Post on 27/03/2019

คอเนอร์ แม็คเกรเกอร์ จากอดีตช่างประปาสู่การเป็นนักสู้เงินล้าน เจ้าของฉายา “หมาบ้าไอริช”

       คอเนอร์ แม็คเกรเกอร์ นักชกศิลปะการต่อสู้ผสมหรือ MMA เลือดไอริช ที่โด่งดังจากศึก UFC ประกาศรีไทร์และหันหลังให้วงการนักสู้ MMA ไปแล้ว แต่ก่อนที่คอเนอร์จะก้าวสู่จุดสูงสุดในอาชีพนักสู้ ก่อนหน้านี้เขาเป็นเพียงแค่เด็กที่มาจากครอบครัวชนชั้นแรงงานในดับลินเท่านั้น ชีวิตจริงของชายคนนี้ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบเหมือนที่ใครหลายคนคิด ชีวิตของเขาต้องสู้ไม่ต่างกับบนสังเวียนเลย

คอเนอร์ใช้ชีวิตวัยเด็กในย่านคลัมลิน สถานที่ที่เต็มไปด้วยแก๊งและยาเสพติด ครั้งหนึ่งคอเนอร์รำลึกถึงย่านที่เขาเคยอยู่ว่า “มีแต่อยู่กันเป็นแบบแก๊ง ๆ ขนาดที่ว่ามีการเอาระเบิดไปใส่ในตู้จดหมายชาวบ้าน” ด้าน โทนี แม็คเกรเกอร์ พ่อของคอเนอร์ ก็เคยให้สัมภาษณ์ในทิศทางเดียวกันว่า “เรามีช่วงเวลาที่ดีในคลัมลิน คอเนอร์เกิดและใช้ชีวิตที่นั่นหลายปี คนที่คลัมลินก็ไม่ได้แย่มากแต่ถ้าคุณจะเป็นคนเหล่านั้น คุณต้องเอาตัวรอดให้ได้ ในตอนนั้นยาเสพติดระบาดแทบทุกมุมและตอนนี้ก็ยังเหมือนเดิม”

ท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่แย่ ในตอนนั้นแทบไม่มีสัญญาณอะไรที่บ่งบอกได้เลยว่า คอเนอร์จะสามารถก้าวขึ้นมาเป็นยอดนักสู้คนดังได้ในอนาคต คอเนอร์ในวัยเจ็ดขวบชื่นชอบการเล่นฟุตบอลอย่างมาก และเป็นแฟนตัวยงของทีม “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ด้วยความหลงใหลนี้ทำให้ คอเนอร์หันไปเล่นฟุตบอลกับทีมเยาวชนของ ลูร์ด เซลติก อยู่หลายปี

แต่แล้วโลกของคอเนอร์ก็เปลี่ยนไปตลอดกาล เมื่อเขาเดินก้าวเข้าไปที่ Crumlin Boxing Club สถานที่ซึ่งสอนให้เขาเรียนรู้ถึงวิชาการต่อสู้และป้องกันตัว

“ผมรู้มาเสมอว่าผมมีความสามารถที่จะเป็นนักมวย เพราะพ่อผมก็เคยเป็นนักมวยเหมือนกัน เขาเคยได้แชมป์ด้วยนะ แต่แค่ระดับมือสมัครเล่นเท่านั้น” คอเนอร์ย้อนความหลังถึงจุดเริ่มต้นของเขา

“เขาถูกเลี้ยงมาแบบธรรมดามาก ไม่เคยมีอะไร เขาเป็นเด็กธรรมดาที่อยากได้ของเล่นรุ่นใหม่ ๆ เพลย์สเตชั่นรุ่นล่าสุด จักรยานรุ่นใหม่สุด ไม่มีอะไรโดดเด่นเลยตอนที่เขาโตมา ทั้งหมดที่เกิดขึ้นนี้มันทำให้เราประหลาดใจ” พ่อของคอเนอร์ให้สัมภาษณ์

       คอเนอร์เดินเข้า ๆ ออก ๆ ที่ยิมดังกล่าวอยู่สามปี พรสวรรค์ของเขาอยู่ในสายตาของ ฟิล ซัตคลิฟฟ์ นักชกชาวไอริชเจ้าของโอลิมปิกสองสมัยมาโดยตลอด

“เขาฝึกซ้อมหนักกว่าเด็กคนอื่น ๆ เสมอ เขามีการชกที่เหนียวแน่น เก็บทุกช็อต รอคู่ต่อสู้พลาด” ซัตคลิฟฟ์ ให้สัมภาษณ์ “เขาเป็นพวกถนัดซ้ายที่ใช้หมัดขวาดีด้วย เขาทำมันได้ดีเมื่อทุกอย่างเป็นศิลปะการต่อสู้แบบผสม (MMA) แต่สำหรับผม ผมไม่ชอบเลยจริง ๆ ไม่ชอบการที่ใครสักคนถูกต่อยจนล้ม และไม่มีใครมาช่วยขณะที่ยังโดนต่อยซ้ำ ๆ”

เรามักจะเห็นการสู้ของคอเนอร์ใน UFC มีการใช้หมัดอยู่เสมอ เขาได้ทักษะในจุดนี้มาจากที่นี่ ทุกหมัดที่คอเนอร์ต่อยออกมาล้วนแต่เป็นสิ่งที่เขาเคยเรียนรู้จากยิมแห่งนี้ ถ้าจะบอกว่าคอเนอร์เป็นนักชกที่ดีที่สุดในยุคอาจจะเป็นคำตอบที่ไม่ใช่ แต่ถ้าบอกว่าเขาเป็นนักชกที่มีฝีปากกล้าที่สุดในยุค ก็คงเป็นอะไรที่คนน่าจะเห็นด้วยมากกว่า

“ผมคิดว่าสิ่งที่คอเนอร์ทำ (พูดเยอะ) เป็นการดึงดูดความสนใจจากผู้คนมากกว่า นั่นไม่ใช่คอเนอร์ที่พวกเรารู้จัก คอเนอร์คือคนที่ทำงานหนักมากและอุทิศตนเสมอ” ซัตคลิฟฟ์ ให้สัมภาษณ์

ชีวิตในวัยเด็กของคอเนอร์อยู่กับแค่การชกมวย เขารู้แค่ว่าเขาชอบมัน เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะชกมันไปทำไม แต่แล้ววันหนึ่งเขาได้มีโอกาสเจอกับ ทอม อีแกน อดีตนักสู้ UFC ชายผู้พาเขาไปพบกับ จอห์น คาวานอห์ โค้ช MMA ที่ต่อมากลายเป็นโค้ชคู่ใจของเขา บทเรียนที่คาวานอห์สอนเขาตลอดเวลาคือการชกเพื่อการป้องกันตัว ไม่ใช่เรียนรู้เพื่อไปต่อยกับคนข้างถนน

คอเนอร์ไม่สนใจการเรียนและเลือกอาชีพสายช่างประปา รวมถึงไปเป็นพนักงานเสิร์ฟเพื่อดำรงชีพอยู่ช่วงหนึ่ง ในตอนนั้น คอเนอร์เคยทำงานถึง 12 ชั่วโมงต่อวัน และหลังเลิกงานเขาจะพุ่งตรงไปฝึกซ้อมมวยที่ยิมต่อทันที การฝึกซ้อมที่ยิมทำให้เขารู้จักกับ ดี เดฟลิน สาวสวยที่สุดท้ายกลายเป็นคู่ชีวิตของเขาจนถึงปัจจุบัน
 


“ผมเกลียดทุกวินาทีตอนช่วงเวลานั้น” คอเนอร์ นึกถึงอดีตสมัยช่วงที่ต้องทำงานบริการ “ผมต้องคอยเตรียมออเดอร์ เสิร์ฟอาหารกลางวันผู้คน ผมต้องทำอะไรน่าเบื่อพวกนั้น ผมคิดว่าแบบนี้มันไม่ใช่ชีวิตของผม ผมจึงเก็บข้าวของไปทำตามความฝัน”

หลังจากทำงานระยะหนึ่ง คอเนอร์เริ่มรู้ตัวว่าเขาไม่สามารถทำงานไปพร้อมกับการฝึกซ้อมได้ เขาจึงตัดสินใจเลิกทำงานประปาเพื่อมาฝึกซ้อมเต็มเวลา ท่ามกลางครอบครัวที่ไม่เห็นด้วยกับการตัดสินใจของเขาเท่าไหร่นัก

คอเนอร์ทะเลาะมีปากเสียงกับคนในครอบครัว โดยเฉพาะพ่อของเขา ในตอนนั้นคอเนอร์สวนกลับด้วยความห้าวของเด็กวัย 25 ปีไปว่า “พ่อกับแม่จะเสียใจถ้าผมเป็นเศรษฐีในอนาคต”

“เขาไม่มีความสนใจที่จะศึกษาต่อเลย แม้ตอนมัธยมจะมีครูคนหนึ่งบอกว่าเขาฉลาดถึงขนาดเป็นทนายได้เลย เขามีความสามารถด้านวิชาการ และสามารถวิเคราะห์ข้อมูลต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี แต่เขาไม่มีความสนใจด้านนั้น เขารู้ว่าตัวเองต้องการอะไร และสุดท้ายเขาก็ทำตามหัวใจตัวเอง ตอนนั้นผมไม่เห็นว่ามันจะทำอาชีพได้เลย ซึ่งผมรู้สึกโล่งใจนะที่เขาพิสูจน์ว่าผมคิดผิด” พ่อของคอเนอร์เปิดใจ

คอเนอร์ขึ้นชก MMA ไฟต์แรกเมื่อปี 2008 ในศึก Cage Warriors ของผู้จัดในลอนดอน เอาชนะ TKO คู่ชกในยก 2 ช่วง 6 ไฟต์แรกเขามีสถิติไม่ถึงกับดีนัก ชนะ 4 และแพ้ 2 แต่หลังจากไฟต์แพ้ครั้งที่ 2 เมื่อปี 2010 เขาชนะติดต่อกัน 15 ไฟต์ โดยเขาขึ้นชกไฟต์แรกใน UFC ปี 2013 ก่อนแพ้ เนท ดิแอซ เมื่อปี 2016 ยุติสถิติลง
 
คอเนอร์โด่งดังทั้งในสังเวียนและนอกการแข่ง เขามีชื่อติดรายชื่อนักกีฬาที่มีค่าเหนื่อยมากที่สุด 100 อันดับแรกที่จัดอันดับโดยนิตยสารฟอร์บส รายได้จากการชกและจากสปอนเซอร์ในปี 2016 รวมแล้วมากถึง 22 ล้านเหรียญสหรัฐ

แต่ไฟต์ที่ทำเงินให้เขามากที่สุดคือ การกระโดดข้ามมวยกรงไปต่อมวยนวมกับทาง ฟลอยด์ เมย์เวทเธอร์ จูเนียร์ นักชกไร้พ่าย ซึ่งถึงแม้คอเนอร์จะพ่ายไป แต่มันก็ทำให้เขาโกยเงินไปได้ถึง 75 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 2,625 ล้านบาท ซึ่งเป็นตัวเลขที่มากกว่าที่เขาต่อยมวยกรงมาตลอดชีวิตเสียอีก คอเนอร์มักจะโชว์รวยจากเงินที่ได้ในการชกเสมอ แต่นั่นก็ไม่เคยทำให้เขาสามารถลืมความลำบากในอดีตของตัวเองได้เลย

“ผมคอยหยิกตัวเองเสมอเวลาผมอยู่ท่ามกลางของหรูหราเหล่านั้น แต่การมีสิ่งเหล่านี้รอบตัวไม่ใช่ความผิดผม ของหรูหรามาพร้อมกับการสละตัวเองของผม แม้ชีวิตผมมันเป็นอะไรที่น่าประหลาดใจมาก แต่ผมก็ไม่เคยลืมความยากลำบากในอดีต ผมไม่เคยลืมว่าตัวเองมาจากไหน ผมไม่เคยลืมช่วงเวลายาก ๆ เหล่านั้น”

หลังแพ้ คาบิบ นูร์มาโกเมดอฟ นักสู้ชาวรัสเซียเมื่อปี 2018 คอเนอร์ก็หันหลังให้กับวงการนักสู้ ก่อนจะประกาศเลิกเล่นในเวลาต่อมาด้วยวัยเพียง 30 ปี ว่ากันว่าการลาสังเวียนในครั้งนี้ของคอเนอร์มีเบื้องหลังว่า เขาอยากจะหันไปปั้นแบรนด์วิสกี้ของตัวเองให้เกิดเสียที แต่เหนือสิ่งอื่นใด คอเนอร์เคยออกมาให้สัมภาษณ์ว่าทั้งชีวิตของเขาคือการอยู่บนสังเวียนต่อสู้ ก็ไม่แน่ว่าในอนาคตเราอาจจะได้เห็นเจ้าหมาบ้าไอริชกลับมาขึ้นสังเวียนอีกครั้งก็เป็นได้

“ผมไม่รู้อะไรอื่นเลย และผมไม่แคร์ด้วย ผมรู้แค่ว่าการต่อสู้คือชีวิตของผม” คอเนอร์ แม็คเกรเกอร์

 

 

 

ที่มา : https://www.smh.com.au/sport/boxing/the-rise-of-conor-mcgregor-trainee-plumber-to-100m-fight-20170822-gy1hxq.html

https://www.rappler.com/sports/by-sport/boxing-mma/179875-mcgregor-struggling-plumber-millionaire

 


นักดนตรี, นักวิจารณ์ดนตรี บัณฑิตดนตรีจากรั้วศิลปากร หลังฝึกปรือกีตาร์แจ๊สอยู่หลายปี ปัจจุบันเขาหันมาสนุกกับงานเขียนด้านดนตรี, กีฬา และ กินเที่ยว

Related

นิโคลา เนเลอร์ นักกีฬาศิลปะการบังคับม้ากับความพิการทางสายตาที่ไม่อาจมาขวางกั้นความฝัน

เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค จากเด็กล้างจาน สู่นักเตะยอดเยี่ยม PFA ผู้ทุ่มเทเพื่อลิเวอร์พูล

“คัลลี ฟอน ฟูลโตว์” เกษตรกรที่ตัดไม้เผาถ่านเพื่อช่วยโลก

คาสเตอร์ เซเมนยา แชมป์โลกวิ่ง 800 เมตรหญิง ที่ถูกตัดสินว่าไม่ใช่ผู้หญิง 

เจอร์เกน คล็อปป์ เปิดหัวใจกุนซือเฮฟวี่ เมทัล ทุกอย่างสำเร็จได้อยู่ที่ “ใจ”

“สแตน สมิธ” กับเรื่องราวของเทนนิสสู่รองเท้าระดับตำนานของอาดิดาส “บางคนคิดว่าผมเป็นรองเท้า”

เอกนิษฐ์ ปัญญา สตาร์ดวงใหม่ผู้แจ้งเกิดจากการปฏิวัติวงการฟุตบอลไทย

เจมส์ เคฮิลล์ ผู้ฆ่ายักษ์ : นักสนุกเกอร์มือสมัครเล่น ผู้คว่ำแชมป์โลก 5 สมัย