Post on 09/08/2019

“มาเรีย ซาลุด รามิเรซ กาบาเยโร” หญิงอายุ 105 ปี ต้นแบบ มาม่าโคโค่ ที่ไม่ได้เงินลิขสิทธิ์แม้แต่เซนต์เดียว

Coco

“จำฉันให้ดี แม้ว่าเราต้องเอ่ยคำลา จำฉันให้ดี อย่าได้ตรอมตรมอุรา ห่างไกลแค่ไหนคงเป็นเพียงกาย แต่หัวใจยังเคียงกัน ด้วยเพลงของสองเรายังกังวาน ดังเหมือนเธอแนบข้างฉัน จำฉันให้ดี”

ถ้ายังจำได้นี่คือเพลง จำฉันให้ดี (Remember Me) จากภาพยนตร์เรื่องโคโค่ (Coco) วันอลวน วิญญาณอลเวง ภาพยนตร์เพลงแอนิเมชัน 3 มิติจากพิกซาร์ ที่ออกฉายเมื่อปี 2017 และตอนนี้กำลังเอามาฉายใหม่ทาง Netflix ซึ่งหลายคนที่ได้ดูต่างรู้สึกประทับใจกับเนื้อเรื่องสุดซาบซึ้งและบทเพลงอันแสนไพเราะ 

ถ้ายังคงจำได้ หนึ่งในตัวละครสำคัญของเรื่องคือ มาม่าโคโค่ (Mamá Coco) คุณย่าทวดสูงวัย ผู้เป็นคนเชื่อมเรี่องราวทั้งหมดในเรื่องเข้าไว้ด้วยกัน ซึ่งตัวละครที่ชื่อถูกใช้เป็นชื่อภาพยนตร์เรื่องนี้ อาจมีที่มาจากคนจริง ๆ ที่มีอายุยืนนานนับศตวรรษ

“มาเรีย เดล ลา ซาลุด รามิเรซ กาบาเยโร” (María de la Salud Ramírez Caballero) คือคุณย่าชาวเม็กซิกัน ผู้มีอายุ 105 ปี เธอเป็นหญิงชราที่มีอายุยืนยาวที่สุดในซานตาเฟ่ เด ลา ลากูนา เมืองเล็ก ๆ แห่งหนึ่งในเมืองกิโรกา เมืองหลวงของรัฐมิโชอากัง ประเทศเม็กซิโก ที่ซึ่งมีประชากรอาศัยอยู่ราว 5,000 คน ส่วนใหญ่เป็นชนเผ่าปูเรเปชา ชนเผ่าพื้นเมืองเก่าแก่ของเม็กซิโก 

หลังจากภาพยนตร์เรื่องโคโค่ออกฉายในเม็กซิโกได้ไม่นาน บรรดาชาวบ้านในเมืองนี้ต่างรู้สึกตรงกันว่าตัวละครมาม่าโคโค่ นี่มันมีที่มาจากคุณย่าซาลุด ชัด ๆ ทั้งรูปร่างหน้าตา ท่าทางการเคลื่อนไหว รวมไปถึงอายุช่วงวัยที่มีลูกหลานหลายเจเนอเรชัน ซึ่งไม่ต่างจากมาม่าโคโค่ที่มีหลานเป็นมิเกล เด็กน้อยตัวเอกของเรื่องที่ใฝ่ฝันอยากเป็นนักดนตรี คุณย่าซาลุดเองก็มีลูก 3 คน มีหลานเหลนอีกมากกว่า 30 คนเลยทีเดียว

“พวกเขามาหาแล้วก็ถ่ายภาพฉันกลับไป แล้วก็ถามว่าฉันอยากได้อะไรไหม แต่เอาจริงตอนนี้ฉันใช้ชีวิตและอยู่คนเดียว มีลูกสาวคนหนึ่งอาศัยอยู่ด้านหลังบ้าน นั่นเป็นเพียงสิ่งเดียวที่ฉันเหลืออยู่ พวกเขาเลยบอกว่าจะให้ของหลายอย่าง แต่ก็ยังไม่เห็นส่งมาให้สักอย่างเลย”

คุณย่าซาลุดนึกย้อนกลับไปวันที่มีทีมงานมาเก็บข้อมูลในเมืองนี้ เพื่อนำไปใช้อ้างอิงในภาพยนตร์ ซึ่งนอกจากตัวคุณย่าซาลุดที่ทีมงานบังเอิญมาเจอเธอที่ตลาดในเมืองแล้ว บรรยากาศและสถานที่สำคัญของเมืองซานตาเฟ่ เด ลา ลากูนา หลายแห่งอย่างเช่นโบสถ์เก่าแก่ ยังถูกนำไปใช้เป็นต้นแบบเมืองซานตาเซซิเลียในภาพยนตร์เรื่องนี้อีกด้วย 

ความโด่งดังของภาพยนตร์เรื่องโคโค่ ซึ่งกวาดรายได้ทั่วโลกไปมากกว่า 800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือมากกว่า 24,500 ล้านบาท ช่วยให้เมืองซานตาเฟ่ เด ลา ลากูนา ที่เงียบสงบ กลายเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลก ที่อยากเดินทางมาสัมผัสบรรยากาศในภาพยนตร์ รวมไปถึงเทศกาล เดีย เดอ ลอส เมอร์โต้ (Dia de los Muertos) หรือเทศกาลวันแห่งความตาย ที่เฉลิมฉลองช่วงวันที่ 31 ตุลาคม ไปจนถึง 2 พฤศจิกายน ของทุกปี ซึ่งใครที่เคยชมโคโค่จะจำได้ดีเลยว่าเทศกาลนี้เองที่เป็นธีมหลักของภาพยนตร์เรื่องนี้

ขณะที่คุณย่าซาลุด อาจไม่ได้ค่าตอบแทนอะไรจากการเป็นต้นแบบของตัวละครหลักในภาพยนตร์เรื่องดังนอกจากชื่อเสียง และมีคนที่รู้จักเธอเพิ่มขึ้น แต่ด้วยนักท่องเที่ยวที่หลั่งไหลเข้ามาเป็นจำนวนมาก ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจให้กับเมืองเล็ก ๆ แห่งนี้ได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะกับศิลปินในเมืองที่ส่วนใหญ่เป็นช่างทำเครื่องปั้นดินเผา ต่างพากันออกแบบรูปปั้นมาม่าโคโค่ออกมาขายกันมากมาย  

“นักท่องเที่ยวมากันเยอะ ๆ ทำให้พวกเรามีรายได้มากขึ้น เมืองนี้เป็นที่รู้จักก็เพราะคุณย่าซาลุด นักท่องเที่ยวที่มาก็เลยอยากได้งานที่มีรูปคุณย่าเขา เราเลยปั้นแต่งานที่เป็นรูปของเธอ” ช่างปั้นในท้องถิ่นคนหนึ่งให้สัมภาษณ์กับรายการโทรทัศน์ที่เข้ามาทำข่าวความโด่งดังของคุณย่าต้นแบบมาม่าโคโค่ ที่ตอนนี้ทั่วทั้งโลกเริ่มรู้จักเธอกันแล้ว

ระหว่างช่วงปี 2011-2013 ทีมงานได้ลงพื้นที่หาข้อมูลเพื่อทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้สมจริงมากที่สุด ทั้งในเรื่องชีวิตความเป็นอยู่ของคนในท้องถิ่น เสื้อผ้าการแต่งกาย กลีบดอกดาวเรืองสีเหลืองที่โปรยปรายในพิธีกรรมประเพณีดั้งเดิม การเต้นระบำพื้นเมืองที่คึกคัก บรรยากาศบ้านเรือนเรียบง่าย เสียงดนตรีที่สนุกสนาน ซึ่งช่วงท้ายของภาพยนตร์ได้ลงเครดิตของผู้คนในท้องถิ่น และสถานที่จำนวนมากที่มีส่วนร่วมในการแต่งเติมให้ภาพยนตร์เรื่องนี้กรุ่นกลิ่นอายความเป็นเม็กซิกันมากที่สุด 

น่าเสียดายที่ไม่มีรายชื่อครอบครัวของคุณย่าซาลุด ซึ่งอาจมีความเป็นไปได้มากที่เธอเป็นต้นแบบของมาม่าโคโค่ ตัวละครหลักของเรื่องนี้ อย่างไรก็ตามแม้จะไม่มีชื่อของเธอในภาพยนตร์ แต่เชื่อว่าทุกคนที่ได้ชมภาพยนตร์ แล้วมีโอกาสเห็นภาพของคุณย่าซาลุดตัวจริง ต้องจดจำได้ว่านี่แหละ มาม่าโคโค่ ที่มีตัวตนจริง ๆ

แม้ตอนนี้คุณย่าซาลุดในวัยเกินร้อย ยังคงเดินเหินได้เองบ้าง ด้วยใจที่เกินไปกว่านั้น แต่ด้วยอายุที่มาก ทำให้ตอนนี้คุณย่าซาลุดมีอาการโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (COPD) โรคปอดอักเสบเรื้อรังที่พบได้บ่อยโรคหนึ่ง ต้องให้ออกซิเจนช่วยหายใจอยู่เป็นระยะ ซึ่งในปี 2018 เธอได้ให้สัมภาษณ์ด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะอยู่ตลอดเวลาว่า

“ใช่ ๆ ใคร ๆ ก็จำฉันได้ เวลาคนมาเยี่ยมฉันก็ชอบเรียกฉันว่าโคโค่ แต่ขอบอกเลยว่าฉันไม่ได้ชื่อโคโค่ ทีมงานสร้างเขาตั้งขึ้นมากันเอง ฉันชื่อว่า มาเรีย เดล ลา ซาลุด ต่างหากล่ะ”

ท้ายที่สุดทางคุณย่าซาลุด และครอบครัวของเธอ ไม่ได้ต้องการเงินตอบแทนค่าลิขสิทธิ์จากทีมงานสร้างภาพยนตร์แม้แต่เซนต์เดียว เธอเพียงอยากให้ผู้คนจดจำได้ว่า เธอนี่แหละเป็นต้นแบบของมาม่าโคโค่ตัวจริง

“จำฉันให้ดี แม้ฟากฟ้าจะกั้นกายเรา จำฉันให้ดี ยามได้ยินเสียงกีตาร์เปลี่ยวเหงา อยากให้รู้เราคงมีกันได้เท่าที่เราจะมี จนวันที่เราได้เจออีกครั้ง จำฉันให้ดี”

ภาพ : New China TV

ที่มา :

https://mexiconewsdaily.com

https://culturacolectiva.com

https://www.eldiariodecoahuila.com.mx

https://www.imdb.com

https://www.youtube.com

https://www.youtube.com

 


นักเขียนที่ชอบนั่งนิ่งเงียบแอบมองโลกและผู้คนที่ผ่านไป แล้วแปลงให้กลายเป็นเรื่องราวบนโลกดิจิทัล