Post on 22/04/2020

คารวะ “พนมเทียน” โลกหลายด้านของนักเขียนอาชีพ

พนมเทียนกับเพื่อน ๆ นักเขียน (จากซ้าย) สมพันธ์ ปานะถึก, พนมเทียน, อ้อย อัจฉริยกร

ในอดีตบทพิสูจน์ของคำว่า “นักเขียนอาชีพ” นอกจากจะไม่ง่ายแล้ว ยังต้องปีนป่ายไขว่คว้าและต้องเผชิญกับความลำบากมากมาย กว่าจะสามารถยืนอยู่บนแท่นของคำว่า “นักเขียนอาชีพ” ได้อย่างทรนงและสมศักดิ์ศรี ขณะเดียวกันก็ต้องได้รับการยกย่องยอมรับจากคนอ่านในวงกว้างด้วย

นักเขียนไทยยุคที่ผ่านมาหลายคนด้วยกัน ที่มีชื่อเสียงโด่งดังและเป็นนักเขียนอาชีพอย่างเต็มตัว โดยได้ถวายชีวิตและจิตใจให้กับการเป็นนักเขียนเพียงอย่างเดียว หรือพูดง่าย ๆ ก็คือยึดอาชีพเขียนหนังสือเท่านั้น  ถ้าจะเป็นอย่างอื่น ๆ ก็ล้วนแต่เกี่ยวข้องกับการเขียนทั้งสิ้น เช่น ทำหนังสือพิมพ์, เป็นนักข่าว, ทำนิตยสาร, ทำงานสำนักพิมพ์ หรือไม่ก็ทำงานในโรงพิมพ์อย่างใดอย่างหนึ่ง

ดังนั้น นักเขียนชื่อดังในยุคที่ผ่านมา ภาพลักษณ์นอกจากจะเป็นนักเขียนอาชีพอย่างเต็มตัวแล้ว ยังมีความสามารถที่หลากหลาย บางคนเป็นทั้งนักเขียน, นักหนังสือพิมพ์, นักแปล รวมอยู่ในตัวคนคนเดียว ไม่ว่าจะเป็น ศรีบูรพา, ยาขอบ, ฮิวเมอร์ริสต์, ชิต บุรทัต, พ.เนตรรังสี, รพีพร, มาลัย ชูพินิจ, อิงอร, อาจินต์ ปัญจพรรค์ ฯลฯ

และนักเขียนชื่อดังอีกท่านหนึ่งที่บ่งบอกถึงการเป็นนักเขียนอาชีพอย่างเต็มตัวก็คือ “พนมเทียน” หรือ ฉัตรชัย วิเศษสุวรรณภูมิ เจ้าของผลงานนวนิยายอมตะเลื่องชื่อ “เพชรพระอุมา” ที่ถือกันว่าเป็นนวนิยายที่มีความยาวมากที่สุดในโลกและในเมืองไทย ที่ใช้เวลาเขียนนานร่วม 26 ปีนั่นเอง ด้วยพนมเทียนนอกจากจะยึดอาชีพเขียนหนังสือแล้ว ยังมีความสามารถหลากหลายที่ล้วนเกี่ยวกับการทำงานเขียนทั้งสิ้นอีกด้วย

ในความเป็น “นักเขียนอาชีพ” นั้น แท้จริงแล้วหมายถึงการเขียนหนังสือเพื่อหารายได้เลี้ยงชีวิตตัวเองและครอบครัวนั่นเอง เพราะฉะนั้นนักเขียนไทยที่มีอาชีพเป็นนักเขียนจริง ๆ จึงมีโลกหลายด้าน เพื่อให้การเลี้ยงดูตัวเองและครอบครัวสามารถอยู่ได้

นี่เป็นข้อแตกต่างระหว่าง “นักเขียนอาชีพ” กับการเป็นนักเขียนที่ถือว่า “การเขียนหนังสือเป็นงานอดิเรก” ที่อยู่นอกเหนือจากงานประจำ

ปี 2527 (จากซ้าย) พนมเทียน, ศิริสวัสดิ์ พันธุมสุต “น้าแพ็ท”, ศักดิ์ สุริยา (คนหันหลัง), อาจินต์ ปัญจพรรค์ และ สุมิตรา วิเศษสุวรรณภูมิ คู่ชีวิตของพนมเทียน บันทึกภาพในงานสวดอภิธรรมศพ สุวรรณี สุคนธา

ถ้าดูเส้นทางการทำงานเขียนของ “พนมเทียน” นับตั้งแต่แรกเริ่มที่เขียนนิยายเรื่อง “เห่าดง” ให้เพื่อน ๆ อ่านสมัยเรียนมัธยม จนกระทั่งก้าวสู่การเป็นนักเขียนโดยมีผลงานเผยแพร่ตามหน้านิตยสารต่าง ๆ ทั้ง เดลิเมล์, สยามสมัย, หนังสือพิมพ์เพลินจิตต์, นพเก้า, ศรีสยาม, จักรวาล, บางกอก, สกุลไทย จนกลายเป็นนักเขียนชื่อดัง และมีผลงานเป็นที่ชื่นชอบของนักอ่านมาจนถึงทุกวันนี้

ในความเป็นตัวตนของ “พนมเทียน” ที่น่ากล่าวถึงก็คือ…ความสามารถหลากหลายที่แสดงออกมาทางงานเขียนและการทำงาน ซึ่งหากพินิจดูผลงานนวนิยายของพนมเทียนแล้ว แต่ละเรื่องจะมีเนื้อหาและแนวเรื่องที่ต่างกันไป อาทิ เล็บครุฑ, เห่าดง, เพชรพระอุมา, จุฬาตรีคูณ และศิวาราตรี เพราะจะมีทั้งแนวเรื่องบู๊, แนวความรักโรแมนติก, แนวอิงประวัติศาสตร์ และแนวผจญภัย

เช่นเดียวกับความสามารถเฉพาะตัวของ “พนมเทียน” ซึ่งมิได้มีเพียงความสามารถในการเขียนนวนิยายเท่านั้น แต่เป็นทั้งบรรณาธิการ, คอลัมนิสต์ และเขียนสารคดี ตลอดจนการนำเอาความถนัดจัดเจนส่วนตัว อาทิ การเป็นคนสนใจเรื่องอาวุธปืน นำมาเผยแพร่ผ่านงานเขียน ดังเช่นการที่พนมเทียนเป็นบรรณาธิการนิตยสารจักรวาลและจักรวาลปืน โดยนอกเหนือจากการเป็นบรรณาธิการแล้ว ยังทำหน้าที่เป็นคอลัมนิสต์เขียนบทความ และเขียนตอบปัญหาให้ความรู้เรื่องอาวุธปืน ตลอดจนเขียนงานในรูปแบบสารคดีอีกด้วย

พนมเทียนช่วงก่อนบั้นปลายชีวิต

คุณลักษณะของความเป็นนักเขียนอาชีพร่วมยุคสมัยเดียวกันกับพนมเทียน ซึ่งเป็นยุคที่นักเขียนมีความผูกพันกับโรงพิมพ์และเถ้าแก่เจ้าของโรงพิมพ์นั้น แต่ละคนจะมีความสามารถสูงในการสร้างสรรค์ผลงานหลากหลายแนว และจากการที่ต้องเขียนหนังสือเลี้ยงชีวิตและครอบครัวนี่เอง นอกจากจะต้องเขียนงานหลายแนวแล้ว การใช้นามปากกาต่าง ๆ ก็เป็นอีกส่วนหนึ่งของความเป็นนักเขียนอาชีพ จะเห็นว่านักเขียนในยุคที่ผ่าน ๆ มา จะใช้นามปากกาหลายนาม เพื่อให้เหมาะกับงานเขียนแนวนั้น ๆ อย่างเช่น

“พนมเทียน” ก็ใช้นามปากกาอื่น ๆ คือ ก้อง สุรกานต์ และ รพินทร์

หรืออย่าง “ฉัตร บุณยศิริชัย” หรือ “ศักดิ์ สุริยา” เจ้าของผลงานเรื่อง “ชุมแพ” ก็มีนามปากกาที่ต่าง ๆ กันตามแนวงานเขียน ทั้ง จารึก ชมพูพล, อ้อย อัจฉริยกร และ ดาวไสว ไพจิตร

เช่นเดียวกับ สุวัฒน์ วรดิลก หรือ “รพีพร” ก็มีนามปากกาต่าง ๆ เช่น ศิวะ รณชิต, ไพร วิษณุ, สันติ ชูธรรม, ยุพดี เยาวมิตร

บนถนนนักเขียนไทย “พนมเทียน” ได้โลดแล่นอยู่บนสายนี้อย่างสง่างาม และผ่านประสบการณ์มากมาย ถือเป็นนักเขียนอาวุโสที่ทรงคุณค่าอีกคนหนึ่ง ที่เป็นผู้ถากถางเส้นทางสายนี้ให้คนรุ่นหลังได้ก้าวเดินและศึกษาเป็นแบบอย่าง

“พนมเทียน” หรือนามจริง ฉัตรชัย วิเศษสุวรรณภูมิ เสียชีวิตเมื่อวันที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2563 ที่บ้านพักในวัย 89 ปี …แม้จะเป็นการปิดฉากชีวิตอย่างสมบูรณ์… แต่ก็มิได้ปิดฉากตำนานของ “พนมเทียน” แต่อย่างใด

The People ขอคารวะและอาลัยยิ่งมา ณ ที่นี้!

 

เรื่อง: นิรันศักดิ์ บุญจันทร์

 


นักเขียนรับเชิญ

นักเขียนรับเชิญที่ The People เชิญมาแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และนำเสนอบทความตามความสนใจ

Related

ลี่ เสี่ยวเหมิง: นักกีฬา E-Sport แชมป์โลก ที่ก้าวผ่านคำสบประมาทเรื่องเพศ

รหัสลับเด็กข้างบ้าน: ต่อให้ผ่านไป 100 ปีก็อย่าโตเป็นผู้ใหญ่ จงถนอม ‘ความเป็นเด็ก’ ไว้ในหัวใจตลอดกาล

บิลลี ฮอลิเดย์ สร้างสรรค์เสียงเพลงบนทางแพร่งของโศกนาฏกรรม: การดิ่งลงสู่ก้นเหว

Pac-Man ตัวละครเกมดัง เกิดขึ้นได้ด้วยผู้หญิง และการกิน

ปีเตอร์ เมย์ฮิว “ชิวแบคกา” ชายร่างใหญ่กับหัวใจที่ใหญ่กว่า

The Secret Life of Pets 2 ความลับคือความรัก เรารักสัตว์ และสัตว์ก็รักเรา

พิคโกโล่: จากเด็กกำพร้าสุดชั่ว สู่การเป็นตัวละครมนุษย์พ่อในดรากอนบอล

แฟรงกี แมนนิง สัญลักษณ์แห่งความสุขของนักเต้น Lindy Hop