Post on 30/09/2021

Coldplay x BTS: ข้ามผ่านพรมแดนภาษา และสร้างจักรวาลผ่านเพลงให้กำลังใจ ‘My Universe’

“เราไม่เชื่อในการแบ่งแยก เพลงนี้เกี่ยวกับผู้คนที่ถูกบอกว่าเขารักใครอีกคนไม่ได้ ข้ามพรมแดนเชื้อชาติไม่ได้ เป็นเกย์ไม่ได้ หรืออะไรก็ตาม เราคิดว่าคงเป็นเรื่องดีถ้าเราจะร้องเพลงนี้กับ BTS เพราะมันอาจเหมือนว่าเราไม่น่าจะมาพบกันได้ แต่มันก็กลายเป็นประสบการณ์ที่สนุกและมหัศจรรย์มาก”

คือคำบอกเล่าของ ‘คริส มาร์ติน’ นักร้องนำวง Coldplay ในรายการ The Kelly Clarkson Show เมื่อพูดถึงซิงเกิลล่าสุดจากอัลบั้ม ‘Music of the Spheres’ ของวงอย่าง ‘My Universe’ เพลงที่พูดถึงการรวมเป็นหนึ่งของจักรวาลและเป็นอิสระจากการแบ่งแยกทางสังคมทั้งปวง

การทะยานขึ้นอันดับต้น ๆ ของหลายชาร์ตเพลง และครองอันดับ 1 บน US iTunes หลังจากเปิดตัว ทำให้ได้รู้ว่า ‘My Universe’ ที่ Coldplay และ BTS ร่วมกันสร้างเป็นมากกว่าดนตรีสำหรับแฟนคลับของทั้งคู่ โดยทั้งสองวงได้แบ่งปันความทรงจำระหว่างร่วมงานของพวกเขาไว้ในสารคดีสั้น Inside ‘My Universe’ ที่ปล่อยให้รับชมเมื่อวันที่ 26 กันยายน 2021

 

Inside My Universe

“สิบแปดเดือนที่แล้วผมได้รับข้อความจากสักคน บอกว่า ‘BTS อยากทำเพลงกับคุณ’ ตอนนั้นผมคิดว่า ‘แล้วมันจะออกมาเป็นยังไง?’ ผมนึกภาพไม่ออก จนกระทั่งเพื่อนคนหนึ่งของผมพูดวลี ‘My Universe’ ขึ้นมา และมันเป็นวลีที่ดีสำหรับชื่อเพลง ผมเลยบอกเพื่อนว่า ‘เอาละ ทำเดโมเพลงนี้ให้ BTS กันเถอะ’” 

คริส มาร์ตินเล่าในสารคดีนี้ถึงจุดเริ่มต้นแห่งการสร้างสรรค์ผลงานร่วมกับตัวแทนศิลปินจากอีกฟากของโลก ส่วนทางด้าน BTS ที่ผ่านมาก็มักตอบชื่อของ Coldplay เสมอเมื่อถูกถามว่าพวกเขาอยากร่วมงานกับศิลปินคนไหนหรือกลุ่มไหน

คริส มาร์ตินและ Coldplay ทำเพลงเดโมและเนื้อร้อง ขณะที่สมาชิกวง BTS เติมเนื้อเพลงท่อนเกาหลีและท่อนแรป 

ทุกกระบวนการภายในเพลงเกิดขึ้นในช่วงที่โลกเผชิญวิกฤตโควิด-19 การพบกันระหว่างวงดนตรีสองวงที่เดิมทีก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ก็ยิ่งเพิ่มข้อจำกัดขึ้นอีกเท่าตัว แต่ว่าคริส มาร์ตินก็ลงทุนบินลัดฟ้าไปยังเกาหลี ผ่านด่านตรวจคัดกรองคนเข้าเมืองที่เข้มงวดและแน่นหนาร่วมสิบจุด กว่าจะได้พบและใช้เวลาร่วมกับ BTS ในสตูดิโอ

“(การพบกับ BTS) วันนี้เหมือนทุกอย่างที่ผมเคยฝันไว้ แต่ดีกว่า” คือสิ่งที่คริส มาร์ตินรู้สึกหลังได้พบกับวงเคป็อปที่ประกอบไปด้วยสมาชิก 7 คนเป็นครั้งแรก

ส่วน ‘มหัศจรรย์’ คือสิ่งที่ BTS รู้สึกต่อการปรากฏตัวของอีกฝ่าย ความรู้สึกของ BTS ที่มองมาร์ตินนั้นผสมผสานทั้งมุมมองของแฟนคลับที่มองไอดอลในดวงใจ และมุมมองของศิลปินที่ชื่นชมเพื่อนร่วมอาชีพ

สำหรับ BTS Coldplay และคริส มาร์ตินคือราชาแห่งสเตเดียมทัวร์, โรล โมเดลในเส้นทางดนตรี, วงที่เป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมสมัยใหม่, เป็นมากกว่าตำนาน, เป็นแรงบันดาลใจเชิงบวกแก่ศิลปินอื่น ๆ และอีกมากมาย

“คริส มาร์ติน เป็นอัจฉริยะจากหัวใจ” 

คือบทสรุปคำชมมากเกินสิบที่พวกเขามีต่อชายคนนี้

 

ร่วมกันสร้างจักรวาล

“(คริส มาร์ติน) เขาบอกว่าสิ่งที่อยู่ในหัวเขาตอนเขียนเพลงนี้คือภาพของ Coldplay และ BTS ที่กำลังรวมโลกทั้งใบไว้ด้วยกันด้วยการสร้างจักรวาล เขาบอกว่าอยากให้เราสร้างทุกอย่างจากต้นจนจบ แล้วมันจะออกมางดงาม” คือคำที่จินพูดถึงกระบวนการทำเพลงของพวกเขา

แม้จะเป็นการพบกันครั้งแรก แต่มาร์ตินก็ทำการบ้านเกี่ยวกับ BTS มาอย่างดี นักร้องนำวง Coldplay ไม่เพียงแต่รู้จักเพลงและตำแหน่งในวงของ BTS แต่ในฐานะนักแต่งเพลง เขารู้จัก BTS ทางด้านดนตรี เขารู้ว่าเสียงร้องของแต่ละคนเหมาะจะวางไว้ท่อนไหนของเพลง นั่นคือสิ่งที่ทั้ง BTS และแฟน ๆ อย่าง ARMY ประทับใจ

‘จักรวาลนี้สร้างโดยผมและคุณ’ คือสารโดยรวมที่เพลงต้องการสื่อออกไป ‘My Universe’ ไม่เพียงแต่เป็นเพลงที่สร้างขึ้นอย่างตั้งใจในทุกกระบวนการ แต่ยังเป็นเพลงที่แฝงความ ‘จริงใจ’ ไว้ในทุกถ้อยคำด้วย โดยสำหรับมาร์ตินแล้ว เขาแต่งเพลงนี้ขึ้นจากความรู้สึกส่วนตัวของตนเอง เขาผิดหวังและเสียใจที่ Coldplay ไม่สามารถแสดงคอนเสิร์ตได้ในช่วงเวลาที่ผ่านมา 

ขณะที่ RM ลีดเดอร์และแรปเปอร์ BTS ผู้สร้างสรรค์เนื้อเพลงภาษาเกาหลีเล่าว่าท่อน ‘You are my universe’ ทำให้เขายกเพลงนี้ให้กับ ‘ARMY’ นั่นอาจเป็นเหตุผลที่ช่วงต้นของเพลงนี้ มีเสียงร้องเชียร์จากแฟน ๆ ถูกใส่ไว้ต่างเสียงดนตรี

“ผมเขียนเพลงนี้ด้วยการคิดถึงวันที่พวกเราจะได้พบกับ ARMY อีกครั้ง” RM เล่า

 

จักรวาลนี้ยังมีกำลังใจมอบให้เสมอ

มากไปกว่าการสร้างเพลงที่ทำให้จักรวาลของวงเคป็อประดับโลกกับวงดนตรีป็อปร็อกระดับคัลเจอร์ได้มารวมเป็นหนึ่ง และสื่อความหมายที่เป็นส่วนตัวจากพวกเขาถึงแฟนคลับ เพลง ‘My Universe’ ยังกินใจความกว้างกว่านั้น เพราะมันเป็นเพลงที่มาร์ตินตั้งใจให้สื่อความหมายว่า ‘ความรักชนะทุกอย่าง’ อีกด้วย

“เพลงนี้บอกเล่าว่ารักมีพลังเหนือทุกสิ่ง ไม่ว่าจะพรมแดน กฎเกณฑ์ เชื้อชาติ และเพศ ทุกวันนี้ผู้คนถูกแบ่งแยกด้วยสิ่งเหล่านี้ ทำให้พวกเขาอยู่ร่วมกันไม่ได้ นั่นคือความหมายของเพลง ความหมายที่บอกว่าไม่มีอะไรหยุดผู้คนจากการรักกันและกันได้”

โฉมหน้าของเพลง ‘My Universe’ ดูคล้ายความหวัง, ในสภาวะที่โลกเผชิญวิกฤตครั้งใหญ่ ไปพร้อมกับปัญหาสังคมและการแบ่งแยกมากมายที่ผู้คนต้องช่วยกันแก้ Coldplay และ BTS เริ่มต้นเพลงนี้จากปัญหาเหล่านั้น สานดนตรีทีละส่วนทีละเสี้ยวจนมันกลายเป็นเพลงรักที่ฟังแล้วได้รับพลังบวกมากมายราวลอยมากับท่วงทำนอง

ความรู้สึกดี ๆ ที่ถูกส่งผ่านเพลงดูจะจับต้องง่ายขึ้นอีกเมื่อเราเห็นฟุตเทจระหว่างพวกเขาบันทึกเสียง ตลอด ‘Coldplay X BTS inside ‘My Universe’ Documentary’ นั้นเต็มไปด้วยการแลกเปลี่ยนไอเดีย ความคิดเห็นดี ๆ ระหว่างกัน 

ถ้อยคำของ BTS ที่บอกว่ามาร์ตินมักจะหลับตาและร้องเพลงด้วยรอยยิ้ม และคำของมาร์ตินที่บอกว่าการมีอยู่ของ BTS ทำให้เขาชื่นใจเพราะมองเห็นความเป็นไปได้ในการรวมเป็น ‘ครอบครัว’ ของโลก ทำให้เรารู้ว่าไอคอนแห่งยุคสมัยที่อยู่ไกลคนละซีกโลกอย่างพวกเขาล้วน respect ในเส้นทางของอีกฝ่าย พาให้นักฟังอย่างเราอดยิ้มตามไม่ได้ ความว่างเปล่าในใจถูกเติมเต็มเมื่อได้เห็นพวกเขายืนล้อมไมค์และเปล่งเสียงร้องท่อนฮุคในเพลงไปด้วยกัน

ด้วยเหตุผลบางประการ การร่วมงานระหว่าง Coldplay กับ BTS ทำให้เราคิดขึ้นมาว่าโลกนี้ดีขึ้นกว่าที่มันเป็นได้ อย่างน้อยก็โลกในนิยามของเสียงดนตรี

“เมื่อเราได้กลับไปจัดคอนเสิร์ตอีกครั้ง (การเล่นเพลงนี้ในคอนเสิร์ต) มันจะไม่ใช่แค่ความประทับใจ แต่คงกลายเป็นความตื้นตัน” – ยุนกิ BTS

 

/ You, you are my universe and

I just want to put you first

And you, you are my universe, and

You make my world light up inside

My universe /

 

ที่มา: https://youtu.be/viM_c-Fc7sc

ภาพ: twitter @coldplay / @BTS_twt


อ่านและเขียนเกี่ยวกับศิลปะ ดนตรี ชีวิต และแมว

Related

กัทส์: ชีวิตผลักดันด้วยความเกลียดชัง การเดินทางที่ไม่มีวันสิ้นสุดของนักดาบคลั่ง

The Social Dilemma: โซเชียลมีเดียที่มองคนเป็น ‘สินค้า’ จะพาสังคมเสื่อมทรามจากภายใน

Emily in Paris: ชีวิตเหมือนฝันกับคุณภาพชีวิตดีเยี่ยมแบบปารีเซียง

เจสซี ไอเซนเบิร์ก หน้าเนิร์ดก็ยอมรับว่าเนิร์ด กับการรับมือโรคย้ำคิดย้ำทำ (OCD)

เชสเตอร์ Linkin Park: In the End ในวันที่เสียงเริ่มต้นของเพลงหายไป

นารูโตะ นินจาจอมคาถา: เมื่อมังงะคือโลกจำลองการเมืองและสมดุลของรัฐ

แกรี่ ไลท์บอดี้ แห่งวง Snow Patrol ชายที่เรียนรู้จากความเจ็บปวด กับชีวิตที่ “เกลียดตัวเอง” จนเป็นโรคซึมเศร้า ติดเหล้าติดยา

จอห์น เลนนอน กับวาทะพาซวย “The Beatles เป็นที่นิยมมากกว่าพระเยซู”