Post on 14/01/2020

ไล่ ผิงอวี๋ ส.ส.ไต้หวันที่หาเสียงด้วยชุดคอสเพลย์

“ถ้าการคอสเพลย์ทำให้คนสนใจสิ่งที่ฉันพูดได้ ฉันก็จะทำ”

นักการเมือง นักเคลื่อนไหว และคอสเพลย์เยอร์ ดูเหมือนจะเป็นองค์ประกอบแปลกใหม่ ที่ทำให้ ไล่ ผิงอวี๋ (Lai Pin-yu) ผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรวัย 27 ปี จากพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า (DPP) ซึ่งอายุน้อยที่สุดในการเลือกตั้ง กลายเป็นสีสันอันน่าสนใจของการเลือกตั้งไต้หวันที่เพิ่งผ่านไปเมื่อวันที่ 11 มกราคม แต่ผลลัพธ์อย่างการเฉือนชนะคู่แข่งตัวเป้งจากพรรคชาตินิยมก๊กมินตั๋ง (KMT) อย่างอดีตรองนายกเทศมนตรีเมืองไทเป หลี หย่งผิง (Lee Yong-ping) ไปได้ถึง 2,780 โหวต (ผลคะแนน 84,393 ต่อ 81,613) และกลายเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติคนใหม่ คงเป็นอะไรที่หลายคนไม่คาดคิด

ไล่ ผิงอวี๋ เกิดในครอบครัวที่มีพ่อเป็นอดีต ส.ส. เธอจบการศึกษาด้านกฎหมาย จากมหาวิทยาลัยไทเป (National Taipei University) และเริ่มทำกิจกรรมทางการเมืองมาตั้งแต่ตอนนั้น ผลงานที่โดดเด่นของเธอคือการเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ “ขบวนการดอกทานตะวัน” (Sunflower Movement) กลุ่มนักศึกษาที่รวมตัวกันประท้วงให้รัฐบาลทบทวนแผนการรับข้อตกลงการค้าระหว่างไต้หวันและจีน (Cross-Strait Services Trade Agreement หรือ CSSTA) ที่ดูเหมือนจะผ่านการอนุมัติรวดเร็วผิดวิสัย การเคลื่อนไหวดังกล่าวสามารถสร้างแรงกระเพื่อมไปสู่กลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ไม่สนใจการเมือง ให้หันมาจับตามองท่าทีของรัฐบาลไต้หวันในเวลานั้นมากขึ้น 

เธอยังเคยร่วมเคลื่อนไหวประท้วงเพื่อต่อต้านตลาดผูกขาด และเคยเข้าร่วม “ขบวนการเสื้อขาว” (White Shirt Army) กลุ่มนักเคลื่อนไหวที่ทำกิจกรรมในประเด็นเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน แถมยังเคยถูกจับกุมในข้อหากีดขวางการจราจรในระหว่างชุมนุมมาก่อนด้วย

ปี 2016 เธอมีโอกาสได้ทำงานในสภานิติบัญญัติ ในฐานะผู้ช่วยของ เฟรดดี้ ลิม (Freddy Lim) ผู้ก่อตั้งพรรคพลังใหม่ (NPP) และทำงานในแวดวงการเมืองต่อมาเรื่อย ๆ ก่อนจะตัดสินใจลงสมัครชิงตำเเหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในเมืองไทเปใหม่ เขต 12 ซึ่งเป็นเขตบ้านเกิดของเธอเอง ในการเลือกตั้งครั้งล่าสุด

ไล่ ผิงอวี๋ ได้บอกเล่าถึงเป้าหมายของตัวเองว่า “ฉันอยากพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่า ผู้หญิงไต้หวันที่มีความฝัน แม้จะอายุยังน้อย ไม่ได้เป็นชนชั้นสูง และไม่มีประสบการณ์ด้านการเมืองมาก่อน ก็สามารถเข้าไปสร้างจุดยืนในสภาได้” 

ความโดดเด่นในการหาเสียงของ ไล่ ผิงอวี๋ คือการที่เธอนำความชื่นชอบส่วนตัวอย่าง การแต่งคอสเพลย์ มารวมเข้ากับการปราศรัยบนเวที โดยชุดที่ดูเหมือนจะเป็นที่ฮือฮาที่สุด คงหนีไม่พ้นชุดปลั๊กสูทรัดรูปสีแดง แบบเดียวกับ “โซริว อาสึกะ แลงเลย์” ตัวละครจากแอนิเมะเรื่อง อีวานเกเลียน มหาสงครามวันพิพากษา (Neon Genesis Evangelion) ที่เธอสวมขึ้นเวทีในวันปราศรัยใหญ่ เคียงข้างกับประธานาธิบดี ไช่ อิงเหวิน เธอบอกว่าไม่ได้รู้สึกเขินอายอะไรกับการแต่งตัวแบบนี้ เพราะเธอชอบทำเป็นงานอดิเรกอยู่แล้ว แถมข้อดีของมันยังทำให้คนหันมาสนใจนโยบายที่เธออยากสื่อสารมากขึ้น 

ถ้าการคอสเพลย์ทำให้คนสนใจสิ่งที่ฉันพูดมากขึ้นได้ ฉันก็จะทำ ถ้าใครมาขอถ่ายรูปเวลาฉันแต่งตัวเป็นตัวละครที่พวกเขาชอบ ฉันก็ยินดีเสมอ พวกเขาอาจจะสนใจชุด สนใจการถ่ายรูปมากกว่า แต่อย่างน้อยประเด็นที่ฉันต้องการสื่อ ก็จะถูกส่งต่อไปผ่านภาพเหล่านั้น” ไล่ ผิง อวี๋ อธิบายถึงความเห็นของคนบางกลุ่มที่มองว่าการแต่งคอสเพลย์ของเธอจะเป็นการลดทอนความจริงจังทางการเมืองหรือไม่ 

ก่อนหน้านี้ เธอยังเคยคอสเพลย์เป็นตัวละคร “อายานามิ เรย์” จาก Neon Genesis Evangelion ระหว่างการเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับเกษตรกรที่ถูกยึดที่ดินทำกิน รวมถึงยังเคยแต่งกายด้วยชุดกิโมโนแบบญี่ปุ่น ขณะที่ต้องขึ้นพูดปราศรัยกับชุมชนผู้สูงอายุมาแล้วอีกด้วย

“ผู้คนมากมายพยายามตัดสินฉันจากรูปลักษณ์ภายนอก แต่ฉันบอกกับตัวเองเสมอว่า ฉันจะเสแสร้งเป็นคนอื่นไม่ได้ ฉันอยากแสดงออกให้ผู้คนเห็นว่า นักการเมืองก็ไม่ได้ต่างไปจากคนปกติ ในชีวิตประจำวันฉันอาจจะเป็นลูกสาวของคุณ หลานสาวของคุณ หรือเป็นเพื่อนบ้านของคุณก็ได้ สิ่งที่แตกต่างมีเพียงแค่ฉันเชี่ยวชาญด้านการเมืองหรือกฎหมายมากกว่าเท่านั้นเอง” 

นักการเมืองหญิงรายนี้ เคยให้สัมภาษณ์กับสื่อออนไลน์เจ้าหนึ่งว่า หากคนอย่างเธอได้รับเลือกให้เข้าไปนั่งในสภา นั่นหมายความว่ากาลเวลาได้เปลี่ยนไปแล้ว ไล่ ผิงอวี๋ เชื่อว่า ผลการเลือกตั้งครั้งนี้จะสื่อสารให้เหล่าคนรุ่นใหม่ได้รู้ว่าการจะทำงานเป็นนักการเมือง พวกเขาไม่จำเป็นต้องมาจากครอบครัวใหญ่ หรือมีหน้ามีตาใด ๆ ในสังคม ขอเพียงสามารถแสดงออกถึงความซื่อสัตย์ และความตั้งใจทำงานให้ทุกคนเห็นได้ ประชาชนก็พร้อมจะให้โอกาสคุณทำงาน 

หลังจากรู้ผลการเลือกตั้งที่จะทำให้เธอขึ้นดำรงตำแหน่งสมาชิกสภานิติบัญญัติคนใหม่ ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์นี้ ไล่ ผิงอวี๋ ได้โพสต์ภาพเธอขณะคอสเพลย์เป็น “เซเลอร์มูน” (Sailor Moon)  พร้อมเขียนข้อความขอบคุณลงในเฟซบุ๊กแฟนเพจของตัวเองว่า “สวัสดีค่ะทุกคน ดิฉัน ไล่ ผิงอวี๋ สมาชิกสภานิติบัญญัติคนใหม่ของเมืองไทเปใหม่ เขต 12 ในเวลา 4 ปีต่อจากนี้ พวกคุณสามารถส่งคำแนะนำและคำร้องเรียนมาที่ฉันได้เลยนะคะ” โพสต์ดังกล่าวมีผู้เข้ามากดถูกใจกว่า 3 หมื่นคน และแชร์ไปกว่า 2 พันครั้ง ภายในเวลา 12 ชั่วโมง 

ชัยชนะของ ไล่ ผิงอวี๋ เป็นเหมือนการประกาศว่าการเมืองของไต้หวันจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป เหตุผลก็เพราะมีนักการเมืองรุ่นใหม่ที่มีรูปแบบวิธีคิดอันแตกต่างหลากหลายและเป็นตัวของตัวเองเข้ามาร่วมทำงานมากขึ้น อย่างเกา เจียอวี๋ (Kao Chia-yu) วัย 38 ปี ที่เพิ่งชนะเลือกตั้งในเมืองไทเป เขต 4 และเฉิน ป๋อเหว่ย (Chen Po-wei) วัย 34 ปี ส.ส.จากเมืองไถจง เขต 2 ก็เป็นนักการเมืองจากพรรคอิสระคนแรก ที่ถูกเลือกเข้าไปเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติ อย่างไรก็ตาม ไล่ ผิงอวี๋ และ ส.ส.เลือดใหม่อีกหลายคน ยังต้องใช้เวลา 4 ปีต่อจากนี้ในการพิสูจน์ว่าการตัดสินใจของประชาชนไม่ใช่ตัวเลือกที่ผิด บทสรุปในอาชีพนักการเมืองของเธอจะถูกเขียนต่อ หรือหยุดลงที่การเลือกตั้งครั้งหน้า นับว่าเป็นอะไรที่น่าติดตาม

 

ที่มา

https://focustaiwan.tw/politics/202001120003

https://www.taiwannews.com.tw/en/news/3855559

https://newbloommag.net/2020/01/03/lai-pin-yu-interview/

https://www.theguardian.com/world/2020/jan/10/taiwan-election-squad-youth-china-tsai-ing-wen 

https://www.youtube.com/watch?v=TGCt2F8Odeg

ภาพ: https://www.facebook.com/LaiPinYuSouichi/


Related

อเล็กซานเดอร์ ลูคาเชนโก ประธานาธิบดีเบลารุส: ผู้นำเผด็จการคนสุดท้ายแห่งทวีปยุโรป

พอล รูเซซาบากินา: ฮีโรเหตุการณ์ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์รวันดา กับข้อหา ‘ผู้ก่อการร้าย’

เสกสรรค์ ประเสริฐกุล – ฝันค้างเดือนตุลา: …และยังคงเป็นเช่นนั้นจนถึงวันนี้

โยโกตะ ชิเกรุ: พ่อผู้หัวใจแตกสลายเมื่อลูกสาวถูกสายลับลักพาตัว

รอสมาห์ มานซอร์: เจ้าแม่แอร์เมส ผู้สูบเลือดเนื้อเงินทองของชาวมาเลเซีย

ชิลีภายใต้การนำของ ‘เซบัสเตียน ปิญเญรา’ กับการปราบผู้ชุมนุมด้วยความรุนแรง

มุน แจอิน: นักศึกษาในขบวนประท้วงเผด็จการสู่ประธานาธิบดีเกาหลีใต้

ผิน ชุณหะวัณ: จอมพลเจ้าน้ำตา “บุรุษผู้รักชาติจนน้ำตาไหล”