Post on 08/02/2021

คริสโตเฟอร์ พลัมเมอร์: กัปตันวอนแทรปป์ แห่ง The Sound of Music ผู้เข้าชิงออสการ์จากหนังที่ถ่ายแค่ 9 วัน

คริสโตเฟอร์ พลัมเมอร์ นักแสดงชาวแคนาดา ผู้โด่งดังจากบทกัปตันวอนแทรปป์ ในภาพยนตร์เพลง The Sound of Music เสียชีวิตอย่างสงบในวัย 91 ปี เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2021

ก่อนเสียชีวิต เขาเคยพูดประโยคหนึ่งว่า “เราขอตายคาเวที นั่นน่าจะเป็นหนทางลาจากอาชีพการแสดงนี้ที่สวยงาม”

พลัมเมอร์เชื่อว่า คนเราถ้ามีเป้าหมายในชีวิต และได้ทำงานในอาชีพที่ตนเองรักแล้ว เราจะไม่มีวันคิดถึงเรื่องเกษียณ และเขาเองก็ทำตามที่ตนเองเชื่อ ไม่เคยหยุดทำงานในอาชีพนักแสดงจนวาระสุดท้ายของชีวิต

คริสโตเฟอร์ พลัมเมอร์ อยู่ในวงการนักแสดงมายาวนานเกือบ 70 ปี เขามีผลงานมากมายนับไม่ถ้วนทั้งละครเวที ละครวิทยุ ละครโทรทัศน์ และภาพยนตร์จอเงิน

ผลงานที่โด่งดังที่สุดคือภาพยนตร์เพลงคลาสสิกเรื่อง The Sound of Music หรือมนต์รักเพลงสวรรค์ ในปี 1965 ซึ่งเขารับบทเป็นกัปตันวอนแทรปป์ นายทหารพ่อหม้ายลูกดกชาวออสเตรีย ผู้หลงรักแม่ชีที่จ้างมาเป็นพี่เลี้ยงเด็ก ก่อนต้องหอบหิ้วครอบครัวหนีภัยคุกคามจากกองทัพนาซีในสงครามโลกครั้งที่สอง

 

ต่อต้าน The Sound of Music ที่ทำให้ตัวเองดัง

หนังครอบครัวอันแสนร่าเริงอบอุ่นเรื่องนี้ได้รับการยกย่องให้เป็นภาพยนตร์เพลงที่ดีที่สุดตลอดกาลเรื่องหนึ่งของโลก และทำให้คริสโตเฟอร์ พลัมเมอร์ เป็นที่รู้จักไปทั่วโลกจากบทบาทในเรื่องดังกล่าว จนบางครั้งเจ้าตัวก็ไม่ปลื้มกับความสำเร็จที่ได้มานัก

“ช่วงแรก ๆ มันสร้างความรำคาญใจให้ผมมาก ผมคิดว่าคนพวกนี้ไม่เคยดูหนังเรื่องอื่นกันบ้างเหรอ? หรือนี่คือหนังเรื่องเดียวที่พวกเขาเคยดูกัน?” พลัมเมอร์เปิดใจถึงความรู้สึกที่คนมักจดจำเขาได้แต่ในบทกัปตันวอนแทรปป์

พลัมเมอร์เคยวิจารณ์คาแรกเตอร์ของกัปตันวอนแทรปป์ว่า น่าเบื่อ ไร้อารมณ์ขัน และยังเคยโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยงเมื่อรู้ว่าเพลงที่ตัวเองร้องในเรื่องนี้ถูกนำเสียงร้องของคนอื่นมาอัดทับ นอกจากนี้ยังเคยเรียกชื่อหนังเพื่อล้อเลียนว่า The Sound of Mucus (มนต์รักเสียงขี้มูก) และ S&M (ซาดิสม์ – มาโซคิสม์)

อย่างไรก็ตาม เขายอมรับในเวลาต่อมาว่า ความรู้สึกดังกล่าวเป็นอาการของคนเคยหลงผิด คิดว่าตัวเองเก่งจากความสำเร็จในการเล่นละครเวที เลยดูถูกคาแรกเตอร์ในบทภาพยนตร์

ขณะเดียวกันก็ขอบคุณผู้กำกับ โรเบิร์ต ไวส์ ที่ให้โอกาสได้เล่น The Sound of Music และขอบคุณจูลี แอนดรูวส์ นางเอกของหนังเรื่องนี้ ที่ยังคงเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันเสมอมา

 

ชีวิตจริงยิ่งกว่าละคร

บทบาทของกัปตันวอนแทรปป์ ทำให้คนทั่วไปรู้จักคริสโตเฟอร์ พลัมเมอร์ ในภาพจำของผู้ชายอบอุ่น จิตใจดี และมีมาดแบบผู้ดีอังกฤษ ทว่า ชีวิตจริงของเขากลับแตกต่างจากพระเอก The Sound of Music อย่างสิ้นเชิง

พลัมเมอร์ในวัยหนุ่มเป็นคนสำมะเลเทเมาที่ติดทั้งเหล้า และผู้หญิง เขาเคยหย่าร้างถึง 2 ครั้งก่อนจะมาแต่งงานกับเอเลน เทย์เลอร์ ภรรยาคนปัจจุบันที่อยู่กินกันจนเสียชีวิต

เขามีลูกสาว 1 คน ชื่อ อแมนดา กับภรรยาคนแรกชื่อแทมมี กริมส์ ซึ่งเป็นนักแสดงเหมือนกัน แต่ความสัมพันธ์กับลูกสาวไม่ค่อยดีนัก เพราะตนเองแทบไม่เคยรับผิดชอบเลี้ยงดูเธอเลย จนกระทั่งอแมนดาโตมาประสบความสำเร็จในอาชีพนักแสดงเช่นกัน จากนั้นความสัมพันธ์ของทั้งคู่จึงดีขึ้น

“ผมแย่มากจริง ๆ ในเรื่องความรับผิดชอบกับทุกสิ่ง ถ้าไม่ใช่เรื่องงานแล้ว อย่ามาหวังสิ่งใดกับผมเลย” พลัมเมอร์ผู้พ่อเปิดใจถึงชีวิตที่ล้มเหลวในหลายด้าน ยกเว้นเรื่องงานการแสดงที่เขาจริงจังเพียงอย่างเดียว

 

เหลนจอมขบถของอดีตนายกฯแคนาดา

คริสโตเฟอร์ พลัมเมอร์ หรือชื่อเต็ม อาร์เธอร์ คริสโตเฟอร์ ออร์เม พลัมเมอร์ เกิดวันที่ 13 ธันวาคม 1929 ที่นครโตรอนโต ประเทศแคนาดา โดยในช่วงที่เกิดมาพ่อกับแม่หย่าร้างกันพอดี ทำให้เขาไม่เคยพบหน้าพ่อตนเองจนกระทั่งอายุ 17 ปี

พลัมเมอร์เติบโตมาในเมืองมอนทรีออล ของแคนาดา ทำให้พูดได้ 2 ภาษา ทั้งอังกฤษ และฝรั่งเศส

แม่ของเขามีศักดิ์เป็นหลานของจอห์น แอบบอตต์ อดีตนายกฯ คนที่ 3 ของแคนาดา โดยทั้งสองแม่ลูกอาศัยอยู่ในครอบครัวใหญ่รวมกับญาติ ๆ ซึ่งเขาบอกว่าชีวิตคล้ายอยู่ในสังคมเจ้าขุนมูลนายยุคอาณานิคม

งานอดิเรกของครอบครัวคือการดูนก และตีเทนนิส ส่วนกิจกรรมหลังอาหารค่ำคือการอ่านหนังสือออกเสียง ซึ่งพลัมเมอร์เคยบรรยายถึงบรรยากาศแบบนั้นว่า มันช่างน่าเบื่อสำหรับเด็กหนุ่มอย่างเขาที่อยากทำตัวซ่า ๆ และเป็นขบถ

 

ฝันเป็นนักเปียโนก่อนเอาดีการแสดง

ในหนังสือบอกเล่าเรื่องราวชีวิตส่วนตัวชื่อ In Spite of Myself ที่ตีพิมพ์ออกมาในปี 2008 พลัมเมอร์เล่าว่า ในช่วงเรียนไฮสกูล เขาเคยคิดอยากเป็นนักเปียโนอาชีพ เนื่องจากต้องการใช้ชีวิตสำราญ ได้ออกเที่ยวกินดื่มยามราตรี

แต่ต่อมาจึงคิดได้ว่า อาชีพนักเปียโนน่าจะเหงา และต้องฝึกหนักกว่านักแสดง จึงเปลี่ยนใจมาเอาดีด้านละครเวที โดยเริ่มจากการแสดงบนเวทีที่โรงเรียน ก่อนออกมาทำเป็นอาชีพอย่างจริงจังครั้งแรกตอนอายุ 16 ปี

ปี 1954 หนุ่มน้อยชาวแคนาดาผู้นี้ ได้เล่นละครบรอดเวย์ ในนครนิวยอร์ก ของสหรัฐฯ ซึ่งถือเป็น “ฮอลลีวูดแห่งโลกละครเวที” ครั้งแรก โดยเรื่องเปิดตัวของเขาคือ The Starcross Story ที่แม้จะโชว์แค่รอบเดียว แต่ก็ไม่อาจหยุดยั้งความดังของคริสโตเฟอร์ พลัมเมอร์ ที่มีงานอื่นตามเข้ามาอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งได้เป็นนักแสดงนำ

ชื่อเสียงในละครเวทีช่วยส่งต่อดาราจากแคนาดาผู้นี้ให้เข้าสู่วงการละครซีรีส์จอแก้ว และตามด้วยการเล่นหนังจอเงินในที่สุด โดยภาพยนตร์เรื่องแรกที่พลัมเมอร์ ได้ร่วมฉากคือหนังดรามาที่ชื่อว่า Stage Struck ในปี 1958

 

รางวัลแห่งชีวิต

เขาถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลอันทรงเกียรติมาแล้วมากมาย และคว้ารางวัลเหล่านั้นมาได้ในทุกเวทีการแสดง โดยรางวัลโทนี อะวอร์ด จากบทบาทนักแสดงนำในละครบรอดเวย์ทำได้ 2 สมัย ในเรื่อง Cyrano (1974) และ Barrymore (1997)

ส่วนเอมมี อะวอร์ด จากละครโทรทัศน์ เขาคว้ามา 2 รางวัล จากบทบาทนักแสดงนำในเรื่อง Arthur Hailey’s the Moneychangers (1977) และจากการพากย์เสียงในซีรีส์แอนิเมชัน The New Adventures of Madeline (1994)

นอกจากนี้ คริสโตเฟอร์ พลัมเมอร์ ยังคว้ารางวัลออสการ์ สาขานักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยมมา 1 รางวัล จากบทบาทพ่อหม้ายที่เปิดตัวเป็นเกย์หลังภรรยาตายในเรื่อง Beginners (2012) และทำให้เขาเป็นดาราอายุมากที่สุดในประวัติศาสตร์ที่คว้าออสการ์มาครองในวัย 82 ปี

“เจ้าแก่กว่าฉันแค่ 2 ปีเองที่รัก เจ้าไปอยู่ไหนมาตลอดชีวิตที่ผ่านมาของฉัน” พลัมเมอร์พูดกับรางวัลตุ๊กตาทองของฮอลลีวูดบนเวทีออสการ์ ซึ่งเริ่มทำออกมาครั้งแรกประมาณปี 1927-28 ก่อนมีการจัดงานครั้งแรกในปีเดียวกับที่เขาเกิดพอดี

 

ไม่อยากเป็นซุปตาร์

แม้คริสโตเฟอร์ พลัมเมอร์ จะได้รับการยกย่องในฐานะนักแสดงเวทีผู้เจนจัด เขารับบทนำในละครของเชคสเปียร์ มาแล้วแทบทุกเรื่อง แต่ในวงการหนังจอเงิน หลังประสบความสำเร็จจาก The Sound of Music พลัมเมอร์ก็แทบไม่ได้รับคำชมเชยนักในการเล่นหนังอีกมากมายในช่วง 1-2 ทศวรรษถัดมา

“ขอบคุณพระเจ้าที่ผมไม่ใช่ซูเปอร์สตาร์” พลัมเมอร์ เคยให้สัมภาษณ์ไว้ในปี 1982 “โอ้พระเจ้า การเป็นซูเปอร์สตาร์มันต้องน่าเหน็ดเหนื่อยและมีข้อจำกัดมากมายแบบสุด ๆ แน่นอน”

“ผมชอบเดินถนนแบบมีคนจำได้บ้าง-ไม่ได้บ้างมากกว่า และได้นั่งโต๊ะมุมดี ๆ ในร้านอาหาร” เขาอธิบายเพิ่มเติม “ช่างโชคร้ายที่บทดี ๆ และเจ๋งจริงมักไม่ค่อยตกมาถึงผม เพราะมันไปอยู่กับพวกซูเปอร์สตาร์แถวหน้าสุดที่สามารถทำเงินได้ก่อน”

คำให้สัมภาษณ์ดังกล่าวน่าจะเป็นการพูดประชด เพราะแท้จริงแล้ว นิสัยส่วนตัวของพลัมเมอร์ ในวัยหนุ่มต่างหาก หาใช่ความสามารถในการแสดงไม่ ที่น่าจะเป็นสาเหตุสำคัญให้เขาไม่ค่อยประสบความสำเร็จนักหลังจาก The Sound of Music

 

กินเหล้าเที่ยวเตร่สำมะเลเทเมา

ปี 1971 เขาเคยถูกถอดจากบทนำในเรื่อง Coriolanus และให้แอนโธนี ฮอปกินส์ มาแสดงแทน เนื่องจากบรรดาเพื่อนร่วมงานพร้อมใจโหวตไล่เขาออกจากกอง เพราะมีพฤติกรรมหัวร้อน และกักขฬะเกินรับได้

คริสโตเฟอร์ พลัมเมอร์ เริ่มเข้าแก๊งนักแสดงแบดบอยตั้งแต่ต้นทศวรรษ 1960s โดยมักออกเที่ยวเตร่ดื่มเหล้าตระเวนราตรีกับนักแสดงชื่อดังอย่างริชาร์ด เบอร์ตัน, อัลเบิร์ต ฟินนีย์ และปีเตอร์ โอทูล

เขาเคยเล่าเหตุผลที่ดารายุคนั้นมักติดเหล้าเมามายว่า เพื่อเป็นการย้อมใจ เพราะสิ่งที่พวกเขาทุ่มเทไปให้แฟน ๆ มักได้กลับมาน้อยเกินไป

“มันคือความรู้สึกผิดหวังอย่างยิ่งเมื่อค่ำคืน (ของการแสดง) ได้จบลง คุณได้มอบตัวตนของตนเองมากมายจนน่ากลัว เพื่อแลกกับรางวัลแค่เสียงปรบมือที่ได้มาตอนจบ ซึ่งแม้จะเป็นรางวัลที่วิเศษ แต่มันยังไม่เพียงพอที่จะมาเติมเต็มส่วนที่เหลือของค่ำคืนนั้น”

อย่างไรก็ตาม เมื่ออายุมากขึ้น พลัมเมอร์ก็เริ่มคิดได้ และเขียนไว้ในหนังสือของตนเองว่า “นิสัยในอดีตของผมไม่ใช่สิ่งที่ดีและมีเหตุผล” เขาใช้อารมณ์เป็นตัวนำ ซึ่งก็พอเข้าใจได้เพราะเป็นธรรมชาติของอาชีพนักแสดง บวกกับความที่เขาอายุยังน้อย

 

สตรีผู้ช่วยพลิกชีวิต

คริสโตเฟอร์ พลัมเมอร์ เริ่มเปลี่ยนแปลงตนเองหลังแต่งงานกับเอเลน เทย์เลอร์ ในปี 1970 และเคยพูดติดตลกบนเวทีออสการ์ว่า เอเลนคือภรรยาผู้ทนทุกข์ทรมานมายาวนานจากการอยู่กับเขา และเธอเหมาะที่จะได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ เพราะการต้องมาคอยช่วยชีวิตเขาแทบทุกวัน

พลัมเมอร์ มักชื่นชมเทย์เลอร์ว่าเป็นผู้หญิงที่ทำให้เขาตัดสินใจเลิกเหล้า และกลับมามีชีวิตที่ดี มีร่างกายที่แข็งแรง เพราะเธอชอบทำอาหารที่ดีต่อสุขภาพให้เขารับประทานทุกวัน

การเปลี่ยนแปลงตัวเองจากหนุ่มขี้เหล้าเพลย์บอย มาเป็นนักแสดงที่ขยันทุ่มเท นอกจากจะทำให้คริสโตเฟอร์ พลัมเมอร์ ได้รับรางวัลออสการ์ครั้งแรกในวัยชราแล้ว เขายังเป็นนักแสดงตัวเลือกลำดับต้น ๆ ในใจผู้กำกับหลายคน และถูกเสนอชื่อเข้าชิงออสการ์ตามมาอีกหลายหนในบั้นปลายชีวิต

สิ่งที่พิสูจน์เรื่องนี้ได้เป็นอย่างดี คือเหตุการณ์ในปี 2017 เมื่อริดลีย์ สกอตต์ ผู้กำกับหนัง All the Money in the World ซึ่งถ่ายทำเสร็จแล้ว และกำลังเตรียมลงโรงฉายในอีกไม่ถึง 2 เดือน ต้องเปลี่ยนตัวนักแสดงหลักในเรื่องคือ เควิน สเปซีย์ แบบกะทันหันเนื่องจากถูกกล่าวหาล่วงละเมิดทางเพศจนเป็นข่าวอื้อฉาวไปทั่ว

 

เข้าชิงออสการ์จากหนังที่ถ่ายแค่ 9 วัน

สกอตต์ตัดสินใจใช้เวลาที่มีอันน้อยนิดติดต่อคริสโตเฟอร์ พลัมเมอร์ ให้มาสวมบทแทนเควิน สเปซีย์ และใช้เวลาเปิดกล้องถ่ายทำใหม่ในซีนที่พลัมเมอร์ ต้องเล่นนี้ทั้งหมดแค่ 9 วัน ซึ่งสุดท้ายหนังสามารถออกฉายได้ตรงตามกำหนด แถมพลัมเมอร์ ยังถูกเสนอชื่อเข้าชิงออสการ์ จากบทบาทดังกล่าวที่ใช้เวลาถ่ายทำไม่ถึง 2 สัปดาห์ด้วย

“ชายผู้นี้คือหนังสือที่มีสีสันของจริง เขาสามารถทำได้ทุกอย่าง” ริดลีย์ สกอตต์ กล่าวชื่นชมคริสโตเฟอร์ พลัมเมอร์ ที่เป็นฮีโร่เข้ามาช่วยชีวิตหนังเรื่องนี้ของเขา

คริสโตเฟอร์ พลัมเมอร์ เสียชีวิตอย่างสงบในวัย 91 ปี ที่บ้านพักในรัฐคอนเนกติกัต ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยมีภรรยาคู่ใจอยู่ข้างกายในช่วงที่เขาจากไป

เอเลน เทย์เลอร์ เปิดเผยว่า พลัมเมอร์ล้มหัวฟาดพื้นก่อนที่เขาจะเสียชีวิต ขณะที่ลู พิตต์ เพื่อนรักและผู้จัดการส่วนตัวที่ร่วมงานกันมายาวนาน 46 ปี แถลงถึงการเสียชีวิตครั้งนี้ด้วยการบรรยายถึงคริสโตเฟอร์ พลัมเมอร์ อย่างซาบซึ้งว่า

“คริสเป็นผู้ชายที่ไม่ธรรมดา เป็นผู้ที่รักและเคารพในอาชีพของตนเองอย่างสุดซึ้ง ด้วยลักษณะนิสัยอันโดดเด่นแบบคนรุ่นเก่าที่มีอารมณ์ขันชอบจิกกัดตนเอง และมีถ้อยคำบรรเลงดั่งดนตรี

เขาคือสมบัติของชาติผู้มีความรักอย่างสุดซึ้งต่อรากเหง้าชาวแคนาดาของตนเอง เขาทำให้ทุกคนได้ซาบซึ้งผ่านงานศิลปะและความเป็นมนุษย์ และชีวิตอันเป็นตำนานของเขาจะยังคงอยู่ต่อไปอีกหลายชั่วอายุคน เขาจะอยู่กับเราตลอดไป”

นั่นคือบทสรุปสุดท้ายของคริสโตเฟอร์ พลัมเมอร์ ดาราเจ้าบทบาทผู้ทุ่มเททั้งชีวิตให้กับโลกมายา และมีเรื่องราวชีวิตจริงที่ดรามายิ่งกว่าละคร

 

ข้อมูลอ้างอิง:

https://www.nytimes.com/…/christopher-plummer-dead.html…

https://www.cbc.ca/…/christopher-plummer-obituary-1…

https://www.bbc.com/news/entertainment-arts-55954950

https://edition.cnn.com/…/christopher-plummer/index.html

https://www.theguardian.com/…/christopher-plummer…

https://etcanada.com/…/christer-plummer-says-he-never…/

https://www.ctvnews.ca/…/legendary-canadian-actor…


อดีตนักข่าว ผู้ชื่นชอบการอ่านประวัติบุคคลและสนใจทั้งด้านเศรษฐกิจ การเมือง และกีฬา

Related

ลี่ เสี่ยวเหมิง: นักกีฬา E-Sport แชมป์โลก ที่ก้าวผ่านคำสบประมาทเรื่องเพศ

เทย์เลอร์ สวิฟต์: จากเจ้าหญิงเพลงคันทรีสู่การสร้างปรากฏการณ์ The Taylor Swift Effect

เกวนเดอลีน คริสตี หญิงแกร่งแห่ง GOTs อัศวินผู้สร้างความเท่าเทียมชาย – หญิง

โอ จองเซ: ตัวขโมยซีนเจ้าบทบาท ที่ทำให้ทุกคนหลงรัก ‘มุนซังแท’ ใน It’s Okay to Not Be Okay

อกหัก รักคุด มนุษย์ไม่สนใจ เบื้องหลังความ “อยากตาย” ของแมว “ทอม” จาก ทอม แอนด์ เจอร์รี

จาก ‘บุษบา’ ถึง ‘ขอบคุณโชคดี’ เส้นทางดนตรีของหมาทันสมัย ‘…ก่อน’ จะเป็น ‘โมเดิร์นด็อก’

จัสติน บีเบอร์ ทิ้งลิงไว้ที่เยอรมนี ไปบ่อย…แต่ไม่เคยกลับไปเยี่ยมเลยสักครั้ง

AMONG US: เกมจับโกหกที่บั่นทอนความสัมพันธ์ผองเพื่อนจนสะบั้น