Post on 13/06/2019

ชวนล ไคสิริ เลิกออกแบบตึก มาเป็นเจ้าของแบรนด์เสื้อผ้า POEM

เพราะทุกวันคือรันเวย์ เสื้อผ้าหน้าผมสุดเนี้ยบจึงไม่ได้ถูกจำกัดอยู่แค่ในงานแฟชั่นวีค แต่อยู่ในชีวิตประจำวัน รวมถึงใน “สภา” ซึ่งหนึ่งในแบรนด์ที่หลายคนน่าจะคุ้นกันก็คือ POEM ที่ก่อตั้งโดย “ฌอน” ชวนล ไคสิริ ผู้ผันตัวจากสถาปนิกออกแบบโครงสร้างตึก มาจับโครงคอร์เซ็ต จัดทรวดทรงองค์เอวเพิ่มความมั่นใจให้ผู้หญิง ปั้นห้องเสื้อเล็ก ๆ ของคุณแม่ สู่แบรนด์เสื้อผ้าสายเลือดไทยชั้นนำของประเทศ

ทว่ากว่า POEM จะประสบความสำเร็จ กลายเป็นห้องเสื้อที่ได้การยอมรับจากนักแสดงและเซเลบริตี้ชื่อดังเช่นทุกวันนี้ ชวนลต้องผ่านอุปสรรคมามากมาย ทั้งวิกฤตการเมืองและภัยพิบัติทางธรรมชาติ ที่ทำให้เกือบต้องเลิกกิจการกลางทางมาแล้ว!

 

สถาปัตย์ในเส้นทางแฟชั่น

ชวนล เติบโตมากับครอบครัวคนจีนที่ค่อนข้างเข้มงวด แม้จะมีคุณแม่เป็นช่างตัดเสื้อ แต่เขาก็ไม่ได้มุ่งหวังจะสานต่อกิจการที่บ้านเลยแม้แต่น้อย เขาฝันอยากเป็นสถาปนิก เพราะประทับใจบรรยากาศการทำงานของญาติที่ทำงานด้านนี้ จึงเลือกเรียนปริญญาตรีที่คณะสถาปัตยกรรมศาตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งคุณแม่ก็ให้การสนับสนุนเป็นอย่างดี และมักจะสอนเสมอว่าชีวิตที่ดีเกิดจากตั้งใจเรียนหนังสือและตั้งใจทำทุกอย่างให้เต็มที่

ช่วงนั้น ชวนลได้รับโอกาสทำเสื้อผ้าให้ละครเวทีของคณะที่ส่วนใหญ่เป็นละครแนวย้อนยุค โดยมีคุณแม่เป็นที่ปรึกษา ซึ่งประสบการณ์ดังกล่าวกลายเป็นเชื้อไฟที่จุดประกายให้เขาเริ่มค้นหาตัวตนด้านแฟชั่น

ความหลงใหลในการทำคอสตูมละครเวที ทำให้ชวนลผลิตเสื้อผ้าของตัวเองไปฝากขายที่ร้านค้าในพื้นที่โรงหนังสยาม วันแรกเขาทำไปเพียง 4 ตัว ซึ่งภายใน 3 ชั่วโมงก็ขายไปได้แล้ว 2 ตัว โดยสินค้าชิ้นแรกที่ขายออกเป็นเพียงแจ็กเก็ตเรียบๆ พิมพ์ลายดอกไม้ และลูกค้าคนแรกคือ “ลูกเกด” จิรดา โยฮารา วีเจชื่อดัง

กระแสตอบรับที่ดี ทำให้ชวนลมีกำลังใจผลิตเสื้อผ้าและเอาไปฝากขายที่ร้านเดิมอีกเป็นเวลากว่า 3 เดือน จนร้านค้าแห่งนั้นหมดสัญญา

จุดพลิกผันที่ทำให้ชวนลตัดสินใจเปลี่ยนเส้นทางอาชีพ คือ การได้รับรู้ว่าอาชีพสถาปนิกที่เขาใฝ่ฝันต้องใช้เวลาหลายสิบปีในการเป็นผู้ช่วยเท่านั้น กว่าจะได้ออกแบบงานของตัวเองก็ต้องใช้เวลาอีกหลายสิบปี ทำให้เขาคิดว่าเส้นทางสายสถาปนิกอาจจะไม่ใช่งานที่ตอบโจทย์ความต้องการสร้างสรรค์ของตัวเองอย่างแท้จริง กลับกันการทำเสื้อผ้าไปฝากขายช่วยสร้างรายได้ให้เขามากกว่าการเป็นสถาปนิกเสียด้วยซ้ำ ชวนลจึงเบนเข็มจากงานด้านสถาปัตยกรรมไปร่วมหุ้นกับคุณแม่เพื่อเปิดห้องเสื้อของตัวเอง

“เราจบจากคณะสถาปัตย์ จุฬาฯ แต่มาทำเสื้อผ้า มีแต่คนถามว่าเสียดายไหมกับเวลาห้าปีที่เรียนมา เราบอกได้เลยว่าไม่ได้เสียดายเวลา แต่กลับรู้สึกว่าถ้าเราทำเสื้อผ้าแล้วมีความสุขเราก็ควรทำสิ่งนั้น”

สำหรับชวนล การศึกษาด้านสถาปัตยกรรมไม่ใช่สิ่งสูญเปล่า เพราะความรู้เหล่านั้นมีส่วนช่วยกำหนดกรอบความคิดให้เขามองสิ่งรอบตัวอย่างเป็นเหตุเป็นผลและรอบด้านมากยิ่งขึ้น ทั้งการประชาสัมพันธ์ หรือการเลือกทำเลที่ตั้งร้าน ล้วนต้องผ่านการเก็บข้อมูลและวิเคราะห์อย่างละเอียดรอบคอบที่สุด เช่นเดียวกับการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อออกแบบของสถาปนิก

 

วิกฤตธุรกิจห้องเสื้อ

ชวนลร่วมหุ้นกับคุณแม่เปิดห้องเสื้อในปี 2549 ในย่านสยาม แม้ค่าเช่าพื้นที่จะสูงถึงเดือนละกว่า 1 แสนบาท แต่ชวนลก็ไม่หวั่น เพราะเขารวบรวมข้อมูลมาแล้วว่าทำเลดังกล่าวคือแหล่งรวมแฟชั่นแห่งสำคัญของประเทศ

2-3 ปีแรก POEM เริ่มจากชุดสำเร็จรูปที่สามารถสวมใส่ได้ทันที ต่อมาเมื่อมีลูกค้ามากขึ้น ชวนลก็ขยับขยายเพิ่มบริการสั่งตัด รองรับความต้องการของลูกค้าที่ต้องการชุดที่เหมาะกับรูปร่างตัวเองมากที่สุด แต่ขณะที่ธุรกิจไปได้สวยก็มีเหตุให้ต้องหยุดชะงัก เพราะการเคลื่อนไหวทางการเมืองในปี 2553 ตามด้วยน้ำท่วมกรุงเทพฯ ครั้งใหญ่ ปี 2554

สองเหตุการณ์นี้ทำให้ชวนลสูญเสียรายได้จนเขาคิดจะปิดกิจการ เช่นเดียวกับแบรนด์ดีไซเนอร์ไทยที่พากันปิดตัวไปในช่วงนั้น “ถ้าไม่มีรายรับก็อย่ามีรายจ่าย” เป็นคำพูดของคุณแม่ ที่ทำให้เขาควบคุมต้นทุนอย่างเคร่งครัดจนสามารถประคับประคองแบรนด์ให้ผ่านช่วงเวลาอันยากลำบากมาได้

หลังจากผ่านพ้นวิกฤตช่วงนั้น ห้องเสื้อแบรนด์ POEM ก็พัฒนาตัวเองขึ้นเรื่อย ๆ ในมุมมองของชวนล เอกลักษณ์ของแบรนด์ช่วงเริ่มแรกกับตอนนี้ไม่ได้ต่างกันนัก แต่การเติบโตของแบรนด์ที่ผ่านอุปสรรคต่าง ๆ ทำให้ห้องเสื้อแห่งนี้ออกแบบคอลเลกชั่นใหม่ ๆ ได้ดียิ่งขึ้น

 

สู่แบรนด์เพื่อความมั่นใจของผู้หญิง

“ผมเห็นด้วยกับประโยคของ Mr.Christian Louboutin เจ้าของ Christian Louboutin แบรนด์รองเท้าชื่อดังระดับโลก ที่ว่ารองเท้าที่สวยจะต้องใส่ไม่สบาย ซึ่งก็เหมือนกับชุดของ POEM หลาย ๆ ชุด ที่ลูกค้าทุกคนพูดเหมือนกันว่า ใส่ไม่สบาย แต่ใส่แล้วมั่นใจมาก”

จุดเด่นของ POEM คือการผสมผสานดีไซน์ยุคใหม่เข้ากับเสน่ห์ของเดรสเมกเกอร์ยุคเก่าช่วงปี 1940’s-1950’s ที่ออกแบบเสื้อผ้าให้โอบรับกับสรีระของผู้หญิง โดยผ่านแนวคิดของแบรนด์ที่ผนวกสัดส่วนความงาม (proportion) กับงานฝีมือ (craftsmanship) เข้าด้วยกัน

การตัดชุดสไตล์ POEM เดรสเมกเกอร์จะเริ่มจากการแบ่งเส้นเอว โดยวัดความยาวช่วงตัวด้านบนทั้งด้านหน้า ด้านหลัง และความสูงของหน้าอก เพื่อหาส่วนที่คอดที่สุดของลำตัว และนำไปใช้ในการตัดชุดเพื่อขับเน้นสรีระของผู้สวมใส่ บางครั้งก็จะไม่ตัดชุดตามสัดส่วนที่วัดได้ แต่ใช้สัดส่วนเฉพาะของช่างเสื้อที่ทำให้ทรวดทรงออกมาดูดียิ่งกว่ารูปร่างจริง

ชุดของ POEM จะมีเอกลักษณ์ที่นับเป็น DNA ของแบรนด์ เรียกว่า Second Line ลากจากวงแขนมายังสะโพกเป็นทรงนาฬิกาทราย รวมถึงการฝังคอร์เซ็ตแบบ Boning เพื่อกระชับรูปร่างให้เอวคอด สะโพกผายออก แต่จะมีเพียง 5% เท่านั้นที่ใช้คอร์เซ็ทเต็มรูปแบบ โดยส่วนใหญ่เป็นชุดราตรีสำหรับเดินพรมแดง

ส่วนดีไซน์ของแบรนด์เน้นความเรียบหรู ด้วยการใช้สีเรียบ ๆ หรือการพิมพ์ไล่สีแบบ Ombré แทนการย้อมสีที่ไม่สามารถควบคุมน้ำหนักสีได้ นอกจากนั้นยังมีจุดเด่นเรื่องรูปแบบการไล่ระดับสี หรือแพทเทิร์นจากช่วงเอวออกมา เพื่อช่วยเน้นโชว์สรีระช่วงสะโพก ให้อกเป็นอก เอวเป็นเอว มากยิ่งขึ้น

“เราจะหายใจเบา ๆ เดินช้า ๆ และหลังตรง ในใจตะโกนว่าช่วยด้วย…ตอนแต่งงานเอวเรามันคือ 26 ฌอนรัดเหลือ 22 มันคือการรัดเข้าไป แต่มันจะทำให้เราสวยมาก” โอปอล์-ปาณิสรา อารยะสกุล นักแสดงที่ออกตัวว่าเป็นแฟนตัวยงของแบรนด์ และใช้ชุดของ POEM เป็นชุดในพิธีหมั้นและจดทะเบียนสมรส เคยเล่าไว้ ซึ่งชุดที่ปาณิสราพูดถึงเป็นชุดคอกลมแขนยาว กระโปรงทรงหางปลา ที่สามารถแยกชิ้นท่อนบนและท่อนล่างในนำไปใส่กับเสื้อผ้าอื่น ๆ ได้อีก เป็นการออกแบบด้วยแนวคิด Timeless Collection ที่ชวนลต้องการให้ชุดของ POEM สามารถใส่ได้เรื่อย ๆ ไม่ใช่แค่งานเดียว ครั้งเดียว หรือแค่รูปแบบเดียว

ชวนลกล่าวว่า รูปทรงนาฬิกาทรายคือรูปทรงคลาสสิกที่จะอยู่ได้ตลอดไป เมื่อรวมกับเทคนิคการตัดเย็บแล้วจะช่วยซัพพอร์ตรูปร่างของผู้หญิงให้เกิดความมั่นใจในโครงสร้างและรูปร่างความเป็นผู้หญิงของตัวเอง

ตลอดระยะเวลาการเดินทาง 13 ปี แบรนด์ POEM มีโอกาสตัดชุดให้นักแสดงและเซเลบริตี้มากมาย ทั้ง เชอรี่-เข็มอัปสร สิริสุขะ, เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ, แอน ทองประสม ฯลฯ แต่ชวนลก็ยืนยันว่าไม่ว่าจะเป็นใครหรือมีรูปร่างแบบไหนก็สามารถใส่ชุดของ POEM ได้ เพราะผู้หญิงทุกคนมีความสวยเป็นของตัวเอง และสิ่งนั้นเป็นนามธรรมที่จับต้องไม่ได้ แต่ความมั่นใจคือสิ่งที่จะพิสูจน์ได้ว่าความงามนั้นมีอยู่จริง

“ต่อให้คนทั้งโลกชมว่าเขาสวย แต่ถ้าเขาไม่มีความมั่นใจ ความงามนั้นก็ไม่มีอยู่จริง ความงามมันเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเล็ก ๆ แต่ทันใดที่เกิดขึ้นแล้ว มันจะมีพลังมหาศาล…”

 

ที่มา

https://praew.com/people/113019.html

http://www.poembangkok.com/about/about-brand/

https://www.sanook.com/women/53913/

https://www.smethailandclub.com/startups-1841-id.html

https://www.youtube.com/watch?v=89eWJRaWpm0

https://www.youtube.com/watch?v=4r4ZosbV72o

 

เรื่อง: นรมณ ดลมหัทธนะกิตติ์ (The People Junior)

ภาพ: www.poembangkok.com

 


The People Junior

เด็กฝึกงานผู้มีใจรักในการสร้างสรรค์คอนเทนต์

Releated

ฟาเบียน ธิลมัน ผู้ปั้น Pornhub เว็บโป๊ที่เปลี่ยนภูมิทัศน์สื่อลามก

สุวิทย์ วังพัฒนมงคล กอบกู้ “โรซ่า” ซอสมะเขือเทศพันล้าน

สมศักดิ์ จิตติพลังศรี ปั้น “ซัยโจ เด็นกิ” แอร์พันล้าน สู้ศึกแดดร้อนเมืองไทย

ทีปกร โลจนะโกสินทร์ ปรับลุค Lotus ปั้น Omazz ครองใจคนสายนอน

เจมี โอลิเวอร์ ความฝันที่จะเห็นอุตสาหกรรมอาหารบนความยั่งยืน

“เพราะอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย” ประโยคเสก 2 พันล้านให้ “ทิฟฟี่” อาณาจักรธุรกิจของ สุภชัย วีระภุชงค์

แบร์นาร์ด อาร์โนลต์ วิศวกรก่อสร้าง สู่เจ้าของอาณาจักรสินค้าหรู LVMH

โชคชัย บูลกุล คาวบอยเมืองไทย ตำนาน “ฟาร์มโชคชัย” กับชีวิตที่โชคชะตาไม่เคยเข้าข้าง