฟพร้อมดื่มสุดฮิตของญี่ปุ่น

เจี๊ยบ-วิมล เหลืองอรุณ : ทายาทรุ่น 3 ของ ‘เฮงเสง’ กับการปรับตัวจากเบาะไหว้เจ้าสู่หมอนอิงทำมือ

‘Ellen Helmke’ เจ้าของร้านที่ลูกค้าสามารถจิบกาแฟ อ่านหนังสือ และ ‘รับแมวไปเลี้ยงได้’

เบน ซิลเบอร์แมนน์ ผู้ร่วมก่อตั้ง ‘Pinterest’ ที่เริ่มต้นมาจากการ ‘สะสมแมลง’ ในวัยเด็ก

Sushiro กับกลยุทธ์เรียกลูกค้า ถ้าคุณชื่อ ‘แซลมอน’ เราจะให้คุณกินซูชิฟรี 2 วัน

EXIM BANK ขับเคลื่อนเครื่องยนต์รุ่นใหม่ ให้ทุกคนเป็นผู้ส่งออกได้ง่ายขึ้น เพื่อยกระดับการพัฒนาประเทศไทย