Post on 11/11/2019

วิชิต ซ้ายเกล้า “I Believe in Diversity”

ความเชื่อในความหลากหลาย อาจเป็นสาเหตุให้ชายคนหนึ่งลองต้มเบียร์กินเองที่บ้าน เมื่อ 7 ปีที่แล้ว จนวันนี้แทบไม่มีคนรักคราฟท์เบียร์คนไหนที่ไม่รู้จัก ‘ชิตเบียร์’ ที่ก่อตั้งโดย วิชิต ซ้ายเกล้า หรือ ‘พี่ชิต’ ของพี่น้องคนรักเบียร์กว่า 3,000 คน ที่เคยไปเรียนรู้การต้มเบียร์บนเกาะเกร็ด แล้วหลายคนออกไปสร้างแบรนด์ของตัวเองเกือบร้อยแบรนด์ กระจายไปทั่วประเทศ 

วิชิตเชื่อว่า การต้มเบียร์ที่บ้านจะกลายเป็นแพลตฟอร์มเพื่อการพึ่งพาตัวเอง แล้วนำมาซึ่งความหลากหลาย ที่ท้ายสุดจะกลายเป็นหนทางช่วยแก้ปัญหาความยากจนและความเหลื่อมล้ำ ในโอกาสครบรอบ 1 ปีของ The People เราจึงชวนเขามาทอล์กในประเด็น “I Believe in Diversity” 

“สวัสดีครับ ผมวิชิตนะครับ ถ้าต้องตายวันนี้ ตายคืนนี้ ตายพรุ่งนี้ก็ช่วยบันทึกให้หน่อยว่า I Believe in Diversity ผมเชื่อในความหลากหลาย เพราะความหลากหลายเป็นตัวบ่งชี้ของความยั่งยืน ความหลากหลายเป็นเหมือน insurance ว่าเราจะได้ไปต่อ มองไปในป่า ภูเขา มีความหลากหลายเรื่องพืชพันธุ์ ต้นไม้สัตว์ป่า มองใต้ทะเล ผืนน้ำ ปะการัง สัตว์เล็กสัตว์ใหญ่ปะปนกัน เต็มไปด้วยความหลากหลาย

“ถามว่าทำไมธรรมชาติต้องดำรงไว้ซึ่งความหลากหลาย ก็เตรียมพร้อมไง เตรียมพร้อมเพื่อการเปลี่ยนแปลง เพราะเรามีปัจจัยเยอะแยะมากมาย ตัวแปรเป็นหมื่น ๆ มันเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ความหลากหลายเพื่อเป็นการเตรียมพร้อม มันมองดูเรา เชื่อเหลืองเหมือนกันหมดเป็นไง แม่งเปราะบาง เชื่อแดง ชอบสีแดงเหมือนกันหมด แม่งก็เปราะบาง งั้นคนเราก็ต้องมีความเชื่อหลากหลายสี คละเคล้ากันไป

“สมมติถ้าเราเชื่อในความหลากหลายแล้ว มันก็จะมีคำถามที่สำคัญกว่าว่า how to เราจะสร้างความหลากหลายให้มันเกิดขึ้นได้ยังไง หรือในธรรมชาติถ้ามันมีความหลากหลายอยู่แล้ว แล้วเราจะดำรงความหลากหลายได้อย่างไร

“ตลอดการทำงาน 17 ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่เรียนจบมา 2003 ก็สอนหนังสือ สอนนักเรียนนายร้อย ทำสตาร์ทอัพไอทีมา 2-3 บริษัท ทดลองค้นคว้าทุกอย่างก็มาพบกับวิธีที่ทำให้เกิดความหลากหลาย ผมเรียกว่า ‘แพลตฟอร์ม’

“แพลตฟอร์มให้โอกาสคนเล็ก ๆ แพลตฟอร์มเชื้อเชิญให้คนเข้ามามีส่วนร่วม ไม่จำกัดเพศ ไม่จำกัดอายุ แพลตฟอร์มสามารถสร้างให้เกิดชอยส์ เกิดแนวคิดใหม่ เปิดทางเลือกใหม่ ๆ อันนี้เป็นที่มาของที่ว่า ‘เชื่อในความหลากหลาย’ แพลตฟอร์มเป็นตัวทำให้เกิดความหลากหลาย

“เมื่อ 7 ปีที่แล้ว ผมต้มเบียร์กินเองบนเกาะเกร็ด ต้มเบียร์เพื่อแก้เหงา คิดว่ามันคือกิจกรรมตอนอายุ 55-60 หรือตอนเกษียณ แต่ในเวลาต่อมามีน้อง ๆ ขึ้นมาที่เกาะ ‘พี่ชิตสอนผมต้มเบียร์หน่อย’ ก็เลยเปิดเป็นศูนย์เรียนรู้ทำเบียร์กินเอง Chit Beer Brewing Academy ปัจจุบันมีน้อง ๆ จบไปจาก academy 3,000 กว่าคน บ้างก็ไปต้มเบียร์กินเอง บ้างก็รู้แล้วว่าเบียร์ทำยังไง แม่งซื้อแดกดีกว่า (เสียงหัวเราะ) แล้วบางส่วนก็ไปสร้างแบรนด์เป็นของตัวเอง ประมาณ 50-60 แบรนด์ อยู่ตามต่างจังหวัดทั่วประเทศ เชียงใหม่ เชียงคาน อุดรธานี ขอนแก่น หาดใหญ่ เบตง เกาะสมุย

“ศูนย์เรียนรู้ทำเบียร์กินเองของชิตเบียร์มันคือแพลตฟอร์ม ต้มเบียร์มา 7 ปี โดนจับมา 5 ครั้ง เพราะทุกอย่างที่ทำแม่งเถื่อนหมด (เสียงหัวเราะ) ก็เลยเข้าไปขอใบอนุญาตในการขึ้นโรงเบียร์ เราลงทุนไป 10 กว่าล้านแล้ว แม่ง 3 ปีกว่า ยังไม่ได้ใบอนุญาตเลย

“สมมติว่าได้ใบอนุญาตก็กะว่าจะให้โรงเบียร์แห่งนี้เป็นโรงเบียร์เปิด จะให้โรงเบียร์แห่งนี้เป็น playground สำหรับ brewer ใครก็ได้ที่มีแบรนด์เป็นของตัวเองแล้ว สามารถ booking มาต้มเบียร์ที่นี่ ขายเบียร์ที่นี่ ยี่ห้อตัวเอง เพราะงั้นโรงเบียร์แห่งนี้ชื่อว่า ‘มิตรสัมพันธ์’ ที่เรียกว่ามันคือโรงเบียร์ The Voice เพื่อค้นหาเทพนักต้มเบียร์ไทย โรงเบียร์มิตรสัมพันธ์คือแพลตฟอร์ม

“แล้วถ้าสังคมเรามันไม่มีแพลตฟอร์ม แล้วโอกาสคนเล็ก ๆ จะทำยังไงที่จะสร้างฝัน ที่จะจินตนาการ ที่จะมีความทะเยอทะยานกับเขาบ้าง ซึ่งถ้าไม่มี มันก็เป็นอยู่อย่างปัจจุบันนี้ไง งอมืองอเท้า รอเงินเข้าบัญชี มีแต่ความอ่อนแอจนเป็นปัญหาทั่วไปหมด ปัญหาความเหลื่อมล้ำ รวยกระจุกจนกระจายอย่างเท่าเทียม แล้วก็พาไปสู่กฎแห่งอำนาจ ที่เรียกว่า ‘The Power laws’ The rich get richer, the power get more power มันรวยขึ้นได้ยังไง ก็ไอ้คนเพียงไม่กี่คนเหล่านี้แม่งเป็นอีแอบที่คอยสร้างแรงเสียดทานเทียม จนเป็นการทำลายความฝันของคนตัวเล็ก ๆ

“แก้กันมาไม่รู้กี่สมัยเรื่องปัญหาความเหลื่อมล้ำ แม่งถ้าออกกฎหมายได้คงออกกฎหมายได้แล้ว กฎหมายแก้ความเหลื่อมล้ำ แต่แม่งไม่เวิร์กไง ผมรอมา 48 ปี ถ้าเวิร์กมันคงเวิร์กไปแล้ว เผลอ ๆ บางทีมันอาจจะง่ายกว่านี้คือยกเลิกแม่งให้หมดเลย ไอ้กฎบ้า ๆ บอ ๆ งี่เง่าต่าง ๆ เหล่านี้ ไอ้แรงเสียดทานเทียมที่มันเกิดจากคนไม่กี่คน แต่แน่นอนพูดง่ายทำแม่งยาก เปลี่ยนกฎ เปลี่ยนกฎหมาย มึงใช้อำนาจแต่เปลี่ยนคนไม่ต้อง และนั่นคือวิถีที่ผมใช้ ฉันแค่ทำให้ดู ฉันแค่อยู่ให้เห็น ถ้ามึงคิดว่ามันดี มึงก็ copy มึงก็มานำไปพัฒนาต่อ

“เพราะงั้นตลอด 17 ปีที่ผ่านมา ผมทําทุกอย่าง พยายามจะสร้างให้มันเป็นแพลตฟอร์ม เพราะมีความเชื่อในความหลากหลายนะครับว่า มันจะให้โอกาสพวกเรา ถ้ามีศักยภาพ ถ้าหากเป็นไปได้ก็อยากให้มาช่วยกันสร้างแพลตฟอร์ม หรืออะไรก็ได้ The People คือ The platform for the people ทำให้คนตัวเล็ก ๆ อย่างผม ขึ้นมายืนตรงจุดนี้ได้ก็ Congratulations ขอบคุณมากครับ สวัสดีครับ

*ทอล์กนี้ เป็นส่วนหนึ่งในงานครบรอบ 1 ปี The People: Do You Hear THE PEOPLE Talk? จัดขึ้นเมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562 ณ ห้องคริสตัล บ็อกซ์, เกษร เออร์เบิน รีสอร์ท


The People

กองบรรณาธิการ